gavgavka.com

Menu Close

เดือน: พฤษภาคม 2019

ชิคาโก บูลส์

ชิคาโก บูลส์
ชิคาโก บูลส์

ชิคาโก บูลส์ (Chicago Bulls) เป็นหนึ่งในทีมบาสเกตบอลดังที่มีการแข่งขันลีก NBA ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ทีมได้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1966 และสามารถคว้าแชมป์ได้ในการแข่งขันบาสเกตบอล NBAได้ถึง 6 สมัยในปี ค.ศ. 1991, 1992, 1993, 1996, 1997 และ 1998

ประวัติ ชิคาโก บูลส์

Chicago Bulls เป็นทีมบาสเกตบอล NBA ที่ก่อตั้งเป็นทีมที่สามโดยถัดจาก ชิคาโก สแต็กส์ ซึ่งเล่นในระหว่างปี ค.ศ. 1946 ถึง 1950 และ ชิคาโก แพ็กเกอร์ ซึ่งในต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น เซไฟร์ โดยย้ายไปอยู่เมืองบัลติมอร์ซึ่งในปัจจุบันคือ “วอชิงตัน วิซาร์ดส์” Chicago Bulls จึงได้เริ่มลงสนามแข่งขันบาสเกตบอล NBA ครั้งที่หนึ่ง ใน ค.ศ. 1966-1967 ซึ่งในตลอดระยะเวลาในการแข่งขัน Chicago Bulls จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1970 Chicago Bulls จึงเป็นทีมที่รู้จักเรื่องเกมรับที่แข็งแกร่ง และมีผู้เล่นมีชื่อเสียงหลายคน ก็คือ บ็อบ เลิฟ, นอร์ม แวนเลียร์ , เจอร์รี่ สโลน เป็นต้น แต่ทีมที่ได้อันดับหนึ่งในดิวิชั่นเพียงครั้งเดียวและไม่สามารถเข้าถึงรอบไฟนอลในเพลย์ออฟได้

ปลายทศวรรษที่ 1970 – 1980 ทีมได้อยู่ในอันดับรั้งท้ายของลีกอย่างมาก เป็นจุดที่อาจจะพลิกผันชะตาของทีมบูลส์ได้เลย ก็คือการดราฟอันดับแรก ในปี ค.ศ. 1979 ระหว่างทีมบูลส์กับแจ๊ส ซึ่งบูลส์ได้แพ้จากการตัดสินด้วยการโยนเหรียญ ซึ่งพลาดสิทธิ์ในการดราฟอีกครั้ง ต่อมาบูลส์ได้ดราฟเป็นอันดับสองและสามารถเลือก เดวิด กรีนวูด มาแทน คนที่เป็นผู้เล่นคนสำคัญในทีมคือ อาร์ทิส กิลมอร์ เพราะทีมได้จากการดราฟหลังจากที่มีการสลายลีกเอบีเอ กิลมอร์ และการถูกเทรดไปทีมแซน แอนโตนิโอ สเปอร์สในปี ค.ศ. 1982 โดยทีมได้เปลี่ยนแผนการเล่นโดยการหันมาเน้นทำคะแนนเกมอีกด้วย เรกจี ทีอัส และเทรด ทีอัส สามารถทำเกมแต่ก็ยังทำไม่ดีเท่าที่ควร ในฤดูกาล 1983-1984

การมาของ “ไมเคิล จอร์แดน”

ช่วงฤดูร้อนในปี ค.ศ. 1984 เมื่อโชคชะตาผลิกผันเมื่อทีมได้สิทธิ์จากการดราฟเป็นอันดับที่สาม รอกเก็ตส์เลือก ‘ฮาคีม โอลาจูวอน’ พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส เลือก ‘แซม โบวี’ บูลส์ เลือกชู้ตติง การ์ดอย่าง ‘ไมเคิล จอร์แดน’ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ภายใต้ทีมเจ้าของใหม่ก็คือ “เจอร์รี ไรนส์ดอร์ฟ” และผู้จัดการคนใหม่ คือ “เจอร์รี ครอส” เขาจจึงได้ตัดสินใจสร้างทีม จอร์แดนได้ทำสถิติของแฟรนไชส์สมัยที่เล่นในปีแรก โดยสามารถทำคะแนนสูงสุด และได้พาบูลส์กลับเข้าสู่เพลย์ออฟ ดังนั้นจอร์แดนจึงได้ถูกเลือกให้อยู่ในออล-เอ็นบีเอทีมที่สอง และได้รางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของเอ็นบีเอ (NBA Rookie of the Year Award) อีกด้วย

แชมป์ติดต่อกันสามสมัย

เริ่มฤดูกาล 1990-1991 บูลส์ได้สร้างสถิติโดยการชนะ 61 เกม สูงสุดเท่าที่ทีมเคยทำได้ในตอนนั้น ผ่านเข้าสู่เพลย์ออฟ เอาชนะพิสตันในรอบชิงคอนเฟอร์เรนซ์ และเอาชนะลอส แอนเจลิส เลเกอร์สที่นำโดย แมจิก จอห์นสัน ใน 5 เกมในรอบชิงชนะเลิศได้อีกด้วย ถือว่าจอร์แดนเป็นผู้เล่นที่ทรงคุณค่าของฤดูกาลปกติและในรอบสุดท้าย และยังเป็นผู้ที่สามารถทำคะแนนฤดูกาลปกติสูงสุดเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันเลยทีเดียว

บูลส์ได้แชมป์ NBS สมัยที่สองในฤดูกาล 1991-1992 จากการชนะ 67 เกมในฤดูกาลปกติ เอาชนะพอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์สที่นำทีมโดย ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์ ใน 6 เกม ซึ่งปีนี้จอร์แดนยังได้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าฤดูกาลปกติและรอบสุดท้าย และเป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดอีกสมัย

ฤดูกาล 1992-1993 บูลส์ได้เป็นแชมป์สามสมัยติดต่อกัน โดยเอาชนะ ชารลส์ บาร์คลีย์ ผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปกติ และฟีนิกซ์ ซันส์ ซึ่งจอร์แดนได้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของรอบสุดท้าย พร้อมกับสถิติคะแนนต่อเกมรอบสุดท้ายสูงสุด อยู่ที่ 41.0 แต้มต่อเกม และจอร์แดนก็ยังเป็นคนทำคะแนนสูงสุดเป็นสมัยที่ 7 เท่ากับวิลต์ แชมเบอร์เลน ในฤดูร้อนปีนั้น จอร์แดนได้ประกาศเลิกเล่นหลังจากพ่อของเขาถูกฆ่าตาย บูลส์ในสมัยนั้นจึงได้นำโดย สก็อตตี พิพเพน จนกลายเป็นผู้เล่นที่เก่งคนหนึ่งในลีก และยังได้เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมอีกเช่นกัน ถึงแม้ว่าผลงานฤดูกาลปกติจะดี ชนะ 55 เกม แต่ก็แพ้นิกส์ในรอบสองของเพลย์ออฟ

BROOKLYN, NY – OCTOBER 31: Jimmy Butler #21 of the Chicago Bulls drives to the basket against the Brooklyn Nets on October 31, 2016 at Barclays Center in Brooklyn, New York. NOTE TO USER: User expressly acknowledges and agrees that, by downloading and or using this Photograph, user is consenting to the terms and conditions of the Getty Images License Agreement. Mandatory Copyright Notice: Copyright 2016 NBAE Nathaniel S. Butler/NBAE via Getty Images/AFP

แชมป์สามสมัยอีกครั้ง

               บูลส์ เปิดฤดูกาล 1994-1995 โดยได้อำลาสนามจาก ชิคาโก สเตเดียม ที่เป็นสนามตลอด 27 ปี ลได้ย้ายไปสนามปัจจุบัน คือ ยูไนเต็ด เซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1995 จากการได้รับข่าวดีที่ว่า ไมเคิล จอร์แดน จะกลับมาเล่นในฤดูกาลอีกครั้ง และเขาก็ได้กลับมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เก่งที่สุดในลีกอีกครั้งเช่นกัน ในเกมที่ห้าจากที่กลับมาเล่นสามารถทำคะแนนได้ 55 แต้ม เมื่อได้แข่งกับนิกส์ บูลส์จึงเข้าสู่เพลย์ออฟในอันดับที่ห้า และได้เอาชนะชาล็อต ฮอร์เนตส์ แต่ก็ยังแพ้ออร์แลนโด ซึ่งเป็นแชมป์ในปีนั้น เนื่องจากจอร์แดนยังเล่นไม่คล่องจากการพักตัวไปนาน

บูลส์ได้สร้างผลงานในฤดูกาลที่ดีที่สุดในฤดูกาลหนึ่ง ซึ่งได้ทำสถิติชนะ 72 แพ้ 10 ได้พัฒนา จากปีก่อนหน้านี้ จอร์แดนทำคะแนนสูงสุดในลีกเป็นครั้งที่แปด ร็อดแมนทำรีบาวด์สูงสุดครั้งที่ห้า ในขณะที่เคอร์มีเปอร์เซนต์การชู้ตสามแต้มเป็นอันดับที่สองในลีก จอร์แดนเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าทั้งในฤดูกาลปกติ เกมรวมดารา และ รอบสุดท้าย ที่เรียกว่า ทริปเปิลคราวน์ ครอสเป็นผู้บริหารแห่งปี แจ็กสันเป็นโค้ชแห่งปี และ คูโคชเป็นผู้เล่นสำรองแห่งปี ทั้งพิพเพนและจอร์แดนได้รับเลือกเป็น ออล-เอ็นบีเอ ทีมแรก จอร์แดน, พิพเพน และ ร็อดแมนได้รับเลือกเป็น ออล-ดีเฟนซีฟ ทีมหนึ่ง และเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ที่มีผู้เล่นสามคนในทีม ออล-ดีเฟนซีฟทีมแรก

บูลส์ ได้แชมป์สามสมัยติดต่อกัน โดยเอาชนะ 62 เกมในฤดูกาลปกติและยังสามารถเอาชนะบ๊อบแคทส์ในรอบสุดท้ายของปี 1998 จอร์แดนได้ทริปเปิล คราวน์ เป็นผู้เล่นครงคุณค่าฤดูกาลปกติ เกมรวมดารา และรอบสุดท้าย อีกครั้ง ร็อดแมนเป็นแชมป์รีบาวน์สมัยที่เจ็ดติดต่อกัน

รีไทร์ หมายเลขเสื้อเพื่อให้เกียรติ ผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาล

เป็นไปได้ยากหากมีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมาอยู่ในทีมและยังทุ่มเทให้แก่ทีมได้ เพื่อให้เกียรติผู้เล่น ชิคาโก บูลส์ จึงได้ตัดสินใจ รีไทร์ หมายเลข เสื้อให้กับผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลของทีม โดยที่หมายเลขดังกล่าวจะไม่มีใครสามารถใส่ได้ ได้แก่ หมายเลข 4 เจอร์รี่ สโลน เล่นให้ทีมปี 1966-1976 หมายเลข 10 บ๊อบ เลิฟ เล่นให้ทีมในปี 1968-1976 หมายเลข 23 ไมเคิล จอร์แดน เล่นให้ทีมปี 1984-1993 และ 1995-1998 หมายเลข 33 สก๊อตตี้ พิพเพ่น เล่นให้ทีมปี 1987-1998

การสลายทีมผู้เล่น

ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1998 ถือได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของยุคที่บูลส์ได้เป็นแชมป์ ครอสได้คิดว่าผู้เล่นในบูลส์เริ่มมีอายุกันมาก จึงตัดสินใจสร้างทีมขึ้นมาใหม่ โดยได้วางแผนจะเทรดผู้เล่นเก่งที่อายุมากเพื่อแลกกับสิทธิ์ในการดราฟอันดับแรกๆ และจะได้มีเงินมาเซ็นสัญญาผู้เล่นดี ๆ เข้าทีม ครอสได้เทรด สก็อตตี พิพเพน ออกไปแลกกับ รอย โรเจอรส์ และโอกาสการดราฟรอบสอง จึงได้ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เดนนิส ร็อดแมน รวมทั้งเทรด ลุค ลองลีย์ และ สตีฟ เคอร์ แลกกับสิทธิ์การดราฟ ครอสได้จ้างโค้ชใหม่ คือ ทิม ฟรอยด์ ที่เคยสร้างผลงานที่มหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต หลังจากที่ ฟิล แจ็กสัน ออกไป ไมเคิล จอร์แดน ก็ประกาศเลิกเล่นเป็นครั้งที่สองอย่างเป็นทางการ

ทีมเริ่มฤดูกาลด้วย แรนดี บราวน์ ในตำแหน่งพอยต์การ์ด, รอน ฮาร์เปอร์ ในตำแหน่งชู้ตติงการ์ด, เบรนท์ แบร์รี เป็นสมอลฟอร์เวิร์ด, โทนี คูโคช เป็นเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด และ บิล เวนนิงตัน ตำแหน่งเซ็นเตอร์ ซึ่งในฤดูกาลนี้ 1998-1999 จึงสั้นกว่าปกติเนื่องจากเกิดการประท้วงหยุดงานของนักกีฬา เหลือเล่นเพียง 50 เกมในฤดูกาล คูโคช เป็นผู้เล่นที่ทำคะแนน รีบาวน์ และ แอสซิสต์ มากสุดในทีม ทีมในฤดูกาลนี้ได้ชนะเพียง 13 เกมเท่านั้น

ความตกต่ำในห้าปี

               ผลงานที่ตกต่ำ มีผลให้ทีมจับสลากได้สิทธิ์การดราฟอันดับแรก และใช้เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด เอลตัน แบรนด์ ทีมสูญเสีย ฮาร์เปอร์ บราวน์ เวนนิงตัน และ แบร์รี ช่วงปิดฤดูกาล ทำให้ แบรนด์ และผู้เล่นหน้าใหม่อีกคน คือ รอน อาร์เทสต์ เป็นผู้นำทีม สามารถทำเฉลี่ย 20 แต้ม 10 รีบาวน์ เป็นครั้งแรกนับจากสมัยของ อาร์ทิส กิลมอร์ และทำคะแนน รีบาวน์ บล็อก เปอร์เซนต์การชู้ต และจำนวนนาทีที่ลงเล่น สูงสุดในบรรดาผู้เล่นปีแรกด้วยกัน ขณะที่ อาร์เทสต์ ทำสติลสูงสุดของผู้เล่นปีแรก และยังเป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงเป็นอันดับสองในทีม ผลงานของแบรนด์ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นผู้เล่นปีแรกยอดเยี่ยม ร่วมกับ สตีฟ แฟรนซีส ของฮิวส์ตัน รอกเก็ตส์ ในขณะที่อาร์เทสต์ได้รับเลือกอยู่ใน All-Rookie ทีมสอง แต่ทีมสร้างผลงานต่ำสุดในประวัติศาสตร์ทีม คือ ชนะ 17 แพ้ 65 และอยู่อันดับรองสุดท้ายของลีก

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก ufa877

RuiHachimura

RUIHACHIMURA
RUIHACHIMURA

 RUIHACHIMURA “รุยฮาชิมุระ” กล่าวว่าเขาต้องการเป็นนักบาสเกตบอลในประเทศญี่ปุ่น

ในโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบาสเก็ตที่ประเทศญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าอย่างมาก ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาและคนที่ได้ยืนอยู่ที่แนวหน้าไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก รุยฮาชิมุระ ดาวรุ่งของนักบาสเก็ตบอลในขณะนั้น

รุยฮาชิมุระ เป็นทางเลือกที่ง่ายสำหรับการเลือกในห้วงของญี่ปุ่นที่มีเปอร์เซ็นไม่มากนัก แต่ด้วยความสามารถและทักษะที่ยอดเยี่ยมของเขาแล้วได้ทำให้ Gonzaga Bulldog ในวัย 21 ปีได้กลายเป็นผู้ที่เก่งเกินความสามารถที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์บาสเกตบอลญี่ปุ่นเลยทีเดียว และไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาได้ยึดตำแหน่งและดึงดูดด้วยฝีมือจากแฟน ๆ ทั้งในประเทศและในเอเชียตะวันออกและที่อื่น ๆ อีกด้วย

รุยฮาชิมุระ ได้รับการขนานนามว่า West Coast Conference (WCC) เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศสหรัฐอเมริกาใน CA และยังได้รับรางวัล Julius Erving อันทรงเกียรติ ซึ่งไม่เลวเลยสำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์และไม่ได้เล่นบาสเก็ตบอลจนกระทั่งถึงมัธยมต้น ดังนั้นเขาจึงได้เริ่มที่จะจริงจังกับการเล่นเบสบอลเป็นครั้งแรก แต่ด้วยการกระตุ้นให้มีเพื่อนร่วมทีมเพิ่มคนหนึ่งให้กับทีมเขาเริ่มฝึกบาสเกตบอลของโรงเรียน ทันทีที่ผู้ฝึกสอนหรือโค้ดได้เห็นศักยภาพที่แจ่มแจ้งและพรสวรรค์ในตัวเขาอีกเช่นกัน

“โค้ชระดับมัธยมต้นของฉันซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้ฝึกกับฉันและเขาก็บอกกับฉันว่า ‘คุณกำลังจะไปที่เอ็นบีเอ'” รุยฮาชิมุระ เล่า “ฉันยังเด็กฉันโง่ฉันจึงเชื่อเขา: ‘ใช่ฉันจะไปเอ็นบีเอ!'”

และการก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเข้าสู่ปี 2019 นั้นแน่นอนว่า รุยฮาชิมุระ ต้องมุ่งไปยังที่สูงและยังเป็นแสงสว่างอันสดใสของ NBA แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือเมื่อเขาพร้อม เขาจะเปิดตัวในเวทีสนามบาสเก็ตบอลนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน FIBA ​​Basketball World Cup 2019 ในประเทศจีน

 “บาสเก็ตบอลเริ่มยิ่งใหญ่ขึ้นในญี่ปุ่นและฉันต้องการเป็นผู้ชายที่เขามองเห็น” เขาประกาศ “ฉันตื่นเต้นมาก ฉันต้องการเป็นคนที่สามารถเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถรู้รอบด้านสำหรับในญี่ปุ่น”

ขณะที่เขาเตรียมที่จะเป็นผู้เล่น ได้มีชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับการคัดเลือกในรอบแรกของ NBA Draft Rui Hachimura กล่าวว่าเขาพร้อมที่จะเป็นความหวังของนักบาสเกตบอลในประเทศญี่ปุ่นและเป็นผู้นำของทีมชาติได้

“ บาสเก็ตบอลที่ใหญ่ขึ้นในญี่ปุ่นและฉันอยากเป็นคนที่เป็นแบบนั้น” รุยฮาชิมุระ บอกกับเรดอลเกรฟจาก CBSSports.com

แฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นได้จับตาดู รุยฮาชิมุระ โดยอย่างยิ่งเขาก็ยังคงได้รับการยกย่องมาโดยตลอด จากบทบาทของเขา และในฐานะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นยังคงเห็นความโดดเด่นที่ตัวเขา พวกเขายังคงรอลมหายใจซึ่งน้อยลงสำหรับ NBA 2019 NBA ที่ รุยฮาชิมุระ อาจเป็นความหวังแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

“บริษัท ผลิตรองเท้าได้บอกฉันว่า ฉันจะยิ่งใหญ่” เขาบอก “มันอาจจะมีบางเรื่องกดดันนิดหน่อยเพราะมีผู้คนคาดหวังว่าฉันจะจะทำมันได้ แต่มันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉัน ฉันก็แค่ต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ในสนามบาสเก็ตบอลและที่เหลือก็จะดูแลตัวเองให้ดีขึ้น”

ในอายุที่น้อยเพียง 21 ปี เป็นอาวุธที่ทรงพลังทางด้านร่างกายและไหวพริบที่สุดของ Akatsuki Five ใน Asian Qualifiers โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 21.5 คะแนนรีบาวด์ 6.0 และ 1.8 ต่อเกมในขณะที่ยังยิงได้ใกล้เคียงกับ 58 เปอร์เซ็นต์จากสนามเมื่อญี่ปุ่นชนะแปดเกมสุดท้าย สำหรับแชมป์ที่ชนะทำให้รู้สึกมีไฟขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไปและแฟน ๆ บาสเกตบอลญี่ปุ่นและผู้สนับสนุนของทีมชาติที่เต็มไปด้วย สถานที่ได้ไปแข่งในแต่ละเกม ความเป็นตัวตนของเขานั้นไม่ได้หายไป และใครตื่นเต้นที่ได้เห็นการเติบโตของเกมในประเทศบ้านเกิดของเขายังคงเป็นสิ่งที่น่าประทับใจและสามารถมองอนาคตได้อันใกล้ด้วย

ขอขอบคุณเรื่องราวเพิ่มเติมจาก ufa877

เมมฟิส กริซลีส์

เมมฟิส กริซลีส์
เมมฟิส กริซลีส์

เมมฟิส กริซลีส์ ชื่อเดิมคือ แวนคูเวอร์ กริซลีส์ ทีมบาสเก็ตบอลในลีก NBA ประจำเมืองเมมฟิส ของรัฐเทนเนสซี ซึ่งหัวหน้าโค้ชในปัจจุบันก็คือ ไมค์ ฟราเทลโล (Mike Fratello)  และเจ้าของทีมคือ ไมเคิล ไฮส์เลย์ (Michael Heisley) ซึ่งมีอดีตผู้เล่นและผู้บริหารทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์และฮอลออฟเฟม ก็คือ เจอร์รี เวสต์ (Jerry West) ซึ่งได้เข้ามาบริหารทีมในตำแหน่งประธานกิจการบาสเก็ตบอล (President of Basketball Operations) เป็นต้นมา ชื่อเดิมคือ แวนคูเวอร์ กริซลีส์ ทีมบาสเก็ตบอลในลีก NBA ประจำเมืองเมมฟิส ของรัฐเทนเนสซี ซึ่งหัวหน้าโค้ชในปัจจุบันก็คือ ไมค์ ฟราเทลโล (Mike Fratello)  และเจ้าของทีมคือ ไมเคิล ไฮส์เลย์ (Michael Heisley) ซึ่งมีอดีตผู้เล่นและผู้บริหารทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์และฮอลออฟเฟม ก็คือ เจอร์รี เวสต์ (Jerry West) ซึ่งได้เข้ามาบริหารทีมในตำแหน่งประธานกิจการบาสเก็ตบอล (President of Basketball Operations) เป็นต้นมา

เมมฟิส กริซลีส์

เมมฟิส กริซลีส์ ประวัติ

ทีมแวนคูเวอร์ กริซลีส์ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 เช่นเดียวกับทีมโทรอนโต แรปเตอรส์ ทั้งสองทีมทำให้มองถึงการเติบโตของเอ็นบีเอ และยังเป็นสองทีมแรกที่เล่นในประเทศแคนาดา นับตั้งแต่ทีมโทรอนโต ฮัสกีส์ในฤดูกาล พ.ศ. 2489-2490 ซึ่งเดิมผู้เล่นกริซลีส์เกิดขึ้นจากผู้เล่นที่คัดมาจากทีมอื่น ๆ ผ่านทาง expansion draft และนักกีฬาใหม่ที่ทีมได้คัดเลือกก็คือ ไบรอัน รีฟส์ (Bryant Reeves) ฤดูกาลแรกของทีมมีสถิติการเล่นเป็นอันดับสุดท้ายของเอ็นบีเอก็ตาม และในปีต่อมา กริซลีส์ ก็ได้คัดตัวเอา ชารีฟ อับดูร-ราฮีม (Shareef Abdur-Rahim) ซึ่งสุดท้ายทีมก็ยังคงเป็นอันดับสุดท้ายถึงแม้ว่าเขาจะเล่นได้ดีก็ตาม

ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 กริซลีส์ ได้คัดเลือก แอนโทนิโอ แดเนียลส์ (Antonio Daniels) ซึ่งถูกมองว่าเล่นไม่สมกับที่ได้รับเลือกแต่ทีมก็ทำสถิติดีขึ้นเป็นอันดับที่หกจากเจ็ดทีม แม้แต่ฤดูกาลถัดมา ถึงแม้ว่าได้คัดเลือกการ์ด ไมค์ บิบบี (Mike Bibby) แต่ในทีมก็กลับตกไปอยู่ในอันดับสุดท้ายอีกครั้ง โดยชนะเพียงแค่ 8 เกมเท่านั้นซึ่งในฤดูกาลนี้เล่นเพียง 50 เกมเนื่องจากเกิดการประท้วงขึ้นแล้วกีฬาจึงหยุดเล่นโดยนักกีฬา

หลังจากการประท้วงที่เกิดขึ้น ในจำนวนผู้เข้าชมเกมลดลง และทีมจึงเกิดการขาดทุนขึ้น และได้มีการเปลี่ยนเจ้าของทีมในหลาย ๆ ครั้งแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ทีมก็ได้ย้ายไปเมืองเมมฟิส ที่ใหม่สำหรับฤดูกาล 2001-2002 และได้แต่งตั้งเจอร์รี เวสต์ เป็นผู้จัดการทั่วไป ในปี พ.ศ. 2545 เวสต์ได้รับรางวัลผู้บริหารแห่งปีสำหรับฤดูกาล 2003-2004 และในระหว่างฤดูกาล 2002-2003 ฮูบี บราวน์ ก็ได้ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าโค้ชจึงรับรางวัลโค้ชแห่งปีในฤดูกาลถัดมา กริซลีส์ ได้เข้าเล่นในรอบเพลย์ออฟเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 ด้วยอันดับที่หกในสายตะวันตกแต่ก็ตกรอบแรกโดยแพ้ให้กับทีม ซานแอนโตนิโอ สเปอรส์ ใน 4 เกมรวด

จากนั้นในฤดูกาล 2004-2005 ฮูบี บราวน์ ได้ก้าวลงจากหัวหน้าโค้ชด้วยเหตุผลที่ว่าสุขภาพไม่ดีจึงไม่สามารถเป็นโค้ดต่อได้ และในขณะนั้นทีมมีสถิติแพ้มากกว่าชนะอีกด้วย เวสต์ก็นำนักวิจารณ์ของสถานีโทรทัศน์ TNT และอดีตโค้ช ไมค์ ฟราเทลโล ขึ้นแทน กริซลีส์ ทีมก็สามารถพัฒนาขึ้นและเข้าเล่นในเพลย์ออฟเป็นปีที่สองติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม กริซลีส์ ก็ได้ตกรอบแรกอีกครั้งโดยได้แพ้ ฟีนิกส์ ซันส์ ใน 4 เกม และเมื่อจบฤดูกาล กริซลีส์ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นเป็นจำนวนมากหลังจากที่แพ้เกมในหลายๆครั้งที่ผ่ายมา โดยเสียผู้เล่นหลัก ๆ เช่น บอนซี เวลส์ (Bonzi Wells) เจสัน วิลเลียมส์ (Jason Williams) สโตรไมล์ สวิฟท์ (Stromile Swift) และ เจมส์ โพซี (James Posey) และได้ผู้เล่น เดมอน สตอดามายร์ (Damon Stoudamire) บอบบี แจ็คสัน (Bobby Jackson) และ เอ็ดดี โจนส์ (Eddie Jones) เข้ามาแทน

เมมฟิส กริซลีส์

นักกีฬาที่ติด ฮอล์ออฟเฟม

  • ฮูบี บราวน์ (โค้ช)

สถิติฤดูกาลที่ดี/แย่ที่สุด

  • ดี ในปี 2003-2004 เกมชนะ 50 แพ้ 32
  • แย่ ในปี 1998-1999 เกมชนะ 8 แพ้ 42

ขอบคุณเรื่องราวข้อมูลดีๆจาก holifestivaljapan

รู้จัก 12 นักบาส ทีมชาติไทย

รู้จัก 12 นักบาส ทีมชาติไทย
รู้จัก 12 นักบาส ทีมชาติไทย

รู้จัก 12 นักบาส ทีมชาติไทย บาสเก็ตบอลเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่ชาติไทยในปัจจุบันเราได้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักนักบาส ทีมชาติไทย ยอดฝีมือที่เลื่องลือในประเทศไทยในปัจจุบันกันว่ามีใครกันบ้าง ไปทำความรู้จักกันเลย

  • นายชนาธิป จักรวาล

สโมสร : ไฮเทค

ส่วนสูง : 203 ซม.

ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์

เซ็นเตอร์หนุ่มจาก สโมสรไฮเทค ผู้ที่มีส่วนสูงถึง 203 เซนติเมตรเลยทีเดียว ในเรื่องเกมรับ “โอม” ทำได้จัดว่าดีเลยทีเดียว แถมยังอาศัยความแข็งแกร่งในการเล่นลูกใต้แป้น ก็เป็นหนึ่งในทีเด็ดสำหรับเจ้าตัวอีกด้วย

  • นายธีรวัฒน์ จันทะจร

สโมสร : โมโน แวมไพร์

ส่วนสูง : 200 ซม.

ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์

อีกหนึ่งเซ็นเตอร์หนุ่มในทีมชุดนี้ “บิ๊ก” ได้โชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ ซีเกมส์ เมื่อปีที่ผ่านมา และรวมถึงในระดับสโมสรกับ โมโน แวมไพร์ ในปีนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเล่นลูกใต้แป้นให้กับ ทีมชาติไทย ชุดนี้

  • นายดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย

สโมสร : โมโน แวมไพร์

ส่วนสูง : 185 ซม.

ตำแหน่ง : สมอลล์ฟอร์เวิร์ด

จากประสบการณ์และฝีไม้ลายมือ “ปาล์ม” ถือว่าตอบโจทย์ในการพาเพื่อน ๆ ทีมชาติไทย ชุดนี้ในการทำผลงานในศึก ฟีบ้า เอเชีย คัพ รอบคัดเลือกโซนอาเซียน

  • นายชัชพล จึงแย้มปิ่น

สโมสร : ไทยเครื่องสนาม

ส่วนสูง : 189 ซม.

ตำแหน่ง : พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด

“อาร์ท” ติดทีมชาติไทย เป็นหนแรก โดยมีจุดเด่นเฉพาะตัวในการใช้ความแข็งแกร่งและแหวกแนวรับคู่แข่งเข้าไปทำแต้มให้กับ ไทยเครื่องสนาม ในศึก GSB บาสเกตบอล ไทยแลนด์ ลีก ซึ่งได้เห็นความพริ้วไหวของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

  • นายนิธิพล สวัสดิ์ถาวร

สโมสร : สวู

ส่วนสูง : 189 ซม.

ตำแหน่ง : พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด

GSB บาสเกตบอล ไทยแลนด์ ลีก “อารี” ถือว่าเป็นผู้ที่ทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ ได้ทำแต้มมากที่สุดเป็นอันดับสองให้กับ สวู และเป็นรองแค่ นิโคลัส อีแวนส์ เท่านั้น จุดเด่นของพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดคือการเข้าทำใต้แป้น รวมถึงการทำเกมจากระยะกลางซึ่งทำได้ดีพอตัว จนทำให้ติด ทีมชาติไทย เป็นหนแรกของเจ้าตัว

  • นายปฏิภาณ กล้าหาญ

สโมสร : ไฮเทค

ส่วนสูง : 196 ซม.

ตำแหน่ง : สมอลล์ฟอร์เวิร์ด

ด้วยความสมดุลทั้งเกมรับและรุก แถมยังสามารถเล่นได้ในตำแหน่งพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด ซึ่งทำให้ “ปาล์ม” ถูกวางเป็นตัวสอดแทรกให้กับ ทีมชาติไทย สู้ศึกในทุก ๆ ครั้ง

  • ไทเลอร์ แลมบ์

สโมสร : ไฮเทค

ส่วนสูง : 189 ซม.

ตำแหน่ง : ชู้ตติ้งการ์ด

หนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย ที่สอบสามผ่านจากการลงเล่นให้กับ ทีมชาติไทย ใน ซีเกมส์ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในมาตรฐานของ แลมบ์ ในลีกนั้นนับว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว ความหลากหลายในการเข้าทำเกมคือจุดเด่นของชู้ตติ้งการ์ดรายนี้ จนเจ้าตัวถูกวางเป็นอีกหนึ่งตัวความหวังในทีมชุดนี้อีกด้วย

  • นายณกรณ์ ใจสนุก

สโมสร : ไฮเทค

ส่วนสูง : 191 ซม.

ตำแหน่ง : ชู้ตติ้งการ์ด

มือดีอันดับต้นๆ ของนักยัดห่วงของชาวไทย และเป็นอีกครั้งที่ “หรั่ง” ได้ทำผลงานได้ดีในระดับสโมสรจนติด ทีมชาติไทย เพื่อสู้ศึก ฟีบ้า เอเชีย คัพ รอบคัดเลือกโซนอาเซียนอีกเช่นกัน

  • นายโสฬส สุนทรศิริ

สโมสร : โมโน แวมไพร์

ส่วนสูง : 181 ซม.

ตำแหน่ง : พอยต์การ์ด

นอกจากพอยต์การ์ดแล้ว การถูก “โค้ชดั๊ก” การโยกตำแหน่งมาเล่นสมอลล์ฟอร์เวิร์ด ได้ทำให้ “โส” ดูจะเพิ่มความหลากหลายและพิษสูงในการเล่น จนได้เป็นอีกตัวที่สอดแทรกทำผลงานให้กับทีมในชุดนี้อีกคนนึง

  • นายบัณฑิต หลักหาญ

สโมสร : ไทยเครื่องสนาม

ส่วนสูง : 180 ซม.

ตำแหน่ง : พอยต์การ์ด

ในการเล่นวงนอกด้วยมันสมองนับว่าเป็นจุดเด่นของพอยต์การ์ดจาก ไทยเครื่องสนาม รายนี้ แถมมีลูกเข้าทำจากวงนอกที่ถือว่าพอไว้ใจได้อยู่

  • นายธวัชชัย สุขทับ

สโมสร : แบล็ก สกอร์เปี้ยนส์

ส่วนสูง : 187 ซม.

ตำแหน่ง : ชู้ตติ้งการ์ด

 หนุ่ม “เจ๋ง” มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมในแต่ละลีกในฐานะ “เดอะแบก” ในการทำแต้มให้กับ “แมงป่องทมิฬ” ซึ่งเขาสามารถเล่นได้ทั้งลูกวงนอกและวงใน ถือว่าอันตรายทุกพื้นที่จริง ๆ

  • ไท วอร์เนอร์ สถิตย์สัมพันธ์

สโมสร : แบล็ก สกอร์เปี้ยนส์

ส่วนสูง : 179 ซม.

ตำแหน่ง : พอยต์การ์ด

ผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในทีมชุดนี้ ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น แต่ “ไท” ถือว่าเป็นเด็กที่มีของ จุดเด่นของเจ้าหนุ่มน้อยรายนี้มีดีกรีที่การกล้าแหวกเข้าไปเล่นวงใน รวมถึงถอยออกมาเล่นสามแต้มได้อย่างไม่กลัวนั่นเอง

จากที่ได้รู้จักชื่อหน้าตาและความสามารถแล้ว เหล่านักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทยต้องมีการฝึกฝนอดทนเป็นอย่างมากถึงจะได้ขึ้นเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยได้ หากน้อง ๆได้มีความมานะมุ่งมัน และพยายาม น้อง ๆ จะรักในอาชีพและกีฬานี้ก็เป็นได้

ขอบขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บไซต์ holifestivaljapan.com

ทีมบาสเกตบอลไทย

ทีมบาสเกตบอลไทย
ทีมบาสเกตบอลไทย

ทีมบาสเกตบอลไทย หากได้ย้อนกลับไปประมาณ 5 ปีที่แล้ว มีสโมสรบาสเกตบอลทีมหนึ่งในไทย ได้พูดว่า “พวกเขาได้มีเป้าหมายจะเป็นเบอร์ 1 เอเชีย” ก็คงเป็นเรื่องที่น่าตลกและดูเป็นคำพูดที่เพ้อเจ้อ เพราะในความเป็นจริงแล้วระดับของบาสเกตบอลไทย ยังไม่สามารถก้าวพ้นข้ามอาเซียน จนได้มีคนกล่าวว่า วงการยัดห่วงบ้านเรา ล้าหลังกว่า ฟิลิปปินส์ เจ้าแห่งบาสเกตบอลอาเซียน อยู่ประมาณ 10 ปี

และนี่ยังไม่ได้รวมถึงประเทศจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งมีวิวัฒนาการกีฬาบาสเกตบอลที่นำหน้าเราไปไกลหลายสิบปี และยิ่งเมื่อหันมองกลับมาที่เมืองไทย กีฬาบาสเกตบอล เป็นกีฬาที่ซบเซามานานหลายปี นับตั้งแต่หมดยุค “แว่น” สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล อดีตนักบาสสาวหล่อทีมชาติไทย

ในการแข่งขันลีกภายในประเทศ แทบจะไม่ได้รับความนิยมจากผู้ชมเลยสักนิด ถ้าหากจะมีใครมาลงทุนด้วยเงินมากกว่า 300 ล้าน เพื่อที่จะสร้างทีมบาสเกตบอลอาชีพไทยขึ้นมา ก็คงเป็นเรื่องที่ยากเลยทีเดียวและไม่น่าเกิดขึ้นได้อีกด้วย ด้วยบรรยากาศ และปัจจัยหลายๆด้านที่ไม่เอื้อเอาเสียเลย จนกระทั่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าคนที่ติดตามกีฬายัดห่วงอยู่เป็นประจำ หรือคนที่ไม่ค่อยได้ติดตาม ก็น่าจะเคยได้ยินชื่อของ “โมโน แวมไพร์” ผ่านหูไม่มากก็น้อย ในฐานะสโมสรบาสเกตบอลอาชีพความหวังใหม่ของประเทศไทย

ตั้งแต่สนามแข่งขันที่ทำให้ทุกคนที่เข้ามาสัมผัสบรรยากาศภายใน 29 “สเตเดียม” จึงต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ปรากกฏ, การบริหารจัดการทีม, การใช้สื่อและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงผลงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างมาก จนทำให้สโมสรที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่แห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักของคอบาสในอาเซียนไปแล้ว

ซึ่งรวมถึง ปณิธาน ของสโมสรที่มุ่งหวังอยากเป็น ทีมเบอร์ 1 ของทวีปเอเชีย ที่วันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมหรือเป็นแค่ฝันกลางวันอีกต่อไปแล้ว

การกำเนิดของค้างคาวอมตะ ทีมบาสเกตบอลไทย

ธุรกิจหลายๆอย่างที่ โมโน ทำ ต้องเกิดจากความชอบ ถึงจะลงมือ และการทำในสิ่งที่ชอบเป็นเรื่องสำคัญ และอยากจะพัฒนา ต่อยอดไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าไม่ชอบวันหนึ่งก็คงรู้สึกเบื่อ “เราเริ่มต้นทำทีม โมโน แวมไพร์ ด้วยความชอบ ไม่ได้มองว่าการลงทุนหลักร้อยล้าน ในกีฬาบาสเกตบอล เป็นเรื่องที่มีโอกาสล้มเหลว”

เจย์ – จิรัญ รัตนะวิริยะชัย ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท โมโน สปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ได้ย้อนถึงจุดเริ่มต้นในการก่อตั้งสโมสร “โมโน แวมไพร์” ในปี 2014 นั้น เกิดขึ้นมาจากความรักของกลุ่มผู้บริหาร ที่มักชวนกันไปออกกำลังกายเล่นกีฬาต่าง ๆ เช่น กอล์ฟ, สควอช และ บาสเกตบอล พวกเขาชื่นชอบถึงขั้นได้บินไปดูงานในสโมสรต่างแดน และได้เข้าชมเกมการแข่งขัน NBA ถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ได้รับไอเดีย และได้รับแรงบันดาลใจดีๆกลับมา จนถึงขั้นตัดสินใจฟอร์มทีมและส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ไทยแลนด์ บาสเกตบอล ลีก (TBL) ในฤดูกาลดังกล่าว ภายใต้ชื่อ “โมโน แวมไพร์” สื่อถึงทีมบาสเกตบอลที่สู้จนนาทีสุดท้ายและไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เปรียบดั่งแวมไพร์ที่ไม่มีวันตาย

บาสเกตบอล (NBA) ดูสนุกมาก แต่ได้พอกลับมาผู้บริหารก็ได้เริ่มคิดว่า ทำไมที่ประเทศไทยถึงยังไม่มีอะไรแบบนี้ และด้วยความรักที่ชอบทำกีฬาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงตัดสินใจสร้างสนามบาสเกตบอล และก่อตั้งทีมโมโน แวมไพร์ ขึ้นมา เพื่อส่งแข่ง TBL ดังนั้นจึงยึดมาตรฐานว่าต้องให้ได้แบบ NBA

โมโน แวมไพร์ ได้จัดการเนรมิตพื้นที่ที่เป็นป่า ข้างสตูดิโอของสถานีโมโน 29 มาสร้างสนามบาสเกตบอลที่ดูทันสมัย และได้รับมาตรฐานจาก FIBA (สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ) งบก่อสร้างราว 200 ล้านบาท พื้นสนาม ถูกนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ตรงตามมาตรฐานของ FIBA และ NBA โดยพื้นสนามของ 29 สเตเดียม เป็นพื้นสนามแบบ 2 ชั้น ทำให้สนามของ โมโน แวมไพร์ สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า และช่วยลดอาการบาดเจ็บของนักกีฬาได้อีกด้วย ระบบไฟรอบสนาม ที่ส่องสว่างได้มาตรฐาน FIBA รวมถึงจอ LED ขนาดใหญ่ทั้ง 4 มุม ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในสนามบาสเกตบอลต่างประเทศ เก้าอี้ที่นั่งผู้ชมมีหมายเลขติดและสามารถรองรับผู้ชมได้ 1,500 คน

การสร้างทีมแบบมืออาชีพ

ฤดูกาล 2015 โมโน แวมไพร์ ทำการเปลี่ยนแปลงทีม ดึงเอาโค้ชฝีมือดีอย่าง ดักลาส มาร์ตี ที่มีประสบการณ์ในการเล่น บาสเกตบอล รวมถึงการทำงานโค้ชให้กับหลาย ๆทีม ทั้งในยุโรป และอเมริกา เข้ามาทำหน้าที่เป็น เฮดโค้ช นอกจากนี้ โมโน แวมไพร์ ยังได้เสริมผู้เล่นไทย และต่างชาติฝีมือดี ดีกรีผ่านระบบการดราฟท์ NBA หรืออดีตผู้เล่น NBA เข้ามาทำให้แข็งแกร่ง จากทีมน้องใหม่ไฟแรงจาก “ค้างคาวอมตะ” ที่สามารถเดินหน้ากวาดแชมป์ ไทยแลนด์ บาสเกตบอล ลีก 3 สมัยติดต่อกัน ในฤดูกาล 2015-2017

จิรัญ รัตนะวิริยะชัย ผู้บริหารทีมโมโน แวมไพร์ เปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จ ที่สโมสรทำได้ โดยเริ่มต้นจากทำให้นักกีฬาในสังกัด สามารถอยู่ได้ด้วยการเล่นบาสเกตบอล อาชีพ แทนที่จะต้องไปทำงานประจำ และเล่นบาสเป็นงานอดิเรก ในขณะเดียวกัน โมโน แวมไพร์ ยังสร้างปรากฏการณ์จากลีกที่แทบจะไม่มีคนดู ให้กลายเป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยแฟนบาสเกตบอล ที่ต้องซื้อตั๋วเข้ามาชมเกม จนต้องมีบางแมตช์ ที่ต้องตั้งจอให้แฟนคลับ ที่เข้าสนามไม่ได้ ได้ชมเกมด้านนอกสนามอีกเช่นกัน

คาแรกเตอร์ของทีม ส่งผลให้ “โมโน แวมไพร” มีแฟนคลับเพิ่มขึ้น ทั้งที่เข้ามาดูในสนาม และรับชมผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวี ที่ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ยังรวมถึงในระดับภูมิภาคอาเซียน ที่พวกเขาเริ่มที่จะส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ASEAN Basketball League (ABL) ฤดูกาล 2016-2017 เป็นต้นมา และได้ตำแหน่งรองแชมป์มาครอง ในซีซั่นต่อมา

พวกเราจะเป็นเบอร์ 1 ในเอเชีย

การเจริญเติบโตของ โมโน แวมไพร์ นอกจากจะทำให้ บรรยากาศในลีก TBL คึกคักขึ้น เพราะสโมสรต่าง ๆ หันมาลงทุนมากขึ้น และพยายามพัฒนาทีมเพื่อต่อกรกับพวกเขา ส่งผลให้บรรยากาศในวงการบาสเกตบอลไทยเริ่มคึกคักขึ้นบ้าง จากที่ซบเซามานานหลายปี ด้วยความพร้อมของ “โมโน แวมไพร์” ก็มีส่วนทำให้ ค้างคาวอมตะ ได้รับเลือกทำหน้าที่ เป็นเจ้าภาพ ศึกบาสเกตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย 2018 (FIBA Asia Champions Cup) ซึ่งถือเป็นย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่ของวงการยัดห่วงของประเทศไทยเลยทีเดียว ในการจัดการแข่งขันรายการระดับทวีป

อย่างไรก็ดี ประเทศไทย ยังมีข้อจำกัดสำหรับ กีฬาบาสเกตบอล ที่มีทรัพยากรให้ใช้งานน้อย นอกเหนือจากเรื่องการพัฒนาสโมสร ในสนามแล้ว โมโน แวมไพร์ ยังมักหาเวลาไปทำกิจกรรมคืนกำไรแก่สังคม ด้วยการเปิดสนามต้อนรับ สถานศึกษา, ทีมบาสเกตบอลตามต่างจังหวัด เข้ามาเยี่ยมชมรังเหย้าที่ทันสมัย รวมถึงออกไปจัดกิจกรรมฝึกสอนบาสเกตบอล ตามสถานศึกษา และปรับปรุงสนามบาสฯ ทำแป้นบาส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ เยาวชนรุ่นใหม่

สำหรับสโมสรกีฬาที่เพิ่งก่อตั้งมาได้แค่ 4 ปี การได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับวงการกีฬา ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจ มากกว่าการได้รับถ้วยรางวัล แชมป์ใด ๆ ที่ทีมกีฬาพึงกระทำได้ อย่างน้อยที่สุด เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ที่สโมสรได้สร้างไว้ สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในวันที่ไม่มีคนดูในลีก แต่ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี และใส่ใจความตั้งใจ คนล้นสนามไม่ใช่เรื่องไกลเกินไป เช่นเดียวกับเป้าหมายที่อาจดูห่างไกล แต่พวกเขาก็พร้อมเดินฝ่าไปให้ระยะทางสั้น

ขอบคุณที่มาจาก www.ufa877.com

สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เอ็นบีเอ (NBA)

สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เอ็นบีเอ (NBA)
เอ็นบีเอ (NBA)


สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เอ็นบีเอ (NBA) ย่อมาจากคำว่า National Basketball Association  เป็นชื่อเรียกของลีกบาสเกตบอลอาชีพในอเมริกาเหนือ รวมจากประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และมีนักกีฬาบาสเก็ตบอลชั้นนำของโลกเล่นอยู่ในเอ็นบีเอเป็นจำนวนมาก ทำให้มาตรฐานของระดับการแข่งขันนั้นอยู่ในระดับสูง สัญลักษณ์ประจำนั้น เป็นภาพเงาของ เจอร์รี เวสต์ (อดีตผู้จัดการทั่วไปของทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ และทีมเมมฟิส กริซลีส์)

เอ็นบีเอ ได้เริ่มก่อตั้งที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1946 ในชื่อว่า Basketball Association of America (BAA) และในต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น National Basketball Association ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปี ค.ศ. 1949 หลังจากการได้รวมตัวกับทีมจาก National Basketball League (NBL) ซึ่งเอ็นบีเอนั้นเป็นลีกกีฬาอาชีพแรก มีโค้ชหลักเป็นคนสีผิวดำในปี ค.ศ. 1966 และยังเป็นลีกแรกที่มีผู้จัดการทั่วไปเป็นคนสีผิวดำ ในปี ค.ศ. 1972 นอกจากนี้ก็ยังเป็นลีกแรกที่มีเจ้าของทีมเป็นคนสีผิวดำ ในปี ค.ศ. 2002 อีกด้วย

บุคคลสำคัญเอ็นบีเอ

1. ประธาน และ คอมมิสชันเนอร์

ประธาน (จากอดีต) และคอมมิสชันเนอร์ (ในปัจจุบัน) จะเป็นในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดในเอ็นบีเอ มีรายนามดังต่อไปนี้

  • มอริส โพโดลอฟ ประธาน ในปี พ.ศ. 2489 – 2506
  • วอลเตอร์ เคนเนดี้ ประธาน ในปี พ.ศ. 2506 – ค.ศ. 2510 และ คอมมิสชันเนอร์ ในปี พ.ศ. 2510 – 2518
  • แลร์รี โอ ไบรอัน คอมมิสชันเนอร์ ในปี พ.ศ. 2518 – 2527
  • เดวิด สเติร์น คอมมิสชันเนอร์ ในปีพ.ศ. 2527 – 2557
  • อดัม ซิลเวอร์ คอมมิสชันเนอร์ พ.ศ. 2557 ในปัจจุบัน

2. นักกีฬา

เอ็นบีเอ (NBA)

ทีมในเอ็นบีเอ

ครั้งเริ่มก่อตั้งลีก มีทีมทั้งหมด 11 ทีม โดยมีการเพิ่ม ลด และย้ายที่ตั้ง จนปัจจุบันมีทั้งหมด 30 ทีม มีหนึ่งทีมที่อยู่ในประเทศแคนาดา คือ โทรอนโต แร็ปเตอรส์ ที่เหลือ 29 ทีมอยู่กระจายกันในประเทศสหรัฐอเมริกา

รายชื่อทีมในปัจจุบัน

  • แอตแลนตา ฮอกส์ (Atlanta Hawks) (1968-ปัจจุบัน)
  • บอสตัน เซลติกส์ (Boston Celtics) (1946-ปัจจุบัน)
  • บรูคลิน เน็ตส์ (Brooklyn Nets) (2012-ปัจจุบัน)
  • ชาล็อต ฮอร์เน็ตส์ (Charlotte Hornets) (2004-ปัจจุบัน)
  • ชิคาโก บูลส์ (Chicago Bulls (1966-ปัจจุบัน)
  • คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ (Cleveland Cavaliers) (1970-ปัจจุบัน)
  • ดัลลัส แมฟเวอริกส์ (Dallas Mavericks) (1980-ปัจจุบัน)
  • เดนเวอร์ นักเก็ตส์ (Denver Nuggets) (1967-ปัจจุบัน)
  • ดีทรอยต์ พิสตันส์ (Detroit Pistons) (1957-ปัจจุบัน)
  • โกลเด้น สเตท วอริเออร์ส (Golden State Warriors) (1962-ปัจจุบัน)
  • ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ (Houston Rockets) (1971-ปัจจุบัน)
  • อินเดียนา เพเซอร์ส (Indiana Pacers) (1967-ปัจจุบัน)
  • ลอสแอนเจลิส คลิปเปอร์ส (Los Angeles Clippers) (1984-ปัจจุบัน)
  • ลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ (Los Angeles Lakers) (1960-ปัจจุบัน)
  • เมมฟิส กริซลีส์ (Memphis Grizzlies) (2001-ปัจจุบัน)
  • ไมอามี ฮีท (Miami Heat) (1988-ปัจจุบัน)
  • มิลวอกี บักส์ (Milwaukee Bucks) (1968-ปัจจุบัน)
  • มินเนโซตา ทิมเบอร์วูลฟ์ส (Minnesota Timberwolves) (1989-ปัจจุบัน)
  • นิว ออร์ลีนส์ พิลีแกนส์ (New Orleans Pelicans) (2002-ปัจจุบัน)
  • นิวยอร์ก นิกส์ (New York Knicks) (1946-ปัจจุบัน)
  • โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ (Oklahoma City Thunder) (2008-ปัจจุบัน)
  • ออร์แลนโด แมจิก (Orlando Magic) (1989-ปัจจุบัน)
  • ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส (Philadelphia 76ers) (1963-ปัจจุบัน)
  • ฟีนิกซ์ ซันส์ (Phoenix Suns) (1968-ปัจจุบัน)
  • พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส (Portland Trailblazers) (1970-ปัจจุบัน)
  • ซาคราเมนโต คิงส์ (Sacramento Kings) (1985-ปัจจุบัน)
  • ซานแอนโตนิโอ สเปอรส์ (San Antonio Spurs) (1973-ปัจจุบัน)
  • โทรอนโต แร็ปเตอรส์ (Toronto Raptors) (1995-ปัจจุบัน)
  • ยูทาห์ แจ๊ซ (Utah Jazz) (1979-ปัจจุบัน)
  • วอชิงตัน วิซาร์ดส์ (Washington Wizards (1963-ปัจจุบัน)
  • (ทีมซึ่งย้ายถิ่นฐานมาจากที่อื่น) (ทีมซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของ American Basketball Association และเข้าร่วม NBA ในปี ค.ศ. 1976) (ทีมซี่งย้ายถิ่นฐานในขณะที่เป็นส่วนหนึ่งของ American Basketball Association)
เอ็นบีเอ (NBA)

ฤดูกาลปกติ

ในแต่ละทีมเริ่มเทรนนิงแคมป์ (Training camp) ช่วงเดือนตุลาคม ช่วงนี้ช่วยให้สตาฟโค้ชประเมินผลผู้เล่น โดยเฉพาะผู้เล่นหน้าใหม่ที่จะเล่นในปีแรก ซึ่งจะตรวจสอบจุดแข็งและจุดอ่อนของทีม และเตรียมความแข็งแรงของร่างกายผู้เล่นเพื่อให้พร้อมสำหรับฤดูกาลปกติ มีการคัดผู้เล่นในรายชื่อทีม ซึ่งมีได้ 12 คน รวมกับรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บอีก 3 คน ทีมยังสามารถกำหนดผู้เล่นที่มีประสบการณ์น้อยกว่าสองปีไปเล่นในดี-ลีก (NBA Development League หรือ D-League) เพื่อพัฒนาฝีมือก่อนได้

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะหยุดการเล่นฤดูกาลปกติชั่วคราว เพื่อจัดออล-สตาร์เกม (All-Star game)และกิจกรรมอื่นๆ เช่นเกมรูคกี (Rookie game) เป็นการพบกันระหว่างผู้เล่นปีแรกที่เก่งที่สุดแข่งกับผู้เล่นปีที่สองที่เก่งที่สุด การแข่งขันชู้ตสามคะแนน (Three-Point Contest) การแข่งสแลมดังก์ (Slam Dunk Contest) เป็นต้น

ในช่วงฤดูกาลปกติ ทีมสามารถเทรดผู้เล่นได้จนถึงวันสุดท้าย ซึ่งกำหนดไว้หลังเกมไม่นาน หลังจากวันนั้นทีมไม่สามารถเทรดได้ แต่ยังสามารถเซ็นสัญญาหรือปล่อยตัวผู้เล่นได้

รางวัล

เมื่อจบฤดูกาลปกติแล้ว จะมีการโหวตและให้รางวัลด้วยอย่างเช่น รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (Most Valuable Player Award), รางวัลผู้เล่นตัวสำรองแห่งปี (Sixth Man of the Year Award), รางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี (Rookie of the Year Award), รางวัลผู้เล่นเกมรับแห่งปี (Defensive Player of the Year Award), รางวัลผู้เล่นที่พัฒนามากที่สุด (Most Improved Player Award), รางวัลโค้ชแห่งปี (Coach of the Year Award)

นอกจากจะมีรางวัลรายบุคคลแล้ว และยังมีการจัดทีมโดยนำเอาผู้เล่นแต่ละตำแหน่งมารวมกัน คือ ทีมออล-เอ็นบีเอ (All-NBA), ทีมออล-ดีเฟนซีฟ (All-Defensive), และทีมออล-รูคกี (All-Rookie) โดยทีมออล-เอ็นบีเอ มีทั้งหมดสามทีม ทีมแรกจะประกอบด้วย การ์ด 2 คน, ฟอร์เวิร์ด 2 คน และ เซ็นเตอร์ 1 คนที่เก่งที่สุดในเอ็นบีเอ ส่วนทีมสองและทีมสามประกอบด้วยผู้เล่นทั้งห้าตำแหน่งที่เก่งรองลงมา ทีมออล-ดีเฟนซีฟ มีสองทีม ประกอบขึ้นจากนักบาสที่เก่งด้านเกมรับทีมละ 5 คน ส่วน ออล-รูกี ก็มีสองทีมเช่นเดียวกัน รวบรวมผู้เล่นหน้าใหม่ที่เก่งที่สุด 5 คน

ฤดูกาลเพลย์ออฟ

เพลย์ออฟเริ่มแข่งราวปลายเดือนเมษายน แต่ละคอนเฟอเรนซ์จะคัดทีมที่เข้าแข่งคอนเฟอเรนซ์ละ 8 ทีม ทีมอันดับดีที่สุดในสายทั้งสามและอีกทีมที่ได้สถิติดีที่สุดรองลงมาจะถูกวางอันดับที่ 1 ถึง 4 ตามสถิติของฤดูกาลปกติ กล่าวได้ว่าสามอันดับแรกไม่จำเป็นต้องเป็นแชมป์เสมอไป ส่วนทีมอันดับที่ 5 ถึง 8 จะได้จากทีมที่มีสถิติดีถัดไปอีก 4 ทีม จะรวมเป็น 8 ทีมต่อคอนเฟอเรนซ์ ดังนั้นทีมที่ชนะจะเป็นแชมป์เอ็นบีเอ ได้ถ้วย แลร์รี โอ ไบรอัน ส่วนผู้เล่นและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคือ โค้ช ผู้จัดการทีมทั่วไป จะได้แหวนแชมป์ และยังมีรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในรอบไฟนอล (NBA Finals MVP) อีกด้วย โดยรอบไฟนอลนั้นจะแข่งภายในเดือนมิถุนายน

การดราฟท์ผู้เล่น

การดราฟท์คือการคัดเลือกผู้เล่นหน้าใหม่ๆ เพื่อเข้าเล่นในลีกเอ็นบีเอ ปัจจุบันจะดราฟปลายเดือนมิถุนายน จะมีทั้งหมดสองรอบ รอบละ 30 คน เท่ากับจำนวนทีมในเอ็นบีเอ ผู้เล่นที่ถูกดราฟท์ในรอบแรกจะได้เซ็นสัญญาอย่างน้อยหนึ่งปีกับทีม ส่วนผู้เล่นที่ถูกดราฟท์ในรอบสอง ทีมจะมีสิทธิ์ในตัวผู้เล่นสามปีแต่ไม่จำเป็นต้องเซ็นสัญญาการเล่น

ลำดับการดราฟท์จะดูจากสถิติของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยทีมที่ไม่ผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟจะได้เข้ามาจับสลาก เลือกทีมที่ได้สิทธิ์ในการดราฟท์สามอันดับแรก ในการเทรดหรือแลกเปลี่ยนผู้เล่นระหว่างทีม สามารถแลกสิทธิ์ในการดราฟท์ได้ด้วย ผู้เล่นที่เล่นในระดับมหาวิทยาลัยแล้วมีสิทธิ์เข้าการดราฟท์โดยอัตโนมัติ ส่วนผู้เล่นที่มีอายุครบ 19 ปีในปีที่ดราฟท์และเล่นระดับมัธยมปลายอย่างน้อยหนึ่งปีสามารถลงชื่อเพื่อเข้าดราฟท์ได้ก่อนวันดราฟท์จริงอย่างน้อย 60 วัน ผู้เล่นดังกล่าวสามารถถอนตัวก่อนหน้าที่จะดราฟท์ 10 วันและกลับไปเล่นระดับมหาวิทยาลัยได้ นอกจากว่าผู้เล่นนั้นเซ็นสัญญากับตัวแทนนักกีฬาหรือเคยถอนตัวจากการดราฟท์ในปีก่อน

ขอบคุณที่มาจาก ufa877

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!