เรื่องเด่น

ลาร์รีอี. ซิกฟรีด

ลาร์รีอี. ซิกฟรีด
ลาร์รีอี. ซิกฟรีด

ลาร์รีอี. ซิกฟรีด หรือ Larry Siegfried เป็นนักบาสเกตบอล ผู้เล่นในลีกบาสเกตบอลแห่งชาติของอเมริกัน

การแข่งขันในระดับมืออาชีพ

American Basketball League ในปี 1961-1962

Cleveland Pipers ABL Champs เขาได้รับการคัดเลือกเป็นเป็นหนึ่งนักเล่นคนสำคัญในลีก NBA ในตอนนั้นได้รับการดราฟเข้าทีมจาก Royals Cincinnati จากการคัดเลือกรอบแรกในปี 1961 เพื่อที่จะจับคู่ในการแข่งขันกับ Oscar Robertson ในรอบ backcourt Siegfried ซึ่งในปีนั้นเขาได้เข้าร่วมคลีฟแลนด์ไพเพอร์สของอเมริกันบาสเกตบอล

ลีกสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ ในปี 1960-1971

แชมป์ดับดับแรกของทีม Boston Celtics ในปี 1963–1970 ต่อมา ABLได้รับสิทธิ์กับ St. Louis Hawks เขาได้ถูกออกอย่างน่าตกใจ และในต่อมาเขาเป็นโค้ชในโรงเรียนมัธยม แต่อดีตเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย Havlicek ชื่อว่า Red Auerbach ให้เขาลองกลับมาเล่นให้กับบอสตันเซลติกส์ ซึ่งเขาก็ได้กลับมาและได้มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มมากขึ้น ต่อมาในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการป้องกันการยิงลูกโทษได้ จนทีมกล่าวว่าเขานั้นเป็นกุญแจที่สำคัญของทีม อีกทั้งยังสามารถพาทีมคว้าแชมป์ NBA ให้กับบอสตันเซลติกส์ ไปได้ในปี 1968

เขาได้ลงการแข่งขันในฤดูกาลแรกถึง 7 ครั้ง กับทีมบอสตันเซลติกส์ และได้รับคะแนนถึง 5 คะแนในช่วงเวลานั้น เขาทำอัตราการโยนที่ดีที่สุดเมื่อปีในฤดูกาล 1965 – 1966 และ 1968 – 1969

ต่อมาเมื่อเขาเป็นนักบาสมืออาชีพ N B A เขาได้เขาร่วมการแข่งขันให้กับทีม Rockets และ Hawks

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

c r e d i t : UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เรื่องเด่น

เดอมาร์คัส คัสซินส์

เดอมาร์คัส คัสซินส์
เดอมาร์คัส คัสซินส์

เดอมาร์คัส คัสซินส์ เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพ เกิดวันที่ 13 เดือนสิงหาคม หรือเรียกอีกชื่อได้ว่า Boogie เขานั้นได้เล่นบาสเกตบอลให้กับ  Kentucky Wildcats ในปี 2010 ต่อมาเขาได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับที่ 5 ในการดราฟ NBA โดย  Sacramento Kings ในฤดูกาลแรกของเขากับ Sacramento Kings เขาได้ถูกเสนอชื่อเป็นคนแรกกับ NBA All-Rookie ในปี 2015-2018 จนกระทั่งเขานั้นสามารถเขาชนะจนได้รางวัลเหรียญทองถึง 2 ครั้งในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของทีมชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งนั่นก็เป็นครั้งแรกของเขากับการแข่งขันเมื่อปี 2014 ในที่ FIBA Basketball World Cup และ ครั้งที่ 2 คือ Rio Olympics นั่นเอง

Boogie คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ ในศึก NBA

ในศึกบาสเกตบอลของ NBA ช่วงฤดูกาลปกติ ทีมที่ได้แข่งขันคือ นิวออร์ลีนส์ พีลิแกนส์ ที่สามารถบุกจนเอาชนะชาล็อต ฮอร์เนตส์ ไปด้วยคะแนน 101-96 เมื่อช่วงเกมหลัง (เกม10หลัง)  ซึ่งพวกเขาสามารถพาทีมบุก จนหลาย ๆ คนมองว่าเขาทำผลงานกรบุกได้ดีจนเขานั้นสามารถที่จะเอาชนะได้ด้วย 7 เกม และแพ้เพียง 3 เกม เท่านั้น สุดท้ายแล้วเขาก็ยังสามารถทำคะแนนจนชนะติดต่อกันถึง 3 เกมอีกด้วย

ทั้งนี้ผลงานของทีม นิวออร์ลีนส์ พีลิแกนส์ ดีมาตลอดและเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นเพราดาวเด่นของทีมอย่าง เดอมาร์คัส คัสซินส์ ,จรู ฮอลิเดย์ และแอนโทนี เดวิส ซึ่งเขาทั้งสามนั้นสามารถเล่นด้วยกันอย่างดีมาก ๆ จนทำให้ผลงานของทีมนั้นดีอย่างต่อเนื่องจึงส่งผลให้ทีมนั้นสามารถชนะถึง 3 เกมติดต่อกัน จนทีมสามารถคว้ารางวัล NBC PBT Player ในที่สุด

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

โปรโมชั่น UFA569

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เรื่องเด่น

คริสพอล

คริสพอล
คริสพอล

คริสพอล หรือ คริสโตเฟอร์เอ็มมานูเอลพอล เขาเกิดในวันที่ 6 พฤษภาคม 1985 เขาเป็นชาวอเมริกันนักบาสเกตบอลมืออาชีพ ของเมือง  Oklahoma City Thunder ใน NBA ตลอดการแข่งขันนั้น เขายังได้รับรางวัลNBA Rookie of the Year Award ที่เป็นรางวัลผู้เล่นที่มีคุณค่าในเกม NBA All-Star เป็นจำนวน 2 เหรียญทองของการแข่งขันในโอลิมปิก เขายังามารถทำแอสซิสถึง 4 ครั้ง ใน 1 เกม อีกทั้งเขายังได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมทีม NBA All-Defensive จำนวน 9 ทีม อีกด้วย

Chris Paul เป็นคนอเมริกันที่เรียน ในโรงเรียน McDonald’s All-American และต่อที่มหาวิทยาลัย Wake Forest Wake Forest  เป็นเวลา 2 ปี กับการเล่นบาสเกตบอลในมหาวิทยาลัย

เขาสามารถทำให้ Demon Deacons ได้ประสบความสำเร็จ เขาได้รับเลือกเป็นอันดับที่ 4 จากการดราฟใน  NBA draft ในปี 2005 โดยทีมที่คัดเลือกเขา ก็คือ ทีม New Orleans Hornets

เขานั้นได้ลงการแข่งขันและได้เป็นผู้เล่นคนสำคัญของลีกใน NBA Most Valuable Player Award ปี 2008 ต่อมาในช่วงของปี  2011 Chris Paul ก็ได้แลกเปลี่ยนทีมไปอยู่กับ Los Angeles Lakers เพื่อที่จะทำเพียงแค่ธุรกรรมเท่านั้น แต่ก็ดันเป็นโมฆะใน NBA

ต่อมาจากนั้นในช่วงฤดูร้อนในปีนั้น เขาก็ยังได้รับการจัดการปัญหา และไปอยู่กับ Los Angeles Clippers

เบื้องหลังของความสามรถจากการเล่นของเขานั้นกับทีม Los Angeles Clippers เขาได้มุ่งมั่น และพัฒนาทักษะความสามรถจนทำให้เขานั้นมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น เขาจึงได้รับฉายาว่า “Lob City” ในปี 2017 ต่อมาเขาได้แข่งขันกับทีม Houston Rockets จนสามารถทำให้ทีมของเขานั้นชนะ และยังได้ franchise-record 65 เกมในซีซั่นนั้นอีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความจาก ufabet168 ไซต์ของเรามี โปรโมชั่น มากมายให้คุณเลือก โปรดติดตามข่าวสารได้ทางเว็บไซต์ของเรา

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เรื่องเด่น

เดรย์มอนด์กรีน

เดรย์มอนด์กรีน
เดรย์มอนด์กรีน

เดรย์มอนด์กรีน หรือ Draymond Jamal Green Sr. เขาเกิดวันที่ 4 เดือนมีนาคม 1990 เขาเป็นชาวอเมริกันและนักบาสเกตบอลมืออาชีพ ที่เล่นให้กับทีม Golden State Warriors ใน NBA หรือสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติอ เขานั้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญในตำแหน่ง power forward โดยเขาสมารถทำคะแนนได้ถึง 3 ครั้ง ใน NBA All-Star เมื่อปี 2017 จนเขาสามารถได้รับรางวัล NBA Defensive Player of the Year ในปีนั้น

Draymond Green เติบโตขึ้นมาในนอว์มิชิแกน และเล่นบาสเกตบอลในมหาวิทยาลัยในรัฐมิชิแกน เขาได้มีชื่อเสียงกับการลงไปแข่งขันชิงแชมป์บิ๊กเทนในปี 2012 ตลอดในวิทยาลัย 4 ปี เขาได้รับการคัดเลือกใรรอบ 10 คน ในรอบ All-American และ NABC ต่อมาเขาได้รับการคัดเลือกจากการดราฟของทีม Golden State Warriors จากนั้นต่อมาเขาได้มีชื่อเสียงละมีคุณสมบัตที่ดีมาโดยตลอด จน Warriors นั้นภาคภูมิใจในตัวเขาเพราะในปี 2015 ปี 2017 และปี 2018 เขานั้นสามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้มาตลอด

ในการลงแข่งขัน Draymond Green ได้เล่นในนาทีที่สำคัญหลายครั้งจนเขานั้นได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่นที่สำคัญคนหนึ่งของทีม และเป็นผู้เล่นแนวหน้าที่มากความสามารถและเก่ง จนมีแนวโน้มว่าเขานั้นจะเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของลีก NBA เลยทีเดียว

การเข้าร่วมแข่งขันกับ Golden State Warriors

ในฤดูกาล 2012-2013 Draymond Green ได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับที่ 35 จากการดราฟใน NBA ปี 2012 โดย Golden State Warriors เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2012 ด้วยสัญญาอยู่ที่ 2.6 ล้านดอลล่าร์ และได้มีการเปิดตัวในวันที่ 31 ต.ค. เข้าแข่งขันกับทีม Phoenix Suns

ในฤดูกาล 2015-2016 เขาได้เซ็นสัญญากับทีม Golden State Warriors อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้จะเป็นสัญญาร่วมทีม 5 ปี กับมูลค่าที่สูงขึ้นคือ 82 ล้านดอลล่าร์ เขาสามารถช่วยทีมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยคะแนน 10-0 หลังจากเริ่มฤดูกาลซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 11.9 คะแนน 7.7 รีบาว 6.6 แอสซิส 1.2 บล็อกต่อเกม เมื่อ 24 พ.ย. จนสามารถเอาชนะ Los Angeles Lakers การแข่งขันครั้งนี้เป็นบันทึกที่ดีที่สุดในรอบหนึ่งที่สำคัญใน NBA

อาชีพในทีมชาติ

Draymond Green เป็นตัวแทนคนหนึ่งใน United States national team จากการแข่งขันของบาสเกตบอล Summer Universiade ปี 2011 ในประเทศจีน โดยสามารถจบได้ในอันดับที่ 5 จากการแข่งขัน ซึ่งเขานั้นได้คะแนนเฉลี่ยนอยู่ที่ 8.6 คะแนน 6 รีบาวน์ และเฉลี่ยการทำแต้ม 46.3%

จากนั้นในเดือนมิ.ย ปี 2016 เขาได้มีชื่อยู่ในทีมชาติสหรัฐอเมริกา กับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในฤดูร้อนปี 2016 เขาได้ช่วยพาทีมเอาชนะและได้เหรียญทอง Rio จนสำเร็จ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณผู้สนับสุน UFABET1688

เรื่องเด่น

เรกจี มิลเลอร์

เรกจี มิลเลอร์
เรกจี มิลเลอร์

เรกจี มิลเลอร์ (Reggie Miller) หรือเรียกเขาอีกชื่อได้ว่า “เรจินัลเวย์มิลเลอร์” เขาเกิดในวันที่ 24 ส.ค. 1965 เขาเคยเป็นอดีตนักบาสเกตบอลมืออาชีพ ชาวอเมริกัน เล่นในตำแหน่ง shooting guard ในทีม Indiana Pacers เขาได้เริ่มเข้าแข่งกันเพียงแค่อายุ 18 ปีเท่านั้น และยังสามารถเข้ามาอยูใน National Basketball Association (NBA) ได้อีกด้วย เขานั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของทักษะความสามารถในด้านความแม่นยำ จากการยิงลูก 3 จุด โทษ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่กดดันเขาก็ทำได้ดีและเป็นที่พอใจอย่างมาก เขาจึงได้รับฉายานามว่า Knick Killer เมื่อเขาได้ทำในบันทึกในประวัติศาสตร์ที่มากที่สุดสำหรับ career 3-point field ต่อมาในปัจจุบันนั้นเขาก็ยังเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังของการแข่งขันนักบาสรุ่นน้องอย่าง Ray Allen อีกด้วย

Reggie Miller ได้รับการยอมรับว่าเขานั้นเป็นผู้เล่นที่มากความสามารถในการแข่งขันจนทำให้ทีมเอาชนะการแข่งขันเป็นอย่างมาก และเขาก็ยังเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่สำหรับ Indiana Pacers ไปตลอด ในการแข่งขันครั้งที่ 31 หลังจากที่ได้เกษียณและออกจากการแข่งขันมา เพราะอายุที่มากขึ้น และร่างกายไม่ได้คล่องแคล่วเหมือนแต่ก่อน แต่ปัจจุบันนี้นั้นเขาได้ทำอาชีพเป็นผู้ประกาศข่าวของ NBATNT เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2012 ซึ่งเขานั้นได้รับคำแต่งตั้งให้เป็นผู้ประกาศข่าวใน Naismith Memorial Basketball Hall of Fame .

เขาถูกยกให้เป็นตำนานของ NBA คนหนึ่ง ในส่วนของการทำคะแนนจากการยิง 3 แต้ม เมื่อช่วงเวลาที่สำคัญ ๆ ในการแข่งขันมาตลอด เขาเป็นผู้เล่นหมายเลข 31 ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงเวลานั้น อีกทั้งเขายังมีความรู้ความสามารถเรียนจบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส หรือ UCLA อีกด้วย นับว่าเขานั้นมีความสามารถทั้งการเรียนรู้และการกีฬามาก ๆ เลยทีเดียว

การเล่นที่สำคัญของ เรกจี มิลเลอร์

  • ในปี 1987 เขาได้รับการคัดเลือกเข้าทีม Indiana Pacers จากการดราฟรอบแรกในอันดับที่ 11
  • ในปี 1990 เขาได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 5 ตัวจริงของ NBA All-star game ทางตะวันออก
  • ในปี 1994 เขาสามารถทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 23.2 ต่อเกมการแข่งขันในรอบเพย์ออฟ และสามารถทำคะแนนนำ New York Knicks ในรอบชิงแชมป์ตะวันออก
  • ในปี 1996 เขายังเป็น 1 ในดรีมทีม ของอเมริกาที่สามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่แอตแลนตา จอร์เจีย
  • ในปี 1997 เขาเป็นคนแรกที่สามารถทำคะแนนได้ 15,000 แต้ม
  • ในปี 1998 เขามีชื่อเสียงและได้รับคำกล่าวชมจากการทำแต้ม 3 คะแนนรวด เพียงเวลาที่เหลือแค่ 5.9 วินาที และต่อมาสามารถทำ 3 คะแนน ในขณะที่เหลือเวลาเพียง 0.7 วินาทีในเกมที่ได้พบกับ Chicago Bullsในปี1999 เขาเป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดของ Indiana Pacers ในรอบ 10 ปี และเป็นผู้นำสถิติซู้ตลูกโทษ
  • ในปี 2000 เขาทพคำแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 24.3 แต้มต่อเกมในรอบชิงชนะเลิศ NBA
  • ในปี 2005 ได้มีการประกาศว่าจะเตรียมตัวรีไทร์หลังสิ้นสุดฤดูกาลปี 2005 ต่อมานั้นเขาทำ 39 แต้มเทียบเท่าอายุของเขา และเอาชนะ Los Angeles Lakers อีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

credit : UFABET1688

เรื่องเด่น

เทรซี แม็คเกรดี

เทรซี แม็คเกรดี
เทรซี แม็คเกรดี

เทรซี แม็คเกรดี (T r a c y M c G r a d y) เขาเกิดในวันที่24 พ.ค. 1979 ในเมืองบาร์โรวน์ รัฐฟลอริดา เขาเป็นคนอเมริกัน อดีตนักบาสเกตบอลมืออาชีพ เขาเป็นที่รู้จักกันดีในการเล่นกับสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ(NBA) shooting guard และสำเร็จถึง 7 ครั้ง ใน NBA All-Star นอกจากนั้นเขายังสามารถเล่นในตำแหน่งสมอลฟอร์เวิร์ดได้เช่นกัน ต่อมานั้นเขายังถูกเข้ารับเลือกให้เข้าสู่ Naismith Memorial Basketball Hall of Fame ซึ่งเขายังเป็นส่วนหนึ่งของปี 2017 อีกด้วย

เขาเป็นนักบาสเกตบอลที่มีวิธีการเล่นที่ดีและมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร เขามีความถนัดและได้เล่นในตำแหน่ง  shooting guard ได้อย่างคล่องแคล่วและดีเยี่ยม นอกจากนั้นเขายังมีความสามารถและทักษะที่ดีในการตั้งรับและการปัดบอลจากทีมตรงข้ามของเขาที่ถ้าหากพูดว่าใคร ๆ ก็ไม่สามารถที่จะที่ยบเท่าเขาได้ เขานั้นยังมียุคที่เป็นยุคทองของตนในชาวงปี 2001-2008  ซึ่งด้วยความที่เขานั้นไม่ค่อยและไม่ตั้งใจที่จะฝึกซ้อมและเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพจึงทำต่อมาในช่วงหลัง ๆ ของเขานั้นฝีมือตกเป็นอย่างมาก และจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการพัฒนาทักษะและความสามารถของเขาให้เหมือนเดิม เขาจึงได้มีการพัฒนาจากเดิมที่ไม่ค่อยได้ฝึกซ้อมมาฝึกซ้อมอย่างหนัก จนทำให้เขานั้นกลับมาเป็นเทพในวงการการยัดห่วงได้อีกครั้ง จนสุดท้ายก็สามารถกลับมารั้งในอันดับ  shooting guard คนเก่งและทักษะที่ดีในลีก NBA อันดับที่ 3 นั่นเอง

ในตอนที่เขาอายุ 40 ปี เขาได้คะแนนสูงสุดถึงสองครั้ง เมื่อปี 2546-2547 และได้ติดใน All-NBAในทีมแรก ถึงสองครั้ง และAll-NBA ครั้งที่สองถึงสามครั้ง เขาถูกมองว่าเป็นผู้เล่นในระดับไฮสคูลไปโปร ที่ได้ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง ตามผู้เล่นที่มีชื่อเสียงอย่างบ เควิน การ์เน็ต , เจอร์เมน โอนีล และ โคบี ไบรอันต์ แต่เขาก็มีข้อติอยู่ตรงที่เขานั้นไม่เคยผ่านการเข้ารอบในเพย์ออฟได้เลย ในช่วงเวลาของการเล่นของเขามาตลอดที่อยู่ในลีก NBA

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

credit : แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เรื่องเด่น

จูเลียสเออร์วิง

จูเลียสเออร์วิง
จูเลียสเออร์วิง

จูเลียสเออร์วิง (Julius Winfield Erving) ชื่อเล่นของเขาคือ ดอกเตอร์เจ (Dr. J) เขาเกิดในวันที่ 2 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1 9 5 0 เมืองรูสเวลท์ ในรัฐนิวยอร์ก เขานั้นเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลที่ได้ส่งเสริมการเล่นในสมัยใหม่ นั่นคือเขาได้ใช้ความสามารถในการกระโดด และการเล่นเหนือห่วงชู้ตบาสนั่นเอง

เขานั้นเป็นหนึ่งที่ทำให้ลีก American Basketball Association (N B A) กลับมาได้รับการยอมรับ หลังจากที่หลีกเอ็นบีเอได้สาบสุญไป และยังมีผู้เล่นในหลาย ๆ คนได้รับการยกย่องว่าเขานั้นเปรียบเสมือนเป็นดอกเตอร์เจ เขานั้นจึงได้เป็นนักกีฬาที่สำคัญของลีกเอ็นบีเอ ในตอนที่เขานั้นได้รวมตัวเข้าในลีกเอ็นบีเอในหลังฤดูกาลแข่งขันของปีค.ศ. 1 9 7 6 อีกด้วย

Julius Winfield Erving หรือดอกเตอร์เจ นั้นได้ลงการแข่งขันและได้เล่นบาสเกตบอลอาชีพให้กับทีมเวอร์จิเนีย สไควร์ส และทีมนิวยอร์กนิกของลีก NBA และยังเล่นให้กับทีมของ ฟิลลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอรส์อีกเช่นกัน เขานั้นได้แข่งขันพาทีมได้แชมป์เอ็นบีเอถึง 3 ครั้ง และเขานั้นยังได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าถึง 4 ครั้ง อีกทั้งเขาได้รับรางวัลเป็นผู้เล่นที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุด 3 ครั้ง เขาจึงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าสนใจและมีผู้เล่นหลายคนนับถือการเล่นในการแข่งขันของเขามาตลอด สุดท้ายนั้นเขายังมีสถิติในประวัติศาสตร์ที่ได้ทำคะแนนสูงสุดในอันดับที่ 5 ของกีฬาบาสเกตบอลที่สามารถทำคะแนนได้ถึง 30026 แต้มนั่นเอง

เขานั้นเป็นหนึ่งที่ได้รับการยกย่องให้อยู่ในทีมรวมดาวเด่นของลีกมาตลอด เขานั้นได้ถูกบันทึกชื่ออยู่ในหอเกียรติยศบาสเกตบอลในการฉลองในปีที่ 50 ของเอ็นบีเอ ถือได้ว่าเขานั้นคือดอกเตอร์เจที่มีความโดดเด่นมากที่สุด เทียบเท่ากับไมเคิล จอร์แดนก็ว่าได้ และเขานั้นก็เป็นนักบาสที่ดังและยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกับวินซ์ คาร์เตอร์ โดมินิค วิลคินส์ และไมเคิล จอร์แดน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความจาก UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เรื่องเด่น

อินเดียนาเพเซอร์ส

อินเดียนาเพเซอร์ส
อินเดียนาเพเซอร์ส

อินเดียนาเพเซอร์ส นั้นเป็นทีมอเมริกันบาสเกตบอลทีมอาชีพ ที่อยูใน Indianapolis กับการแข่งขันใน NBA หรือ สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เป็นสโมสรของ  Eastern Conference Central Division ที่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในครั้งแรกเมื่อปี 1967 ที่ร่วมเป็นสมาชิกของ American Basketball Association (ABA) และยังได้เป็นสมาชอกของ NBA เมื่อปี 1976 ที่ได้มาจากการควบคุมดูแลสโมสรและกิจการABA–NBA merger ทีมขอพวกเขาได้เข้าร่วมการแข่งขันหเกมแรกในบ้านของเขาที่ Bankers Life Fieldhouse ซึ่งทีมนี้เป็นทีมที่ได้มีการตั้งชื่อมาจากอินเดียนา ที่มาจาก Indianapolis 500’s เกี่ยวกับรถยนต์และอุตสาหกรรม harness racing

Indiana Pacers ได้รับรางวัลจากการแข่งขันในสามครั้งของ ABA และยังได้เป็นตัวแทนของ NBA Eastern Conference champions ในปี 2000 อีกเช่นกัน

ประวัติของทีม

ในปี 1967-1976 : ในต้นปี 1967 นั้นมีกลุ่มนักลงทุน 6 คน ได้ซื้อแฟรนไซน์ที่จะเสนอสมาคมบาสเกตบอลอเมริกัน ใน 7 ปีแรกนั้นพวกเขาสามารถเล่นใน Indiana State Fairgrounds Coliseum ในปี 1974 และพวกเขาก็ได้ย้ายไปที่ Market Square Arena ใน downtown Indianapolis ซึ่งได้เล่นมาถึง 25 ปี ต่อมาในช่วงฤดูกาลที่ 2 Indiana Hoosiers ได้ Bob “Slick” Leonard เป็นหัวหน้าโค้ชของทีมและสมาชิกยังได้รับแรงหนุนจากการเล่นที่ดีจากผู้เล่นมากความสามารถอย่าง Mel Daniels, George McGinnis, Bob Netolicky, Rick Mount, Freddie Lewis และ Roger Brown เพราะทีมที่ได้ความประสบผลสำเร็จมากในบันทึกของ NBA คือได้ชนะถึง 3 ครั้ง ใน ABA Championships ตลอดเวลา 4 ปี ดังนั้นพวกเค้ายังสามารถทำสถิติ ABA ของลีกด้วย 5 ครั้งใน 9 ปี นั่นเอง

ในปี 1976 – 1987 : Indiana Pacers เป็น 1 ใน 4 ทีมที่ได้เข้าร่วมใน ABA และได้เข้าร่วม NBA ในปี 1976 ของฤดูการ 1976-1977

ในปี 2017 – ปัจจุบัน : เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน Paul George ได้แลกตัวกับ Oklahoma City Thunder กับ Victor Oladipo และ Domantas Sabonis ตอนนั้น Indiana Pacers ได้รับคำวิจารณ์อย่างหนักกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนตัว แต่สุดท้ายก็ได้พิสูจน์ว่าเป็นการแข่งขันในฤดูกาลที่ดีที่สุดของ Oladipo โดยเขาสามารถทำคะแนนได้ดีจึงทำให้สามารถพาทีมชนะและได้รับรางวัลผู้เล่น NBA ที่ดีขึ้น

ต่อมานั้น Oladipo ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวสำรองในเกม All-Star ในปี 2019 และในขณะที่ได้เล่นกับ Toronto Raptors เมื่อวันที่ 23 มกรา 2019 เขาได้ออกจากเกมเพราะเกิดอุบัติเหตุอย่างหนักจนทำให้เค้าถูกคัดตัวออกตลอดการแข่งขันในฤดูกาลที่เหลือ

หลังจากจบฤดูกาลปี 2019 Indiana Pacers ได้คัดตัวผู้เล่นหน้าใหม่สี่คนซึ่งในคืนที่ได้เปิดตัวนั้น Holdover Myles Turner ได้เข้าร่วมซึ่งเป็นผู้เล่นตัวสำรองรวมทั้งเข้าซื้อตัวใหม่ Malcolm Brogdon , TJ WarrenและJeremy Lamb ที่เป็นกองหนุนชั้นดีเมื่อ Victor Oladipo ได้กลับมาจากอาการบาดเจ็บ และหลังจากเริ่มต้นฤดูกาล 0-3 Indiana Pacers สามารถทำสถิติด้วยคะแนน 26-15 ผ่านฤดูกาลโดยการจัดอันดับที่ 5 ใน Eastern Conference

ที่มา : UFABET1688

เรื่องเด่น

เอลเดนแคมป์เบล

 เอลเดนแคมป์เบล
เอลเดนแคมป์เบล

เอลเดนแคมป์เบล หรือ เอลเลนเจอโรมแคมป์เบล เขาเกิดในวันที่ 23 กรกฎาคม ในปี 2511 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันที่โดนรีทาย เขาเป็นผู้เล่นที่มีอำนาจและโด่งดัง ที่ได้เล่นในตำแหน่ง power forward และตำแหน่ง center ใน NBA (สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ)

การเล่นในอาชีพ

Elden Campbell ได้เข้าเรียนที่ Morningside High School ใน เกิลวูด California ก่อนที่จะได้เขาร่วมเล่นในบาสเกตบอลในวิทยาลัย ใน Clemson University ในช่วงสี่ปีในชีวิตของมหาวิทยาลัยนั้นเขาสามารถทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 15.3 คะแนนต่อเกม 6.8 รีบาวน์ต่อเกม และ 2.7 บล็อก ซึ่งในมหาวิทยาลัยของเขานั้นได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมที่โดดเด่นที่สุดของบาสเกตบอลในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย จากการสูญเสียในปี 1990 ในการแข่งขัน NCAA กับ Connecticut ได้ติดตาม miraculous และทำคะแนนการชู้ตแต้มได้ดี ต่อมาในปีเดียวกันนั้น Los Angeles Lakers ได้ดราฟเขาและเลือกเขาเป็นคนที่ 27 จากการดราฟในปี 1990 NBA draft.

ต่อมาในวันที่ 10 มีนาคม 1999 Elden Campbell ได้แลกตัวกับ Lakers พร้อมกับ Eddie Jones กับ Charlotte Hornets จาก Glen Rice, J. R. Reid และ B. J. Armstrong.

ช่วงเวลาที่เขาได้อยู่กับ Los Angeles Lakers นั้น เขาก็จะเล่นให้กับ Seattle SuperSonics และ New Jersey Nets เขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่นั้นใน 2 ฤดูกาลสุดท้ายในอาชีพของเขา เขายังเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ Detroit Pistons เขาได้มีชื่อในการบันทึกการแข่งขันในทีม NBA ในปี 2004  ในช่วงมี่เขาได้ดำรงตำแหน่งแคมป์เบลในทีม Detroit Pistons นั้น เขาได้รับการสนับสนุนให้เล่นในตำแหน่ง center

อาชีพทั้งหมดใน 15 ปีของเขานั้น Elden Campbell เขาได้เล่นในเกมทั้งหมด 1044 เกม เขาเมการเล่นในอาชีพด้วย 641 และ 106 ต่อมาในเกมเพย์ออฟเขาเริ่มที่ 53 ใน 15 และฤดูกาลแคมป์เบลเฉลี่ยอยู่ที่ 10.3 คะแนนต่อเกม 5.9 คะแนนรีบาวน์ และ 1.5 บล็อกต่อเกม เขานั้นยังเป็นที่รู้จักโดยเฉพาะความสามารถที่โดดเด่นของเขาคนทำให้หลาย ๆ คนชื่นชอบเขาเป็นอย่างมาก ขึ้นชื่อว่าเขานั้นเป็นนักกีฬาตัวยงที่มากความสามารถนั่นเอง เขาสามารถทำเกม shot-blocking ที่ 1602 ในบล็อกอาชีพของเขา และเนื่องจากความแข็งแกร่งของเขานั้นเขาได้รับการเสนอชื่อให้กับ O’Neal และยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นในอาชีพ NBA เพียงไม่กี่คนที่สามารถรับความท้าทายกับร่างกายอันแข็งแกร่งของตัวเขาอย่างจริงจัง สำหรับ Elden Campbell เขายังสามารถทำประตูที่ยอดเยี่ยมของ Los Angeles Lakers เมื่อปี 1990 ได้อีกเช่นกัน

ชื่อเล่นและชื่อเรียกของเขานั้นมีหลายชื่อนั่นก็คือ Easy, Big E, Big Homie และ The Janitor ซึ่งเขานั้นได้รับมาจากความสามารถที่เขาสามารถทำเกมและตำคะแนนต่าง ๆ ได้เยี่ยมยอดนั่นเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก UFABET1688

เรื่องเด่น

โจดูมารส์

โจดูมารส์
โจดูมารส์

โจดูมารส์ หรือ Joe Dumars เขาเกิดในวันที่ 24 เดือนพฤษภาคม ปี 1963 เขาเป็นอดีตนักบาสเกตบอลชาวอเมริกันที่เล่นใน NBA เขาสามารถเล่นได้ในตำแหน่ง Shooting guard และ Point guard เขาเป็นผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพสูง เขาได้เล่นให้กับ Detroit Pistons เมื่อปี 1985 จนถึงปี 1999 ซึ่งมี Dumars และ Isiah Thomas เชได้เข้าร่วมเล่นใน backcourts ที่ดีที่สุดในบันทึกของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (NBA) Joe Dumars  ได้ย้ายไปตำแหน่ง point guard โดยจะเล่นติดตามโทมัสในปี 1994 และยังได้ร่วมงานกับ Grant Hill จากนั้นเขาได้ถูกแต่งตั้งให้เข้าร่วม Basketball Hall of Fame เมื่อปี 2006 เขามีหน้าที่เป็นประธานในฝ่ายปฏิบัติการของบาสเกตบอลสำหรับทีม Detroit Pistons จากปี 2000 ถึงปี 2014 นั่นเอง

การเล่นบาสเกตบอลในอาชีพของเขา

เป็นเวลาสี่ปีที่ McNeese State University เขาได้ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 22.5 คะแนนต่อเกม ได้เป็นคนเล่นที่ดีเป็นคนที่ 6 ในประเทศ เขาได้ทำคะแนนในวิทยาลัยโดยการทำคะแนนสูงสุดเป็นอันดับที่ 11 ในบันทึกของ NCAA จากการดราฟในรอบแรกของเขาเมื่อปี 1985 เขาได้เล่นให้ Detroit Pistons ในอาชีพของเขาในปี 1985 ถึงปี 1999 จากนั้นเขายังได้รับรางวัล 2 championships ผู้ที่เล่นในปี 1989 และ 1990 และได้รับการโหวตให้เป็น 1989 Finals MVP โดยเฉลี่ยคะแนนอยู่ที่ 27.3 คะแนนต่อเกมเมื่อทีม Pistons ได้กวาด Los Angeles Lakers ชนะในสี่เกม ต่อจากนั้นเขาได้รับรางวัลและได้รับเกียรติใน Eastern Conference Finals

จากอาชีพของ Joe Dumars เขาได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม All-Star ถึง 6 ครั้งสำหรับ All-Defensive ทีมปรกถึง 4 ครั้ง ในฤดูกาลที่ 14 ซึ่งในทั้งหมดจะมี Pistons, Dumars ที่สามารถทำคะแนนได้ 16/401 คะแนนแอสซิส 4/612 รีบาวน์ ซึ่งแม้ว่าเขาจะอยู่และเป็นสมาชิกในทีม Bad Boys ที่มีชื่อเสียงในด้านการเล่นและดูโหดร้าย แต่เขาก็ได้เป็นที่รู้จักดีในส่วนของพฤติกรรมที่ดีของเขา เขาได้เป็นผู้ที่รับรางวัล NBA Sportsmanship Award เป็นคนแรก และได้รับรางวัล Joe Dumars Trophyอีกด้วย

เสื้อของเขาคือหมายเลข 4 จากทีม Detroit Pistons ในเดือนมีนาคมเมื่อปี 2000 เขานั้นมีความแตกต่างที่เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่ไม่เหมือนคนอื่น ๆ

Joe Dumars เขาได้เล่นให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา หรือ US national team ในการเข้าแข่งขันชิงแชมป์โลกในปี 1994 หรือ 1994 FIBA World Championship จนชนะและได้คว้าวัลเหรียญทองมาได้อีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : แทงบอลออนไลน์

เรื่องเด่น

มาร์คัสธอร์นตัน

มาร์คัสธอร์นตัน
มาร์คัสธอร์นตัน

มาร์คัสธอร์นตัน เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกัน เกิดในวันที่ 9 เดือนกุมภาพันธ์ 2993 เป็นผู้เล่นของทีม LAN Chalon ใน LNB Pro A เขาได้ถูกดราฟโดยทีม Boston Celtics กับอันดับที่ 45 จากผลการคัดเลือกใน 2015 NBA draft ธอร์นตันได้จบที่มหาวิทยาลัยในอาชีพที่ College of William & Mary หรือ (W&M) เมื่อปี 2015 และได้รับการตั้งชื่อในปี 2014-2015 Colonial Athletic Association ผู้เล่นสมาคมกีฬาแห่งปี ต่อมาเมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ 2015 ธอร์นตันนั้นได้มีคะแนนในอาชีพถึง 2,052 คะแนน เพื่อที่เขาจะได้แซงหน้าในสถิติในโรงเรียน Chet Giermak’s ที่สถิตินั้นมีมาถึง 65 ปี ใน NCAA Division I ที่มีมายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนในประเทศ

อาชีพการงาน

NBA Draft and Summer League เมื่อในวันที่ 25 เดือนมิถุนายน 2015 นั้นเขาได้รับการดราฟจากการเลือกอันดับที่ 45 จากการดราฟใน 2015 NBA draft ของทีม Boston Celtics จึงทำให้เขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้เล่นในรูปแบบการร่างในช่วงเวลาสมัยใหม่ ต่อมาเขาได้เข้าร่วมทีมสำหรับฤดูกาล 2015 NBA Summer League โดยท่เขาได้ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.1 และ 1.1 รีบาวน์ในเวลา 8 เกม

Sydney Kings ในปี 2015–2016 ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2015 เขาได้เซ็นสัญญากับ Sydney Kings จาก ออสเตเรีย ในปี 2015-2016 ในฤดูกาลบาสเกตบอลลีกแห่งชาติเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2015 ต่อมาเขาได้เปิดตัว Kings against the Cairns Taipans ในการทำคะแนนเพียงเวลา 29 นาทีในฐานะสมาชิกใหม่ของทีมสูงเขาทำบันทีกด้วย 9 แต้ม 3 รีบาวน์ 3 แอสซิส ด้วยการชนะ 87-63 เมื่อวันที่ 1 เดือนพฤศจิกายน ด้วยการยิง 29 คะแนน ดังนั้นเขาได้ปรากฏตัวทั้งหมด 28 เกม

Maine Red Claws ในปี 2016 ในวันที่ 1 มีนาคม 2016 นั้นเขาได้ถูกซื้อตัวโดย Maine Red Claws ในเครือของ D-League ของเซลติกส์ หลังจาก 4 วันต่อมาเขาได้เปิดตัวจากการชนะ Raptors 905 ด้วยการร่วมมือของทีมและมีการบันทึก 7 คะแนน 3 แอสซิส ใน 15 นาที

Consultinvest Pesaro ในปี 2016–2017 เมื่อวันที่ 30 เดือนกรกฎาคม 2016 เขาได้เซ็นสัญญาถึง 2 ปีกับ Consultinvest Pesaro ต่อมาในวันที่ 26 เดือนมิถุนายน 2017 มีข่าวว่าทีม Boston Celticsได้สละสิทธิ์ใน Thornton อีกด้วย

Canton Charge 2017–2018 ในวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2017 เขาได้ถูกจัดรวมอยู่ในรายชื่อการเปิดตัวของ Canton Charge ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เดือนหชกุมภาพันธ์ 2018 นั้น Cleveland Cavaliers ก็ได้มีการเซ็นสัญญากับ Thornton ด้วยสัญญา 10 วัน และหลังจากนั้นเขาก็ได้รับมอบหมายให้กลับไปที่ G-League จากนั้นในวันที่ 4 มีนาคมได้มีการรายงานว่าไม่มีสัญญาดังกล่าวและได้กลับเข้าสู่ Canton Charge

Élan Chalon ในปี 2019– ปัจจุบัน ในวันที่ 4 เดือนกรกฎาคม 2019 นั้นเขาได้เซ็นสัญญากับ Élan Chalon ของ  LNB Pro A

ที่มา : แทงบอล

เรื่องเด่น

อาร์เจฮันเตอร์

อาร์เจฮันเตอร์
อาร์เจฮันเตอร์

อาร์เจฮันเตอร์ หรือโรนัลจอร์แดนฮันเตอร์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1993 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันเล่นให้กับ Türk Telekom ของตุรกีซูเปอร์ลีกบาสเกตบอล เขาได้เล่นบาสเกตบอลวิทยาลัยในรัฐจอร์เจียแพนเทอร์ ภายใต้การดูแลของพ่อและหัวหน้าโค้ชรัฐจอร์เจียที่รอนฮันเตอร์ จากการแข่งขันเขาได้กรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จาก Sun Belt Conference ถึงสองครั้งถ้าเทียบกับนักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปีของ Sun Belt Conference ดังนั้นเขาก็สามารถเก็บสถิติที่ได้เล่นกับโรงเรียน สำหรับคะแนนของเขารวมทั้งหมดอยู่ที่ 1,819 หลังจากที่เขาเล่นได้เพียงแค่ 3 ฤดูเท่านั้นเ

การเล่นในระดับมัธยมปลาย

Hunter ได้เข้าเรียนที่โรงเรียน Pike High School ใน Indianapolis โดยเขาได้ทีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 20.5 คะแนน 6.6 รีบาวน์ 3.8 แอสซิสและ 2.9 สติลต่อเกม

การเล่นในวิทยาลัยอาชีพ

Hunter ได้เล่นถึง 3 ฤดูสำหรับใน Georgia State University ซึ่งพ่อและหัวของเขาโค้ชรอนฮันเตอร์เป็นคนดูแลในการแข่งขัน หลังจากที่ฤดูกาลจูเนียร์เขาได้ถูกดราฟใน NBA ปี 2015 นั่นเอง

อาชีพการงาน

Boston Celtics ในปี 2015–2016

ในวันที่ 25 มิถุนายน 2015 Hunter ได้รับเลือกด้วยหมายเลข 28 และได้รับการคัดเลือกจากการดราฟโดยบอสตันเซลติกส์ในปี 2015 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เขาได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมบอสตันเซลติกส์ หลังจากคะแนนของเขาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8 คะแนนต่อ 8 เกมแรกของ NBA ด้วย 12 คะแนนจากการทำคะแนน 5-of-6 ต่อมาเมื่อถึงฤดูกาลใหม่ของเขา เขาได้รับมอบหมายให้กับ Maine Red Claws ทีมบาสในเครือD-League ของ Celtics ต่อมาในวันที่ 24 ตุลาคม 2016 เขาก็ได้รับการยกเว้นโดยเซลติกส์

Chicago Bulls ในปี 2016

วันที่ 27 ตุลาคม 2016 Hunter ได้เซ็นสัญญากับทีมชิคาโกบูลส์ และเขาก็ถูกยกเว้นในวันที่ 29 ธันวาคม 2559 หลังจากที่เขาได้ปรากฏตัวใน 3 เกม ในช่วงเวลาที่เขากับทีมชิคาโก เขามีการมอบกับ Windy City Bulls ของ NBA Development League

Long Island Nets ในปี 2017

ในวันที่ 6 มกราคม 2017 ได้ที่มาของ Long Island Nets ใน NBA Development League และ4 วันหลังจากนั้นเขาได้ออกมาเปิดตัวสำหรับการเล่นให้กับ Long Island ในการสูญเสียกับ Fort Wayne Mad Ants ด้วยคะแนนที่บันทึกอยู่ 22 คะแนน 3 แอสซิส 2 สติล เพียงแค่นาทีที่ 25

Rio Grande Valley Vipers  ในปี 2017–2018

จากที่เขาได้ล้มเหลวจากการหาทีมเข่ารวมแข่งขัน เขาจึงได้ถูกมอบหมายให้กับ Rio Grande Valley Vipers ในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 Hunter ได้เปิดตัวกับทีมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน

Erie BayHawks ในปี 2018–2019

ในวันที่ 14 มกราคม 2018 Hunter ได้เซ็นสัญญาถึงสองทีมกับ Houston Rockets ต่อมาในวันที่ 18 สิงหาคม 2018 เขาได้รับการยกเว้นโดย Rockets เช่นกัน

ต่อมาในวันที่ 7 กันยายน 2018 เขาได้เซ็นสัญญากับ Atlanta Hawks และวันที่ 13 ตุลาคม 2018 เขาก็ได้รับการยกเว้นโดย Hawks เช่นกัน เขาจึงถูกเพิ่มในบัญชีรายชื่อค่ายฝึกอบรมของ Erie BayHawks ใน BayHawks และต่อมาได้มีการเปิดตัวที่เขาได้ทำแต้มสูงถึง 34 คะแนน เมื่อวันที่ 12 จาก 18 ในการชนะมากกว่าที่ Grand Rapids Drive ทำได้

Türk Telekom ในปี 2019– ปัจจุบัน

ในวันที่ 27 มิถุนายน 2019 ได้เข้าร่วมเซ็นสัญญากับ Türk Telekom ของตุรกีซูเปอร์ลีกบาสเกตบอล

ที่มา UFABET1688

เรื่องเด่น

เทอร์รี่โรเซียร์

เทอร์รี่โรเซียร์
เทอร์รี่โรเซียร์

เทอร์รี่โรเซียร์ หรือ Terry William Rozier เขาเกิดวันที่ 17 มีนาคม 1994 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพคนอเมริกัน อยู่ในทีม Charlotte Hornets ใน N B A เขาได้เล่นบาสเกตบอลจาก L o u i s v i l l e ได้สองปี และต่อมาได้ถูกเลือกลำดับที่ 1 6 จากผลการคัดเลือกโดย บอสตันเซลติกส์

ในวัยเด็กของเขา

Terry Rozier เกิดในเมือง Y o u n g s t o w n รัฐ O h i o เมื่อปี 1994 พ่อของ Terry Rozier ได้ถูกส่งตัวเข้าคุกหลังจากที่เขาเกิดได้เพียง 8 ขวบ จากนั้นเมื่อปี 2005 เขาได้ใช้เวลากับพ่อประมาณ 2-3 เดือน ก่อนที่เขาได้ถูกจับตัวอีกครั้งในคดีฆาตรกรรมโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะคดีนั้นได้มีส่วนที่เกี้ยวข้องกับการปล้นและการลักพาตัวเมื่อปี 2546 จากนั้นพ่อของเข้าได้ถูกตัดสินคดีและถูกจำคุกถึง 13 ปี

ในปี 2012ปีสุดท้ายของเขา เขาได้ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ถึง 25.6 คะแนน 6.5 รีบาวน์ 6.5 แอสซิส ต่อเกม  ต่อมาเขายังได้รับการคัดเลือกให้เป็น All-Lake Erie League Selection ถึง 3 ปี และยังเป็นผู้ที่ถูกเลือกที่ 74 จากผู้เล่น 100 คนใน ESPNU ปี 2012

อาชีพการงาน

Boston Celtics  ในปี 2015–2019

2015-2016 ในวันที่ 25 มิ.ย 2015 เขาได้ถูกคัดเลือกจากทีมบอสตันเซลติกส์ จากการดราฟในปี 2015 ต่อมาในวันที่ 27 ก.ค 2015 เขาได้เซ็นสัญญากับทีมเซลติกส์ ในฤดูดารใหม่ของ Terry Rozier นั้นได้รับมอบหมายงานกับ Maine Red Claws เขาได้ปรากฏตัวในเกมประจำฤดูกาลที่ 39 กับทีมเซลติกส์เมื่อปี 2015-2016 โดยเขาสามารถทำคะแนนสูงถึง 7 ฤดู เป็นจำนวน 2 ครั้ง

2016-2017 ในวันที่ 12 พ.ย 2016 เขาได้ทำคะแนนสูง 11 คะแนนชนะ 105-99 ต่อมาในวันที่ 7 ธันวา 2016 ได้ชนะออร์แลนโดเมจิกด้วย 117-87 วันที่ 19 มี.ค 2017 เขาได้ทำประวัติศาสตร์ในการแข่งขันถึงสองครั้งด้วย 14 คะแนน 10 รีบาวน์

2017-2018 ในวันที่ 24 พ.ย 2017 เขามีคะแนนในอาชีพ 23 การชนะ 118-103 วันที่ 3 ม.ค 2018 เขาได้ทำเกมสูงถึง 20 และมีคะแนนชนะ 102-88 เหนือคลีฟแลนด์คาวาเลียร์ วันที่ 31 ม.ค 2018 เขาสามารถช่วยทีมเซลติกส์ไปอยู่ในชัยชนะ 103-73 นำนิวยอร์กนิกส์และเขายังได้เป็นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ NBA 3 ครั้ง ในการเริ่มต้นการเล่นอาชีพของเขา

2018-2019 เริ่มเดือนพ.ย เขาได้กล่าวว่าไม่มีความสุขกับการเล่นในฤดูกาลเริ่ม 2018-2019 ต่อมาเขาได้เป็นผู้เล่นคนแรกของเซลติกส์ที่ทำคะแนนได้ถึง 20 คะแนนหรือมากกว่า สำหรับการทำคะแนนที่สมบูรณ์แบบในครึ่งหลังกับการแข่งขันกับทีมชิคาโกบูลส์

Charlotte Hornets ในปี 2019- ปัจจุบัน

วันที่ 6 ก.ค 2019 เขาได้แลกเปลี่ยนตัวกับทีม ชาร์ลอฮอร์เน็ต วันที่ 13 พ.ย 2019 เขาได้ทำคะแนนในอาชีพ 33 คะแนน

cr. UFABET

เรื่องเด่น

ดไวท์พาวเวลล์

ดไวท์พาวเวลล์
ดไวท์พาวเวลล์

ดไวท์พาวเวลล์ หรือ ดไวท์ฮาร์ลานพาวเวลล์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพ คนแคนาดา อยู่ในทีม Dallas Mavericks  ใน NBA เขาเล่นบาสเกตบอลในมหาวิทยาลัย Stanford University และเขายังเป็นสมาชิกของทีมชาติแคนาดาอีกด้วย

การเล่นบาสในระดับมัธยมปลาย

Dwight Powell ได้เข้าร่วมสถาบันการศึกษา IMG Academy ในเบรเดนตัน ฟลอริด้า ในฐานะหัวหลักเขามีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 23.2 คะแนน 11.6 รีบาวน์ 4.4 แอสซิส และ 2.3 บล็อคต่อเกม ถือได้ว่าเป็นระดับที่ดีมากเลยทีเดียว Dwight Powell ยังได้รับการจัดอับโดยอยู่อันดับที่ 8 และเขายังเป็นผู้เล่นอันดับที่ 25 ของประเทศเมื่อปี ค.ศ. 2010

การเล่นบาสระดับวิทยาลัยในอาชีพ

Dwight Powell เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเมื่อปี ค.ศ. 2010-2011 และเขาก็ได้รับเกียรติจาก Pac-10 All-Freshman Team ในเกม 31 เฉลี่ย 8.1 คะแนนและ 5.2 รีบาวน์ต่อเกม

เมื่อได้ขึ้นปีที่ 2 เมื่อปี 2010-2011 ได้ชนะการแข่งขันระดับ NIT และเขาก็ได้รับรางวัลชมเชย Pac-12 All-Academic ใน 35 เกม เฉลี่ย 5.8 คะแนนและ 4.6 รีบาวน์ต่อเกม

ในฐานะตัวแทนเมื่อปี 2012-2013 เขาก็ได้รับ NABC All-District ทีมที่สอง All-Pac-12 และ Pac-12 All-Academic เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้เล่นที่มีการพัฒนามากที่สุดของ Pac-12 ใน 34 เกม โดยเฉลี่ย 14.9 คะแนนด้วย 8.4 รีบาวน์ต่อเกม

ในฐานะหัวหน้าเมื่อปี 2013-2014 เขาได้รับ All-Pac-12 ของทีมแรกเป็นปีที่สองติดต่อกัน และรางวัล Pac-12 Scholar- นักกีฬาแห่งปีและ Pac-12 All-Academic ในเกม 36 เกม เฉลี่ย 14.0 คะแนนและ 6.9 รีบาวน์ต่อเกม

อาชีพการงาน

Boston Celtics ในปี 2014

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2014 เขาได้รับเลือกผลการคัดเลือกปี2014 จากการดราฟโดยชาร์ลอฮอร์เน็ต ต่อมาวันที่ 12 กรกฏาคมเขาได้ย้ายไปที่คลีฟแลนด์คาวาเลียร์จากการแลกเปลี่ยน และก็ได้เข้าร่วมใน NBA Summer Leagueและได้เซ็นสัญญาเมื่อ 23 สิงหาคม ต่อมาวันที่ 25 กันยายนเขาได้แลกเปลี่ยนกับ John Lucas III , Erik Murphy , Malcolm Thomasและ Cavaliers

Dallas Mavericks ในปี 2014– ปัจจุบัน

วันที่ 18 ธันวาคม 2014 เขาแลกเปลี่ยนตัวกับ Rajon Rondo ของ Dallas Mavericks ในวันที่ 14 มกราคม 2015 เขาได้คะแนนสูงถึง 11 จุด จากการสูญเสียที่เดนเวอร์นักเกต เขาได้รับมอบหมายหลายครั้งในการเล่นในฤดูกาลใหม่

กรกฎาคมปี 2015 เขาได้เข้า Mavericks  ต่อมาในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2015 เขาทำประวัติศาสตร์ในอาชีพของเขาสองครั้งด้วย 10 คะแนนและ 10 รีบาวน์ เขาได้เริ่มต้น NBA และทำคะแนนสูงถึง 16 คะแนนจากการชนะด้วย 97–88 นำเดนเวอร์นักเก็ต

ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 เขาได้เริ่มเซ็นสัญญากับ Mavericks อีกครั้ง เขามีคะแนนอาชีพที่สูงกว่าเดิม 17 คะแนนชนะ 107-82 นำชิคาโกบูลส์

หลังจากเขาได้ออกกำลังกายอย่างหนัก เขาได้ถูกเลือกในการเล่นสำหรับฤดูกาล 2019-2020  เขาได้เซ็นสัญญาขยายระยะเวลากับ Mavericks เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2019

cr. UFABET

เรื่องเด่น

จาเมียร์เนลสัน

จาเมียร์เนลสัน
จาเมียร์เนลสัน

จาเมียร์เนลสัน Jameer Nelson เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 1982 เขาเป็นนักบาสเก็ตบอลมือาชีพคนอเมริกันที่เป็นตัวแทนอิสระ เขาเล่นบาสเกตบอลที่ Saint Joseph’s Hawks เขาถูกเสนอชื่อผู้เล่นในปี 2004 สำหรับในการดราฟที่ 20 ในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ 2004 Nelson ใช้เวลายาวนานหลายปีสิบในอาชีพ NBA ของเขา กับ Orlando Magic เมื่อปี 2009 เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็น All-Star รวมทั้งช่วยนำทีมไปถึง NBA รอบชิงแชมป์ นอกเหนือจากนั้นเขายังได้เล่นให้กับดัลลัส , บอสตันเซลติกส์ , เดนเวอร์นักเกต , นิวออร์ลีนแล้วก็ดีทรอยต์พิสตัน

ระดับมัธยม

Jameer Nelson เข้าเรียนที่ Chester High School ในเชสเตอร์เพนซิลเวเนียและก็เป็นเล็ตเตอร์ในบาสเก็ตบอล เมื่อปี 2000 เขาได้ช่วยพาทีมของเขาไปสู่การแข่งขันชิงชัย PIAA AAAA State

วิทยาลัยอาชีพ

Jameer Nelson ได้เริ่มเล่นบาสเกตบอลที่ Saint Joseph’s University ในช่วงฤดูกาลปีที่ 2000-2001 ในช่วงฤดูกาลแรกของเขา เขาได้ฝ่าวงล้อมสำหรับหรับการประลองสำหรับเพื่อการทำสกอร์ เขาก็เลยได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นสมาชิกใหม่ที่ปี ในฤดูกาล junior season เมื่อปี 2002-2003 เขาได้รับคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 19.7 คะแนนต่อเกม 5.1 รีบาวน์ต่อเกมแล้วก็ 4.7 แอสสิสต่อเกม เขาถูกดราฟ NBA draft เมื่อปี 2003 ซึ่งต่อจากนั้นก็ได้มีการตกลงใจที่จะอยู่ใน senior season

Jameer Nelson ของ Saint Joseph’s Hawks ในบันทึกประจำฤดูอยู่ที่ 27-0 ในปี 2003-2004 การสูญเสียหนแรกเกิดขึ้นสำหรับการแข่ง Atlantic 10 Tournament to Xavier ซึ่ง Jameer Nelso แล้วก็ junior guard ที่เกิดขึ้นสิ่งที่ได้รับการไตร่ตรองส่วนใหญ่ของประเทศเหมาะสมที่สุดสำหรับการช่วยทำให้ได้รับอันดับ 1 สำหรับในการแข่ง NCAA พวกเขาได้มีการก้าวเข้าสู่ยอดและก็ในไม่กี่วินาทีของ 4 คนท้ายที่สุดก่อนที่รัฐ Oklahoma State Cowboys จอห์นลูคัสได้ชี้เหลือเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเพียงแค่นั้น Saint Joseph’s จบด้วยสถิติ 30-2 สิ่งที่เหมาะสมที่สุดในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Nelson มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 20.6 คะแนน 5.3 แอสซิส และก็ 2.9 สติลต่อเกม แล้วต่อจากนั้นเขายังได้รับรางวัลของ Lowe’s CLASS Award ในปีสุดท้ายของเขาผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมั่นใจว่าเขาเป็นนักบาสชายชั้นแนวหน้าของประเทศ เขาออกจาก Hawksและก็เขาเป็นผู้เล่นที่เยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ในฐานะผู้นำสำหรับการให้ 2094 คะแนน 714 แอสซิส และก็ 256 สติลเลขเสื้อของ Nelson ได้ถูกปลดออกจากมหาวิทยาลัยในวันที่ 23 เดือนเมษายน 2004

ในการบรรลุเป้าหมายที่พิเศษของเขาในฐานะ senior เขาได้รับรางวัลในปี 2004 Wooden Award และก็ปีที่ 2004 ที่ Naismith Award 2004 ถัดมาได้รับรางวัล Bob Cousy Award รางวัลที่ออสการ์โรเบิร์ตรางวัลและก็รางวัลอื่นๆอีกมากมายแล้วก็การให้ความสำคัญบนปกของแมกกาซีน แล้วหลังจากนั้นเขายังเป็นนักกีฬาแอตแลนติก 10 คนแรกที่อยู่บนปกของแมกกาซีนตั้งแต่มาร์คเมคอนเมื่อปี 1988

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

เรื่องเด่น

เจย์คราวเดอร์

เจย์คราวเดอร์
เจย์คราวเดอร์

เจย์คราวเดอร์ หรือ Corey Jae Crowder เกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 1990 เขาเป็นผู้เล่นบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันสำหรับทีม Memphis Grizzlies ในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ ( N B A ) เขาเป็นลูกชายของอดีตกาลผู้เล่นสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติหรือ Corey Crowder

เขาไม่ได้รับการคัดเลือกจากโรงเรียนมัธยมศึกษา แต่ว่าเขาเริ่มเอาจริงเอาจังที่ South Georgia Technical College แล้วก็ถัดมาฮาวเวิร์ดคอลเลจซึ่งได้นำเขาเข้าทีมไปสู่การแข่งขันชิงชัยบาสเก็ตบอลชิงชนะเลิศบาสเกตบอลชาย N J C A A ในช่วงฤดูกาลที่2 ของเขา ในระหว่างที่โฮเวิร์ดวิทยาลัย Jae Crowder ยังเป็นชื่อสเตทฟาร์มจูเนียร์คอลเลจผู้เล่นที่ปี ถัดมาเขาย้ายไปยังมาร์แค็ตซึ่งเขาขึ้นชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลดีที่สุดแห่งปีของบิ๊กอีสต์ในช่วงฤดูกาลของเขา ภายหลังปีท้ายที่สุดของเขาสิ้นสุดลง เขาก็มีสิทธิ์ได้รับ N B A d r a f t ในปี 2 0 1 2 ซึ่งเขาถูกคัดเลือกที่ 3 4 โดย Cleveland Cavaliers และก็แลกเปลี่ยนกับ Mavericks สำหรับการดราฟ เมื่อปี 2014 Jae Crowder ได้กระทำการแลกเปลี่ยนกับ Boston Celtics เขาใช้เวลา 3 ปีกับทีมบอสตันก่อนจะทำการแลกเปลี่ยนกลับไปที่กลุ่มการดราฟของเขาคือคาวาเลียร์ในเดือนสิงหาคม 2 0 1 6 รวมทั้งต่อมาในกุมภาพันธ์ 2 0 1 8 เขาได้แลกเปลี่ยนกับยูทาห์แจ๊ส

ชีวิตในวัยเด็ก

Jae Crowder เกิดเมื่อวันที่ 6 เดือนกรกฎาคม 1990 ใน Villa Rica, Georgia Helen Thompson และก็ได้เป็นลูกนักกีฬาบาสเกตบอล Corey Crowder เขาได้เข้าเรียนที่ Villa Rica High School ซึ่งเขาเล่นเป็นกองหลังให้กับทีมบอลรวมทั้งเป็นจุดเริ่มแรกของทีมบาสเกตบอล Jae Crowder ใช้เวลาตอนวันหยุดหน้าร้อนในฟลอริดาบริหารร่างกายและก็ฝึกหัดกับพ่อของเขาแล้วเป็นนักกีฬาบาสมืออาชีพที่มีประสบการณ์ 2 ปีสำหรับการเล่น NBA ในยุโรป เมื่อโตขึ้นเขาก็มีน้ำหนักเกินโดยมีน้ำหนักเกือบจะ 200 ปอนด์ในปีแรกๆของเขา สุดท้ายเขาก็เรียกพ่อของเขาเพื่อช่วยทำให้เขาลดน้ำหนัก ในช่วงท้ายของปีเริ่มต้นเขาเติบโตขึ้นถึง 6’4 แล้วก็ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายของเขาอย่างยอดเยี่ยม

วิทยาลัยอาชีพ

Jae Crowder ไม่ได้รับคัดเลือกจากโรงเรียนมัธยมศึกษาถึงแม้เขาจะมีคำแนะนำบางสิ่งบางอย่างในฟุตบอล เขาตั้งใจจริงที่ South Georgia Technical College ซึ่งเป็นวิทยาลัยในอเมริกัส, จอร์เจีย จากนั้นเขาย้ายไปที่วิทยาลัยโฮเวิร์ดในช่วงฤดูกาลลำดับที่สองของเขา ภายหลังจากวิทยาลัยสิ้นสุดลงเขาได้ย้ายไปที่ Marquette

อาชีพการงาน

NBA draft

ภายหลังจากจบอาชีพวิทยาลัยของเขา Jae Crowder ตกลงใจที่จะร่วม NBA draft ในปี 2012 ซึ่งเขาคาดว่าจะเป็นการดราฟรอบลำดับที่สอง Jae Crowder ถูกนำเข้าของคลีฟแลนด์น แต่ว่าถูกดราฟคืนกับ Mavericks และก็ได้ส่งเขาไปดัลลัสสำหรับเพื่อการเลือกที่ 24 Jared คันนิงแฮม 33 โดยรวมรับเบอร์นาร์ดเจมส์สำหรับการแลกเปลี่ยนรวม 17 รับไทเลอร์เซลเลอร์และก็Kelenna Azubuike เขาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 เดือนกรกฎาคม 2012 ในข้อตกลงสองปีที่ไม่รับรับรองเหมือนกันกับการหยิบการดราฟรอบลำดับที่สองทั้งหมด มาร์แค็ตเพื่อนร่วมทีมของเขา Darius Johnson-Odom ถูกคัดเลือกด้วยการเลือกโดยรวมที่ 55

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

เรื่องเด่น

บิลชาร์แมน

บิลชาร์แมน
บิลชาร์แมน

บิลชาร์แมน หรือ William Walton Sharman ในวันที่ 25 พ.ค. 2469 – 25 ต.ค. 2556 เขาเป็นนักบาสเกตบอลรวมทั้งเป็นผู้ฝึกสอนชาวอเมริกันมืออาชีพ เขามีชื่อเสียงกันเป็นส่วนมากเวลาที่เขาอยู่กับบอสตันเซลติกส์ในตอนปี 1950 โดยร่วมมือกับบ็อบ C o u s y ในสิ่งที่บางบุคคลมีความรู้สึกว่าเป็นคู่หลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกสอนชาร์รับรางวัลชื่อใน A B L , A B A รวมทั้งสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ , รวมทั้งให้เครดิตกับการชี้แนะในการแพร่หลายในช่วงเวลานี้ s h o o t a r o u n d

เขาเป็นคนแรกในอเมริกาเหนือที่ชนะการแข่งขันกีฬาในฐานะผู้เล่นโค้ชแล้วก็ผู้บริหาร เขาเป็นแชมป์สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ 10 ครั้ง (ได้รับรางวัลสี่ชื่อในฐานะผู้เล่นกับ C e l t i c s หนึ่งในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ Los Angeles Lakersแล้วก็อีกห้าคนเป็นผู้บริหาร L a k e r s) รวมทั้งเป็นแชมป์โลก 12 สมัยสำหรับการนับบาสเกตบอลของเขา A B L รวมทั้ง A B A t i t l e ชาร์แมนยังเป็นครั้งลำดับที่สองที่ Naismith Memorial Basketball Hall of Fame และได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้เล่นในปี 2519 รวมทั้งในปี 2547 ในฐานะผู้ฝึกสอน 2มีเพียงแค่John Wooden , Lenny Wilkensและก็Tommy Heinsohnแค่นั้นที่ได้รับเกียรติยศนี้

Bill Sharman สำเร็จการโรงเรียนมัธยมศึกษาในเมืองแคลิฟอร์เนียภาคกลางของPorterville แคลิฟอร์เนีย เขาปฏิบัติหน้าที่ในตอนสงครามโลกครั้งที่สอง 1944-1946 ในทัพเรือสหรัฐรวมทั้งเป็นบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยที่แคลิฟอร์เนียภาคใต้ เขาเล่นเป็นฐานที่ 1 ใน 1948 USC Trojans ‘College World Series Championship team ภายหลังจากปีอาวุโส Bill Sharman ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน2493 ซีเอชายบาสเกตบอล – อเมริกันทั้งสิ้น

อาชีพการเล่นของ NBA

Bill Sharman ถูกเกณฑ์ทหารโดยวอชิงตัน Capitolsในรอบที่ 2 ของปี 1950 จากการดราฟในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ ภายหลัง disbanding เขาได้รับเลือกจากฟอร์ตเวย์นสำหรับการกระจายร่างรวมทั้งถัดมาก็แลกเปลี่ยนกับบอสตันเซลติกส์ (กับบ๊อบ Brannum ) เพื่อแบ่งปันก่อนฤดูกาล 2494-52 Bill Sharman เล่นทั้งหมดสิบฤดูกาลสำหรับเซลติกส์นำทีมสำหรับเพื่อการให้แต้มระหว่างฤดูกาล 2498-56 และ 2501-2508 และก็เฉลี่ย 20 คะแนนต่อเกมในตอนสามของพวกเขา

Bill Sharman เป็นหนึ่งในผู้คุมสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติคนแรกที่ยิงได้ดีมากว่า 400 จากสนาม เขานำสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติสำหรับการโยนจำนวนร้อยละบันทึกฟรีเจ็ดครั้ง (รวมทั้งบันทึกห้าฤดูต่อเนื่องกัน), แล้วก็สัญลักษณ์ของ 93.2% ในช่วงฤดูกาล 1958–1959 ของเขายังคงบันทึกสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติกระทั่ง Ernie DiGregorio ในปี 1976-1977 Bill Sharman ยังคงเก็บสถิติการโยนโทษต่อเนื่องกันในรอบชิงแชมป์ด้วย 56 คะแนน Bill Sharman ยังถูกเสนอชื่อให้เป็นทีมแรกในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเมื่อปี 2499 ถึง 2502 จากทั้งหมดและเป็นสมาชิกในกลุ่มสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ ถึงสองครั้งในปี 2496, 2498 และก็ 2503

Bill Sharman เล่นในเกม NBA All-Star ถึง 8 เกมโดยการทำคะแนนเป็นสองเท่าใน 7 เกม เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นMVP ของเกม NBA All-Starในปี 1955ภายหลังทำแต้ม 10 ใน 15 คะแนนใน fourth quarter และก็เขายังคงเก็บสถิติเกม NBA All-Star ไว้สำหรับเป้าหมายที่พยายามลงสู่สนาม 1 ใน 4 อีกด้วย

Bill Sharman จบอาชีพการเล่นของเขาในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติภายหลังจากวันที่ 11 ในช่วงฤดูกาล 1961

Cr. UFABET

เรื่องเด่น

แซตช์แซนเดอร์ส

แซตช์แซนเดอร์ส
แซตช์แซนเดอร์ส

แซตช์แซนเดอร์ส (Satch Sanders) หรือ โทมัสเออร์เนสต์ “แซทช์” โทมัสเออร์เนสต์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน 2481 เขาเป็นคนอเมริกันที่ได้เกษียณอายุวิทยาลัยและก็นักกีฬาบาสเกตบอลมืออาชีพและก็ผู้ฝึกสอน ซึ่งเขาได้มีอำนาจที่จะเดินก้าวข้ามแรงกดดันต่างๆ Satch Sanders จะได้มีการเชื่อมโยงสูงที่สุดถึงที่สามในลีกสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ(N B A) จากการแข่งขันในอาชีพรวมทั้งเขาได้เป็น 1 ใน 3 ของผู้เล่นในลีกสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (N B A) ที่ไม่มีผู้ใดเทียบคะแนนได้ถึง 8-0 จากการบันทึกการแข่งขันชิงชัยของผลชุดการแข่งขันในลีกสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ(N B A) ในวันที่ 4 เมษายน 2554 ได้มีการประกาศว่า Satch Sanders ได้รับเลือกให้เข้าชั้นเรียนเมื่อปี 2554 เพื่อเข้าสู่ Naismith Basketball Hall of Fame ในฐานะผู้มีส่วนร่วม

ความเป็นมาของ แซตช์แซนเดอร์ส

หลังจากเล่นที่ New York University ในฐานะผู้เรียนที่โดดเด่นเขาใช้เวลาทั้งหมด 13 ปีของเขาในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (NBA) กับ Boston Celtics ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์ถึงแปดทีมเมื่อปีค.ศ. 1961–1966, 1968 และ 1969 ในประวัติศาสตร์ NBA มีเพียงเพื่อนร่วมทีมอย่าง Bill Russell แล้วก็ Sam Jones เพียงแค่นั้นที่ชนะการแข่งขันชิงชนะเลิศได้มากกว่าในระหว่างการเล่นในอาชีพ เขาได้สิ้นสุดสำหรับในการเล่นอาชีพของเขาเมื่อปี ค.ศ.1973

ต่อไปนี้การเล่นอาชีพของเขา Satch Sanders ได้เปลี่ยนเป็นโค้ชบาสเกตบอลที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ รวมทั้งตำแหน่งที่เขาจัดขึ้นจนกระทั่งปี 1977 Satch Sanders เปลี่ยนเป็นคนแรกแอฟริกันอเมริกันที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าโค้ชของกีฬาใดๆก็ตามในส่วนไอวีลีก เมื่อปี 1978 Satch Sanders กลายเป็นหัวหน้าโค้ชของบอสตันเซลติกส์พาไปสำหรับอดีตเพื่อนร่วมทีมทอมมี่ Heinsohn ด้วยเหตุนี้ Satch Sanders ก็ได้กลับมาในช่วงฤดูกาลต่อไปแต่หลังจากที่คะแนนในการบันทึกของเขา 2-12 เขาถูกแทนที่โดยเดฟโคเวนส์ที่เอาในบทบาทในฐานะผู้เล่นโค้ช

ต่อมาในปีค.ศ. 1986 Satch Sanders ได้จัดตั้งขึ้น Rookie Transition Program ซึ่งเป็นโปรแกรมแรกในกีฬาอเมริกันที่สำคัญ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. ufabet1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เรื่องเด่น

แซมโจนส์

แซมโจนส์
แซมโจนส์

แซมโจนส์ หรือซามูเอลโจนส์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 24 เดือนมิถุนายน 1933 เขาเป็นคนประเทศอเมริกาอดีตมืออาชีพบาสเกตบอลเป็นผู้เล่นที่ยิงคุ้มกันหรือ shooting guard เขามีชื่อเสียงความรวดเร็วแล้วก็พาทีมชนะโดยเฉพาะในตอน N B A P l a y o f f s เขาได้มีการแข่ง N B A เยอะที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของผู้เล่นคนอื่นหลังจากเพื่อนพ้องร่วมทีม B i l l R u s s e l l เขายังเป็น 1 ใน 3 ของบอสตันเซลติกส์ (พร้อมทั้งเพื่อนร่วมทีม เช่น บิลรัสเซลและก็เคซีโจนส์ ) เป็นส่วนหนึ่งของเซลติกส์ต่อเนื่องกันสำหรับการแข่งในปี 1959 และก็ 1966 เขายังเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบาสเกตบอล N a i s m i t h M e m o r i a l B a s k e t b a l l H a l l o f F a m e

วิทยาลัยอาชีพ

เขาได้ร่วมแล้วก็สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลน่าเซ็นทรัล ซึ่งเขาอยู่ได้สี่ปีใน Hall of Fameโดยมีผู้ฝึกสอน John McLendon แล้วก็ผู้ฝึกสอน Floyd Brown เขาสามารถทำแต้มได้ถึง 1,745 คะแนนซึ่งยังคงเป็นลำดับที่สองในประวัติศาสตร์ของสถานศึกษา เขาเป็นตัวเลือกในลีก All-CIAA ถึง 3 ครั้ง เมื่อเกษียณอายุจากการแข่งขันเสื้อของเขาเป็นเลข 41 รวมทั้งยังได้ห้อยอยู่ในจุดเกิดเหตุของ Eagles’ arena

อาชีพในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ

เขามีความสูงถึง 6 ฟุต 4 หรือ 1.93 ม. รวมทั้งมีน้ำหนักอยู่ที่ 200 ปอนด์ (90 กก.) ผู้ฝึกสอนบอสตันเซลว่ากล่าวกส์ฮอลล์ออฟเฟมเรดเอาเออร์บาช ได้เดินทางไปตอนใต้เพื่อสืบผู้เล่นนอร์ธแคโรไลน่าที่พึ่งได้แชมป์ระดับชาติ อดีตผู้ฝึกสอนของ Wake Forest Bones McKinney บอกกับ Auerbach ว่าเขาสามารถไปที่ Chapel Hill ได้ แต่ว่าผู้เล่นที่เก่งที่สุดในรัฐก็อยู่ห่างออกไปไม่กี่ไมล์ ท้ายที่สุดเมื่อปี 1957 มีการดราฟ NBA ที่ฟิลาเดลนักสู้ที่เลือกอร์ทแคโรไลนา Lennie Rosenbluth กับผลของการคัดเลือกที่ 6 บอสตันเลือก Sam Jones จากสองคนในที่สุด สำหรับเพื่อการเลือกตอนหลังหากว่า Auerbach จะไม่เคยมองเห็น Sam Jones เล่นเลยก็ตาม

Sam Jones เล่นทั้งหมด 12 ฤดูกาลในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ NBA กับทีมเซลติกส์ เขามีชื่อเสียงในฐานะผู้ที่ทำประตูคว้าด้วยคะแนนมากยิ่งกว่า 15,000 คะแนนในอาชีพของเขา เขาได้เข้าร่วมในเกม All-Star 5 เกมแล้วก็ได้รับการยินยอมรับว่าเป็นเยี่ยมในผู้ยิงที่เยี่ยมที่สุดในสมัยของเขา

รูปแบบที่เพอร์เฟ็คของเขา คือ เมื่อได้ยิงช็อตช็อตและคลัทช์ยิงอันยิ่งใหญ่ของเขาทำให้ศัตรูตั้งฉายาให้เขาว่า “The Shooter” โดยเฉพาะเขาเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับเพื่อการยิงซึ่งเป็นผู้ตีลูกออกมาจาก backboard ระหว่างทางไปยังแป้นบาสเกตบอล ผู้ฝึกสอนคนจำนวนไม่น้อยรวมทั้งจอห์นวูดของ UCLA มั่นใจว่าเมื่อนักยิงทำมุมได้ 20 ถึง 50 องศารวมทั้งด้านในระยะ 15 ฟุตภาพจากแบงค์จะเป็นช็อตที่เสมอ เขายังเป็นต้นแบบของคนที่สามารถวิ่งบนพื้นปาดกระดานและก็มีเกมรุกที่มีจังหวะสูง หนึ่งใน “Jones Boys” ในบอสตัน Sam Jones ได้ร่วมงานกับ KC Jones ในสนามหลังบ้านของ Celtics เพื่อสร้างความเสียหายในสนามกีฬา NBA ทั่วทั้งประเทศ

cr. ufabet1688

เรื่องเด่น

เคซีโจนส์

เคซีโจนส์
เคซีโจนส์

เคซีโจนส์ หรือ KC Jones เขาเกิดในวันที่ 25 พ.ค. 1932 เป็นนักอเมริกันบาสเกตบอลมืออาชีพแล้วก็โค้ช มีชื่อเสียงกันดีในความเกี่ยวข้องของเขากับทีมบอสตันเซลติกส์ในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ N B A ซึ่งเขายังได้รับรางวัลเป็นที่ 11 จาก 12 สำหรับการแข่งขันของ N B A (เขาเป็นผู้เล่นผู้ที่ 8 ซึ่งยังเป็นผู้ช่วยโค้ชในสถานะหัวหน้าโค้ช) ในฐานะผู้เล่นเขาได้ผูกติดอยู่เป็นชั้นที่ 3 ในการแข่งชิงชนะเลิศ N B A ที่มากที่สุดในอาชีพแล้วก็เป็น 1 ใน 3 ของผู้เล่น N B A ที่มีสถิติอยู่ที่ 8-0 ใน N B A F i n a l s s e r i e s รอบรองชนะเลิศ รวมทั้งเขายังเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนผู้เดียวที่มิได้เป็นผู้เล่นคนแอฟริกัน – อเมริกันที่จะชนะการแข่งขันชิงชัย N B A หลายครั้ง เขาก็เลยได้รับการแต่งตั้งให้เข้าไปใน N a i s m i t h M e m o r i a l B a s k e t b a l l H a l l o f F am e เมื่อปี 1989

การเล่นในอาชีพของ เคซีโจนส์

เขาได้เล่นบาสเกตบอลวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสแล้วก็พร้อมกับบิลรัสเซลนำดอนสอง NCAA ได้แข่งขันเมื่อปีค.ศ. 1955 และก็ปี 1956 เขายังได้เล่นให้กับรัสเซลในกลุ่มของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับรางวัลเหรียญทองที่ โอลิมปิกเกมส์ ปี 1956 ในเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย

ภายหลังที่เขาได้จบการศึกษาในวิทยาลัยแล้วก็ตกลงร่วมงานกับ NBA แล้ว เขาก็เลยได้รับการไตร่ตรองอาชีพในฐานะผู้เล่น NFL ต่อให้ได้ลองเป็นทีม ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะทำการตัดได้ในระหว่างวันที่เขาเล่นกับพี่ที่ได้รู้จักในฐานะ tenacious defender เขาได้ใช้เวลาทั้งสิ้นถึง 9 ฤดูสำหรับในการแข่ง NBA กับกลุ่ม Boston Celticsซึ่งเขาได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของ 8 กลุ่มแชมป์จากปี 1959 ถึง 1966 Jones and Russell, Magic Johnson , Michael Jordan , Jerry Jordan , Jerry Lucas , Clyde Lovelletteรวมทั้งQuinn Buckner เขายังได้เป็นผู้เล่นเพียงผู้เดียวในประวัติศาสตร์ เพื่อรับรางวัล NCAA Championship, NBA Championship, รวมทั้ง Olympic Gold Medal อีกด้วย

ในประวัติศาสตร์ของลีก NBA มีเพียงแค่เพื่อนฝูงร่วมกลุ่มของบิลรัสเซล แล้วก็แซมโจนส์ เท่านั้นที่ชนะการแข่งขันชิงชนะเลิศได้มากกว่าในระหว่างการเล่นอาชีพ ภายหลังบอสตันได้พ่ายแพ้ทีมฟิลาเดลเฟีย 76ERS ในรอบเพย์ออฟ ในปี 1967 เขาได้จบอาชีพการเล่น แล้วก็เขาได้แต่งตั้งให้เข้าไป Naismith Memorial Basketball Hall of Fame ในปี 1989

อาชีพการโค้ช

ต่อมาเขาได้เริ่มฝึกหัดอาชีพของเขาที่มหาวิทยาลัยแบรนที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนในปี 1967 ถึง 1970 เขาได้เริ่มปฏิบัติภารกิจเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ในปี 1970 ถึง 1971 แล้วก็แล้วเขาก็ได้กลับมารวมกลุ่มกับอดีตกาลเพื่อนร่วมกลุ่มใบเสร็จรับเงินชาร์ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในปี 1971 – 1972 NBA champion ในลอสแองเจลิสเลเกอร์

ในช่วงฤดูทีมชนะเกมด้วย record 33 straight games ในช่วงฤดูกาลต่อไปเขาได้แปลงเป็นผู้ฝึกสอนคนแรกของซานดิเอโกผู้พิชิตซึ่งเป็นสโมสรบาสเกตบอลอเมริกันที่ได้รับสิทธิพิเศษ แล้วก็ถัดมาเมื่อปี 1973 เขาได้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ Capital Bullets ในปีต่อมา พวกเขาเป็น 3 ฤดูกาลที่ได้ไปสู่รอบชิงแชมป์ NBA เมื่อปี 1975

Cr. ufabet1688

เรื่องเด่น

Tom Heinsohn

Tom Heinsohn
Tom Heinsohn

Tom Heinsohn โทมัสวิลเลียม ทอม เฮนซอร์น เขาเกิดในวันที่ 26 ส.ค. 1934 เป็นคนอเมริกันมืออาชีพบาสเกตบอล ได้เล่นให้กับ B o s t o n C e l t i c s สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ ในฐานะผู้เล่นโค้ช เขาเล่นให้ทีม C e l t i c s ตั้งแต่เมื่อปี 1956 ถึงปี 1965 และก็เป็นโค้ชของทีมตั้งแต่ปี 1969 ถึงปี 1978

Tom Heinsohn ได้รับหน้าที่เป็น Hall of Fame จากการมีส่วนร่วมในฐานะผู้เล่น เขาได้รับการแต่งตั้งให้ไปสู่ Hall of Fame เพื่อการบรรลุผลในฐานะหัวหน้าโค้ช นอกจากนั้นเขายังช่วยสร้างสโมสรผู้เล่นN B A แล้วก็เขายังเป็นเพียงคนเดียวที่มีความโดดเด่นสำหรับในการเข้าร่วมทีมอย่างเป็นทางการสำหรับในการแข่งขันคนที่ 17 ของทีม C e l t i c s รวมทั้งการแข่งขัน N B A 21 รอบสุดท้าย ปัจจุบันนี้เขาเป็นผู้พูดเกี่ยวกับเซลติกส์ที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์เอ็นบีซีสปอร์ตบอสตันอีกด้วย

วิทยาลัยอาชีพ

เขาได้เกิดที่เจอร์ซีย์ซิตี นิวเจอร์ซีย์ เขายังเป็นผู้เล่นเยี่ยมยอดที่โรงเรียนมัธยมเซนต์ไมเคิล บริเวณใกล้เคียงยูเนียนซิตี เขายังได้รับทุนเพื่อการศึกษาโฮลี่ครอสส์ในวูสเตอร์แมสซาชูเซตส์รวมทั้งกลายเป็นผู้ที่ทำคะแนนชั้นแนวหน้าของสถานศึกษาตลอดระยะเวลาด้วยคะแนน 1,789 คะแนนเฉลี่ย 22.1 คะแนนต่อเกม ตอนปีสุดท้ายของเขานั้นทำแต้มถึง 51 คะแนนในเกมกับวิทยาลัยบอสตัน

อาชีพการงาน

เมื่อปี 1956 เขาได้รับเลือกจากทีมบอสตันเซลติกส์ จากการดราฟในช่วงฤดูกาลแรกของเขา เขาได้เล่นในเกม NBA All-Star ด้วยชื่อ NBA Rookie แห่งปีที่อยู่เหนือเพื่อนร่วมทีม Bill Russe l l แล้วก็ได้รับรางวัลแหวนแชมป์สำหรับในการแข่งขันครั้งแรกของเขา ทั้งยังเขายังได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมเซลติกส์ที่ได้รับรางวัลสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติในปีที่ 9 ในปี 1959 แล้วก็1965 ในประวัติศาสตร์ของ N B A มีเพียงแค่เพื่อนร่วมทีมรัสเซลแล้วก็แซมโจนส์เพียงแค่นั้นได้รับรางวัลแหวนแชมป์ ซึ่งในระหว่างการอาชีพของเขา เขาได้ถูกเสนอชื่อให้กับทีม All-Star ถึง 6 ทีม ซึ่งเพื่อนร่วมทีมและก็ทีมคู่แข่ง โฮลี่ครอสส์บ๊อบ Cousy เฮนโซน์ เขาทำแต้มอาชีพอยู่ที่ 10,000 คะแนน เขาเป็นหมายเลข 15 โดยเซลติกส์ในปี 1965

อาชีพการโค้ช

เขาได้กลายเป็นหัวหน้าโค้ชเซลติกส์ ในช่วงฤดูกาลปี 1969-1970 เขานำทีมไปลีกที่ยอดเยี่ยม เป็นประวัติศาสตร์ในฤดูกาลปีที่ 1972-1973 รวมทั้ง เป็นโค้ชแห่งปี ถึงแม้บอสตันรู้สึกเศร้าในรอบชิงแชมป์ ฤดูกาลต่อมาเขาและก็ทีมเซลติกส์รับรางวัลชนะเลิศรวมทั้งพวกเขาพูดว่าปี 1976 เขาสะสมเรื่องราวฝึกหัดอาชีพต่อไป

ต่อมาช่วงวันที่ 14 ก.พ. 2558 มีการประกาศว่าไฮน์โซน์จะถูกแต่งตั้งเข้าสู่บาสเก็ตบอลออฟเฟมเป็นครั้งที่ 2 ในฐานะคนฝึก เขาได้เป็นหนึ่งในห้าสมาชิกของคลาสปี 2015 ที่ได้รับการเลือกตั้งและก็เป็นเพียง 1 ใน 4 ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทั้งผู้เล่นแล้วก็โค้ชนั่นเอง

รางวัล

  • แชมป์ NBA 10 ครั้ง
  • ผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี 1957
  • NBA All-Star 6 ครั้ง
  • โค้ชแห่งปี 1973
  • ครั้งที่ 2 – Naismith Memorial Basketball Hall of Fame (ผู้เล่นในปี 1986 และโค้ชในปี 2015)
  • ผู้รับรางวัล Jack McMahon Award ในปี 1995 โดยสมาคมโค้ชบาสเกตบอลแห่งชาติ
  • ผู้รับรางวัลความสำเร็จตลอดชีวิต 2009 Chuck Daly Lifetime Achievement Award โดยสมาคมโค้ชNBA
  • หมายเลข 15 ออกจากบอสตันเซลติกส์
  • หมายเลข 24 เกษียณอายุโดยโฮลี่ครอสส์

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก ufabetrich

เรื่องเด่น

จอห์นฮาวลิเซค

จอห์นฮาวลิเซค
จอห์นฮาวลิเซค

จอห์นฮาวลิเซค ผู้เล่นบาสเกตบอลมืออาชีพเป็นผู้เล่นที่ลงแข่งขันถึง 16 ฤดูกาลกับทีมบอสตันเซลติกส์ และก็ได้ชนะการแข่งขันโดยได้เข้าชิงชนะเลิศ NBA ถึง 8 ครั้งโดยมีสี่คนในฤดูกาลแรกของเขากับทีม

ในสโมสรบาสเก็ตบอลแห่งชาติ NBA เขาได้เป็น 1 ในผู้เล่น 4 ผู้ที่ชนะการแข่งขันถึง 8 นัด สำหรับในการเล่นอาชีพของเขา ซึ่งมีแค่เพียงเพื่อนร่วมทีม Bill Russell และ Sam Jones แค่นั้นที่ชนะด้วย 11 และ 10 ตามลำดับ John Havlicek ได้เป็น 1 ใน 3 ของผู้เล่น NBA ที่มีสถิติ 8-0 ใน NBA รอบรองชนะเลิศที่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงเขาได้ ต่อมา John Havlicek ได้รับการยอมรับว่าเป็นเลิศในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกมรวมทั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของ Naismith Memorial Basketball Hall of Fame เมื่อปี 1984 เขายังเป็นนักกีฬาคนที่สามที่ Bridgeport High School ในบริดจ์โอไฮโอ อีกด้วย

อาชีพวิทยาลัยและNBA จอห์นฮาวลิเซค

เขาได้เล่นบาสเก็ตบอลที่ Ohio State University กับ NBA All-Star Jerry Lucas ถึง 7 ครั้ง ต่อมาเพื่อนร่วมชั้นของเขาถูกดราฟ NBA ในรอบแรกคือ Larry Siegfried และก็ได้เป็นตำนานโค้ชบ๊อบบี้อัศวิน ในปี 1960 รัฐโอไฮโออายส์หัวหน้าโค้ชเฟร็ดเทย์เลอร์แล้วก็ผู้ช่วยโค้ชแจ็คกราฟแล้วก็แฟรงก์รุตได้พาทีมชนะ NCAA ต่อมา John Havlicek มีชื่อเสียงว่าทีมชาติ 1960 ต้องการมาก จากสหรัฐฯที่ลงแข่งขันในโอลิมปิกฤดูร้อน 1960

หลังจากนั้น John Havlicek ถูกดราฟโดยบอสตันเซลติกส์สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ NBA แล้วก็คลีฟแลนด์สโมสรบอลแห่งชาติเมื่อปี 1962 ภายหลังการแข่งขันชิงชัยเขาได้รับสำหรับการฝึกอบรม ในปีนั้นเขาเน้นพลกำลังของเขาสำหรับในการเล่น สำหรับทีม Celtics โดยมีหัวหน้าโค้ช Red Auerbach ดูแล รวมทั้งได้กล่าวว่าเขาเป็น “ความกล้าของทีม” และก็เป็นที่รู้จักของความแข็งแกร่ง คู่แข่งพูดว่ามันเป็นความท้าทายเมื่อได้แข่งขันกับเขา

ฉายา “ฮอนโด” เขาได้ปฏิวัติบทบาทรวมทั้งเป็นอมตะในการขโมยลูกในวินาทีท้ายที่สุดของการชิงแชมป์ภาคตะวันออก 1965 ในเกมที่ 7 และก็ครั้งสุดท้ายเล่นกับบอสตันการ์เด้น ช่วงวันที่ 15 เดือนเมษายนกับทีมเซลติกส์นำทีมฟิลาเดลเฟีย ด้วยคะแนน 110-109

John Havlicek เป็นผู้นำของทีม Celtics ตลอดระยะเวลาในการเล่นคะแนนและก็เกมคะแนน 26,395 คะแนน (20.8 คะแนนต่อเกม 16 คะแนนตลอดเวลาที่ทำแต้มใน NBA) แล้วก็เล่นใน 1,270 เกม (ตลอดเวลา 30) เขาก็เลยกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำแต้ม 1,000 คะแนนใน 16 ฤดูกาลต่อเนื่องกันโดยมีฤดูกาลที่ดีเยี่ยมที่สุดในฤดูกาล 1970-1971 เฉลี่ย 28.9 คะแนนต่อเกม

เซลติกส์ชนะการแข่งขัน NBA 1974 รวมทั้ง John Havlicek ได้รับรางวัล NBA Finals MVP

สำหรับเพื่อการแข่งขันครั้งที่ 2 ของเกมที่ 5 ในปี 1976 NBA รอบชิงแชมป์ John Havlicek ดูเหมือนจะเป็นผู้ชนะในเกม แม้กระนั้นการยิงของ John Havlicek ด้วยหนึ่งวินาที นัดสุดท้าย ซึ่งการ์เฮิร์ดทำคะแนนเพื่อบังคับให้เกมดำเนินการล่วงเวลาเป็นครั้งที่สาม เซลติกส์ยังคงชนะเกมใน 3 เวลา

เมื่อเขาเกษียณหลังจบฤดูกาลในปี 1977-1978 John Havlicek ทุกครั้งที่ทำสกอร์ เขาเป็นรากของswingman ตำแหน่งในการเล่นบาสเกตบอล นอกเหนือจากนั้นคะแนนของเขาเขาก็ยังดีนับว่าเป็นทักษะการป้องกันรวมทั้งได้รับการเสนอชื่อให้เป็น 5 NBA all-defensive teams สำหรับความสามารถของเขาที่จะก่อกวนรวมทั้งขโมยบอล เขาได้จบการแข่งขันชิงชัยด้วย NBA ถึง 8 ครั้ง UFABET ซึ่งน้อยกว่าเพื่อนร่วมทีม เมื่อเขาเกษียณรวมทั้งยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นดารานำทีมทั้งหมด 13 ทีมในช่วงอาชีพอายุปีของเขา

เรื่องเด่น

แลร์รี่เบิร์ด

แลร์รี่เบิร์ด
แลร์รี่เบิร์ด

แลร์รี่เบิร์ด หรือลาร์รีโจเบิร์ด เขาเกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2499 เขายังเป็นอดีตนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันและยังเป็นอดีตโค้ชและอดีตผู้บริหารที่ทำหน้าที่เป็นประธานของฝ่ายปฏิบัติการบาสเก็ตบอลอินเดียนา Pacers ในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (NBA) อีกด้วย เขายังได้ถูกเรียกว่า “ T h e H i c k f r o m F r e n c h L i c k ” L a r r y B i r d และเขายังได้รับการยกย่องอย่างมากว่าเขาเป็นหนึ่งในนักบาสเกตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตลอดกาล

จากการดราฟลงในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ N B A โดยบอสตันเซลติกส์ โดยการเลือกจากการดราฟเป็นอันดับที่ 6 ใน N B A ปีค.ศ. 1978 L a r r y B i r d ได้เริ่มต้นการเดินก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ และเสริมพลังการเล่นในทีมได้อย่างดีสำหรับทีมเซลติกส์ สำหรับใน 1 3 ฤดูกาล L a r r y B i r d ได้เป็น NBA All-Star 12 เวลาและได้รับ NBA Most Valuable Player Award (รางวัลผู้เล่นที่มีค่ามากที่สุดของ NBA) สามครั้งติดต่อกันในปีค.ศ. 1984 – 1986 เขายังได้เล่นในอาชีพทั้งหมดของเขาสำหรับทีมบอสตัน และได้ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ NBA ถึงสามครั้งและได้รับรางวัล M V P รอบชิงชนะเลิศ M V P ถึงสองครั้ง L a r r y B i r d ยังเป็นสมาชิกของทีมบาสเกตบอลโอลิมปิกชายในปีค.ศ. 1992 ได้เหรียญทองของสหรัฐอเมริกาได้รู้จักเขาในนามของ “T h e D r e a m T e a m” เขาจึงได้รับการโหวตให้เป็นทีมครบรอบ 50 ปีของ N B A เมื่อปี 1996 และก็ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าสู่ Naismith Memorial Basketball Hall of Fame ในปีค.ศ. 1998 และถูกแต่งตั้งให้เข้าสู่ H a l l o f F a m e อีกครั้งเมื่อปี 2010 ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของ “T h e D r e a m T e a m”

หลังจากที่เขาได้เกษียณนั้นในฐานะผู้เล่น Larry Bird จึงได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโค้ชของอินเดียนา Pacers ในปีค.ศ. 1997 ถึง 2000 เขาได้รับการเสนอชื่อในลีกเอ็นบีเอ และได้โค้ชแห่งปีสำหรับฤดูกาลเมื่อปีค.ศ. 1997-1998 และต่อมาได้นำ Pacers เพื่อตำแหน่งในปีค.ศ. 2000 ในรอบชิงชนะเลิศเอ็นบีเอ เมื่อปีค.ศ. 2003 Larry Bird ยังได้รับตำแหน่งเป็นประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเก็ตบอลสำหรับ Pacers และได้ดำรงตำแหน่งจนเกษียณเมื่อปีค.ศ. 2012 ต่อมาเขาได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บริหารของเอ็นบีเอ (NBA) แห่งปีสำหรับในฤดูกาลปีค.ศ. 2012 Larry Bird ได้กลับเข้าสู่ ​​Pacers ในฐานะประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเก็ตบอลเมื่อปีค.ศ 2013 และยังคงอยู่ในบทบาทนั้นจนถึงปีค.ศ. 2017 นั่นเอง

ในฐานะเริ่มต้นในปีค.ศ. 2019 Larry Bird ยังเป็นเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ UFABET ของเอ็นบีเอ (NBA) ที่จะตั้งชื่อใหม่แห่งปี ,ค่าตัวและค่าลงเล่น ,เอ็นบีเอ(NBA)ในรอบชิงชนะเลิศ MVP ,All-Star MVP ,โค้ชแห่งปีและผู้บริหารแห่งปี อีกด้วย

เรื่องเด่น

บิลรัสเซล

บิลรัสเซล
บิลรัสเซล

บิลรัสเซล วิลเลียมเฟลตันรัสเซล หรือ William Felton Russell เขาเกิดในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1934 เขาเป็นชาวอเมริกันมืออาชีพบาสเกตบอลที่เกษียณไปแล้ว เขาเป็นผู้เล่นที่เล่นในตำแหน่ง C e n t e r สำหรับทีมบอสตันเซลติกส์ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (N B A) ในปี 1956 ถึง 1969 เป็นเวลา 5 ปีที่เล่นในลีกเอ็นบีเอและ12 ปีที่เล่นใน A l l – S t a r เขาเป็นคนสำคัญของทีมบอสตันเซลติก ที่ชนะการแข่งขัน N B A ถึง 11 ครั้งในอาชีพของเขา 13 ปี R u s s e l l และอองรีริชาร์ดในสมาคมฮอกกี้แห่งชาติที่ถูกบันทึกไว้สำหรับการประชันที่น่าสนใจสุด และได้รับรางวัลโดยนักกีฬาในนอร์ทอเมริกันลีกกีฬาอีกด้วย R u s s e l l เป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสถึงสองครั้งติดต่อกันซีเอในปี 1955 และปี 1956 และรุ่นไลท์เวทของเขาได้เหรียญทองชนะเลิศทีมบาสเกตบอลแห่งชาติของสหรัฐฯในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1956

Bill Russell ได้รับการยกย่องจากหลาย ๆ คนว่าเป็นหนึ่งในนักบาสเกตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาสูงถึง 6 ฟุต 10 (2.08 เมตร) เขาสามารถทำคะแนนด้วยการยิงปิดกั้นและป้องกันลูกบาสต่อคนอื่น และเป็นเหตุผลที่สำคัญสำหรับการปกครองเซลติกส์ของเอ็นบีเอในอาชีพของเขา Russell นั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของความสามารถในการตอบสนอง เขานำลีกเอ็นบีเอในรีบาวน์ถึง 4 ครั้ง ตลอดฤดูกาลติดต่อกัน และยังคงเป็นที่ 2 ทั้งในรีบาวน์รวมและรีบาวน์ต่อเกม เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่น NBA คนที่สอง ในการคว้ารีบาวน์ได้มากกว่า 50 รีบาวน์ในเกม Russell ไม่เคยเป็นจุดสนใจของการกระทำความผิดของเซลติกส์ เขาจึงได้คะแนนอาชีพ 14,522 คะแนนและให้ผ่านเกณฑ์การมีประสิทธิภาพ

Russell เล่นในการบุกเบิก Earl Lloyd , Chuck Cooper , และSweetwater Clifton และเขาเป็นผู้เล่นผิวดำคนแรกที่ประสบความสำเร็จในฐานะ superstar status in the NBA นอกจากนี้เขายังทำหน้าที่เป็นผู้เล่น – โค้ชสามฤดู (1966-1969) สำหรับเซลติกส์นั้นเขากลายเป็นโค้ชผิวดำคนแรกในกีฬาอาชีพในอเมริกาเหนือและเป็นคนแรกที่ชนะการแข่งขัน เมื่อปี 2011 โอบารักโอบามาได้มอบรางวัลให้กับ Bill Russell ซึ่งเป็นเหรียญแห่งอิสรภาพของประธานาธิบดีสำหรับความสำเร็จของเขาใน Civil Rights Movement

Russell เป็นหนึ่งในเจ็ดผู้เล่นในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัล NCAA Championship, NBA Championship และเหรียญทองโอลิมปิก และเขายังได้รับการแต่งตั้งให้เข้า Naismith Memorial Basketball Hall of Fame และ National Collegiate Basketball Hall of Fame เขาได้รับเลือกให้เข้าสู่ทีมครบรอบ 25 ปีของลีก NBA เมื่อปีค.ศ. 1971 และทีมครบรอบ 35 ปีของ NBA เมื่อปีค.ศ. 1980 และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน50 ผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA เมื่อปี 1996 ที่เป็น 1 ใน 4 ผู้เล่นเท่านั้น ในปี 2007 นอกจากนี้เขาได้รับการ FIBA Hall of Fame เพื่อเป็นเกียรติแก่ เอ็นบีเอ ได้เปลี่ยนชื่อ Russell เป็นรางวัลผู้เล่น NBA รอบชิงชนะเลิศมากที่สุดในปี 2009 ซึ่งในขณะนั้นมันเป็นรางวัล Bill Russell NBA Finals Most Valuable Player Award นั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก U F A 8 7 7

เรื่องเด่น

บ็อบ คูซี

บ็อบ คูซี
บ็อบ คูซี

บ็อบ คูซี Bob Cousy หรือ Robert Joseph Cousy เขาเกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1928 เขาเป็นชาวอเมริกันบาสเกตบอลมืออาชีพที่ได้เกษียณอายุไปแล้ว เขา C o u s y ได้เล่นในตำแหน่ง p o i n t g u a r d ให้กับทีมบอสตันเซลติกส์จากปี ค.ศ. 1950 ถึง 1963 ต่อมาในฤดูกาลปีค.ศ. 1969-1970 ทำให้ทีมเป็นทีมตัวแทนจูเนียร์ เขาจึงได้รับทุนการศึกษาที่วิทยาลัย o f t h e H o l y C r o s s ในปี ค.ศ. 1948 การแข่งขันซีเอและปีค.ศ. 1950 การแข่งขันซีเอและได้รับรางวัลซีเอ A l l – A m e r i c a n เขาจึงได้รับเกียรติทั้งสามฤดูกาล

C o u s y เขาถูกได้ถูกดราฟขึ้นครั้งแรกโดย T r i – C i t i e s B l a c k h a w k s เป็นตัวเลือกที่สามในรอบแรกของการดราฟในลีก N B A ปี 1 9 5 0 แต่หลังจากที่เขาได้ปฏิเสธที่จะรายงานเขาถูกดราฟต่อโดยบอสตันเซลติกส์ เขาได้มีอาชีพที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับทีมเซลติกส์ ที่เป็นลีกชั้นนำและยังเป็นประวัติการณุถึง 8 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย และเขายงสามารถช่วยเล่นในเกมจนทำให้ทีมประสบผลสำเร็จชนะได้ถึง 6 ครั้งในลีก NBA หลังจากนั้นเขาจึงได้ถูกโหวตให้เป็นอันดับ 13 ใน  NBA All-Star Games และในฤดูกาลที่ 13 ของ full NBA seasonsนอกจากนี้เขายังได้รับการเสนอชื่อให้เป็น 12 All-NBA First and Second Teams และได้รับรางวัลในปีค.ศ. 1957 NBA Most Valuable Player Award

ในระหว่างของแนวทางความช่วยเหลือในตำแหน่ง point guard ของเขาที่ไม่มีใครเทียบเขาได้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เก่งกราดซึ่งเป็นปี Cousy ได้มีการแนะนำการเล่นที่ผสมผสานในทางใหม่ของทักษะการจัดการลูกบาสของเขาจนถึงการส่งลูกบาสที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “The Houdini of the Woodwood” จึงได้เป็นที่รู้จักกันในนามว่า “Cooz” เขาจึงได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ Boston Garden อย่างโดยตลอดงว่าเขาเป็น “Mr. Basketball” หลังจากที่ได้เล่นบาสเกตบอลในอาชีพของเขา ต่อมาเขาจึงได้เป็นโค้ชเป็นเวลาอยู่นานหลายปีโดยมีการคัมแบ็กจี้เจ็ดเกมสำหรับพวกเขาเมื่อเขาอายุ 41 ปีนั่นเอง

Cousy จึงกลายเป็นโฆษกของเกม Celtics ในการเลือกตั้งของเขาไปที่ไนสมิ ธ อนุสรณ์สถานบาสเกตบอลหอเกียรติยศในปี 1971 เซลติกส์ออกหมายเลข 14 เสื้อของเขาและแขวนไว้ในจันทัน Cousy ถูกเสนอชื่อให้เป็นทีมครบรอบ 25 ปีของเอ็นบีเอในปีค.ศ. 1971 ซึ่งเป็นทีมที่ครบรอบ 35 ปีของเอ็นบีเอเมื่อปี 1981 และทีมครบรอบ 50 ปีของเอ็นบีเอเมื่อปี 1996 ทำให้เขาเป็น1 ใน 4 ผู้เล่นที่ได้รับเลือกให้กับแต่ละทีมเหล่านั้น U F A B E T เขายังเป็นประธานคนแรกของบาสเกตบอลแห่งชาติสมาคมผู้เล่น ในวันที่ 22 สิงหาคม 2019 เขาได้รับรางวัลเหรียญแห่งอิสรภาพของประธานโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์อีกด้วย

เรื่องเด่น

เรดี้เออร์บัค

เรดี้เออร์บัค
เรดี้เออร์บัค

เรดี้เออร์บัค R e d A u e r b a c h หรือ A r n o l d J a c o b “R e d” A u e r b a c h เขาเป็นโค้ชของอเมริกันบาสเกตบอลวอชิงตัน C a p i t o l s ที่ T r i – C i t i e s B l a c k h a w k s และดูสะดุดตาที่สุดในบอสตันเซลติกส์ หลังจากที่เขาได้เกษียณจากการฝึกนั้น ต่อมาเขาได้มีหน้าที่เป็นประธานและผู้บริหารในสำนักงานใหญ่ของเซลติกส์จนกระทั่งเขาเสียชีวิตลง ในฐานะโค้ชนั้นเขาพาลูกทีมเอาชนะด้วย 938 เกม (สถิติการบันทึกเมื่อเขาได้เกษียณอายุไปแล้ว) และสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (N B A) เป็นจะนวน 9 ครั้งในฤดูกาล และมีการประชันเกิดขึ้นที่ (หมายเลขแซงโดย P h i l J a c k s o n ผู้ชนะ 11 ใน 18 ฤดูกาล) ในฐานะผู้จัดการทั่วไปและประธานทีมของ C e l t i c s เขายังได้รับรางวัลที่ชื่อว่า N B A อีก 7 ครั้งรวมทั้งหมดเป็น 16 ครั้งในรอบ 29 ปีของเขา จึงทำให้เขาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่โค้ชที่พาลูกทีมประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาชีพชาวอเมริกาเหนือ

Auerbach เขาถูกจดจำชื่อในฐานะผู้บุกเบิกกีฬาบาสเก็ตบอลในสมัยใหม่โดยนิยามเกมบาสเกตบอลที่เล่นโดยทีมและการป้องกันและมีการแนะนำการบุกที่ว่องไวและเร็วเร็ว จึงถือว่าเป็นอาวุธที่น่าเกรงขามอีกด้วย  เพราะในการแข่งขันของลูกทีมเขาดูแลทีมได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้เล่นหลายคนมีการได้รับการแต่งตั้งให้เข้าบาสเกตบอลฮอลล์ออฟเฟม นอกจากนี้ Auerbach ก็มีความสำคัญในการทำลายอุปสรรคต่าง ๆ ในการแข่งขันของลีกเอ็นบีเอ NBA ถือได้ว่าเขายังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการจัดทำการดราฟครั้งแรกที่African-American NBA player  ชัคคูเปอร์ในปี 1950 ได้มีการเปิดตัวครั้งแรกที่แอฟริกันอเมริกัน เขาได้เริ่มต้นในเกมที่ห้าในปี ค.ศ.1964 และได้รับการว่าจ้างคนแรกที่แอฟริกันอเมริกันหัวหน้าโค้ชในทวีปอเมริกาเหนือ (บิลรัสเซลในปี 1966 ) ต้องการ ต่อมาเขาจึงมีชื่อเสียงในเรื่องธรรมชาติของการแยกขั้ว เขาเป็นที่รู้จักกันดีในการสูบซิการ์เมื่อเขาคิดว่าได้รับชัยชนะแน่นอนจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับหลาย ๆ คน “สัญลักษณ์สุดท้ายแห่งชัยชนะ” ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งบอสตันนั่นเอง

ในปีค.ศ. 1967 รางวัลโค้ชเอ็นบีเอแห่งปี ที่เขาได้รับรางวัลในปี 1965 เป็นชื่อรางวัล “Red Auerbach Trophy” และได้รับการแต่งตั้งให้เข้าไปในหอเกียรติยศบาสเตียนบาคเมื่อปี 1969 ต่อมาในปี 1980 เขาได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นโค้ชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NBA โดยสมาคมโค้ดบาสเกตบอลมืออาชีพของอเมริกาและยังเป็นผู้บริหาร NBA แห่งปี เมื่อปี 1980 นอกจากนี้ Auerbach ยังได้รับการโหวตเป็นหนึ่งใน NBA 10 โค้ชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ได้แต่งตั้งให้เข้าสู่หอเกียรติยศกีฬาแห่งชาติ U F A B E T ของชาวยิวและได้รับเกียรติด้วยเสื้อหมายเลข 2 ที่เกษียณใน TD Garden ซึ่งเป็นบ้านของ Boston Celtics นั่นเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เรื่องเด่น

เดฟโคเวนส์

เดฟโคเวนส์
เดฟโคเวนส์

เดฟโคเวนส์ David William Cowens เขาเกิดเมื่อวันที่  25 ตุลาคม 1948 และเขายังเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันที่เกษียณอายุราชการและเป็นหัวหน้าโค้ชในลีก N B A ที่ 6 จาก 9 เขาได้เล่นในตำแหน่ง center และเล่นในตำแหน่ง p o w e r f o r w a r d เป็นครั้งคราว C o w e n s ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นในเกมอาชีพกับทีมบอสตันเซลติกส์ เขาเป็นนักบาสหน้าใหม่แห่งปี  1971 และปี 1973 เขาเป็นผู้เล่นที่มีค่ามากที่สุดใน N B A และสามารถเอาชนะในการประชัน N B A ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของทีมบอสตันเซลติกส์ เมื่อปี 1974 และ 1976 เขาได้รับการแต่งตั้งให้เข้าสู่ Naismith Memorial Basketball Hall of Fame ในปี 1991

C o w e n s ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าโค้ชในลีก N B A หลายตำแหน่ง เมื่อเร็ว ๆ นี้ C o w e n s ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ชและจากนั้นเป็นผู้ช่วยพิเศษให้กับทีม D e t r o i t P i s t o n s ประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอล J o e D u m a r s

อาชีพในลีกเอ็นบีเอ เดฟโคเวนส์

Rookie year

แม้จะมีนักวิพากวิจารณ์บางคนที่รู้สึกว่า Cowens ตัวเล็กเกินไปที่จะเล่นในตำแหน่ง Center ซึ่ง Cowens ได้รับเลือกเป็นผลการคัดเลือกคนที่สี่โดยทีมบอสตันเซลติกส์ ในช่วงปี 1970 NBA draft ส่วนใหญ่ที่มีข้อตกลงของเซลติกส์อดีตบิลรัสเซล “ไม่มีใครบอกได้เลยว่าเด็กคนนั้นเขาไม่สามารถเล่นได้” รัสเซลได้พูดถึง Cowens

ในช่วงปีแรกของ Cowens เขาเฉลี่ยคะแนนอยู่ที่ 17.0 คะแนนต่อเกมและ15.0 รีบาวน์ต่อเกม เขาได้รับการเสนอชื่อให้กับทีมแรก NBA All-Rookie และเอ็นบีเอหน้าใหม่แห่งปีกับพอร์ตแลนด์ Geoff Petrie นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำในลีกในกติกาในปีเดียวกัน

อาชีพการโค้ช

เขาได้เริ่มการฝึกอาชีพของเขาด้วยการทำหน้าที่เป็นผู้เล่นโค้ชสำหรับทีมบอสตันเซลติกส์ ในช่วงฤดูกาลปีที่ 1978-1979 แต่เขาได้ลาออกจากการฝึกหลังจากฤดูกาลและกลับมาเป็นผู้เล่นเต็มเวลาก่อนที่จะเกษียณในปี 1980 นั่นเอง

Cowens ได้เป็นโค้ชของ Bay State Bombardiers ของสมาคมบาสเกตบอลภาคพื้นทวีป เมื่อปีค.ศ. 1984-1985

Cowens ได้กลับไปยังตำแหน่งโค้ชเอ็นบีเอในฐานะผู้ช่วยโค้ชของซานแอนโตนิโอสเปอร์ เมื่อปีค.ศ. 1994- 1996 และได้รับการพิจารณาสำหรับการสอนงานของบอสตันเซลติกส์ ในช่วงฤดูกาลนอกฤดูกาลปี 1995

Cowens เคยเป็นหัวหน้าโค้ชของ Charlotte Hornets ตั้งแต่ปี 1996 ถึงปี 1999

เขาเป็นหัวหน้าโค้ชให้กับทีม Golden State Warriors ตั้งแต่ปี 1999 ถึง 2001 และมีระยะเวลาทำเกมถึง 105 เกม

ในปี 2005-2006 Cowens เป็นหัวหน้าโค้ชใน Chicago Sky Women’s National Basketball Association (WNBA)

Cowens เป็นผู้ช่วยโค้ชของ Detroit Pistons ตั้งแต่ปี 2006 ถึง 2009

Cowens กลายเป็น Center ที่สี่เฉลี่ย 5 แอสซิสในฤดูกาลเดียว อดีตศูนย์เซลติกบิลรัสเซลและคารีมอับดุลจับบาร์ ค่าเฉลี่ยในอาชีพของเขาคือ 3.8 แอสซิสต่อเกม ณ สิ้นฤดูกาลในปี 2018-19 ในการจัดอันดับโดยรวมวันที่ 27 มากที่สุดสำหรับตัวขึ้นช่วยสามคู่โดย Center ในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอ

จากหลักฐานที่แสดงถึงความสามารถรอบด้านของเขา Cowens เป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียงห้าคนเท่านั้น (Scottie Pippen , Kevin Garnett , LeBron JamesและGiannis Antetokounmpo) เพื่อนำทีมของเขาในห้าเกมสถิติที่สำคัญสำหรับฤดูกาล ufabet ช่วยบล็อกและ steals เขาได้ทำอย่างนั้นในฤดูกาล 1977-1978

เรื่องเด่น

เรย์มอนด์เฟลตัน

เรย์มอนด์เฟลตัน
เรย์มอนด์เฟลตัน

เรย์มอนด์เฟลตัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2527 เขาเป็นนักบาสเกตบอลชาวอเมริกันมืออาชีพคนสุดท้ายที่ได้เล่นให้กับทีมโอคลาโฮมาซิตีธันเดอร์ ในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (NBA) Raymond Feltonได้เล่นบาสเกตบอลให้กับ University of North Carolina ซึ่งมีหัวหน้าโค้ชรอยวิลเลียม นอร์ทแคโรไลนา Felton และสามารถพาทีมไปชิงแชมป์แห่งชาติก่อนที่จะได้ประกาศNBA draft  ในอาชีพการงานของเขา Felton เป็นสมาชิกของทีม Charlotte Bobcats , New York Knicks (ถึงสองครั้ง), Denver Nuggets, พอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์ , ดัลลัสและLos Angeles Clippers เขาเล่นตำแหน่ง point guard

อาชีพของ เรย์มอนด์เฟลตัน

  • Charlotte Bobcats (2005–2010)

Felton ได้รับเลือกเป็นอันดับที่ 5 จากการดราฟเมื่อปี 2005 โดยลอตต์บ็อบแคท Felton ถูกดราฟหลังจากคริสพอลและเดรอนวิลเลียมส์ เพื่อนร่วมทีมของมหาวิทยาลัยนอร์ ธ แคโรไลนาMarvin Williams , Rashad McCants และ Sean May ได้รับการคัดเลือกในการดราฟเช่นกัน เกมที่ดีที่สุดของ Felton ปีแรกเกิดขึ้นในวันที่ 28 มกราคม 2549 เขาทำบันทึก 18 คะแนนและ 13 แอสซิส Felton เริ่มเกม 54 จาก 82 เกมสำหรับ Bobcats และเฉลี่ย 11.9 คะแนนต่อเกม 5.6 แอสซิสต่อเกมและ 3.3 รีบาวน์ต่อเกม ในปีแรกของเขา Felton บันทึก 13 คู่เฟลตันได้รับเลือกให้เป็น NBA All-Rookie ถึงสองทีม Felton เข้ามาในปีที่สองของเขาในตำแหน่ง point guardจุดเริ่มต้นของ Felton นั้นได้มีการพัฒนาขึ้นมาตลอดจากสถิติโดยเพิ่มแอสซิสต่อเกมตั้งแต่ 5.6 เป็น 7.0 ส่วนของการเพิ่มขึ้นคือการเล่นได้ดีของเขาและเพื่อนร่วมทีมอย่าง Gerald Wallace , Sean MayและEmeka Okafor และAdam Morrison และ Walter Herrmann. อย่างไรก็ตาม Felton ยังคงพยายามยิงจากระยะสามจุดหนึ่งในตำแหน่งที่ผิดพลาดครั้งสำคัญที่สุดของเขา จากการดราฟในปี 2008 ได้จ้างโค้ชลาร์รีบราวน์เป็นหัวหน้าโค้ชของพวกเขา ต่อมา ซึ่งหลังจากนั้น Felton ถดถอยในการแอสซิส และ FG%  ในช่วงปิดฤดูกาลเมื่อปี 2009 Felton ได้เป็นตัวแทนอิสระ ในรอบตัดเชือก Felton มีค่าเฉลี่ย 11.8 คะแนนต่อเกม 2.5 รีบาวน์ต่อเกมและ 5 แอสซิสต่อเกม Felton กลายเป็นอิสระเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล หลังจากที่คะแนนเขาตกลงถึง 42/12/10 เขาได้ถูกขนานนามว่า “The Black Austin Brown”

  • นิวยอร์กนิกส์และเดนเวอร์นักเก็ต (2010–2554)

เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 2010 Felton ได้ตกลงทำสัญญากับที่นิวยอร์กนิกส์ ต่อมาสองวันหลักจากนั้นสรุปได้ว่ามีสัญญา 2 ปี และได้ค่าตัวถึง $ 15.8 ล้าน Felton ได้รับเลือกให้เป็นผู้ร่วมฤดูกาลในปี 2011 ควบคู่ไปกับทีม ในช่วงต้นปี Felton มีปัญหาในการเลือกกับ Stoudemire และหลังจากนั้น Felton ได้รับความมั่นใจและไม่นานก็มีแฟน ๆ  ก็ชื่นชอบในนิวยอร์กซิตี้ การเล่นของเขาทำให้นิกส์ชนะในการแข่งขันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2011 Felton ได้แลกเปลี่ยนกับนักเก็ตเดนเวอร์ในข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับ Minnesota Timberwolves ที่นำ Carmelo Anthonyไปนิวยอร์ก หลังจากนั้น Felton ยังได้ All-Star votes โดยแฟน ๆ เฉลี่ย 17.1 คะแนน, 9.0 แอสซิส , 3.6 รีบาวน์และ 1.8 ต่อเกมในเวลา 38.4 นาทีต่อเกม ในเดนเวอร์

ในการเปิดตัวของฤดูกาลปกติ Felton จบเกมด้วยคะแนน 12 รีบาวน์ 6, 8 และแอสซิส และสามารถชนะ 107-103 กว่า 76ers เดลเฟียอีกด้วย Felton และ The Blazers ต่อสู้ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา Felton ถูก benched โดย McMillan จาก Jamal Crawford จบฤดูกาลที่ 28-38 (.424) ที่สิบเอ็ดในการแข่งขันของลีก สำหรับเขามันเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดของเขา ขณะที่เขาเฉลี่ยอาชีพ 11.4 คะแนนจากการยิงประตู 40.7% และยิง 30.5%

  • กลับไปที่ New York Knicks (2012–2014)

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2012 Felton และKurt Thomasได้ทำการแลกเปลี่ยนกับNew York Knicksการ Felton เซ็นสัญญาขยายระยะเวลากับ Knicks สามปี 10 ล้านเหรียญ Felton ตกต่ำลงเพราะรูปร่างของเขาที่อยู่กับพอร์ตแลนด์ ในเกมลีกฤดูร้อนที่ลาสเวกัสระหว่างนิกส์และแร็พเตอร์ส์โตรอนโต Felton บอกกับวอลท์เฟรเซอร์และไมค์บรีนว่าเขาสูญเสียน้ำหนักถึง 20 ปอนด์ Felton ยังกล่าวขึ้นอีกว่า เขารู้สึกว่าเขาดีกว่าเจเรมีหลิน

  • Dallas Mavericks (2014–2016)

เมื่อที่ 25 มิถุนายน 2014 Felton กับไทสันแชนด์เลอ, แลกกับดัลลัส ใน NBA draft 2014 และต่อมาในวันที่ 7 สิงหาคม 2014 Felton ได้ถูกข้อหาและได้ถูกระงับถึงสี่เกมจาก NBA ที่มีความผิดจากการครอบครองปืน

หลังจากเขาหายไป 31 เกม ของฤดูกาลปี 2014–2015 จากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าในช่วงต้นฤดูกาล Mavericks ได้เปิดตัว Felton เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม

ต่อมาในวันที่ 22 มิถุนายน 2015 Felton ได้เล่นกับ Mavericks ในฤดูกาล 2015–2016 และเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 เขาทำคะแนน 10 คะแนน 11 ผู้ช่วย และ 11 รีบาวน์ครั้งแรก นับตั้งแต่ Jason Kidd ในเดือนมีนาคม 2011

  • Los Angeles Clippers (2016–2017)

ในวันที่ 25 กรกฏาคม 2016 Felton เซ็นสัญญากับ Los Angeles

  • Oklahoma City Thunder (2017–1919)

ในวันที่ 10 กรกฏาคม 2017 Felton เซ็นสัญญากับโอคลาโฮมาซิตีธันเดอร์ และวันที่ 12 กรกฎาคม 2018 เขาได้เซ็นสัญญากับ Thunder อีกครั้ง

รางวัล

  • All-NBA Rookie ทีมที่สองในปี 2005-2006
  • No. 2 jersey is honored in the rafters of the Dean Dome at UNC
  •  ทีมการแข่งขันทั้งหมดของ NCAA ในปี 2005
  • แอสโซซิเอตเต็ทเพรสทีมบาสเก็ตบอลชายทีมที่สามในปี 2004–2005
  • Voted Carolina’s Most Valuable Player ในปี 2002–2003, 2004–2005
  • ผู้ชนะรางวัล Bob Cousy ในปี 2005
  • ทีมแรกทั้งหมด-ACC ในปี 2004–2005
  • ทีมที่สามได้มาตรฐาน ในปี 2002–2003, 2003–2004
  • การแข่งขัน All-ACC ครั้งแรกของทีมในปี 2003
  • ทีมที่ได้รับเกียรติจาก ACC ทั้งหมด ในปี 2004–2005
  • ACC All-Freshmen Team ในปี 2002–2003
  • Naismith Prep Player of the Year 2545 ufabet
เรื่องเด่น

พอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์

พอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์
พอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์

พอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์ (Portland Trail Blazers)ที่รู้จักกันทั่วไปว่า Blazers ทีมอเมริกันบาสเกตบอลมืออาชีพ อยู่ที่ Portland Oregon ในการแข่งขัน Blazers แกะรอยแข่งขันในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (NBA) ซึ่งเป็นสมาชิกของ Western Conference Northwest Division ทีมได้แข่งขันที่บ้าน คือ Memorial Coliseum ก่อนที่ได้ย้ายไปยัง Moda Center เมื่อปีค.ศ. 1995 แฟรนไชส์เข้าสู่ลีกในทีมงานการขยายตัวเมื่อปี ค.ศ. 1970 และทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น 1977 จาก 1995 ทีมได้มีคนรู้จักมากยิ่งขึ้นจากเกม 814 เกมที่บ้านติดต่อกันเป็นเวลานานที่สุดในกีฬาอเมริกันอาชีพที่สำคัญ ในช่วงเวลานั้นมีการค้นพบโดยบอสตันเรดซอกซ์ Blazers เป็นทีมNBA ที่อยู่ใน 2 ชาติแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้น หลังจากที่แวนคูเวอร์ริซลี่ ได้ย้ายไปที่เมมฟิสและกลายเป็นเมมฟิสกริซลี เมื่อปีค.ศ. 2001 และซีแอตเติล SuperSonics และย้ายไปยังโอคลาโฮมาซิตีและกลายเป็นทันเดอร์โอคลาโฮมาซิตี เมื่อปีค.ศ. 2008

ทีมที่ได้ก้าวเข้าสู่เอ็นบีเอรอบชิงชนะเลิศสามครั้งชนะแชมป์เอ็นบีเอครั้งใน1,977 อื่น ๆ ที่ปรากฏเอ็นบีเอรอบชิงชนะเลิศของพวกเขาอยู่ใน1990และ1992 [10]ทีมมีคุณสมบัติในรอบตัดเชือกใน 34 ฤดูกาลของการดำรงอยู่ 48 ฤดูกาลของพวกเขารวมทั้งแนวของ 21 ปรากฏตรงจาก 1983 ผ่าน 2003 สำหรับผูกแนวยาวที่สองในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอ [11] [12] Trail Blazers ’34 รมท่องเที่ยวปรากฏอันดับสามในเอ็นบีเอเท่านั้นหลังLos Angeles Lakersและซานอันโตนิโอสเปอร์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งทีมในปี 1970 [13]หกผู้เล่นHall of Fameได้เล่นให้กับ Trail Blazers ( Lenny Wilkens , Bill Walton , Clyde Drexler , DraženPetrović , Arvydas SabonisและScottie Pippen ) [14] Bill Walton เป็นผู้เล่นที่ได้รับการตกแต่งมากที่สุดของแฟรนไชส์ เขาเป็นเอ็นบีเอรอบชิงชนะเลิศมีคุณค่ามากที่สุดของผู้เล่นใน1977และฤดูกาลปกติMVPต่อไปนี้ปี [10] [15]สี่ Blazer ล่วงหน้า ( เจฟฟ์ Petrie , ซิดนีย์สารประกอบ , แบรนดอนรอยและเดเมียน Lillard) ได้รับรางวัลRookie เอ็นบีเอของปีที่ได้รับรางวัล ผู้เล่นสามคนได้รับรางวัลผู้เล่นที่ปรับปรุงมากที่สุด: Kevin Duckworth (1988), Zach Randolph (2004) และ CJ McCollum (2016) โค้ชของ Hall of Fame สองคนLenny WilkensและJack Ramsayได้ออกลาดตระเวนสนามสำหรับ Blazers และอีกสองคนคือMike SchulerและMike Dunleavyได้รับรางวัลNBA Coach ยอดเยี่ยมแห่งปีจากทีม

NBA draft พอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์

Trail Blazers เป็นทีมที่ได้อันดับที่ 1 ใน NBA draft ถึง 4 ครั้งในประวัติศาสตร์ ต่อมาในปีค.ศ. 1972 บิลวอลตันได้รับการคัดเลือกเมื่อปีค.ศ. 1974 Mychal ธอมป์สัน เมื่อปีค.ศ. 1978 และเกร็กโอเดนถูกนำตัวเมื่อปีค.ศ. 2007 ซึ่งในหลายคนได้รับการวิจารณ์ในการแสดงความเห็น NBA

  • การเลือกของมาร์ตินมากกว่าบ๊อบ McAdoo
  • การเลือกทอมป์สันกับลาร์รีเบิร์ด (การดราฟที่ 6 โดยทีมบอสตันเซลติกส์ ) เมื่อปีค.ศ. 1978
  • การเลือกเซนเตอร์แซมโบวี่กับหมายเลข 2 โดยการเลือกใน NBA draf เมื่อปีค.ศ. 1984 ที่เหนือไมเคิลจอร์แดน ผู้เล่นที่โดดเด่นอื่น ๆ ซึ่งในต่อมาในการดราฟอนาคตฮอลล์ของ Famers ชาร์ลส์บาร์คลีย์และจอห์นสต็อกตัน
  • การเลือกเกร็กโอเดนกับเควินดูแรนท์เมื่อปีค.ศ. 2007
  • การดราฟเด่น ๆ ได้แก่ Geoff Petrie, Sidney Wicks, Larry Steele, Lionel Hollins และ Jim Paxson เมื่อปีค.ศ. 1970 และ Clyde Drexler, Jerome Kersey, Terry Porter และ Arvydas Sabonis เมื่อปีค.ศ. 1980

ต่อมาในปีค.ศ. 1990 Trail Blaze ได้เลือกเจอร์เมนโอนีลและในยุคสหัสวรรษการดราฟซัคแรนดอล์ฟเมื่อปีค.ศ. 2006 U F A B E T ได้รับ Brandon Roy และ LaMarcus Aldridge ในวันดราฟที่รวมถึง 6 ธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้องกับ Trail Blazers

เรื่องเด่น

นิวออร์ลีนส์ พีลิแกนส์

นิวออร์ลีนส์ พีลิแกนส์
นิวออร์ลีนส์ พีลิแกนส์

นิวออร์ลีนส์ พีลิแกนส์ หรือ New Orleans Pelicans เป็นอเมริกันบาสเกตบอลมืออาชีพ ทีมอยู่ที่ New Orleans Louisiana ในการแข่งขันสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (NBA) หรือสโมสรสมาชิกของลีกตะวันตก (Western Conference Southwest Division) เป็นทีมที่เล่นในเมืองของพวกเขา ที่ Smoothie King Center

New Orleans ได้มีการจัดตั้งขึ้น เมื่อ New Orleans Hornets ได้มีการจัดตั้งขึ้นในฤดูกาลปีค.ศ. 2002-2003 เมื่อเจ้าของชาร์ลอฮอร์เน็ต George Shinn ได้ย้ายแฟรนไชส์ไปที่ New Orleans เพราะเกิดอุบัติการณ์ขึ้นจากพายุเฮอริเคน แคทรีนา เมื่อปีค.ศ. 2005 ซึ่งแฟรนไชส์ได้ย้ายไปชั่วคราว ที่โอคลาโฮมาซิตี พวกเขาได้ใช้เวลาสองฤดูกาลเป็นนิวออร์ / โอคลาโฮมาซิตีฮอร์เน็ต ทีมงานได้กลับไปเต็มเวลาในฤดูกาลปีค.ศ. 2007-2008 ในวันที่ 24 มกราคม 2013 และได้ออกประกาศว่าจะเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น New Orleans ที่มีประสิทธิภาพหลังจากที่ได้ข้อสรุปในฤดูกาลปีที่ 2012-2013 ซึ่งชาร์ลอฮอร์เน็ตได้เป็นชื่อในการบันทึกในประวัติศาสตร์ในปี 1988-2002 และได้ถูกส่งกลับไปยังเมืองเดิม โดย Charlotte Bobcats franchise ซึ่งต่อมากลายเป็น Charlotte Hornets ได้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2014

ในฤดูกาลที่ 16 ของการเล่นนับตั้งแต่แฟรนไชส์เดิมที่ได้ย้ายจาก North Carolina รัฐ Louisiana franchise และได้ประสบความสำเร็จในการบันทึกประจำฤดูกาลรวม 610-686 และมีคุณสมบัติสำหรับรอบเพย์ออฟถึง 7 ครั้ง ความสำเร็จของพวกเขารวมถึงชัยชนะในรอบรองชนะเลิศถึง 2 ครั้ง

ประวัติ นิวออร์ลีนส์ พีลิแกนส์

เมื่อคร้งที่ Charlotte Hornets ได้นำทีมแข่งขันเข้ามาในสนามในตลอดช่วงเวลาเมื่อปี 1990 การเข้าร่วมของทีมนั้นได้ลดลงเรื่อย ๆ จึงมีผู้คนพูดว่าเรื่องนี้ได้รับความนิยมจากเจ้าของทีมจอร์จชินน์ เมื่อปี 1997 ได้มีผู้หญิงออกมาพูดว่า Shinn ได้ข่มขืนเธอ ซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงทำให้เสียชื่อเสียงในเมือง คือขณะที่ชาร์ลอตต์เป็นเมืองของแฟนบาสเก็ต

2002-2005 : ปีแรกในนิวออร์ลีนส์

ฮอร์เน็ตส์ได้ออกมาเปิดฤดูกาลแรกในนิวออร์ลีนส์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2545 โดยต่อต้านยูทาห์แจ๊สที่ได้รับสิทธิพิเศษของนิวออร์ลีนส์ ในฤดูกาลแรกของเกม NBA เล่นในนิวออร์ลีนส์ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา ฮอร์เน็ตส์เอาชนะยูทาร์แจ๊สด้วยคะแนน 100-75 ฮอร์เน็ตจบฤดูกาลด้วยบันทึก 47-35 แต่พ่ายแพ้ฟิลาเดลในรอบแรกของการแข่งขันรอบเพย์ออฟในปี 2003 ตามฤดูกาลทีมโดยไม่คาดคิด

ช่วงสองฤดูกาลแรกในนิวออร์ฮอร์เน็ต ต่อการแข่งขัน NBA’s Eastern Conference ฤดูกาล 2004-2005ย้ายทีมไป Western Conference’s Southwest Division ส่วนที่จะได้จำนวนในการประชุมแต่ละครั้งหลังจากที่ลอตต์บ็อบแคทเริ่มเล่นในตอนต้นฤดูกาลในปีเดียวกัน

2005-2011 : Chris Paul era

ฮอร์เน็ตส์ได้รับการเข้าสู่นิวออร์ลีนส์ สำหรับฤดูกาลปีค.ศ. 2550-2551 โดยมีเกมทั้งหมด 41 เกมในนิวออร์ลีนส์อารีน่าเกม NBA All-Star ในปี 2008 จึงมีการเฉลิมฉลองการได้รับรางวัลไปยังนิวออร์ลีนส์ ที่เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 Hornets เปิดฤดูกาลด้วยสถิติ 29-12 ฤดูกาลปกติด้วยสถิติ 56-26 ทำให้ฤดูกาลประสบความสำเร็จมากที่สุด

ในเดือนสิงหาคม 2008 Hornets ได้เปิดเผยโลโก้และชุดเครื่องแบบใหม่ที่มีสีของครีโอลสีฟ้าสีม่วงและสี Mardi Gras gold Pinstripes ถูกเพิ่มเข้าไปในชุดเครื่องแบบ ฮอร์เน็ตส์ได้แนะนำชุดสลับสีทองชุดใหม่ในปี 2010 ฮอร์เน็ตส์จบฤดูกาลใน 2008-2009 ด้วยสถิติ 49–33 ที่เจอกับเดนเวอร์นักเก็ตในรอบแรกของรอบเพย์ออฟในปี 2009 ในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล ฮอร์เน็ตส์จบฤดูกาลด้วยสถิติ 37-45 พวกเขาชนะสองฤดูกาลก่อน Jeff Bower ลาออกในฐานะหัวหน้าโค้ชและ Monty Williams มาเป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่ ทีมจบฤดูกาลด้วยสถิติที่ 46-36 46-11 และจบฤดูกาลปีที่ 2554

ในเดือนธันวาคม 2010 NBA ซื้อ Hornets จาก George Shinn ในราคาประมาณ 300 ล้านดอลลาร์

2011-2019 : Anthony Davis

2011-2013 การจากไปของพอล; เริ่มต้นยุคของ Anthony Davis

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2012 ได้มีการประกาศว่าทอมเบนสันเจ้าของสมาคมฟุตบอลแห่งชาติ New Orleans Saints ได้ซื้อแฟรนไชส์จาก NBA 338 $ ล้าน นอกจากนี้เบนสันประกาศว่าเขาจะเปลี่ยนชื่อทีมเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2012 เบนสันได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารอาวุโสเซนต์สในการกำกับดูแลจัดการและ มิกกี้ลูมิส กลายเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอลดูแลผู้จัดการทั่วไปของ Dell Demps และหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการทางธุรกิจของ Saints Dennis Lauscha ที่มีบทบาทเดียวกันกับ Hornets

2013–2015

Tom Benson เจ้าของคนใหม่ได้ กล่าวว่าเขาต้องการเปลี่ยนชื่อทีมเป็นชื่อในท้องถิ่นมากกว่า ที่ก่อตั้งขึ้นใน New Orleans เมื่อปี 1974 และเล่นที่นั่นจนกระทั่งปี 1979

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2012 มีรายงานว่า Hornets จะเปลี่ยนชื่อเป็น New Orleans Pelicans เริ่มต้นด้วยฤดูกาล 2013–14 ชื่อทีมเป็นแรงบันดาลใจของรัฐลุยเซียนา

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2013 ระหว่าง NBA 2013 เลือก Nerlens ต่อมาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2014 งานแถลงข่าวประกาศเปลี่ยนชื่อทีมอย่างเป็นทางการของ Charlotte Bobcats เป็น Hornets ประกาศว่า Pelicans ตกลงที่จะถ่ายโอนบันทึกและสถิติของ Hornets ดั้งเดิม (1988–2002) เป็นแฟรนไชส์ ​​Charlotte ปัจจุบัน

2015–2016: กลับสู่รอบเพย์ออฟ

ในช่วงฤดูกาลปีค.ศ. 2014-2015 เอ็นบีเอเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อนกกระทุงทีมมีคุณสมบัติสำหรับรอบตัดเชือกเอ็นบีเอที่มีบันทึก 45-37 เป็นเมล็ดที่แปดในการประชุมทางทิศตะวันตก พวกเขาเป็นเจ้าของผูก – เบรกเหนือโอกลาโฮมาซิตีฟ้าร้องโดยชนะฤดูกาลปกติหัว – จะ – แบบซีรีส์ 3-1 และพวกเขาเผชิญหน้ากับรัฐแคลิฟอร์เนียนักรบในรอบแรก; Warriors กวาด Pelicans ในสี่เกม หลังจากที่ฤดูกาลนกกระยางยิงโค้ชมอนตี้วิลเลียมส์ [35]

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2558 นกกระทุงได้ว่าจ้างอัลวินเกอเธ่เป็นหัวหน้าโค้ชคนที่หกของแฟรนไชส์ [36] Pelicans พลาดการแข่งขันรอบตัดเชือกเอ็นบีเอปี 2559ด้วยสถิติ 30–52 พวกเขาได้รับการคัดเลือก 6 ใน2016 เอ็นบีเอร่างจากร่างการจับสลากและเลือกบัดดี้ไฮิลด์จากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา [37]

2017–2019: สิ้นสุดยุคแอนโทนี่เดวิส

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2017 Pelicans ได้รับ DeMarcus Cousins เพื่อแลกกับ Sacramento Kings เมื่อพวกเขาแลกเปลี่ยน Buddy Hield, Tyreke Evans , Langston Galloway การเลือกรอบแรก 2017 และการเลือกรอบที่สองของ 2017 เพื่อแลกกับ Cousins ​​และOmri Casspi

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2018 นิวออร์ลีนมานิโคลามิโรติกในการค้ากับที่ชิคาโกบูลส์ แม้ว่าการค้าจะผ่านไปก่อนหน้านี้ Mirotićเพื่อ Pelicans ถูกเรียกออกเมื่อนิวออร์ลีนส์ไม่ต้องการจ่ายสำหรับสัญญาตัวเลือกทีมของMirotić ในปี 2019 ได้เซ็นสัญญากับ Bulls ในช่วงปิดฤดูกาลเมื่อปี 2017 และรอบที่สอง 2018

2019– ปัจจุบัน : กำลังสร้างใหม่

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2019 Pelicans เลือก Zion Williamson น้องใหม่จาก Duke ด้วยตัวเลือกแรกโดยรวม New Orleans ยังดราฟ Jaxson Hayes, Nickeil Alexander-Walker and Marcos Louzada Silva กับแอตแลนตาฮอกส์ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2019 New Orleans ประกาศว่า ufabet พวกเขาได้เซ็นสัญญาวิลเลียมสัน

เรื่องเด่น

GordonHayward

GordonHayward
GordonHayward

GordonHayward (Gordon Daniel Hayward) หรือกอร์ดอนแดเนียลเฮย์เวิร์ด เกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1990 เขาเป็นชาวอเมริกันบาสเกตบอลมืออาชีพ เล่นให้กับทีมบอสตันเซลติกส์ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (NBA) เขาได้เล่นสองฤดูกาลให้กับบาสเกตบอลวิทยาลัยมหาวิทยาลัยบัตเลอร์และยังได้รับคัดเลือกคนที่เก้าโดยยูทาห์แจ๊สในปี 2010 จากการดราฟ เขาเล่นถึงเจ็ดฤดูกาลกับยูทาห์แจ๊สก่อนที่จะไปเซ็นสัญญากับบอสตันในปีค.ศ. 2017 ในเฮย์เวิร์ดนำบัตเลอร์กับเกมชิงแชมป์การแข่งขัน CA ในปี 2017 เฮย์เวิร์ดได้รับเลือกให้เป็น NBA All-Star เป็นครั้งแรกอีกด้วย

ระดับมัธยมปลาย GordonHayward

เฮย์เวิร์ดได้เข้าร่วมโรงเรียนมัธยมในบราวน์ อินดีแอนา เขามีความสูงถึง 1.80 เมตร เฮย์เวิร์ดได้ประสบความสำเร็จมากขึ้นในวงการเทนนิสตอนนั้น ซึ่งกีฬาที่เคยเล่นมานี้เขาเล่นคนเดียวทุกครั้ง

ในปีค.ศ. 2007-2008 เขาได้ทำคะแนนเฉลี่ยได้ถึง 18.0, 8.4 รีบาวน์และ 3.6 แอสซิส เฮย์เวิร์ดและเพื่อนร่วมทีมคือ จูเลียน Mavunga ได้พาบราวน์สเบิร์ก ได้รับแชมป์ระดับรัฐ 4A ที่อินเดียนา เฮย์เวิร์ดได้ทำคะแนนต่อเกมสามารถเอาชนะ Marion High School ด้วยคะแนน 40–39 เฮย์เวิร์ดจึงได้รับเลือกให้เป็นที่สองของรัฐโดยAPและทีมแรก รัฐโดยสมาคมโค้ชบาสเกตบอลอินเดียนา เฮย์เวิร์ดได้รับ Indianapolis Star แห่งปีของอินเดียแนโพลิส และเขายังได้รับ IHSAA รางวัล Arthur L.Trester ในรุ่นที่ 4A ซึ่งเขานั้นก็ยังได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของรัฐอินเดียนาในเกมอินเดียนาอีกด้วย

วิทยาลัย

เขายอมรับข้อเสนอทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบัตเลอร์โค้ชของแบรดสตีเวนส์แม้จะมีความสนใจจากเพอร์ดูและมิชิแกนก็ตาม

ในฐานะน้องใหม่ในปีค.ศ. 2008-2009 เฮย์เวิร์ดได้ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 13.1 และ 6.5 รีบาวน์ต่อเกม เขายังได้รับการตั้งชื่อใหม่ฮอไรซอนส์ลีกและเลือกให้ฮอไรซอนลีกทุกทีมใหม่ และAll-Horizon ลีกทีมแรก Bulter บูลด็อกได้รับรางวัลฮอไรซอนส์ลีกประจำฤดูกาล ในเกมชิงแชมป์ของการแข่งขันบาสเกตบอลลีกในปี 2009 ฮอไรซอนผแมนบัตเลอร์ได้หายไปในรัฐคลีฟแลนด์ ต่อการเสนอราคาให้กับการแข่งขันบาสเกตบอลในปีค.ศ. 2009 ส่วนCA ก็ได้หายไปในรอบแรกกับ LSU Tiger

ในปี ค.ศ. 2009-2010 เฮย์เวิร์ดถูกเสนอชื่อเข้าชิงฤดูกาลต่าง ๆ ของอเมริกาทั้งหมดในทีมงานและนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี เฮย์เวิร์ดทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 15.5 คะแนนและ 8.2 รีบาวน์ต่อเกมในปีที่สอง บัตเลอร์บูลด็อกรับรางวัลทั้งฮอไรซอนส์ลีกประจำฤดูกาลและการแข่งขันบาสเกตบอลลีกในปีค.ศ. 2010 เฮย์เวิร์ดเป็นคนที่ฮอไรซอนส์ลีกในปีนี้เลือกให้เป็น All-Horizon ลีกทีมแรก และเขายังได้รับเลือกให้เป็น AP All-American รางวัลชมเชยและESP ทีมอเมริกัน

บัตเลอร์ได้หายตัวไปก่อนเกมชิงแชมป์ของการแข่งขันบาสเกตบอลในปีค.ศ. 2010 ซึ่งในไม่กี่วินาทีสุดท้ายเฮย์เวิร์ดก็ได้พยายามเอาชนะเกมยิง ตีสองครึ่งสนาม

อาชีพการงาน

Utah Jazz (2010–2017)

หลังจากการแข่งขันบาสเก็ตบอลในปี 2010 CAเฮย์เวิร์ดก็ยืนยันว่าเขาจะส่งชื่อของเขาเพื่อการพิจารณาใน NBA 2010 Draft แต่ไม่ได้จ้างตัวแทนโดยทันที ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2010 เฮย์เวิร์ดได้ออกมาประกาศว่าเขาจะยอมสละสองฤดูกาลสุดท้าย เขาว่าจ้างมาร์คบาร์เทลสไตน์เป็นตัวแทนเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2010 เฮย์เวิร์ดได้รับเลือกเป็นคนที่ 9 ในการดราฟโดยยูทาห์แจ๊ส

ในฐานะมือใหม่เมื่อปี 2010-2011 เฮย์เวิร์ดลงมาจากม้านั่ง เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2011 เขามีผลงานที่เด่นชัดเหนือกว่าลอสแองเจลิสเลเกอร์สโดยอยู่ที่ 86-85 ด้วยคะแนน 22, 6 รีบาวน์และ 5 แอสซิส ในฐานะปีที่สองในปี 2011-2012 เฮย์เวิร์ดยอมรับและเริ่มต้นเป็นผู้เล่นตัวจริงและได้รับเลือกให้เล่นในNBA ในปี 2012 ที่เป็นดาวรุ่งท้าทายเกม เฮย์เวิร์ดได้รับการโหวตให้เป็นบุคคลที่สามสำหรับรางวัล NBA Sixth Man of the Year

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2014 เฮย์เวิร์ดทำคะแนนสูงสุดในอาชีพ 37 คะแนนในการเอาชนะโอคลาโฮมาซิตีทันเดอร์ ในปีค.ศ. 2014-2015 เฮย์เวิร์ดได้คะแนนเฉลี่ยต่ออาชีพสูง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2014 เฮย์เวิร์ดทำแต้มฤดูสูง 33 คะแนนใน 102-100 ชนะนิวยอร์กนิกส์ไปได้ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2016 เฮย์เวิร์ดทำแต้มในฤดูกาลสูงถึง 36 คะแนน ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 เฮย์เวิร์ดได้รับบาดเจ็บนิ้วที่สี่ทางซ้ายมือและได้พลาดหกเกมแรกของฤดูกาลในปี 2016-2017 เขาได้เปิดตัวในฤดูกาลที่ 6 พฤศจิกายนด้วยคะแนนสูงเท่าเกม 28 คะแนนในการชนะ 114-109 นิวยอร์กนิกส์  เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2017 เขาได้รับเลือกให้เข้าร่วมการแข่งขัน NBA All-Starในปี 2560 จากการโหวตของโค้ด Western Conference

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2017 ในเกมที่ 3 รอบเพลย์ออฟรอบแรกของแจ๊สกับลอสแองเจลิส เฮย์เวิร์ดได้ทำคะแนนสูงถึง 40 คะแนนในอาชีพ คะแนนในเกมเป็นสถิติที่ได้รับสิทธิพิเศษในเกมที่ 7

Boston Celtics (2017– ปัจจุบัน)

ในวันที่ 4 กรกฏาคม 2017 เฮย์เวิร์ดได้ออกมาประกาศว่าเขาจะเซ็นสัญญากับบอสตันเซลติกส์ และในวันที่ 14 กรกฎาคมเขาได้เซ็นสัญญากับ Celtics มูลค่าค่าตัวการสัญญาอยู่ที่ 128 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2017 เฮย์เวิร์ดประสบกระดูกหน้าแข้งร้าวและข้อเท้าที่ขาซ้ายในการเปิดฤดูกาลปกติของทีมเซลติกส์กับคลีฟแลนด์คาวาเลียร์ เขาถูกตัดออกไปจากเวลาที่เหลือของฤดูกาลหลังจากการผ่าตัด เฮย์เวิร์ดได้หายดีจนกระทั่งเขาต้องการการผ่าตัดครั้งที่สองในเดือนมีนาคม 2018

ในวันที่ 16 ตุลาคม 2018 เฮย์เวิร์ดได้เล่นเกมแรกหลักจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า เขาทำบันทึกได้ 10 รีบาวน์และใน 25 นาที โดยเอาชนะ 105-87 ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2018 เขาได้ทำคะแนนสูงถึง 30 และเอาชนะด้วย 118–109 ในนรัฐมินนิโซตาทิมเบอร์วูล์ฟ ในวันที่ 2 มกราคม 2019 เฮย์เวิร์ดสร้างฤดูกาลใหม่ด้วยคะแนน 35 คะแนนจากการชนะทิมเบอร์วูล์ฟด้วยคะแนน 115–102

อาชีพทีมชาติ

เฮย์เวิร์ดได้รับเลือกเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาทีม FIBA ชิงแชมป์โลก เฉลี่ย 10 คะแนนและ 5.7 รีบาวน์ต่อเกมเนื่องจาก Team USA ชนะการแข่งขัน

ในปี 2012 เฮย์เวิร์ดได้รับเลือกเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบาสเกตบอลสหรัฐอเมริกาที่ผ่านการฝึกอบรมกับทีมสหรัฐอเมริกาโอลิมปิก

ในปี 2014 เฮย์เวิร์ดได้รับเลือกเป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกาทีมบาสเกตบอล FIBA World Cup , แต่เขาไม่ได้ทำบัญชีรายชื่อ 12 คนสุดท้าย

ในปี 2016 เฮย์เวิร์ดถูกเสนอชื่อเข้ารอบสุดท้ายสำหรับสหรัฐอเมริกาทีมโอลิมปิก ในที่สุดเขาก็ถอนตัวออกจากการเลือกชื่อโดยอ้างว่า มีภาระหน้าที่ทางครอบครัว

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก ufa877

เรื่องเด่น

มิลวอกีบักส์

มิลวอกีบักส์
มิลวอกีบักส์

มิลวอกีบักส์ หรือ M i l w a u k e e B u c k s เป็นทีมอเมริกันบาสเกตบอลมืออาชีพ อยู่ที่มิลวอกี ในการแข่งขันในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (N B A) เป็นสมาชิกของ Eastern Conference Central Division เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1968 และได้มีการขยายทีมขึ้นเล่นที่ไฟเซิร์ฟฟอรั่ม อดีตวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งเจ้าของทีมคือ H e r b K o h l ในวันที่ 16 เมษายน 2014 กลุ่มที่นำโดยผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์พันล้าน W e s E d e n s และ M a r c L a s r y ได้ตกลงที่จะซื้อเสียงข้างมากในทีมจากโคห์ลจากการขาย และได้รับการอนุมัติจากเจ้าของ N B A และคณะกรรมการ หนึ่งเดือนต่อมาในวันที่ 16 พฤษภาคม ทีมโดยจอนฮอร์สต์อดีตผู้อำนวยการทีมบาสเกตบอลได้เข้ามารับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม ปี 2017

ได้รับเหรียญรางวัลในปี  2514  สอง conference ในปี 2514และ2517  ต่อมาพวกเขาได้เข้าร่วมเล่นเกมที่โดดเด่นคือ คารีมอับดุลจับบาร์ , ซิดนีย์มอนครีฟ , ออสการ์โรเบิร์ต , บ๊อบแดนบริดจ์ , บ๊อบลานิเยร์ , เกล็นน์โรบินสัน , เรย์อัลเลน , แซมคาเซล , จูเนียร์บริดจ์ , ไมเคิลเรดด์ , เทอร์รี่คัมมิ่งส์ , วินเบเกอร์ , จอนแมคกกล็อกลิน , Marques ซึ่งจอห์นสันและไบรอัน Abdul-Jabbar และGiannis Antetokounmpoและได้รับการขนานนามว่าเป็นทีมผู้เล่นที่มีค่าที่สุดใน NBA ขณะที่เล่นให้กับ Bucks รวมรางวัล MVP ถึงสี่รางวัล

ประวัติของ มิลวอกีบักส์

ยุคแห่งการต่อสู้

สำหรับในปีค.ศ. 1990 Bucks ได้รับการติดหล่มอยู่ภายใต้โค้ชแฟรงก์ Hamblen , ไมค์ Dunleavyและคริสฟอร์ด เมื่อปีค.ศ. 1991 ถึงปี 1998 Bucks ได้สูญเสียการบันทึกในประวัติศาสตร์ถึง 7 ฤดูกาล ในช่วงเวลานี้ Bucks ได้ดราฟ Glenn Robinson เป็นตัวเลือกแรกในปีค.ศ. 1994 ในการดราฟ NBA และต่อมาในปีค.ศ. 1996 เรย์อัลเลนได้ดราฟ Minnesota Timberwolves ซึ่งผู้เล่นทั้งสองมีบทบาทสำคัญในการฟื้นคืนทีม Bucks ช่วงปลายปีค.ศ. 1990 อีกด้วย

หลังจากครบรอบ 25 ปี เมื่อปี 1993 Bucks ได้เปลี่ยนแปลงโลโก้และเครื่องแบบทีม สีทีมจะมีสีเขียวสีม่วงและสีเงิน โลโก้เก่าจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับกวางรูปการ์ตูน แต่โลโก้ใหม่นั้นจะถูกทำให้ดูมีความสมจริงมากขึ้น รูปแบบสีหลักมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันเมื่อสีแดงถูกแทนที่ด้วยสีม่วง เครื่องแบบสีม่วงถนนแทนที่เครื่องแบบสีเขียวนั่นเอง

2013– ปัจจุบัน

จิมบอยแลนได้รับหน้าที่โค้ชของทีม ซึ่งในอดีตนั้นเขาเป็นโค้ดของแอตแลนตาฮอกส์ เมื่อเริ่มฤดูกาล 2013-2014 ฤดูกาลกำลังต่อสู้ขณะที่จบด้วยสถิติที่แย่ที่สุดในลีกที่ 15-67 บันทึกที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 Bucks และ Giannis Antetokounmpo ตกลงที่จะต่อสัญญาระยะเวลา 4 ปีมูลค่า $ 100 ล้าน นอกจากนี้ก็จะเพิ่มการปรับเปลี่ยนใหม่ในบัญชีรายชื่อในการ ดราฟ Thon MakerและMalcolm Brogdon และทำการแลกเปลี่ยนเพื่อนำ Tony Tony และ Michael Beasley เมื่อฤดูกาลปีที่ 2016–2017 เริ่มขึ้น Bucks ไม่มี Khris Middleton ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการฝึกซ้อม ถึงตอนนั้น Bucks ก็ยังคงแข่งขันได้อยู่ ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลทั้ง Antetokounmpo และ Jabari Parker เป็นทำผิดกติกา ในขณะที่ปาร์คเกอร์ได้พลาด All-Star หลังจากนั้น Giannis ได้รับการโหวตในฐานะสมาชิกใหม่กลายเป็น Bucks All-Star คนแรกนับตั้งแต่ Michael Redd เมื่อปี 2004 ในเดือนมกราคม Bucks เหมือนล่มจมแม้ว่าแฟน ๆ คาดว่าจะรวมทีมกับมิดเดิลตัน Miami Heat ในการกลับมาของมิดเดิลตันก็ยังคงเป็นจุดพลิกผันในเดือนมีนาคม ในระหว่างเดือนทำไปถึง 14-4 ทำให้ทีมกลับมาในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศอีกครั้ง เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2017 ชนะฟิลาเดลเฟียอีกด้วย ในวันที่ 10 เมษายน Bucks เอาชนะ Charlotte Hornets ด้วย 89-79 ตั้งแต่ปี 2544 ทีมก็สามารถทำสถิติประจำฤดูกาล ในปี 2016–2017 ด้วยสถิติ 42-40 ซึ่ง Giannis Antetokounmpo ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้เล่นคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ NBA เพื่อนำทีมของเขาใน 5 ทีมสถิติที่สำคัญและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ NBA ที่

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2017 John Hammond ผู้จัดการทั่วไป Bucks ก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2018 Bucks ประกาศผู้ช่วยโค้ช San Antonio Spurs เป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่

ในฤดูกาลปกติจบด้วยคะแนน 60-22 เป็นทีมที่ชนะมากที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2523-2524 พวกเขาจบด้วยสถิติที่ดีที่สุด U F A B E T เป็นครั้งที่สองของลีกในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาลแชมป์ 2513-2514 สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาได้ในรอบเพลย์ออฟเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2544 และเป็นครั้งที่สองในครั้งใหม่

เรื่องเด่น

คลีฟแลนด์แควาเลียส์

คลีฟแลนด์แควาเลียส์
คลีฟแลนด์แควาเลียส์

คลีฟแลนด์แควาเลียส์ C l e v e l a n d C a v a l i e r s หรือมักถูกเรียกว่า Cavs เป็นทีมบาสเกตบอลอเมริกันอาชีพ อยู่ที่คลีฟแลนด์โอไฮโอ ซึ่ง Cavs ได้แข่งขันในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (NBA) และเป็นสมาชิกของEastern Conference Central Division ทีมได้เริ่มเล่นและขยายตัวเมื่อปี 1970 พร้อมกับพอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์และบัฟฟาโลเบรฟส์ เกมในบ้านได้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ Cleveland Arena จากปีค.ศ. 1970 ถึงปีค.ศ. 1974 ตามด้วย Richfield Coliseum จากปีค.ศ. 1974 ถึง 1994 ซึ่งตั้งแต่ปีค.ศ. 1994 นั้น Cavs ได้เล่นเกมในบ้านที่ Rocket House FieldHouse ในเมืองคลีฟแลนด์ที่ได้ร่วมกับโจนส์คลีฟแลนด์ของสนามกีฬาฟุตบอลลีกและมอนสเตอร์คลีฟแลนด์ของฮอกกี้ลีกอเมริกัน Dan Gilbert เป็นเจ้าของทีมในเดือนมีนาคม ในปี 2005

เริ่มเปิดฤดูกาลแรกของพวกเขา ได้แพ้ไปด้วย 15 เกมแรกและพวกเขาได้พยายามในช่วงปีแรก Eastern Conference Central Division ซึ่งในช่วงห้าฤดูกาลแรกของพวกเขา ทีมได้ชนะครั้งแรกในปี 1976 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่ได้รับชัยชนะและได้บันทึกในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ที่พวกเขาก้าวเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของ Eastern Conference Central Division แฟรนไชส์ได้มีการถูกซื้อโดย Ted Stepien เมื่อปี 1980 จากการการครอบครองของ Stepien ในฐานะเจ้าของถูกเปลี่ยนแปลงและมีการดราฟตัวเกิดขึ้นทำให้เกิดความสูญเสียทางการเงิน 15 ล้านดอลลาร์

George และ Gordon Gund ได้ซื้อแฟรนไชส์เมื่อปีค.ศ. 1983 ในช่วงครึ่งหลังของปีค.ศ. 1980 และต่อมาในช่วงปีค.ศ. 1990 Cavs ได้เข้าแข่งขันรอบรองชนะเลิศที่นำโดยผู้เล่น อย่าง Mark Price และ Brad Daugherty และทีมก้าวเข้าสู่ Eastern Conference Finals 2535 ซึ่งหลังจากการปรากฏตัวของทีมในปี 2541 อย่างไรก็ตาม คลีฟแลนด์ได้รับรางวัลกับผลการคัดเลือกชั้นนำในปี 2003 เขาได้ดราฟเลอบรอนเจมส์ และ Zydrunas Ilgauskas ได้กลายเป็นคู่แข่งในรอบรองชนะเลิศประจำปีค.ศ. 2005 โดยพวกเขาปรากฏตัวครั้งแรกใน NBA รอบชิงชนะเลิศเมื่อปีค.ศ. 2007 และหลังจากการชนะ Eastern Conference Championship ครั้งแรกในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ หลังจากที่ล้มเหลวมา จนมาได้ NBA รอบรองชนะเลิศถึง 3 ฤดูกาล เจมส์ได้เข้าร่วมไมอามี่ฮีตในปี 2553

เลอบรอนเจมส์ได้กลับไปที่คาวิส์เมื่อปี 2014 และนำทีมไปสู่รอบชิงชนะเลิศ NBA ในนัดที่สี่ เมื่อปี 2016 และได้รับรางวัล NBA Championship เป็นครั้งแรกของพวกเขา เป็นกีฬาที่สำคัญครั้งแรกของคลีฟแลนด์ตั้งแต่ปี 1964 ชัยชนะในรอบชิงชนะเลิศ NBA 2016 เหนือ Golden State Warriors ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์รอบชิงชนะเลิศที่ทีมกลับมาชนะ

ประวัติศาสตร์ของ คลีฟแลนด์แควาเลียส์

เริ่มเล่นในฤดูกาลปี 1970-1971 ในเอ็นบีเอ การสูญเสียในห้าฤดูกาลแรกของพวกเขาก่อนที่จะชนะในปี 1976 ทีมนำโดยออสตินคาร์ , บ๊อบบี้ โก สมิ ธ , จิมโชเนส์ , ดิ๊กไนเดอร์ , เนตเธอร์มอนด์และหัวหน้าโค้ชบิลฟิทช์ และเป็นที่จดจำมากที่สุด ” มิราเคิลที่ฟีลด์ ” ที่แพ้วอชิงตันด้วย 4–3 ในรอบรองชนะเลิศ Eastern Conference Semifinals พวกเขาชนะเกม 7 ด้วย 87–85 โดยถูกยิงจากไนเดอร์ด้วยการยิงสี่วินาที จึงได้ย้ายไปที่ Eastern Conference Finals เป็นครั้งแรก เป็นผลให้ต้องเสีย 4-2 บอสตันเซลติกส์ พวกเขาปรากฏตัวในรอบรองชนะเลิศในสองฤดูกาลต่อไปก่อนที่จะไปในรอบเพย์ออฟ

เมื่อปี 1980 เจ้าของคือ T e d S t e p i e n ซึ่งมีความขัดแย้งกันของเจ้าของและผู้จัดการทั่วไป ในระหว่างปี 1980 และ1983 สำหรับผู้เล่นนั้นข้อตกลงที่โดดเด่นจึงได้มีการส่งเลือกรอบแรกในปี 1982 ลอสแองเจลิส เพื่อที่จะแลกกับแดนฟอร์ด อันเป็นผลมาจากการติดต่อของ S t e p i e n

ในรอบเพย์ออฟในปี 1984-1985 และ 1988-1989 เป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของพวกเขาในวันที่จบฤดูกาลปกติด้วย 57-25 ซึ่งเป็นการบันทึกของแบรดดอจ , Mark Price , รอนฮาร์เปอร์และลาร์รีแนนซ์และหัวหน้าโค้ชเลนนี่ Wilkens พวกเขามีฤดูกาลชนะครั้งที่สองในปี 1991-1992และมาถึงรอบชิงชนะเลิศ Eastern Conference Finals ในปีนั้น u f a b e t อย่างไรก็ตามระหว่างปี 1998–1999 ถึง 2004–2005 ไม่สามารถปรากฏตัวในรอบรองชนะเลิศได้ ในฤดูกาล 2002-2003 จบด้วย 17-65 เป็นบันทึกที่เลวร้ายที่สุดใน NBA

เรื่องเด่น

จอร์แดนมิกกี้

จอร์แดนมิกกี้
จอร์แดนมิกกี้

จอร์แดนมิกกี้ (Jordan Mickey) หรือจอร์แดนเกรย์สันมิกกี้ เกิดวันที่ 9 กรกฎาคม 1994 เขาเป็นชาวอเมริกันบาสเกตบอลมืออาชีพ ผู้เล่นเรอัลมาดริดของACB ลีกาและ Euroleague เขาเล่นบาสเกตบอลให้กับมหาวิทยาลัยรัฐหลุยเซียก่อนที่จะถูกเลือกโดยเซลติกส์กับผลการคัดเลือก 33 ในปีค.ศ. 2015 NBA draft

เริ่มแรก จอร์แดนมิกกี้

Jordan Mickey ได้เข้าร่วม Arlington Grace Prep เป็นเวลาสามปีไปสู่การได้เป็นแชมป์ของรัฐในช่วงฤดูกาลแรก ๆ ของเขาก่อนที่จะย้ายไปเรียนที่ Prime Prep Academy เมื่อปีค.ศ. 2012 ในระหว่างการหาเสียงเพียงครั้งเดียวกับ Prime Prep เมื่อปีค.ศ. 2555-2556 เขาทำคะแนนได้เฉลี่ยถึง 16 คะแนน 10 รีบาวน์ และ2 แอสซิสต่อเกม และได้รับการพิจารณาระดับสี่ดาวโดย ESPN.com Jordan Mickey ถูกระบุว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจอันดับ 12 และอันดับที่ 38 ผู้เล่นในประเทศเมื่อปีค.ศ. 2013 นั่นเอง

วิทยาลัยอาชีพ

Jordan Mickey ได้รับการสนับสนุนเมื่อเขาเริ่มฤดูกาลแรกที่ LSU เมื่อปีค.ศ. 2013-2014 รวบคู่สองครั้งในแต่ละการแข่งขันสามครั้งแรก เขาได้เริ่มทำเกม 34 ทั้งหมดและเฉลี่ยถึง 12.7 คะแนนและ 7.9 รีบาวน์ต่อเกม นอกจากนี้เขาได้เป็นคนหนึ่งในประวัติสาสตร์ของการแข่งขันเพื่อการทำคะแนนไม่ต่ำกว่า 100 นัดในฤดูกาลที่ร่วมกับ Shaquille O’Neal เขายังได้รับรางวัลมากมายเมื่อปี 2013–2014 รวมถึงโค้ชของ

ต่อมาเมื่อปีค.ศ. 2557-2558 Jordan Mickey ได้เป็นตัวแทนในการชู้ตบาสต่อเกม พร้อมด้วยคะแนน 15.4 และ 9.9 รีบาวน์ เขาทำการบล็อกอย่างน้อยหกนัดในการแข่งขันสี่นัด ตั้งแต่ในวันที่ 18 ธันวาคมถึง 3 มกราคม ซึ่งเขาได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บที่ไหล่และข้อเท้าตลอดทั้งปี และได้เล่นผ่านความเจ็บปวดตลอดทั้งฤดูกาล ในรอบที่สองของการแข่งขันซีเอทำคะแนนไปด้วย 14 รีบาวน์และ 6 แอสซิส โดยรัฐนอร์ทแคโรไลนา เขายังได้รับรางวัลอีกหลายครั้งเมื่อปีค.ศ. 2014–2015 รวมถึงโค้ชทีม All-SEC ทีม AP All-SEC ทีม SEC ทุกทีม ทีม NABC All-District และทีม USBWA

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 Jordan Mickey ประกาศการดราฟเอ็นบีเอจบสองปีสุดท้าย

อาชีพการงาน

Boston Celtics ในปี 2015–2017

ฤดูกาลในปี 2015 – 2016

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2015 เขาได้รับการคัดเลือกด้วยคะแนน 33 เมื่อปี 2015 จากการดราฟโดยบอสตันเซลติกส์ ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคมเขาได้เซ็นสัญญากับเซลติกส์หลังจากที่เล่นให้กับทีมที่ยูทาห์และลาสเวกัสในฤดูร้อนช่วงเดือนที่สองและครึ่งแรกของฤดูกาลปีที่ 2015-2016 เขาได้ใช้เวลาของเขากับการพัฒนาในการเล่นให้กับลีกเอ็นบีเอและเล่นให้กับทีม Maine Red Claws ที่เป็นทีมพันธมิตรกับบอสตันใน D- League ในระหว่างวันที่ 28 ตุลาคมและ 18 มกราคม เขาได้เล่นและทำสามเกมให้กับเซลติกส์ด้วย 21 เกม

ในวันที่ 5 มกราคม 2016 เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นของ NBA Development League ประจำเดือนธันวาคม ปี 2015 และเขายังได้กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ ​​Red Claws เพื่อรับรางวัลผู้เล่น

ฤดูกาล 2016–2017

Jordan Mickey ปรากฏตัวในแปดเกมแรกของเซลติกส์ที่เล่นได้ถึว 19 เกมในฤดูกาลปี 2016–2017 ในช่วงเวลาดังกล่าวเขาทำคะแนนสูงถึง 8 คะแนนในการยิง 4 จาก 4 ใน 19 นาที เมื่อเทียบกับเดนเวอร์นักเก็ตเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน และเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่วอชิงตัน ในช่วงฤดูกาล 2016–2017 เขาได้รับมอบหมายหลายครั้งให้กับMaine Red Claws ซึ่งเป็นพันธมิตร D-League ของ Celtics อีกด้วย

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2017 มิกกี้ได้รับการยกเว้นจากเซลติกส์

Miami Heat ในปี 2017–2018

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2017 เขาได้เซ็นสัญญากับไมอามี่ฮีต ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมในปี 2017 เขาได้ทำคะแนนในอาชีพสูงถึงเก้าแต้ม 90-85 กับ Los Angeles เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 ปฏิเสธตัวเลือกสัญญา 1.6 ล้านดอลลาร์ทำให้เขาเป็นอิสระ

Khimki ในปี 2018–2019

วันที่ 26 กรกฏาคม 2018 เขาได้เซ็นสัญญาหนึ่งปีกับทีมรัสเซีย BC Khimki ของVTB สหลีกและEuroleague

Real Madrid ในปี 2019– ปัจจุบัน

วันที่ 15 กรกฏาคม 2019 เขาได้เซ็นสัญญาสองปีกับสโมสร สเปนเรอัลมาดริด

ขอบคุณบทความจาก ufabet

เรื่องเด่น

สก็อตตี้พิปเปน

สก็อตตี้พิปเปน
สก็อตตี้พิปเปน

สก็อตตี้พิปเปน (Scottie Pippen) เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 1965 เขาเป็นอดีตนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันบาสเกตบอล เขาเล่นทั้งหมดถึง 17 ฤดูกาลในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ NBA (เอ็นบีเอ) ชนะถึง 6 ครั้งกับทีม ชิคาโกบูลส์ ซึ่ง Scottie Pippenได้เล่นกับMichael Jordan และพาทีมชนะไปได้ พวกเขามีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนทีม ชิคาโกบูลส์ ให้เป็นทีมแชมป์และทำให้ NBA เป็นที่นิยมทั่วโลกในปีค.ศ. 1990

Scottie Pippen ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่ง เขาได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นคนแรกของ NBA All-Defensive ถึง 8 ครั้งติดต่อกันและเป็น All-NBA First Team ถึง 3 ครั้ง และเขายังเป็น NBA All-Star ถึง 7 ครั้งและเป็น NBA All-Star Game MVP เมื่อปีค.ศ. 1994 อีกด้วย เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 50 คนในประวัติศาสตร์ NBA ในช่วงฤดูกาลปีที่ 1996-1997 และเป็นหนึ่งในสี่ผู้เล่นที่ดีใน ชิคาโกบูลส์ (Jerry Sloan , Bob Love , และMichael Jordan) เขาเล่นในบทบาทสำคัญในทีมชิคาโกบูลส์ เมื่อปีค.ศ. 1992 และ1996 ซึ่งทีมชิคาโกบูลส์ เป็นแชมป์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 2 ใน 10 ทีมสุดยอดในประวัติศาสตร์ NBA ประวัติของเขาในเว็บไซต์ Naismith Basketball Hall of Fame’s กล่าวว่าเขามีการเล่นที่หลากหลายที่เหมือนผู้พิทักษ์ของทีม ทั้งการจู่โจมและการโยนลูกบาสเกตบอล ทั้งนั้นในอาชีพ 17 ปีที่ผ่านมาจากการเลานบาสเกตบอลของเขา เขาได้เล่นให้กับบูลส์ 12 ฤดูกาล เล่นให้กับฮิวสตัน รอกเก็ตส์ และพอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์

Scottie Pippen เป็นผู้เล่นใน NBA คนเดียวที่ได้รับตำแหน่ง NBA และเหรียญทองโอลิมปิกในปีเดียวกันถึงสองครั้ง (ในปี1992 และ1996) และเขายังเป็นส่วนหนึ่งของดรีมทีม ในโอลิมปิกปี 1992 ซึ่งเขาได้เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ถึง 44 คะแนนโดยเฉลี่ย เขาก็ยังเป็นคนสำคัญในทีมโอลิมปิกปี 1996 พร้อมกับอดีตสมาชิกดรีมทีมคาร์ลมาโลน, จอห์นสต็อกตันและชาร์ลส์บาร์คลีย์

ชีวิตในวัยเด็กของ สก็อตตี้พิปเปน

Scottie Pippen เกิดในวันที่ 25 กันยายน 1965 ในเมืองฮัมบูร์ก รัฐอาร์คันซอส์ เขาเป็นลูกคนสุดท้องของเด็ก 12 คนที่เกิดจากเอเพลและเปรสตันพิพเพน แม่ของเขา สูง 6 ฟุตและพ่อของเขาสูง 6’1 ซึ่งลูกทุกคนนั้นสูงโดย Scottie จะสูงที่สุด พ่อแม่ของเขาไม่สามารถส่งลูกที่เหลือไปเรียนที่วิทยาลัยได้ เพราะพ่อของเขาทำงานบริษัทกระดาษและทำจนกระทั่งพ่อของเขาเป็นอัมพาตทางด้านขวาทำให้เขาไม่สามารถเดินได้

Scottie Pippen ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนฮัมบูร์กเป็นโรงเรียนมัธยม เขาได้พาทีมของเขาไปสู่รอบเพย์ออฟ และได้รับเกียรตินิยมจาก all-conference เขาไม่ได้รับทุนการศึกษาจากวิทยาลัย เขาได้เริ่มอาชีพการในการเล่นบาสเกตบอลที่ University of Central Arkansas ใน Conway หลังจาก UCA หัวหน้าโค้ช Don Dyer เขาไม่ได้รับการยอมรับในวิทยาลัยเพราะโรงเรียนที่เล่นในNAIA ในที่สุดเขาก็มีการพัฒนาและเฉลี่ยต่อเกมของเขาอยู่ที่ 23.6 คะแนน 10 รีบาวน์ 4.3 แอสซิส ในการโยนลูกทำให้ได้รับความเห็นชอบจาก NAIA All-American ในรัฐอาร์คันซอตอนกลางเมื่อปีค.ศ. 1987 และทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นใน all-conference Intercollegiate Arkansas ที่ดึงดูดความสนใจในลีกเอ็นบีเอ

โปรไฟล์ผู้เล่น

Scottie Pippen เป็นที่รู้จักเพราะความสามารถในการป้องกันทีมในลีก NBA ในตลอด 10 ปีติดต่อกันในอาชีพของเขาและสามารถพาทีมทำคะแนนสูง ในปี 1994-1995 ฟิลแจ็คสัน เคยได้กล่าวว่า “one-man wrecking crew” ซึ่งเขามีความสามารถในการป้องกันจากจุดโทษไปยังตำแหน่งกลาง เขายังเป็นหนึ่งในสามของผู้เล่น NBA ในการบันทึก 200 ครั้ง และ 100 บล็อกต่อฤดูกาลและเขามีสถิติการบันทึกมากที่สุดเป็นอันดับสองในรอบเพย์ออฟ หลังเลอบรอนเจมส์ เขามีทักษะในการอยู่ข้างหน้าในการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

ความสำเร็จ

  • 21 career triple-doubles (17 regular season, 4 playoffs)
  • Led the league in steals (232) and steals per game (2.94) ในปี1994-1995
  • His 10 NBA All-Defensive honors and 8 NBA All-Defensive First Team honors are one shy of the NBA record.
  • แชมป์เอ็นบีเอหกครั้ง
  • สมาชิกของเหรียญทองโอลิมปิกที่ได้รับรางวัลทีมบาสเกตบอลชายแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาในปี 1992 (บาร์เซโลนา, สเปน) และ 1996 (แอตแลนตา, สหรัฐอเมริกา)
  • ในปี 1996 เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุด 50 คนในประวัติศาสตร์ NBA
  • Elected to the Naismith Memorial Basketball Hall of Fame in 2010. The 1992 Olympic Basketball “Dream Team”, of which he was a member, was also elected to the Hall of Fame in 2010.
  • Pippen is one of two NBA players known to have recorded 5 steals and 5 blocks in a playoff game, which he did against the Detroit Pistons on May 19, 1991. Hakeem Olajuwon performed the feat twice.

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ holifestivaljapan

เรื่องเด่น

ไครี่ เออร์วิ่ง

ไครี่ เออร์วิ่ง
ไครี่ เออร์วิ่ง

ไครี่ เออร์วิ่ง (Kyrie Irving) เกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1992 เขาเป็นชาวอเมริกันบาสเกตบอลมืออาชีพที่เล่นให้กับทีม Brooklyn Nets ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (NBA) เขาได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นมือใหม่ของลีก NBA ที่ถูกเลือกจากคลีฟแลนด์คาวาเลียร์กับการคัดเลือกครั้งแรกในการดราฟ NBA ในปีค.ศ. 2011  และ NBA All-Star ถึง 6 ครั้ง Kyrie Irving ได้รับเลือกให้เป็น All-NBA Third Team เมื่อปีค.ศ. 2015 และเขายังได้รับรางวัลแชมป์ NBA ในปีค.ศ. 2559 อีกด้วย

Kyrie Irving ได้เล่นบาสเกตบอลวิทยาลัย Duke Blue Devils ก่อนที่จะเข้าร่วมเมื่อปีค.ศ. 2011 เขาได้รับการคัดเลือกให้เป็น NBA All-Star ผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ในปีค.ศ. 2014 และในปีค.ศ. 2016 NBAรอบชิงชนะเลิศเขาสามารถทำสามจุดสนามด้วยเวลาเพียง 53 วินาทีที่เหลืออยู่ในเกมเพื่อช่วยนำแชมป์ ต่อมาหลังจากที่ได้สูญเสียการแข่งขันในปี ค.ศ. 2017 รอบรองชนะเลิศนั้น Kyrie Irving ได้ร้องขอและได้แลกตัวกับทีมบอสตันเซลติกส์ หลังจากสองปีผ่านไปเขากับ Celtics ก็ได้เซ็นสัญญากับ Brooklyn Nets ในฐานะตัวแทนอิสระในปี ค.ศ. 2019 เขายังได้เล่นให้กับสหรัฐอเมริกาทีมชาติอีกด้วย ซึ่งเขาได้รับรางวัลเหรียญทอง FIBA Basketball World Cup ในปี 2014 ซึ่งเป็นบาสเกตบอลโลกและโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปีค.ศ. 2016 ต่อมาในปีค.ศ. 2018 เขาได้แสดงในภาพยนตร์ในเรื่อง Uncle Drew

ชีวิตในวัยเด็กของ ไครี่ เออร์วิ่ง

Kyrie Irving เกิดในวันที่ 23 มีนาคม 2535 ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย พ่อแม่ของเข้าเป็นชาวอเมริกัน เขาเป็นลูกชายของ Drederick และ Elizabeth Irving และมีลูกเลี้ยงคือ Shetellia Irving เขามีพี่สาวเป็นคนเอเชียและน้องสาวเป็นคนลอนดอน Drederick พ่อของเขาเล่นบาสเก็ตบอลที่มหาวิทยาลัยบอสตันข้าง Shawn Teague และมีโค้ชคือริกพิตติโน หลังจากที่ได้จบวิทยาลัยอาชีพพ่อของ Kyrie Irving ได้ย้ายไปยังประเทศออสเตรเลีย ในการเล่นอย่างมืออาชีพของ Boomers Bulleen ใน SEABL ดังนั้น Kyrie Irving ได้อาศัยอยู่ในย่านชานเมืองคิวของเมลเบิร์นก่อนที่จะได้ย้ายไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา และเมื่อเขาอายุได้สองขวบ เขาถือว่าเป็นพลเมืองอเมริกันและออสเตรเลีย แม่ของเขาเป็นลูกครึ่งของเผ่าซูส์ และเสียชีวิตไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บเมื่อเขาอายุได้เพียงสี่ขวบและ Drederick พ่อของเขาก็เลี้ยงดูเขาด้วยความช่วยเหลือของป้า

Kyrie Irving ได้เติบโตขึ้นมาในเมืองเวสต์ออเรนจ์ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเขามักจะไปเล่นเกมลีกผู้ใหญ่ แรงบันดาลใจของเขาในการเล่นนั้นคือพ่อของเขา เขามีความสามารถจนได้เล่นใน NBA หลังจากการเล่นที่ Continental Airlines Arena ในระหว่างการทัศนศึกษานั้นเขาได้พูดว่า “ฉันจะเข้าเล่นในลีกเอ็นบีเอ ฉันสัญญา” ซึ่งเป็นผลมาจากที่พ่อของเขาได้สนับสนุนและติดต่อกับบอสตัน Kyrie Irving ได้ใช้เวลาในการเล่นให้กับบอสตันรวมทั้งที่ค่ายบาสเกตบอลของบูอีกด้วย ในช่วงที่เขาเรียนนั้นเขาได้รับทุนการศึกษาจากบอสตัน โดยโค้ช เดนนิสวูล์ฟ ของสมาคมกรีฑาสมัครเล่น (AAU)

ทีมชาติอาชีพ

ต่อมาในปีค.ศ. 2012  ในการแข่งขันนั้น Kyrie Irving ได้รับตำแหน่งในทีมออสเตรเลียสำหรับแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกปี 2012 แต่เขาเลือกที่จะไม่เป็นตัวแทนของประเทศเกิดของเขา และจะมุ่งเน้นไปที่ตัวเลือกสำหรับทีมชาติสหรัฐอเมริกากับกีฬาโอลิมปิกในปีค.ศ. 2016

Kyrie Irving เป็นสมาชิกคนหนึ่งในทีมชาติของสหรัฐอเมริกาที่เข้าแข่งขันของ FIBA Basketball World Cup ในปี 2014 เขาได้ช่วยพาทีมสหรัฐอเมริกาที่คว้าเหรียญทองและต่อมาเขายังได้รับ MVP เขาเริ่มเกมด้วยกันทั้งหมดเก้าเกมในการแข่งขันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 12.1 คะแนนและ 3.6 แอสซิสต่อเกม รวมถึง 26 คะแนนในเกมเหรียญทองอีกด้วย เขายังถูกเสนอชื่อให้เป็น USA Basketball Male Athlete of the Year ในปี 2014

ซึ่งในปี 2016 Kyrie Irving ได้ช่วยทีมสหรัฐอเมริกาชนะและคว้าเหรียญทองมาได้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 2016 เขาจึงได้กลายเป็นสมาชิกคนที่สี่ของทีมสหรัฐอเมริกาในการคว้าเอาชนะในการแข่งขันชิงแชมป์NBA และยังคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปีเดียวกันที่ได้ร่วมงานกับเลอบรอนเจมส์ , ไมเคิลจอร์แดนและสก็อตตี้ ลิปเพ่น

รางวัลและเกียรติยศ

เอ็นบีเอ

  • 2012 Rising Stars Challenge MVP
  • 2012 Rookie of the Year
  • 2012 All-Rookie First Team
  • 6 ปี All Star ในปี 2013, 2014, 2015, 2017, 2018, 2019
  • ผู้ชนะด้วยการยิงจุดโทษสามจุดในปี 2013
  • MVP เกม All-Star ในปี 2014
  • 2015 All-NBA Third Team
  • แชมป์ NBA 2016
  • 2016 Best Team ESPY Award (with the Cavaliers)
  • Three-storey commemorative banner in downtown Cleveland

มัธยม

  • 2010 McDonald’s All-American
  • 2010 Nike Hoop Summit All-American
  • 2010 Jordan Brand High School All-American
  • 2553 First-team Parade All-American

ทีมชาติ

  • ผู้ชนะเหรียญทอง FIBA Basketball World Cup ในปี 2014
  • 2014 FIBA Basketball World Cup MVP
  • นักกีฬาบาสเกตบอลชายแห่งสหรัฐอเมริกาประจำปี 2014
  • ผู้ชนะเหรียญทองโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2559

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ U f a b e t

เรื่องเด่น

บรูคลินเน็ตส์

บรูคลินเน็ตส์
บรูคลินเน็ตส์

บรูคลินเน็ตส์ (B r o o k l y n N e t s) เป็นทีมบาสเกตบอลอเมริกันมืออาชีพที่อยู่ใน New York City อยู่ในเขตเลือกตั้งของ B r o o k l y n เป็นการแข่งขันในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ N B A (เอ็นบีเอ) เป็นทีมหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติกของ E a s t e r n C o n f e r e n c e ซึ่งเป็นทีมที่เล่นในบ้านของ Barclays Center พวกเขาในทีมเป็นหนึ่งในสองทีมของลีกเอ็นบีเอที่ได้ตั้งอยู่ใน New York City NBA ที่เป็นนิวยอร์กนิกส์ ทีมได้ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 2510 เป็นทีมที่ได้รับสิทธิพิเศษจากพันธมิตรในการแข่งขันของเอ็นบีเอสมาคมบาสเกตบอลอเมริกัน (ABA)

B r o o k l y n N e t s พวกเขาได้เล่นในรัฐนิวเจอร์ซีย์ในฐานะชาวอเมริกันในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ในช่วงเริ่มฤดูกาลแรกของพวกเขาก่อนที่จะมีการย้ายไปยังไอส์แลนด์ในปีค.ศ. 1968 และเขาได้มีการเปลี่ยนชื่อไปเป็น New York Nets ในช่วงการแข่งขันในฤดูกาลนี้พวกนักบาสได้พาทีมชนะถึงที่สอง A B A ในปี 1974 และ 1976 และเมื่อในปี 1976 นั้น A B A ได้เข้าร่วมกับ N B A และ B r o o k l y n N e t s ได้เข้าสู่ในลีกเอ็นบีเอพร้อมกับทีม A B A อีกสามทีม (San Antonio Spurs , Indiana PacersและDenver Nuggets) ซึ่งในปัจจุบันนั้นทีมแต่ละทีมก็ยังอยู่

ต่อมาในปีค.ศ. 1977 ทีมได้กลับไปยังรัฐนิวเจอร์ซีย์และได้เล่นในฐานะรัฐ New Jersey Nets ในปีค.ศ. 1977 ถึง 2012 จากช่วงเวลาในฤดูกาลนี้ Nets ทั้งสองได้ประชันกันใน E a s t e r n C o n f e r e n c e ในฤดูกาลปีค.ศ.  2001-2002 และในปีค.ศ. 2002-2003 แต่ก็ไม่อาจพาทีมชนะได้ ต่อมาในฤดูร้อนของปีค.ศ. 2012 ทีมได้ย้ายไปที่ B a r c l a y s C e n t e r และใช้ชื่อเป็นปัจจุบัน

ประวัติของ บรูคลินเน็ตส์

B r o o k l y n N e t s ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1967 และได้เริ่มเล่นครั้งแรกที่ T e a n e c k ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ฐานะชาวอเมริกันในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้นทีมได้ย้ายไปยังไอส์แลนด์ในช่วงปีค.ศ. 1968 และได้ไปเล่นยัง arenas ต่าง ๆ ที่เป็น New York Nets แทงบอลออนไลน์

นำโดย Julius “Dr. J” Erving ซึ่ง Brooklyn Nets นั้นได้เอาชนะไปถึงสองครั้งใน A B A และได้ประชันในนิวยอร์กก่อนที่กลายเป็น 1 ใน 4 ทีม A B A ที่จะเข้าสู่ในลีกเอ็นบีเอ (NBA) ซึ่งได้เป็นส่วนหนึ่งของการควบกิจการทั้ง A B A – N B A เมื่อปีค.ศ.1976 ทีม ABA กำลังจะเข้าสู่ NBA จำเป็นต้องใช้ Nets เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมจาก 4.8 ล้านดอลลาร์ให้แก่นิกส์ ในทีมที่ต้องจ่ายเงินนั้นมีการขายสัญญาของ Erving กับ Philadelphia ซึ่งในปีค.ศ. 1975-1976 เป็นการบันทึกที่แย่ที่สุดใน NBA ปีค.ศ. 1976-1977 จากนั้นทีมก็ได้ย้ายกลับไปที่นิวเจอร์ซีย์ในปี 1977 และกลายเป็น New Jersey Nets

หลังจากที่เล่นไปทั้งหมด 35 ฤดูกาล ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ก็ได้ย้ายทีมกลับไปยังรัฐนิวยอร์ก และได้เปลี่ยนชื่อและได้เริ่มเล่นใหม่ใน B a r c l a y s C e n t e r เริ่มต้นด้วย N B A ในฤดูกาลปีที่ 2012-2013

เรื่องเด่น

เหยาหมิง

เหยาหมิง
เหยาหมิง

เหยาหมิง (YaoMing) เขาเกิดในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1980 และเป็นนักบาสเกตบอลอาชีพชาวจีน ที่เล่นให้กับทีมฮิวสตัน รอกเก็ตส์ ในลีก NBA และเขาก็ยังเป็นนักกีฬาที่สูงที่สุดใน All-star NBA จากความสูงถึง 7 ฟุต 6 นิ้ว หรือ 229 ซม.

YaoMing เขาเกิดในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้เริ่มเล่นให้กับทีม Shanghai Sharks เมื่อตอนวัยรุ่น และได้เล่นให้กับทีม Chinese Basketball Association (CBA) เป็นจำนวน 5 ปี และจึงได้แชมป์ในปีสุดท้าย จากความสามารถของเขา เขาจึงได้เริ่มเข้าใน NBA Draft เมื่อปีค.ศ. 2002 ต่อมาหลังจากนั้นก็ได้มีการต่อรองกับทีม CBA และ Sharks จนเขาสามารถเป็นส่วนหนึ่งในทีม ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ และเขายังได้รับตำแหน่งเป็นเซ็นเตอร์ จนได้รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปี 2002 และติด NBA All-star เมื่อปีค.ศ. 2003-2004 อีกด้วย

บาสเกตบอลอาชีพในของ เหยาหมิง

ช่วงเริ่มต้นในปี 2002-2005

YaoMing ไม่ได้เข้าร่วมในการฝึกซ้อมในช่วงปลายซีซั้นกับฮุลตัน เนื้องจากเขาต้องเดินทางไปเล่นให้กับทีมชาติของประเทศจีนในศึกบาสเกตบอลชิงแชมป์โลก ในปีค.ศ. 2002 และเขาก็ได้เริ่มสัมผัสกับ NBAครั้งแรกในนัดที่ต้องเจอกับทีม อินเดียน่า เพเซอร์ส ซึ่งเขาได้ทำไปแค่เพียง 1 แต้มกับอีก 1 รีบาวน์

อย่างไรก็ตาม YaoMing ก็สามารถชู้ตแต้มครั้งแรกได้ในศึกNBAได้สำเร็จ ต่อมาในนัดที่ได้พบกับ เดนเวอร์ นัตเก็ตต์ส หลังจาก 7 เกม YaoMing ได้มีสถิติลงสนามไปเพียงเฉลี่ย 14 นาที และ 4 แต้ม ต่อเกมเท่านั้น จึงทำให้หลายฝ่ายต่างคาดหมายเขาว่า เขาคงไม่ประสบความสำเร็จในเกมNBAแน่นอน

เมื่อได้จบฤดูกาลแรกในปี 2002-2003 นั้น เขายังสามารถทำแต้มเฉลี่ยได้ 13.5 คะแนน และ 8.2 รีบาวน์ ต่อเกม ซึ่งดีพอที่จะทำให้เขาได้คว้าตำแหน่งผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีของลีก NBA อันดับ 2 (NBA Rookie of the Year Award) และยังได้ถูกเลือกให้ติดทีมรวมดาวรุ่ง NBAตัวจริง นอกจากนี้ YaoMing ยังได้รับการโหวตจาก Sporting News ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์กีฬาชื่อดังของสหรัฐฯ ให้เป็นผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปี และได้รางวัล นักกีฬาหน้าใหม่แห่งปี (Laureus Newcomer of the Year) มาครองได้อีกด้วย

เข้าสู่ช่วงฤดูกาลในปี 2003-2004 เป็นฤดูกาลที่สองของ YaoMing ใน NBA เขาได้เริ่มฉายแววพรสวรรค์ในด้านการโยนลูกได้โดดเด่นมากขึ้น หลักจากที่ YaoMing สามารถทำแต้มได้เฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 17.5 แต้ม กับ 9.0 รีบาวน์ ต่อเกม และมีไฮไลท์ในการทำแต้มสูงสุด ในนัดที่ได้พบกับ แอตแลนต้า ฮอร์ก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในปีค.ศ. 2004 เขาได้ทำแต้มสูงถึง 41 คะแนน 7 แอสซิส จึงส่งผลให้ ทีมฮุสตัน ได้ผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ รอบแรกได้สำเร็จ แต่ก็ต้องตกรอบไปในที่สุด YaoMing ได้โชว์ฟอร์มได้ดีจนเขาได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ในทีม NBA All-Star Game ประจำปี 2004 เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน

ในฤดูกาล 2004-2005 เหยา ยังคงได้รับการโหวตให้อยู่ในทีม NBA All-Star Game นอกจากนี้ เขายังทำลายสถิติของ ไมเคิ้ล จอร์แดน อดีตตำนานนักบาสบอลของ NBA หลังจากที่เขาได้รับคะแนนเสียงโหวต All-Star มากที่สุดถึง 2,558,278 คะแนน และในฤดูกาลนี้เขาก็ช่วยให้ ร็อตเก็ตส์ คว้าชัยได้ถึง 51 เกม พร้อมจบอันดับที่ 5 ในสายตะวันตก

ในปีที่ 2005-2008 ไดรับบาดเจ็บเรื้อรัง

หลังจากพลาดการลงสนามและช่วยทีม ฮุสตัน ไปเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น หลังจากใน 3 ปี แรก เขา ก็ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณนิ้วหัวแม่เท้าซ้าย จนต้องเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2005 อย่างไรก็ตามเขาก็ยังได้รับการโหวตจากแฟนบาสเกตบอล ให้ติดทีม 2006 NBA All-Star Game หลังสิ้นสุดฤดูกาล ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2006 เขาได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าซ้ายแตก และส่งผลให้เขาต้องพักยาวถึง 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม แม้ฮุสตัน จะไม่มีเขาในการแข่งขันแต่ทีมก็ยังสามารถผ่านเข้าถึงรอบเพลย์ออฟ รอบแรก ได้สำเร็จ ที่พบกับ ยูท่า แจ๊ส ซึ่งสามารถเอาชนะไปด้วย 2 เกมแรก แต่ว่าพวกเขาก็ต้องแพ้ไป ในเกม 4จาก 5 พร้อมกับตกรอบไปอีกครั้ง ถึงแม่ว่าเขาจะทำได้แต้มเฉลี่ยถึง 25.1 แต้ม กับ อีก 10.3 รีบาวน์ ก็ตาม เขาได้รับเลือกให้ติดทีม All-NBA ทีมที่สองเป็นครั้งแรกในอาชีพบาสเกตบอล ต่อมาก็ได้รับเลือกให้ทีม All-NBA ทีมที่สามมาแล้ว 2 ครั้ง

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2007 เขาได้ลงเล่นร่วมกับ นักบาสเกตบอลจีนด้วยกันเป็นครั้งแรกในศึก NBA กับ ยี่ เจียงเลียง ผู้เล่นในทีม นิวเจอร์ซี่ย์ เน็ต ซึ่งเป็นเกมมีการถ่ายทอดสดถึง 19 ช่องโทรทัศน์ ในประเทศจีน จึงได้เป็นเกมที่มีการบันทึกว่ามีผู้ชมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในเกมนั้นทีมของเขาได้เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้และยังเป็น เกม NBA All-Star Gameใน ปี 2008

เขาได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์ของสายตะวันตก เมื่อในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2008 เขาได้โชคร้ายและได้รับบาดเจ็บกระดูกเท่าซ้ายแตก จนเขาต้องพักยาวทั้งซีซันส่งผลทำให้เขาไม่ได้ลงเล่นในเกมรอบเพลย์ออฟ รอบแรก ของทีม และอาจจะรวมถึง โอลิมปิก เกมส์ ที่ปักกิ่ง

ชิงแชมป์โลก 2006

อาการบาดเจ็บของเขาในฤดูกาลปีที่ 2005-2006 ของNBA ทำให้เขาต้องได้รับการฟื้นฟูร่างกายถึง 6เดือนเต็มในฤดูกาลที่เหลือ และยังส่งผลกระทบต่อการแข่งขันบาสเกตบอลชิงแชมป์โลกในปี 2006 ของเขา อย่างไรก็ตามเขาได้กลับมาฟิตร่างกายจนสมบูรณ์ก่อนเริ่มทัวร์นาเม้นต์ และในเกมสุดท้าย ในรอบแรกนั้นเขาทำแต้มถึง 36 แต้ม 10 รีบาวน์

ทำให้จีนเอาชนะ สโลวีเนีย พร้อมกับผ่านเข้ารอบ 16 ทีม YaoMing ได้รับการบันทึกให้เป็นผู้เล่น UFABET ที่มีสถิติการเล่นดีที่สุดเป็นอันดับ 4 ของทัวร์นาเม้นต์ จากผลงานที่ทำแต้มเฉลี่ย 25.3 แต้ม (มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์) กับอีก 9.0 รีบาวน์ ต่อเกม

เกียรติยศที่ได้รับ

  • 6-time NBA All-Star ในปี 2003-2008
  • 4-time All-NBA Team Selection ในปี 2004, 2006-2008
  • ในปี 2002–2003 NBA All-Rookie First Team
เรื่องเด่น

เจเรมีหลิน

เจเรมีหลิน
เจเรมีหลิน

เจเรมีหลิน หรือ J e r e m y S h u – H o w L i n เกิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 1988 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันซึ่งปัจจุบันนั้นเขาเป็นเอเย่นต์อิสระ ล่าสุดเขาได้เล่นให้กับทีม T o r o n t o R a p t o r s ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (N B A) เขาได้พลิกเกมได้และทำให้ทีมชนะโดยไม่คาดคิดกับทีม N e w Y o r k K n i c k s เมื่อปี 2012 ซึ่งได้สร้างความตกใจและเขาจึงได้เป็นที่รู้จักกันในระดับโลกในชื่อของ “L i n s a n i t y” หลินเป็นคนเชื้อสายอเมริกันคนแรกของประเทศจีนหรือไต้หวันที่ได้ลงเล่นในลีก N B A และยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในเอเชียที่ได้เข้ามาเล่นในลีก N B A อีกเช่นกัน

L i n ได้เติบโตขึ้นมาในซานฟรานซิสโกและยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีของแคลิฟอร์เนียตอนเหนือจากโรงเรียนมัธยมปลาย หลังจากที่ได้รับทุนการศึกษาและข้อเสนอการเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ ซึ่งเขายังเป็น all-conference player ถึงสามครั้ง L i n ได้มีการดราฟออกและถึงข้อสัญญาบางส่วนเมื่อปี 2010 ในบ้านเกิดของเขาที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ต่อมาได้เล่นกับ Golden State Warriors แต่เขาก็ไม่ค่อยได้เล่นในฤดูกาลเพราะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่แต่ก็ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วม NBA Development League (D-League) จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งเขาก็ได้รับการยกเว้นจาก W a r r i o r s และ H o u s t o n R o c k e t s ก่อนที่ได้เข้าร่วมกับทีม N e w Y o r k K n i c k s ในช่วงต้นฤดูกาลปี 2 0 1 1 – 2 0 1 2

ใน N e w Y o r k K n i c k s หลินก็ยังคงได้เล่นอย่างต่อเนื่องและได้ใช้เวลาในการเล่นได้ดีใน D – L e a g u e เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 2012 เขาได้ทำแชมป์ให้ N e w Y o r k K n i c k s และได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้เล่นตัวจริง ในปีค.ศ. 2012 Linได้เซ็นสัญญา 3 ปีกับ Houston Rockets ซึ่งเขาเล่นได้แค่สองฤดูกาล และโดนแลกตัวต่อมาไปอยู่กับ Los Angeles Lakers เขาเล่นในหนึ่งฤดูกาลกับ Lakers ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับ Charlotte Hornets และเขาได้เซ็นสัญญากับ Brooklyn Nets ในฤดูกาลถัดไป เกมในสองฤดูกาลได้มีอุบัติเหตุเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ Linได้ถูกแลกกับ Hawks เมื่อปี 2018 ก่อนที่จะเข้าร่วมกับ Raptors เมื่อปี 2019 เขาจึงได้กลายเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรกที่สามารถคว้าตำแหน่งในลีกเอ็นบีเอได้

ชีวิตในวัยเด็กของ เจเรมีหลิน

Lin เกิดที่ Los Angeles ในเมืองTorrance เขาได้ถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวคริสเตียน ใน San Franciscoบริเวณอ่าวเมืองพาโลอัลโต พ่อแม่ของเขาหมิงและเชอร์ลี่ย์หลิน ได้อพยพมาจากไต้หวันและมายังประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 และได้ปักหลักในเวอร์จิเนียก่อนที่จะย้ายไปอินดีแอนา พวกเขาเป็นชาวไต้หวันและสหรัฐอเมริกา ตระกูลบิดาของ Lin คือคนฮกโลจากเบดูโดฉางฮัว ไต้หวัน ในขณะที่ยายของเขาอพยพไปไต้หวัน ในช่วงปลายปี 1940 จาก Pinghu เจ้อเจียงในจีนแผ่นดินใหญ่

พ่อแม่ของ Lin สูงถึง 5 ฟุต 6 นิ้ว (1.68 เมตร) ซึ่งในครอบครัวของยายสูงและพ่อสูงกว่า 6 ฟุต 0 นิ้ว (1.83 เมตร) Lin มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อ Josh และน้องชายชื่อ Joseph หมิงได้สอนลูกชายของเขาให้เล่นบาสเกตบอลท้องถิ่น YMCA ที่ก่อตั้งโครงการจูเนียร์บาสเกตบอลแห่งชาติ ในปาโลอัลโต ซึ่ง Lin ได้เล่นกีฬาและทำงานกับโค้ชเพื่อให้แน่ใจว่าการเล่นไม่ส่งผลกระทบต่อนักวิชาการ ซึ่งเขาได้ถูกวิจารณ์จากเพื่อน ๆ

ชีวิตในมัธยมปลาย

เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประจำปีทั้งรัฐและนอร์ทเทิร์นแคลิฟอร์เนียและจบลงด้วยคะแนนเฉลี่ย 15.1 คะแนน 7.1 6.2 รีบาวด์ แอสซิส

ทีมชาติอาชีพ

Lin ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นทีมคัดเลือกนักบาสเกตบอลชายแห่งสหรัฐอเมริกากับผู้สมัครทีมโอลิมปิก ในปี 2012 ของสหรัฐอเมริกาแต่เขาไม่ได้เข้าร่วมเนื่องจากสถานะตัวแทนอิสระที่จำกัด กับนิกส์

โปรไฟล์ผู้เล่น

เนื่องจากการเป็นผู้ที่มีความสามารถแล้วหลินยังได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้เล่นที่มีความสามารถและรวดเร็วซึ่งเขาได้เข้าบุกโจมตีและเก่งกาจ เขารับการยิงภายนอกในช่วงแรกของอาชีพ UFABET เขาได้รับการพิจารณาเนื่องจากความสามารถของเขาในการเข้าจุดโยนโทษ และยากที่คนรับจะรับได้ เขาถูกวิพากษ์วิว่ามีแนวโน้มที่จะรับรู้ถึงประสิทธิภาพในการป้องกัน

เรื่องเด่น

เดวิดลี

เดวิดลี
เดวิดลี

เดวิดลี หรือ David Lee เกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 1983 เขาเป็นนักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน เป็นอดีตมืออาชีพ เขาเล่นบาสเกตบอลให้กับวิทยาลัย Florida Gators ก่อนที่เขาจะถูกดราฟโดยรวมเป็นคนที่ 30 โดยนิวยอร์กนิกส์

ข้อมูล เดวิดลี

เมื่อปีค.ศ. 2005 จากการดราฟ ต่อมาในปีค.ศ. 2010 David Lee ถูกลงนามและมีการย้ายไปยังรัฐแคลิฟอร์เนีย David Lee ได้กลายเป็นผู้คว้า All-Star และ All-NBA Team เป็นครั้งที่สองและเขายังได้รับรางวัลNBA ในปีค.ศ. 2015 ในฤดูกาลที่ 5 และเป็นปีสุดท้ายของเขากับทีม

ตอนเด็กของ

David Lee เกิดใน St. Louis, Missouri เขาได้เรียนที่โรงเรียนมัธยม John Burroughs และโรงเรียนมัธยมที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา Chaminade College ในเขตชานเมือง St. Louis เริ่มฝึกหัดหารเล่นโดยมือข้างที่ไม่ถนัดเรียนรู้การเล่นมือซ้ายมาเป็นมือขวา David Lee เป็น McDonald’s All American และเขาได้ชนะการแข่งขัน Slam Dunk ในปีค.ศ. 2001 และเขายังยังได้รับการขนานนามว่าเขาเป็นหนึ่งในโรงเรียนมัธยมทีมแห่งแรกในอเมริกา จากนิตยสารพาเหรด

วิทยาลัย

David Lee ยอมรับทุนการศึกษานักกีฬาที่จะเข้าร่วมในมหาวิทยาลัยฟลอริดาใน Gainesville เขาเล่นให้โค้ช Billy Donovan’s บาสเกตบอลทีม Florida Gators ในปีค.ศ. 2001 ถึงปีค.ศ. 2005 เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2002 เขายังได้รับการเสนอชื่อให้ All-Southeastern Conference ( SEC) ทีมน้องใหม่โดยโค้ชของ conference’s ต่อมาในช่วงปีที่สองของเขาเมื่อปี 2002-2003 เขาได้ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 11.5 คะแนน 7 รีบาวน์ต่อเกม เขายังได้รับการเสนอชื่อเป็นทีมที่ 2 ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ ในปี 2003-2004 โดยเฉลี่ย 13 คะแนนและ 7 รีบาวน์ต่อเกม

ในปีสุดท้ายของ David Lee เขาได้เข้าร่วมและเป็นผู้เล่น NBA  กับ Al Horford Corey Brewer, Taurean Green, และ Joakim Noah พวกเขาพาทีมชนะการแข่งขันบาสเกตบอลในปี 2005 ในการแข่งขันบาสเกตบอลครั้งแรกของการแข่งขันชิงแชมป์บาสเกตบอลชายโดยการเอาชนะ Kentucky Wildcats  ด้วยคะแนน 70-53 ในการแข่งขันรอบสุดท้าย

อาชีพ

นิวยอร์กนิกส์ (2005-2010)

  • 2005–06 เขาได้รับเลือกจากนิกส์รอบแรกของทีมเมื่อปี 2005 จากการดราฟต่อ Channing Frye เขาได้เซ็นสัญญากับทีมเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2005 เขาได้รับการเริ่มต้นที่ดีสำหรับเกม 13 เกมเมื่อเดือนธันวาคม 2548 และเดือนมกราคม 2549
  • 2549–07 ด้วยได้รับบาดเจ็บ Channing Frye เขาเริ่มเกมแรกของฤดูกาลกับที่ชิคาโกบูลส์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2006 เขายังเป็นหนึ่งในผู้เล่น 10 คนในการทะเลาะวิวาท แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้มีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาทและไม่ถูกระงับจาก NBA เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2006 ในเกมคู่กับชาร์ล็อตต์บ็อบแคตที่เหลือแค่ 0.1 วินาทีเข้าได้ยิงเข้าและชนะในการแข่งขันโดยไม่ทำลายกฎของเทรนท์ทัคเกอร์ ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2007 เขาเล่นให้กับ Sophomores และยังได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่ามากที่สุดในการแข่งขัน Rookie Challenge จบด้วย 30 คะแนน เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2550 ในเกมกับมิลลาโวคเหรียญ เขาได้ลงเล่นกับเพื่อนร่วมทีมแอนดรูว์ Bogut และเกิดอุบัติเหตุเท้าและข้อเท้าแพลง อาการบาดเจ็บเขาจึงไม่สามารถลงเล่นได้ เขาได้รับการตรวจสอบอีกครั้งแพทย์พบว่าเขามีอาการรุนแรงกว่าที่ได้รับการวินิจฉัยในครั้งแรก เขาจึงเล่นเพียงไม่กี่นาทีในเกมที่เหลือของฤดูกาล
  • 2550–08 ในฤดูกาล 2550-2551 ลียังคงมีพัฒนาและเป็นผู้เล่นที่ดีมาตลอด
  • 2551–09 David Lee เริ่มต้นฤดูกาลด้วยคะแนน 37 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2008 และเขาก็ยังเป็นคนแรกที่เล่นได้ถึง 30 คะแนน 20 รีบาวน์ ต่อมาในวันที่ 9 ธันวาคมในการเล่นคู่กับชิคาโกบูลส์ เขากลายเป็นเพียง Knick 11 ในบันทึก
  • 2009–10 การเลือก All-Star ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์เขาได้รับเลือกให้มาแทนอัลเลนไอเวอร์สันและจะเป็นตัวแทนของทีมตะวันออกเมื่อปี 2010 เขากลายเป็นคนแรก Knick ที่ทำให้ All-Star team ตั้งแต่อัลลันฮูสตันและLatrell Sprewell ปรากฏในปี 2001 NBA All-Star ในตอนท้ายของฤดูกาลเขาได้เป็นตัวแทนอิสระที่ไร้ข้อจำกัด สูงในอาชีพเป็นคะแนนต่อเกมเช่นเดียวกับการช่วยเหลือต่อเกม

Golden State Warriors (2010–2015)

เขาได้เป็นตัวแทนอิสระที่ไร้ข้อจำกัด ในฤดูกาลปีที่ 2010 ในวันที่ 9 กรกฎาคม เขาได้ลงนามและแลกเปลี่ยนกับ Golden State Warriors ในข้อตกลงกับ Anthony Randolph , Kelenna Azubuike , Ronny Turiafและเลือกรอบที่สองกับ Knicks สัญญาของเขาภายใต้ข้อตกลงทำให้เขามีค่าตัวถึง $ 79.54 ล้านในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาโดยเฉลี่ย 13.3 ล้านดอลลาร์ต่อปี

  • 2010-201 เขาได้ปรากฏตัวใน 73 เกม ด้วยค่าเฉลี่ย 16.5 คะแนน 9.8 รีบาวน์ 3.2 แอสซิส ใน 36.1 นาทีต่อการแข่งขัน
  • 2011–12 ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2012 เขามีการบันทึก 2-3 คู่ ด้วยคะแนน 25 คะแนน 11 รีบาวน์ 10 แอสซิส และได้สูญเสียให้กับโอคลาโฮมาซิตีธันเดอร์ ในช่วงฤดูกาลปี 2011-2012 เขาทำได้เฉลี่ยมากกว่า 20 คะแนนต่อเกมซึ่งเป็นฤดูกาลที่สองใน NBA ของเขา
  • 2012–13 ในวันที่ 24 มกราคม 2013 เขาได้ถูกเสนอชื่อให้ 2013 NBA All-Star Game เป็นตัวแทนของสายตะวันตก เขาเป็น All-Star คนแรกของ Warriors ตั้งแต่ Latrell Sprewell เมื่อปีค.ศ. 1997 เขาได้ถูกบันทึกสูงถึง 22 รีบาวน์ เขาจบฤดูกาลด้วยคะแนนเฉลี่ย 18.5 และ 11.2 รีบาวน์ต่อเกมและยังเป็นผู้นำในลีกดับเบิล นอกจากนี้เขายังได้รับการเสนอชื่อให้เป็น All-NBA Third Team ซึ่งผลงานของเขานั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการไปถึงรอบเพย์ออฟที่พวกเขาต้องเจอกับ Denver Nuggets เขาบาดเจ็บที่สะโพกในช่วงที่สี่ของเกมเพลย์ออฟ MRIเปิดเผยภายหลังว่า “กล้ามเนื้อสะโพกขวาของเขาฉีกขาด” เขาจบเกมด้วยคะแนน 10 และ 14 รีบาวน์ แต่อย่างไรก็ตาม Warriors ก็ได้พ่ายแพ้ให้กับ San Antonio Spurs
  • 2013–14 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2014, Lee สิ้นสุดการให้คะแนนสองหลักที่ 123 เกมกับ 8 คะแนนในการสูญเสีย 91-75 กับ Charlotte Bobcats [16]
  • 2014–15: ฤดูกาลที่ได้รับบาดเจ็บและได้แชมป์ NBA คนแรก เขาได้ประสบปัญหาในเกมสุดท้ายของฤดูกาล เขาได้ถูกแทนที่ด้วยผู้เล่นตัวจริงของ Warriors โดย Draymond Green ซึ่งยังคงเล่นต่อไปหลังจากที่เขาได้ฟื้นตัว ผู้เล่นที่ได้รับค่าตอบแทนใน Warriors อยู่ที่ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ เขากลายเป็นตัวสำรองเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพ ในวันที่ 27 มกราคม 2558 เขาทำคะแนนสูงสุดในฤดูกาลด้วย 24 คะแนน จากการพ่ายแพ้ 113–111 กับชิคาโกบูลส์ เขาได้ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ NBA ครั้งแรก เขาสามารถเอาชนะคลีฟแลนด์คาวาเลียร์ในรอบชิงชนะเลิศ NBA ในปี 2558 ใน 6 เกม

Boston Celtics (2015–2016)

ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 เขาได้เปลี่ยนตัวกับ Boston Celtics เพื่อแลกกับเจอรัลด์วอลเลซและคริสบาบ เขาได้เปิดตัวสำหรับเซลติกส์ในฤดูกาลของทีมที่เปิดกับฟิลาเดล เมื่อ 28 ตุลาคม ด้วย 8 คะแนนและ 5 รีบาวน์ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2016 เขาได้รับการยกเว้นโดยเซลติกส์

Dallas Mavericks (2016)

ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 David Lee ได้เซ็นสัญญากับดัลลัสแมฟเวอริกส์ เขาเปิดตัวกับ Mavericks 4 คะแนนและ4 รีบาวน์ ในเกมที่สองสำหรับ Mavericks เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่เขาได้ทำบันทึกด้วย 14 คะแนนและ 14 รีบาวน์ในนาทีที่ 25 ชนะเดนเวอร์นักเกต เขาได้รับแหวนแชมป์ในปี 2015 เขาได้พลาดเกมสองเกมแรกของ Mavericks กับ Oklahoma City Thunder เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่เท้าขวา

San Antonio Spurs (2016–2017)

ในวันที่ 2 สิงหาคม 2016 เขาได้เซ็นสัญญากับซานอันโตนิโอสเปอร์ส เขาเปิดตัวกับสเปอร์สในฤดูกาลเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2016 บันทึกด้วย 6 คะแนน 6 รีบาวน์และ 2 แอสซิสใน 11 นาที เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2017 เขายิงสูง 18 คะแนนชนะ 100 – 99  เหนืออินเดียนาเพเซอร์ส ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มีนาคมฤดูกาลของเขามีความพยายามในการชนะได้ 114-104 อยู่เหนือซาคราเมนโตคิงส์ และเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2017 เขาได้รับรายงานว่าได้ปฏิเสธตัวเลือกผู้เล่น

ต่อมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2017 เขาประกาศการลาออกด้วยอายุ 34 โดยผ่านทาง Instagram

ขอบคุณที่มาจาก UFABET

เรื่องเด่น

ราจอน รอนโด

ราจอน รอนโด
ราจอน รอนโด

ราจอน รอนโด หรือ Rajon Pierre Rondo เกิดในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2529 เขาเป็นนักบาสเกตบอลอาชีพชาวอเมริกัน และเขายังเล่นให้กับทีมลอสแองเจลิสเลเกอร์ส ในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ (NBA) Rajon Rondo ได้เล่นบาสเกตบอลวิทยาลัยเพียงแค่สองปีเขาก็ได้เล่นกับ Kentucky Wildcats ก่อนที่เขาจะถูกดราฟโดยรวมที่ 21 โดยฟินิกซ์ซันส์ เมื่อปี พ.ศ. 2006 ที่ดราฟตัว Rajon Rondo และแลกตัวกับเซลติกส์ที่มีบทบาท Rondo ได้รับNBA-All Star เป็นจำนวน 4 ครั้งและเขายังเป็นผู้นำในการช่วยเหลือในลีกต่อเกมสามครั้งในปี 2012, 2013 และ 2016 เขายังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นทีมที่สามของ All-NBA เมื่อปี ค.ศ. 2011–2012 และได้รับสี่ NBA All-Defensive Team ได้รับเกียรตินิยมสองครั้งในทีมแรกในปีค.ศ. 2009–2010 และ 2010–2011 ซึ่งในช่วงเวลาที่เขาได้อยู่ในบอสตันนั้น Rajon Rondo ได้ทำให้เซลติกส์ได้ก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศNBA เมื่อปี 2551 และ 2553 และชนะการแข่งขันชิงแชมป์เมื่อปี 2551 ในฐานะผู้พิทักษ์จุดเริ่มต้นของทีมอีกเช่นกัน Rajon Rondo เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่มีความสามารถที่ยอดเยี่ยมที่สุดใน NBA อันดับที่สี่ในประวัติศาสตร์ของเซลติกส์ในการช่วยทำคะแนนให้ทีมและเขายังเป็นคนที่สามารถแย่งลูกบาสได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเขาได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้ทำสถิติเป็นอันดับ 11 ในประวัติศาสตร์ NBA สำหรับสามคู่ในฤดูกาลปกติในรอบชิงชนะเลิศ

หลังจากฤดูกาล เซลติกส์ ได้นำตัว Rajon Rondo แลกกับดัลลัส เมื่อเดือนธันวาคมปี 2014 ป่วนยุติในปี 2015 และRondo เข้าร่วมซาคราเมนโตคิงส์ เมื่อปี 2559 เขาได้เข้าร่วมกับ Chicago Bulls ก่อนที่จะได้เข้าร่วมกับNew Orleans Pelicans เมื่อปี 2017 และ Los Angeles Lakers เมื่อปี 2018

ชีวิตในวัยเด็กของ ราจอน รอนโด

Rajon Rondo เกิดในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 1986 ใน Louisville, Kentucky  เขามีพี่น้องด้วยกันสามคนคือ Dymon, William และ Anton เขาได้มีการติดต่อกับพ่อของเขาบ้าง เพราะเขาได้อยู่ต่างถิ่นกับพ่อและแม่เมื่อเขาอายุเพียงแค่เจ็ดขวบ เพื่อที่จะช่วยครอบครัวของเขา แม่เขาทำงานที่ Philip Morris USA เป็น บริษัท ยาสูบ Rajon Rondo ได้ให้ความสนใจกับฟุตบอลเป็นครั้งแรกก่อนที่แม่ของเขาจะพาเขาไปที่บาสเกตบอล

มัธยมปลาย

หลังจากที่ Rajon Rondo ได้จริงจังเกี่ยวกับการเล่นบาสเกตบอล เขาได้เข้าเรียนที่ Eastern High Schoolของ Louisville เป็นเวลาสามปี ในช่วงปีต้น ๆ ในการเรียนของเขาที่โรงเรียนเขาได้ทำคะแนนบาสเฉลี่ยด้วย 27.9 คะแนน 10.0 รีบาวน์และ 7.5 แอสซิส ทำให้เขาได้รับเกียรติ All-State และได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้เล่นภาคที่ 7 ของปี เขาได้ย้ายไปเรียนที่ Oak Hill Academy ในปีสุดท้ายเขาได้ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 21.0 คะแนนต่อเกม 3.0 รีบาวน์ต่อเกม และ 12.0 แอสซิสต่อเกม และจบไปด้วยฤดูกาล 2546 ด้วยสถิติ 38 ในตัวเขากับปีสุดท้ายที่ Oak Hill โรงเรียนได้บันทึกฤดูกาลในขณะที่ค่าเฉลี่ยสองครั้งที่เขาได้รวมความพยายามสองครั้งจากการช่วยเหลือ 27 ครั้งและสถิติของโรงเรียนเดียวในเกมที่ 31 นอกจากนี้เขายังมีคะแนนเกม 55 ในโรงเรียนมัธยมที่สองที่สูงที่สุดตลอดเวลาใน Oak Hill Academy แซงหน้าโดย Calvin Duncan อีกด้วย Rajon Rondo ถูกเสนอชื่อให้ทีม McDonald’s All-American เมื่อปี 2004 ที่ได้คะแนนรวม 14 คะแนน 4 แอสซิสและ 4 รีบาวน์ ในเกม all-star และเขายังได้เข้าร่วมในเกม Jordan Capital Classic ในปี 2004 คะแนนบันทึกอยู่ที่ 12 คะแนน 5 แอสซิสและ 4 รีบาวน์ Rondo ยังเป็นชื่อที่มีใน All-American UFABET

รางวัล

  • แชมป์ NBA ในปีค.ศ. 2008
  • NBA All-Star ในปีค.ศ. 2010, 2011, 2012, 2013
  • All-NBA Team  ทีมที่สามในปีค.ศ. 2012
  • NBA All-Defensive  ทีมแรกในปีค.ศ. 2010, 2011 และทีมที่สองในปี 2009, 2012
  • NBA All-Rookie ทีมที่สองในปีค.ศ. 2007
  • ฤดูกาลปกติของเอ็นบีเอ

2010: ขโมยมากที่สุด (189) ขโมยมากที่สุดต่อเกม (2.3)

2012: การช่วยเหลือมากที่สุดต่อเกม (11.7), สามคู่มากที่สุด (6)

2013: ความช่วยเหลือมากที่สุดต่อเกม (11.1), สามคู่มากที่สุด (5)

2559: ความช่วยเหลือมากที่สุดต่อเกม (11.7), ผู้ช่วยมากที่สุด (839)

  • NBA playoffs

2008: ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ (172), ขโมยมากที่สุด (45)

2009: ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ (127), คู่สามส่วนใหญ่ (3)

2010: ทริปเปิลดับเบิลมากที่สุด (2), ขโมยมากที่สุด (46)

2011: ส่วนใหญ่สามคู่ (1)

2012: การช่วยเหลือมากที่สุด (227), การช่วยเหลือมากที่สุดต่อเกม (11.9), สามคู่มากที่สุด (4)

  • บันทึกบอสตันแฟรนไชส์เซลติกส์

ช่วยเหลือมากที่สุดในฤดูกาลเดียว 794 ในปี 2009–2010

ขโมยมากที่สุดในฤดูกาลเดียว 189 ในปี 2009–2010

ให้ความช่วยเหลือมากที่สุดในเกมบุก 20 ในปี 2010–2011

ตัวช่วยมากที่สุดต่อเกม (ฤดูกาล) 11.7 ในปี 2011–2012

  • บันทึกในแฟรนไชส์ ​​New Orleans Pelicans

ช่วยเหลือมากที่สุดในเกมเพลย์ออฟ 21 ในปี 2017–2018

เรื่องเด่น

ชาล็อต ฮอร์เน็ตส์

ชาล็อต ฮอร์เน็ตส์
ชาล็อต ฮอร์เน็ตส์

ชาล็อต ฮอร์เน็ตส์ หรือ C h a r l o t t e H o r n e t s  ชื่อเดิมคือ ชาล็อต บ็อบแคทส์ เป็นทีมบาสเกตบอลในลีกเอ็นบีเอ ( N B A ) ในเมืองชาล็อต รัฐนอร์ทแคโลไรนา เริ่มเล่นในฤดูกาลปีที่ 2 0 0 4 – 2 0 0 5

C h a r l o t t e H o r n e t s เป็นทีมอเมริกันมืออาชีพบาสเกตบอลที่อยู่ในนอร์ทแคโรไลนา C h a r l o t t e H o r n e t s  ได้แข่งขันในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ ( N B A ) เป็นสมาชิกของลีกทางทิศตะวันออก ในส่วนตะวันออกเฉียงใต้ ในทีมที่เป็นเจ้าของโดยผู้เล่นส่วนใหญ่ได้เกษียณ N B A ไปบ้างแล้ว คือ ไมเคิลจอร์แดน ที่ได้รับความสนใจในการควบคุมในทีมเมื่อปีค.ศ. 2 0 1 0 ซึ่ง C h a r l o t t e H o r n e t s นั้นก็เล่นเกมในบ้านของพวกเขาที่ S p e c t r u m C e n t e r ใน U p t o w n C h a r l o t t e

แต่เดิม C h a r l o t t e H o r n e t s แฟรนไชส์ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1 9 8 8 และได้ขยายตัวทีมเป็นเจ้าของโดย G e o r g e S h i n n เมื่อปี ค.ศ. 2 0 0 2 S h i n n ‘ s f r a n c h i s e และได้ย้ายไปนิวออร์และกลายเป็นฮอร์เน็ตนิวออร์ เมื่อปี ค.ศ. 2 0 0 4 N B A การก่อตั้งของ C h a r l o t t e B o b c a t s ถือได้ว่าเป็นทีมที่ขยายใหม่ในเวลานั้นในปี 2013 New Orleans ได้ประกาศว่าจะสร้างแบรนด์ใหม่ให้กับ Charlotte Bobcats ในที่สุดก็ได้ส่งชื่อระเบียนและประวัติทางการ (ในปี ค.ศ. 1988 – 2002) และได้ถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการ คือ Charlotte Hornets สำหรับฤดูกาล 2014 – 2015

ประวัติของ ชาล็อต ฮอร์เน็ตส์

เมื่อทีม Charlotte Hornets ได้ย้ายไปที่เมืองนิวออลีนส์ Charlotte Hornets และลีก NBA ได้ตกลงที่จะสร้างทีมใหม่ในฤดูกาลปีที่ 2004-2005 มีทั้งอดีตนักกีฬาชื่อดังจากทีมบอสตัน เซลติกส์ ลาร์รี เบิร์ด ก็ได้เข้าเสนอตัว สุดท้ายกลุ่มที่นำโดยเศรษฐีพันล้านอย่าง โรเบิร์ต แอล จอห์นสัน จากธุรกิจเคเบิลทีวีสถานี BET (Black Entertainment TV) ก็ได้รับชัยชนะไปได้ ชื่อบ็อบแคทส์ก็มาจาก จอห์นสัน เพราะ บ็อบ เป็นชื่อเล่นของโรเบิร์ตนั่นเอง

NBA จัดให้บ็อบแคทสได้คัดตัวผู้เล่นจากทีมอื่น ๆ หรือที่เรียกว่า expansion draft ในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2004 ได้ผู้เล่นอายุน้อยที่มีพรสวรรค์อย่าง Gerald Wallace และยังได้ดราฟผู้เล่นอย่าง Emeka Okafor ซึ่งได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีในฤดูกาลแรก

เกมแรกที่ได้แข่งนั้น ผลคะแนนของทีมได้พ่ายแพ้ให้กับ วอชิงตัน วิซารดส์ ด้วยคะแนน 96 ต่อ 103 เมื่อในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 บ็อบแคทส์ได้ชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์ด้วยคะแนน 111 ต่อ 100 กับทีมออร์แลนโดแมจิก

ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 ได้ดราฟ Raymond Felton และ Sean May บ็อบแคทส์ได้ตั้งความหวังกับผู้เล่นสองคนนี้รวมไปถึงโอกาฟอร์ ที่ได้ตั้งเป็นรากฐานของความสำเร็จในอนาคต UFABET

เครื่องแบบ

แต่เดิมนั้นเครื่องแบบเดิมของ Charlotte Hornets ได้รับการออกแบบโดยนักออกแบบนานาชาติและอร์ทแคโรไลนา ของอเล็กซานเดจูเลียน ซึ่งทีมได้เลือกสัญลักษณ์คือนกเป็ดน้ำและสีเป็นสีม่วงเป็นสีหลักของทีม และก็ให้ความสำคัญกับชุดเครื่องแบบ NBA เป็นครั้งแรก ในขณะที่ทีมอื่น ๆ นั้นจะแสดงถึงชื่อทีมในเสื้อทีมเหย้าและเมืองบ้านเกิดของพวกเขา ซึ่งในทีมเสื้อนอกเครื่องแบบของ Charlotte Hornets ทั้งเสื้อทีมเหย้าและทีมเยือน เครื่องแบบในบ้านเป็นสีขาวและมีลายแถบสีเขียวนกเป็ดน้ำสีเขียวสีน้ำเงินและสีม่วงในขณะที่เสื้อทีมเยือนเป็นนกเป็ดน้ำที่มีลายแถบสีขาวสีเขียวสีน้ำเงินและสีม่วง ‘ฮิวโก้โลโก้’ ที่ผงาดเด่นบนเส้นกางเกงขาสั้นในช่วงต้นปีค.ศ. 1992 และต่อมาในปี 1994 ได้เปิดตัวชุดสีม่วงสลับกับ pinstripes ในสีขาว, สีเขียว, สีฟ้าและนกเป็ดน้ำ นั่นเอง

จากปีค.ศ. 1997 – 2002 ได้ทำการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยกับเครื่องแบบของพวกเขา ฮิวโกถูกย้ายยังขาซ้ายในขณะที่แถบด้านข้างที่มีลายแถบเพิ่มสีม่วง และสีนกเป็ดน้ำ

เรื่องเด่น

Eddie Jones

Eddie Jones
Eddie Jones

Eddie Jones หรือเอ็ดดี้ชาร์ลส์โจนส์ เกิดในวันที่ 20 ตุลาคม 2514 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งเขาได้เล่นให้กับทีมทั้งหมด 5 ทีมในอาชีพนักบาสเกตบอลแห่งชาติ (เอ็นบีเอ) รวม 14 ปี โจนส์เล่นบาสเก็ตบอลที่วิทยาลัย Temple University และยังเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2536-2537 ของมหาสมุทรแอตแลนติกและนำทีมไปสู่ยอดที่ 8 ในการแข่งขัน NCAA ซึ่ง NBA All-Starได้รับเลือก ในปี 1994 NBA draft โดย Los Angeles Lakers

อาชีพใน NBA ของ Eddie Jones

Los Angeles Lakers

Lakers ได้เลือก Jones ด้วยการคัดเลือกโดยรวมครั้งที่ 10 ผู้จัดการทั่วไปของ Lakers Jerry West ได้กล่าวว่า “เราต้องการนักกีฬาบริสุทธิ์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่และ Jones ดีเกินกว่าที่ทำได้”

ในฤดูกาลแรกของเขาโจนส์ได้ทำคะแนนเฉลี่ย 14.0 คะแนนต่อเกมและ 2.05 แอสซิสต่อเกมในขณะที่เขาเล่นใน 64 เกมต่อ 58 นอกจากนี้เขายังทำคแนนใน NBA วางไว้ที่ 4 ใน Rookie เอ็นบีเอของปีการลงคะแนนเสียงในปี 1994-1995 NBA All-Rookie ทีมแรก เขาได้พาทีมได้ All-Star All 94 – 95 Rookie Challenge เขาชนะและได้ MVP ที่ติดเกมสูง 25 คะแนน และ 4 รีบาวน์ เมื่อได้เปรียบเทียบโจนส์กับอดีต Lakers ดีไมเคิลคูเปอร์ (คูเปอร์เองบอกว่าการดูโจนส์เหมือน “มองในกระจก”) โจนส์จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของทีม Lakers พร้อมกับNick Van Exel และCedric Ceballosเมื่อ Lakers ในปีต่อมานั้นเขาได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของตัวเองด้วยยิงเริ่มเกมขณะที่โจนส์เริ่ม 66 จาก 70 เกมและเฉลี่ย 12.8 คะแนน ซึ่งสำหรับเกมในฤดูกาลนี้ Lakers ได้ทำสถิติรวมของพวกเขาเป็น 53

หลังจากที่ฤดูกาลที่สองของโจนส์เปลี่ยนไปจากตัวเลขคะแนน 25 – 6 ขณะที่ Lakers ไก้เสียเกลริชส์ หลังจากเกษียณ เขาจึงได้เติบโตขึ้นมาเขาเป็นแฟนของจูเลียสเออร์วิง นอกจากนี้เขายังเล่นNBAในครั้งแรก All – Star ทำคะแนนด้วย 10 คะแนนใน 17 นาที ใน NBA All-Star เมื่อปี ค.ศ. 1997 ที่นำทีมโดย O’Neal , Lakers ชนะไปด้วย 56 เกมก่อนที่จะเอาชนะ Portland Trail Blazers ในรอบแรกของรอบชิงชนะเลิศ แต่ก้พ่ายแพ้ลง ให้กับ Utah Jazz ในห้าเกมในรอบรองชนะเลิศ โจนส์พยายามในรอบชิงชนะเลิศในขณะที่คะแนนเฉลี่ยของเขาลดลงถึง 11.2 ในฤดูกาลนั้น

ในฤดูกาลที่ 1997-1998 โจนส์ได้คะแนนเฉลี่ย 16.9 คะแนนและทำแต้ม 15 คะแนนกับ 11 รีบาวน์ในNBA All-Star ในปี 1998

Charlotte Hornets

ในฤดูกาลถัดไปที่สั้นลงถึง 50 เกมเพราะเนื่องจากมีการปิดลีกโดย Jones โดยเริ่มเกมแรกของฤดูกาลเขากับ Elden Campbell แลกกับ Charlotte Hornets สำหรับ Glen Rice , JR ReidและBJ Armstrong เมื่อในวันที่ 10 มีนาคม 1999  Jones ได้เป็นที่ปรึกษาให้กับ Kobe Bryant ในช่วงที่เขาอยู่กับ Lakers เนื่องจากทั้งคู่มีความสัมพันธ์กับ Philadelphia โดยที่ Jones ได้เข้าเรียนที่ Temple University และ Bryant ได้เข้าเรียนที่ Lower Merion High School ใกล้ฟิลาเดลเฟีย โจนส์เริ่มในเกมที่เหลือของฤดูกาลที่ 30 ซึ่งเขาได้พาทีมชนะและป้องกันทีมมาตลอดเป็นปีที่สอง

โจนส์กับ Hornets ในฤดูกาลปีที่ 1999-2000 เขาได้ทำสถิติที่ดีที่สุดด้วยคะแนนเฉลี่ย 20.1 คะแนนโจนส์ได้รับการโหวตให้  Eastern Conference ในเกม All-Star ของ NBA และได้คะแนน 10 คะแนนใน 21 นาที ชนะ 49 เกมและทำการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแต่ได้พ่ายแพ้ในรอบแรกกับฟิลาเดลเฟีย ในสี่เกม ในตอนท้ายของฤดูกาลโจนส์ถูกเสนอชื่อให้ทีม All-NBA Third เป็นครั้งแรกและยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นทีมที่สาม All-Defensive โจนส์ได้รับอิสระหลังจากฤดูกาล 2000 และพูดคุยกับ Chicago BullsและOrlando Magic แต่ต้องการเล่นให้กับบ้านเกิดของเขาที่ Miami

Miami Heat

หลังจากเซ็นสัญญากับฮอร์เน็ตเขาได้แลกตัวกับแอนโธนีเมสันกับไมอามี่ฮีสำหรับ Jamal MashburnและPJ จากการเข้าซื้อกิจการของโจนส์เป็นความพยายามของโค้ชเพื่อพัฒนาทีมให้เป็นคู่แข่ง ก่อนที่จะเริ่มในฤดูกาล 2000-2001 อย่างไรก็ตามค่าเฉลี่ย 17.4 คะแนนเกมและนำทีมในการให้คะแนนแม้จะเล่นในเกมที่ 63 สำหรับฤดูกาลเท่านั้น โจนส์และเมสันนำทีมไปสู่ชัยชนถึง 50 ครั้ง

อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มฤดูกาล ฤดูที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นความสำเร็จของไมอามีโจนส์ร่วมกับการโจมตี แต่ยังนำทีมในคะแนน 17.3 คะแนนต่อเกม โจนส์ได้จบอันดับที่ 3 ในลีกทั้งหมดโดยมีเป้าหมายอยู่ที่จุดสามสนามและไมอามี่จบฤดูกาลด้วยสถิติ 42-40 ที่จะชิงในรอบชิงชนะเลิศที่สี่ในภาค ความใจร้อนของเขาที่จะเอาชนะนิวออร์ลีนส์ฮอร์เน็ทในเกมที่ 7 ที่ยากในรอบแรก

Memphis Grizzlies

ไมอามี่รู้สึกผิดหวังที่พลาดโอกาสทำ NBA Finals และไรลีย์ก็ได้แยกทางกับ Jones หลังจากห้าฤดูกาลเนื่องจากเขาได้จัดการกับ Memphis Grizzlies กับ James Posey และ Jason Williams ในวันที่ 2 สิงหาคม 2548 ด้วยสถิติที่ 5 เมมฟิสโจนส์เริ่มต้นใน 75 เกมเฉลี่ย 11.8 แต้ม 1.7 แอสซิสต่อเกมทำให้รอบชิง แต่ถูกกวาดในรอบแรกโดยดัลลัส โจนส์ได้ลงเริ่มเกมที่ 14 จาก 29 เกม ซึ่งในปีต่อไปก่อนที่จะได้รับการยกเว้นจากทีม โจนส์ได้เซ็นสัญญาครั้งที่สองกับไมอามี่ฮีตและได้เล่นเพิ่มนาทีหลังจากบาดเจ็บที่ไหล่ของเวด ทั้งฤดูกาลด้วยอาการบาดเจ็บที่เวดในขณะที่ไมอามี่ล้มลงในเกมสี่เกม

Dallas Mavericks

หลังจากจบฤดูกาลปีที่ 2549-2550 โจนส์ก็กลายเป็นอิสระเสรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2007 โจนส์ตกลงที่จะจัดการสองปีกับดัลลัส

Indiana Pacers

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2008 โจนส์ก็ได้แลกตัวกับอินเดียนาเพเซอร์ส หลังจากแลกกับ Pacers แล้ว Jones ได้เจรจาต่อรองการทำสัญญาใหม่ซึ่งทำให้เขาสามารถเล่นให้ทีมอื่น ในวันที่ 16 ตุลาคม 2008 เขาได้รับการปล่อยตัวจาก Pacers

ขอขอบคุณที่มาดี ๆ จาก Ufabet877

เรื่องเด่น

Nick Van Exel

Nick Van Exel
Nick Van Exel

Nick Van Exel หรือ Nickey Maxwell Van Exel เกิดในวันที่ 27 พฤศจิกายน 1971 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันที่ได้เกษียณอายุไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันเขาได้เป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับทีม M e m p h i s G r i z z l i e s ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ เขาได้เล่นให้กับทีมเอ็นบีเอทั้งหมดหกทีมตั้งแต่ในปีค.ศ. 1 9 9 3 ถึงปีค.ศ. 2 5 4 9 เขาได้เป็น N B A A l l – S t a r ร่วมกับ L o s A n g e l e s L a k e r s เมื่อปีค.ศ. 1 9 9 8

แวน เอ็กเซลเล่นบาสเกตบอลให้กับวิทยาลัยซินซินแคทส์สามทีม All-American ได้รับเกียรติในฐานะผู้อาวุโสในปี 1993 เขาได้รับเลือกจาก Lakers ในฤดูกาลแรกของเขาได้รับการเสนอชื่อให้ NBA All-Rookieทั้งสองทีม

ชีวิตในวัยเด็กของ Nick Van Exel

เขาได้รับการเลี้ยงดูจากแม่ของเขาเป็นหลัก เขาได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟโรงเรียนมัธยมเอกชนใน Kenosha Wisconsin เขาเล่นด้วยคะแนน 2530 ถึง 2532 และทำคะแนนได้ 1,282 คะแนนรวมทั้งหมด 772 ในการบันทึก เขาเป็นผู้นำการแข่งขันระดับสูงในโรงเรียน WISAA เขายังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นทีมระดับสูงของ Associated Press ทุกรัฐ

วิทยาลัยอาชีพ

แวน เอ็กเซลต้องการเล่นบาสเก็ตบอลในระดับวิทยาลัยแต่ผลการเรียนของเขาไม่สูงพอที่จะเข้าร่วมกีฬาบาสเกตบอลชั้นนำ ดังนั้นเขาได้ไปยังวิทยาลัยจูเนียร์ที่ Trinity Valley Community College เป็นเวลาสองปีที่เขาได้ศึกษาพอที่จะมีคุณสมบัติที่จะลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยซินซินและเล่นสำหรับแคทส์โค้ชบ๊อบฮักกินส์

ก่อนการมาของ แวน เอ็กเซล เมื่อปีค.ศ. 1991-1992 โดยมีแวน เอ็กเซลเป็นผู้รักษาจุดเริ่มต้นโดยเฉลี่ยคะแนนอยู่ที่ 12.3 และ 2.9 แอสซิสต์ต่อเกม และได้ชนะการแข่งขันลีก สี่เกมการแข่งขันของ NCAA เพื่อเข้าสู่ NCAA Final Four แต่ได้แพ้มิชิแกนและ “Fab Five”

ในปีสุดท้ายของเขาได้ทำคะแนนถึง 18.3 คะแนนและ 4.5 แอสซิสต่อเกม จึงชนะในการแข่งขันลีกและพวกเขาก็สามารถก้าวเข้าสู่ CA ก่อนที่จะล้ม เขาได้รับหน้าทั้งหมดสามทีมของอเมริกาเกียรตินิยม และเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับรางวัลสำหรับผู้เล่นของปี ในสองฤดูกาลเขาได้กลายเป็นผู้นำตลอดกาลของซินซินนาติในการทำเป้าหมายสนาม

อาชีพการทำงาน

เมื่อ 13 ปีของอาชีพ NBA แวน เอ็กเซลได้เล่นให้กับซานอันโตนิโอสเปอร์ส พอร์ทแลนด์เทรลเบ ลเซอร์ส รัฐแคลิฟอร์เนียนักรบ ดัลลัส เดนเวอร์นักเกต และ Los Angeles Lakers

อาชีพของ แวน เอ็กเซลได้เริ่มขึ้นเมื่อเขาได้รับเลือกจาก Los Angeles Lakers ในรอบที่สองซึ่งเป็นผลการคัดเลือกอันดับที่ 37 ของปีค.ศ. 1993 การดราฟเอ็นบีเอ แวน เอ็กเซลและ Eddie Jones เป็นหัวใจสำคัญของแผนการในการเล่นของ Lakers และหลังจากได้สิ้นสุดยุค Showtime ที่ประสบความสำเร็จในต้นทศวรรษที่ 90 ที่นำโดยแวน เอ็กเซลซึ่งเขาได้ทำหน้าที่ช่วยทีมในรอบชิงชนะเลิศในปีค.ศ. 1995 หลังจากที่ Lakers ได้พลาดในช่วงที่ฤดูการแข่งขันเป็นครั้งแรกในรอบปี 1994 แวน เอ็กเซลจึงได้เป็นที่รู้จักในเรื่องการยิงเข้าห่วง ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “Nick the Quick”

ในช่วงอาชีพของเขากับ Lakers นั้น ได้มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 14.9 คะแนนต่อเกมและ 7.3 แอสซิสต่อเกมจบใน 10 อันดับแรกของเอ็นบีเอ ในปีค.ศ. 1996 ในระหว่างการแข่งขันกับเดนเวอร์นักเก็ตเขาได้ผลักผู้ตัดสินส่งผลให้มีการดีดตัวออกจากเกมและปรับเงิน $ 187,000

แวน เอ็กเซลได้รับการยกเว้นโดย Portland ในวันที่ 3 สิงหาคม 2005 เขาได้เซ็นสัญญากับ San Antonio Spurs ในวันที่ 29 สิงหาคมหลังจากเซ็นสัญญาแวน เอ็กเซลได้ระบุว่าจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขาในชุดเอ็นบีเอเพราะเขาได้รับบาดเจ็บตรงหัวเข่าและข้อศอกของเขา เขาได้เล่นใน 65 เกมในช่วงฤดูกาลปีค.ศ. 2005-2006 เขาได้ทำอาชีพในหมวดหมู่ทางสถิติรวมถึงคะแนนใน 5.5 ppg และนาที 15 mpg ในรอบชิงชนะเลิศ ซานแอนโตนิโอถูกกำจัดโดยดัลลัส Mavericks

อาชีพการโค้ช

มหาวิทยาลัยเท็กซัสเซาเทิร์นได้จ้างแวนเอ็กเซลในฐานะผู้ช่วยโค้ชให้กับทีมบาสเก็ตบอลไทเกอร์ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2552 ในวันที่ 8 กันยายน 2010 แอตแลนตาฮอกส์ได้จ้าง Van Exel เป็นผู้สอนการพัฒนาผู้เล่น แวน เอ็กเซลยังคงอยู่ในตำแหน่งนั้นในฤดูกาลปีที่ 2010-2011, 2011-2012 และ 2012-2013 ใน 2013-2014 เขาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับมิลวอกีบักส์

ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2558 แวน เอ็กเซลได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าโค้ชของทีม Texas Legendsใน NBA D-League แทนที่ Eduardo Nájera ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2016 แวน เอ็กเซลได้รับการว่าจ้างจากMemphis Grizzlies เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ช

รางวัลในอาชีพ

  • เพื่อช่วยให้ทีมไปถึง 4 ทีมสุดท้ายในปีค.ศ. 1992 และ 8 คนที่ยอดเยี่ยมในปีค.ศ. 1993 แวน เอ็กเซลได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยซินซินเนติในขณะที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักกีฬาเจมส์พี. เคลลี่ซีเนียร์
  • ตั้งชื่อ NBA All-Star ในปี 1998 พร้อมด้วยเพื่อนร่วมทีม Lakers สามคน
  • สมาชิกของ All-Rookie Second Team ในปี 1994
  • รับทีมที่สามจาก All-America honors ในปี 1993

ที่มาจาก ufa877

เรื่องเด่น

Klay Thompson

Klay Thompson
Klay Thompson

Klay Thompson หรือ เคลย์ อเล็กซานเดอร์ ทอมป์สันเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2533 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันที่เล่นให้กับทีม G o l d e n S t a t e W a r r i o r s ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (เอ็นบีเอ) เขายังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งนักกีฬายอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์เอ็นบีเออีกด้วย ทั้งได้แชมป์เอ็นบีเอถึงสามครั้งที่เล่นให้กับทีม W a r r i o r s เขาก็ยังเป็น N B A A l l – S t a r อีก 5 ครั้งและ 2 ครั้งที่ A l l – N B A A l l T e a m H o n o r e e นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อให้เอ็นบีเอทุกฝ่ายทั้งสองทีม

เคลย์ ทอมป์สันเป็นบุตรชายของ M y c h a l อดีตผู้เล่นเอ็นบีเอ เขาได้เล่นบาสเกตบอลให้กับวิทยาลัยใน 3ฤดูกาลกับรัฐวอชิงตันคูการ์ที่เขาเป็นสองครั้งที่ได้รับการคัดเลือกในรอบแรกของการดราฟตัวผู้เล่น N B A 2 0 1 1 โดย G o l d e n S t a t e ด้วยการเลือกในครั้งที่ 1 1 เมื่อปีค.ศ. 2 0 1 4 ทอมป์สันและเพื่อนร่วมทีมสตีเฟ่นได้ทำประวัติศาสตร์ในเอ็นบีเอถึง 4 8 4 คะแนนรวม 3 ฤดูกาลจึงได้เรียกชื่อว่า “ S p l a s h B r o t h e r s ” เมื่อปีค.ศ. 2 0 1 5 ทอมป์สันได้พาทีมช่วยกันทำคะแนนเพื่อการได้แชมป์เอ็นบีเอเมื่อปี 1 9 7 5

ประวัติของ Klay Thompson

เคลย์ ทอมป์สันเป็นทั้งผู้เล่นทั้งเก่งกาจและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเล่นในระยะไกลเช่นเดียวกับเป็นนักกีฬาโยนโทษชั้นยอด เขาได้อาศัยรูปแบบวิธีการเล่นจึงได้มีวิธีการเล่นที่ดูสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก และถึงแม้ว่าเขาจะสามารถจัดการลูกบาสเกตบอลได้อย่างดีนั้น เคลย์ ทอมป์สันจึงได้เป็นผู้เล่นที่จับและยิงได้มากที่สุดโดยใช้ประโยชน์จากการวิ่งสลับและการหลอกล่อผู้เล่นได้จึงสามารถร่วมเล่นกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างรวดเร็ว วิ่งไว และแม่นยำในการส่งหรือโยนบาสลงห่วง

อาชีพในทีมชาติ

เคลย์ ทอมป์สันเป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมชาติสหรัฐอเมริกาที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง F I B A ในปี 2 0 1 4 บาสเกตบอลโลกและการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2 0 1 6 นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลเหรียญทองในฐานะสมาชิกของทีมชาติภายใต้ F I B A ชิงแชมป์ในระดับโลกอีกด้วย

ความสำเร็จและรางวัล

  • 3 × N B A แชมป์ในปีค.ศ. 2015 , 2017 และ 2018
  • 5 × N B A A l l – S t a r ในปี 2015 , 2016 , 2017 , 2018 และ 2019
  • 2 × A l l – N B A T h i r d T e a m ในปี 2015 และ 2016
  • N B A A l l – D e f e n s i v e ทีมที่สองในปี 2019
  • แชมป์การแข่งขัน N B A T h r e e – P o i n t ในปี 2016
  • ทีมแรกของ N B A A l l – R o o k i e ในปี 2012
  • บันทึกประจำฤดูกาลของเอ็นบีเอสำหรับคะแนนส่วนใหญ่ในหนึ่งในสี่
  • บันทึกประจำฤดูกาลของเอ็นบีเอสำหรับตัวชี้สามตัวในเกม
  • บันทึกของเอ็นบีเอสำหรับตัวชี้สามตัวที่ทำในรอบชิงชนะเลิศ
  • สถิติการเล่นของเอ็นบีเอสำหรับผู้เล่นสามคนในเกม

ถึงแม้ว่าเคลย์ ทอมป์สันจะไม่รู้จักการบล็อก การยิงและการขโมยลูกบาสเกตบอล แต่เคลย์ ทอมป์สันก็ได้ถือว่าเป็นผู้พิทักษ์พาทีมทำคะแนนที่แข็งแกร่งเนื่องจากรูปร่างที่กำยำของเขาและตำแหน่งจนถึงความสามาถในตัวของเคลย์ ทอมป์สันเองทั้งในการป้องกันและการบุกเกมยอดเยี่ยมนั้น เขายังได้รับการยกย่องสำหรับความแข็งแกร่งในตัวของเขาอีกด้วย

เคลย์ ทอมป์สันเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องบุคลิกที่ดูเงียบ ๆ ไม่แสดงอารมณ์หรือออกจากเกม เขาได้ชื่อว่า UFABET เป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนใน N B A ที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท รองเท้า A n t a ของจีนที่ได้เซ็นสัญญาไว้ 1 0 ปี ตั้งแต่ในปีพ.ศ. 2 5 5 9

เรื่องเด่น

Utah Jazz

Utah Jazz
Utah Jazz

Utah Jazz (ยูทาห์แจ๊ส) อเมริกันทีมบาสเกตบอลมืออาชีพอยู่ในเมือง S a l t L a k e C i t y ในการแข่งขันในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ ( N B A ) เป็นทีมสมาชิกของสายตะวันตกส่วนที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ปี 1 9 9 1 ทีมที่เล่นในบ้านของ V i v i n t S m a r t H o m e A r e n a แฟรนไชส์เริ่มเล่นเมื่อปี 1 9 7 4 เป็น N e w O r l e a n s J a z z

แจ๊สเป็นทีมหนึ่งที่ประสบความสำเร็จน้อยในลีกช่วงปีแรก ๆ เมื่อ 1 0 ฤดูกาลที่ผ่านมาแจ๊สมีคุณภาพสำหรับการเล่นครั้งแรกในรอบรองชิงชนะเลิศ และปรากฏตัวในปี 1 9 8 4 พวกเขาไม่พลาดที่จะเล่นรอบชิงจนกระทั่งเมื่อปีค.ศ. 2 0 0 4 และในช่วงปลายปีที่ 1 9 8 0 จอห์นสต็อกตันและคาร์ลมาโลนที่เป็นผู้เล่นที่แฟรนไชส์ให้กับทีมและเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในขณะนั้นในประวัติศาสตร์ N B A ที่นำทีมโดยโค้ชเจอร์รี่สโลน ที่ได้รับช่วงการเป็นโค้ดต่อจากแฟรงก์เลย์เดนเมื่อปีค.ศ 1 9 8 8 พวกเขาได้กลายเป็นคนหนึ่งในทีมเมื่อปี 1 9 9 0 ซึ่งมีผลงานการแข่งขัน N B A รอบสองในปีค.ศ. 1 9 9 7 และ 1 9 9 8 พวกเขาได้หายไปทั้งสองครั้งที่เจอกับชิคาโกบูลส์ที่นำทีมโดยไมเคิลจอร์แดน

ทั้งสต็อกตันและมาโลนได้ย้ายมาเมื่อปีค.ศ. 2 0 0 3 หลังจากที่หายไปจากรอบเพย์ออฟในฤดูกาลติดต่อกันสามครั้ง แจ๊สได้กลับมาให้ความสำคัญในภายใต้การนำของเดรอนวิลเลียมส์ในตำแหน่งพอยด์การ์ด จนได้ลงเล่นผ่านฤดูกาลในปี 2010-2011 เอ็นบีเอฤดูกาลแจ๊สจึงเริ่มการปรับตัวหลังจากที่ได้เกษียณ มาโลนและเดรอนวิลเลียมส์ t o N e w J e r s e y N e t s Q u i n S n y d e r ได้รับการว่าจ้างให้เป็นหัวหน้าโค้ช เมื่อเดือนมิถุนายนปีค.ศ. 2014 เป็นต้นมา

แจ๊สเป็นคนหนึ่งที่เล่นในสองทีมในเมเจอร์ลีกกีฬาอาชีพ ตั้งอยู่ในรัฐยูทาห์ ทีมอื่น ๆ Salt Lake เป็นมืออาชีพฟุตบอลทีมในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) มูลค่า $ 850,000,000 โดย Forbes แจ๊สเป็นแฟรนไชส์ที่มีค่าที่สุดที่ 20 ใน NBA ของอินเดียนา Pacers และแอตแลนตาฮอกส์

ผลบาส ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ออกสตาร์ทในรอบเพลย์ออฟหลังเปิดบ้านเอาชนะ ยูทาห์ แจ๊ซซ์ ในศึกบาสเกตบอล NBA

การแข่งขันบาสเกตบอลในลีกเอ็นบีเอ (NBA) รอบเพลย์ออฟสายตะวันตก ในการแข่งขันเกมที่สอง ได้เจอกับ ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ยังคงเปิด เซ็นเตอร์ ได้ดีและได้รับการมาเยือนของ ยูทาห์ แจ๊ซซ์ โดยเกมแรก ซึ่งร็อคเก็ตส์ ได้เป็นฝ่ายชนะไปบ้านของตัวเองด้วย 122-90 แต้ม

ควอเตอร์แรค ร็อคเก็ตส์ ได้มีการเตรียมทีมมาอย่างดี เริ่มเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้ขึ้นนำไปถึง 39-19 ควอเตอร์ที่สอง ร็อคเก็ตส์ ก็ยังคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ดีก่อนจะขยับคะแนนไปเป็น 70-44 แต้ม

ควอเตอร์ที่สาม ร็อคเก็ตส์ ได้ให้ผู้เล่นชุดที่สองลงมาเล่น แต่ก็ยังเป็นฝ่ายที่นำหน้าอยู่ด้วยคะแนน 95-67 ซึ่งควอเตอร์สุดท้าย ร็อคเก็ตส์ ได้ตัดสินใจโดยให้ผู้เล่นตัวหลักพักพัก และให้ผู้เล่นชุดสำรองลงทำผลงานก่อนได้รับชัยชนะไปด้วยคะแนน 118-98 แต้ม ส่งให้ ร็อคเก็ตส์ ออกนำไปก่อน 2-0 เกม

ในเกมการลงเล่นนี้ เจมส์ ฮาร์เดน การ์ดของ ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ก็ได้ทำผลงานความยอดเยี่ยมและสามารถทำ “ทริปเปิลดับเบิล” ด้วย 32 แต้ม 13 รีบาวน์ 10 แอสเซิสต์ อีกเช่นกัน

ต่อมาในเกมที่สาม ยูทาห์ แจ๊ซซ์ กลับไปเล่นในถิ่น วิวินท์ สมาร์ท โฮม อารีน่า จึงรับการมาเยือน ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ในเช้าวันที่ 21 เมษายนนี้ เวลา 9.30 น. (เวลาประเทศไทย)

รางวัล

  • NBA MVP
  • NBA มือใหม่แห่งปี
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเอ็นบีเอ
  • โค้ช NBA แห่งปี
  • ผู้บริหาร NBA แห่งปี
  • รางวัลความเป็นพลเมืองของ J. Walter Kennedy
  • ทีมแรกของ NBA ทั้งหมด
  • All-NBA Second Team
  • All-NBA Third Team
  • ทีมแรกของ NBA All-Defensive
  • NBA All-Defensive Second Team
  • ทีมแรกของ NBA All-Rookie
  • NBA All-Rookie Second Team

มองหาเว็บ แทงบอลออนไลน์ ต้อง Ufa877

เรื่องเด่น

Kobe Bryant

Kobe Bryant
Kobe Bryant

Kobe Bryant (โคบี้ ไบรอันต์) นักบาสเกตบอล ตำแหน่งชู๊ตติ้งการ์ด สังกัดทีม ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส เกิดวันที่ 23 พ.ศ. 2521 ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา

วัยเด็กและครอบครัวของ Kobe Bryant

เขาเป็นลูกชายคนเล็กของ โจ “เยลลีบีน” อดีตนักบาสเกตบอล NBA ทีมฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตีซิกเซอร์ส มารดาชื่อ พาเมล่า ค็อกซ์ พ่อแม่ตั้งชื่อ โคบี้ หรือโกเบ ตามชื่อ เนื้อโกเบชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น โคบี้มีพี่สาวสองคนชื่อ ชาเรีย และ ชาญ่า

เมื่อเขาอายุ 6 ขวบ พ่อของเขาได้ออกจากสมาคมบาสเก็ตบอล (NBA) และได้ย้ายไปที่ประเทศอิตาลี เพื่อเล่นบาสเก็ตบอลอาชีพ โคบี้ต้องปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตใหม่ ๆ ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี จะเดินทางกลับมายังสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าแข่งขันบาสเก็ตบอลในลีกฤดูร้อน เขาได้เริ่มเล่นบาสเกตบอลแค่อายุ 3 ขวบ และช่วงวัยเด็กเขายังเล่นซ็อกเกอร์อีกด้วย ทีมโปรดคือทีม AC Milan นักฟุตบอลที่เขาชื่นชอบ คือ แฟรงค์ รายการ์ด และ โรนัลดิญโญ่ พ่อของโคบีได้เกษียณจากการเล่นบาสเกตบอลในอิตาลีปีพ.ศ. 2534 และครอบครัวก็ได้ย้ายกลับมายังสหรัฐอเมริกา

มัธยมปลาย

ไบรอันต์ ได้เป็นที่รู้จักระดับประเทศเมื่อเขาได้สร้างผลงานให้กับทีมบาสเก็ตบอลของ Lower Merion High School เมืองฟิลาเดเฟีย ในชื่อทีม Aces ในปีที่สองที่เล่นนั้น พ่อของเขาได้มาเป็นโค้ชให้กับทีมด้วย หลังจากนั้น ในค่ายบาสเกตบอล Adidas ABCD camp โคบี้ได้แสดงฝีมือจึงได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำปี 1995

บาสเกตบอลอาชีพเอ็นบีเอ

NBA Draft ปี 1996

เขาเป็นผู้เล่นตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ดคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเลือกเข้าสู่ NBA หลังจบมัธยมปลาย เขาได้รับเลือกเป็นอันดับที่ 13 จากการดราฟโดยทีม ชาร์ล็อตต์ ออร์เน็ตส์ เมื่อปี 1996 ก่อนหน้าการดราฟตัวผู้เล่นเขามีโอกาสได้ร่วมฝึกซ้อมกับทีมในลอสแอนเจลิส ซึ่งเขาได้ต่อกรในสนามกับ แลร์รี่ ดรู และ ไมเคิล คูเปอร์ จนสะดุดตา เจอร์รี่ เวสต์ ผู้จัดการทีม จนในวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 1996 West แลกตัวผู้เล่นเซ็นเตอร์ตัวจริงของทีมเลเกอร์ส คือ วเลด ดีวาซ ไปให้ทีมออร์เน็ตส์ เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการดร้าฟตัวไบรอันท์

สามฤดูกาลแรก ปี 1996 – 1999

ช่วงปีแรก ๆ เขาต้องเป็นตัวสำรองให้กับการ์ดรุ่นพี่ ในช่วงแรกเขาไม่ได้ลงเล่นมากนัก แต่เมื่อผ่านไปเขาได้ก็โอกาสลงเล่นมากขึ้น เขาจบฤดูกาลแรกปี1996-1997 เวลาลงสนามเฉลี่ย 15.5 นาทีต่อเกม และสร้างชื่อเป็นจอมเหินเวลาและเป็นขวัญใจของแฟน ๆ ด้วยการคว้าแชมป์ Slam Dunk Contest ได้รับเลือกให้ติดทีมอันดับสองของ NBA All Rookies พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม Travis Knight เมื่อฤดูกาลนั้นได้จบลงด้วยหายนะเขาชู้ตบาสพลาดไม่โดนห่วง ถึง 3 ครั้ง ในช่วงเวลาสำคัญ ทำให้ทีมเลเกอร์สต้องตกรอบแรกใน Playoffs ให้กับทีม Utah Jazz ซึ่งหลังการแข่งขัน ชาคีล โอนีล เพื่อนร่วมทีม ให้ความเห็นว่า “ไบรอันต์เป็นคนเดียวในตอนนั้นที่กล้าพอจะชู้ตลูก”

ในปีที่สองโคบี้มีโอกาสลงเล่นมากขึ้น จึงเริ่มแสดงฝีมือว่าเขาเป็นการ์ดหนุ่มที่มีพรสวรรค์ เขาทำคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าปีแรกจาก 7.6 เป็น 15.4 แต้มต่อเกม เขาได้ลงเล่นมากขึ้นเมื่อเลเกอร์สได้ใช้แผนการเล่น ทำให้โคบี้รับตำแหน่ง Small Forward และลงเล่นกับการ์ดรุ่นพี่ที่เขาเคยเป็นตัวสำรองให้

ในฤดูกาลปี 1998-1999 เขาได้เป็นการ์ดแนวหน้าของลีก โคบี้ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกเกมทั้ง 50 เกม ในปีที่ NBA มีปัญหา lockout ระหว่างฤดูกาลนั้นโคบี้ได้ต่อสัญญากับทีมอีก 6 ปี เป็นมูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เขาอยู่กับทีมเลเกอร์สจนถึงฤดูกาลที่ 2003-2004 และแม้ว่าเขาพึ่งเริ่มอาชีพเล่นบาสเก็ตบอลได้ไม่นานสื่อกีฬาต่าง ๆ ก็ได้เปรียบเทียบความสามารถของเขากับผู้เล่นระดับโลกอย่าง Michael Jordan และ Magic Johnson

แชมป์ 3 สมัยซ้อน ปี 2000-2002

จากนั้น ฟิล แจ็คสัน ได้เข้ามาเป็นโค้ชให้กับทีมเลเกอร์สเมื่อปี 1999 หลังจากโคบี้พัฒนาตัวเองมาหลายปีเขาจึงได้มาเป็นผู้เล่นในตำแหน่ง ชู้ตติง การ์ด ชั้นแนวหน้า และได้รับเลือกให้ติดทีมรวม NBA , All Star และทีมรับยอดเยี่ยมในปีนี้ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ได้กลายมาเป็นทีมเต็งที่ได้แชมป์ภายใต้การนำทีมของ โคบี้ ไบรอันท์ และ ชาคีล โอนีล ที่ผสมผสานการเล่นระหว่างเซ็นเตอร์กับการ์ดอย่างยอดเยี่ยมด้วยแผนการบุกแบบ Triangle Offense ซึ่ง ฟิล แจ็คสัน เคยใช้พาทีมชิคาโก บูลส์ คว้าแชมป์ถึง 6 สมัย จึงทำให้ทีม เลเกอร์สได้แชมป์ NBA ถึง 3 ปีซ้อน เมื่อปี 2000, 2001 และ 2002

ในช่วงเพลย์ออฟ แชคีล โอนีล เพื่อนร่วมทีมประกาศว่า “โคบี้คือผู้เล่นที่ดีที่สุดใน NBA” ไบรอันต์จึงได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมอันดับสองและทีมรับยอดเยี่ยม สองปีติดต่อกัน และยังได้รับเลือกให้ติด NBA All-Star เป็นผู้เล่นตัวจริงสามปีติดต่อกันอีกด้วย

ในฤดูกาล 2001-2002 เขาลงสนามในฤดูกาลปกติถึง 80 เขายังคงทำผลงานเฉลี่ยต่อเกม 25.2 คะแนน 5.5 รีบาวน์ 5.5 แอสซิสต์ ซึ่งเป็นการทำแอสซิสต์สูงที่สุดในทีม เขาทำสถิติที่ดีที่สุดในอาชีพการเล่นด้วยการชู้ตที่แม่นยำถึง 46.9% จนได้รับเลือกให้ติดทีมรวมดาราและทีมรับยอดเยี่ยม จึงได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต เลเกอร์สชนะ 58 เกม เป็นอันดับสองของฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะในสองรอบสุดท้ายของเพลย์ออฟ ทำให้เขามีชื่อในการเป็นผู้เล่นที่ทีมพึ่งพาได้ในเวลาสำคัญ

ปิดฉาก 20 ปี (ปี 2016)

หลังจากได้ฟื้นฟูหลังจากอาการบาดเจ็บเพื่อกลับมาเล่นในฤดูกาล 2015-2016 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ 20 ทำให้โคบี้ผ่านสถิติของจอห์น สต๊อกตัน ที่ 19 ฤดูกาล สำหรับผู้เล่นที่ลงเล่นให้กับหนึ่งทีมด้วยจำนวนฤดูกาลที่มากที่สุด และในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2015 โคบี้ได้ประกาศว่าจะเลิกเล่นบาสเกตบอลอาชีพโดยได้เขียนจดหมายบอกกล่าวต่อสาธารณะรวมถึงจัดพิมพ์แจกให้กับแฟน ๆ ที่เข้าชมการแข่งขันในเกมพบกับ อินเดียน่า เปเซอร์ส รวมถึงการได้รับคะแนนโหวตจากแฟน ๆ ถึง 1.9 ล้านโหวตเพื่อการลงเล่นเกม All Star ในปี 2016 เป็นครั้งสุดท้าย และจบเกมด้วย 10 คะแนน 6 รีบาวด์ และ 7 แอสซิสต์

จากนั้นในวันที่ 13 เมษายน 2016 โคบี้ลงเล่นเกมสุดท้ายในอาชีพของเขาและเป็นเกมสุดท้ายในสนามเหย้าสเตเปิล เซ็นเตอร์ นอกจากนี้ยังได้มีการนำพื้นไม้พิเศษที่สกรีนหมายเลข 8 และ 24 ใช้เป็นกรณีพิเศษรวมถึงมีการประกาศชื่อของโคบี้ทุกครั้งที่ทำแต้มได้ โคบี้ถูกเปลี่ยนตัวออกในควอเตอร์ที่ 4 ขณะเหลือเวลาอยู่ 4.1 วินาที ด้วย 60 คะแนน 4 รีบาวด์ 4 แอสซิสต์ 1 สตีล และ 1 บล็อก ปิดฉากการเล่นบาสเกตบอลอาชีพเป็นระยะเวลาถึง 20 ปี ซึ่งในวันที่ 24 สิงหาคม 2016 เมืองลอส แอนเจลิส ได้ประกาศให้วันนี้เป็น “วันโคบี้ ไบรอันต์” เพื่อเป็นการยกย่องในสิ่งที่โคบี้ได้ทำให้กับเมือง

ผลงานในการแข่งขันบาสเกตบอล

  • คว้าแชมป์เอ็นบีเอ สแลม ดังก์ คอนเทสต์
  • ติดทีมออล สตาร์ 18 ครั้ง 1998, 2000–2016
  • แชมป์เอ็นบีเอ 5 สมัย ปี 2000 2001 2002 2009 2010
  • รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าเกมรอบชิงชนะเลิศ 2009 2010
  • รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า 2008
  • รางวัลผู้เล่นทำแต้มมากที่สุด 2 สมัย 2006 2007
  • ติดทีมรวมเอ็นบีเอ 11 สมัย ปี 2002-2004 2006-2013
  • ทีมรวมเอ็นบีเอชุดที่สอง 2 สมัย ปี 2000 2001
  • ทีมรวมเอ็นบีเอชุดที่สาม 2 สมัย ปี 1999 2005
  • ทีมรวมแนวรับ 9 สมัย ปี 2000 2003-2004 2006-2011
  • ทีมรวมแนวรับชุดที่สอง 2 สมัย ปี 2001 2002
  • ทีมรวมรุกกี้ชุดที่สอง 1997
  • รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าเกมออล สตาร์ 4 สมัย ปี 2002, 2007, 2009, 201
เรื่องเด่น

Boston Celtic

Boston Celtic
Boston Celtic

Boston Celtic หรือบอสตัน เซลติกส์ เป็นทีมหนึ่งในบาสเกตบอลลีก NBA ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ เล่นในดิวิชั่นแอตแลนติกในคอนเฟอเรนส์ตะวันออก ที่เป็นทีมที่ได้แชมป์มากที่สุดถึง 17 สมัย ใช้สนาม TD Garden เป็นสนามเหย้าร่วมกับทีม บอสตัน บรูนส์ ของลีก NHL ซึ่งในปัจจุบันบอสตัน เซลติกส์

ประวัติ Boston Celtic

บอสตัน เซลติกส์ เป็นทีมบาสเกตบอลชาวอเมริกันมืออาชีพที่อยู่ในบอสตัน แมสซาชูเซต เซลติกส์ในการแข่งขันในสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (เอ็นบีเอ) เป็นสมาชิกของลีกประชุมทางทิศตะวันออก ในมหาสมุทรแอตแลนติก ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 เป็นหนึ่งในลีกที่เดิมแปดทีมทีมที่เล่นเกมในบ้านของพวกเขาที่ TD Garden ซึ่งพวกเขาร่วมกับสมาคมฮอกกี้แห่งชาติ (NHL) บอสตันบรูอินส์ เซลติกส์ เป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอ แฟรนไชส์ได้รับรางวัลชนะเลิศมากที่สุดใน NBA คิดเป็นร้อยละ 23.9 ของการแข่งขันชิงแชมป์ NBA ทั้งหมดตั้งแต่ก่อตั้งลีก

บอสตัน เซลติกส์ มีการแข่งขันที่โดดเด่นกับทีม Los Angeles Lakers ที่ได้รับรางวัล 16 รางวัลของ NBA ประชันที่สอง ในการแข่งขันนั้นถูกเน้นหนักตลอดในช่วงปีค.ศ. 1960 และ 1980 แฟรนไชส์มีการเล่น Los Angeles Lakers บันทึกทั้งหมด 12 ครั้งในรอบชิงชนะเลิศในลีก NBA (รวมถึงการปรากฏตัวครั้งล่าสุดของพวกเขาเมื่อปี ค.ศ. 2008 และ 2010 ) ซึ่ง บอสตัน เซลติกส์ ได้รับรางวัล 9 รางวัล มีผู้เล่นสี่คน คือ Bob Cousy , Bill Russell , Dave Cowens และ Larry Bird จนได้ชนะรางวัลผู้เล่น N B A ที่ทรงคุณค่าที่สุดสำหรับสถิติของ NBA จำนวน 10 รางวัล M V P ทั้งฉายา “เซลติกส์” จึงได้เป็นความประทับใจของพวกเขา พวกเขาพยักหน้าให้กับประชากรชาวไอริชบอสตันครั้งยิ่งใหญ่ในอดีต

การก้าวขั้นขึ้นสู่อำนาจของทีม บอสตัน เซลติกส์ ได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายทศวรรษปีที่ 1950 หลังจากได้รับ บิลล์รัสเซล ที่ศูนย์ในการค้าวันร่างเมื่อปีค.ศ. 1956 ซึ่งได้กลายเป็นรากฐานที่สำคัญของราชวงศ์เซลติกส์ ที่ได้นำโดยรัสเซลและซูเปอร์สตาจุดเฝ้าบ๊อบ Cousy บอสตัน เซลติกส์ ได้ชนะแชมป์ลีก NBA ครั้งแรกของพวกเขาเมื่อปีค.ศ. 1957 รัสเซลพร้อมที่จะโยนการสนับสนุนความสามารถไปถึงในอนาคต รวมทั้งจอห์น Havlicek , ทอมเฮนซน , เคซีโจนส์ , แซมโจนส์ , Satch แซนเดอ และ Bill Sharman ทั้งหมดนี้คือผู้ที่จะนำทีม บอสตัน เซลติกส์ ได้เข้าสู่ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ด้วยการชนะการแข่งขันในลีกเอ็นบีเอ ติดต่อกันแปดครั้งรวด ตลอดช่วงปีค.ศ. 1960 ซึ่งหลังจากการเกษียณของรัสเซลเมื่อปี 1969 ทีมบอสตัน เซลติกส์ได้เข้าสู่ช่วงเวลาของการปรับปรุงสร้างใหม่ ที่มีตำแหน่งเซนเตอร์นำโดย Dave Cowens และตำแหน่ง point guard ที่นำโดย JoJo White ความสามารถของทีมบอสตัน เซลติกส์ในการแข่งขันชิงแชมป์นั้น เขาได้พาทีมชนะสองครั้งในลีก N B A เมื่อปีค.ศ. 1974 และ 1976 บอสตัน เซลติกส์ได้กลับม้เล่นดีอีกครั้งเมื่อปี 1980 ที่นำโดย “Big Three” ที่ให้ความสำคัญกับ Larry Bird, Kevin McHaleและRobert Parish บอสตัน เซลติกส์ได้ชนะอีกครั้งเมื่อปีค.ศ. 1981 , 1984 และ1986 หลังจากชนะ 16 ครั้งจากการประชันกับทีมอื่นตลอดศตวรรษที่ 20 หลังจากที่ได้ดิ้นรนผ่านไปจนปี 1990 ทีมได้ลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อการชนะการแข่งขันชิงแชมป์เมื่อปีค.ศ. 2008 ด้วยความช่วยเหลือของ Kevin Garnett , Paul PierceและRay Allenในสิ่งที่เป็นที่รู้จักในฐานะ “B i g T h r e e” ยุคใหม่

หลังจากที่ได้แชมป์ในปีพ.ศ. 2551 ผู้จัดการทั่วไป แดนนี่เอียน จึงได้เริ่มมีกระบวนการสร้างทีมใหม่จากความช่วยเหลือจากหัวหน้าโค้ช แบรดสตีเวนส์ ที่นำทีมบอสตัน เซลติกส์กลับสู่รอบชิงแชมป์ในปี 2558 ซึ่งในช่วงฤดูกาลต่อมาบอสตัน เซลติกส์คว้านักบาสยอดเยี่ยมจากภาคตะวันออก จึงมีการการประชุมแต่ก็ถูกกำจัดในรอบรองชนะเลิศ เรื่องนี้จึงเกิดปัญหาในปี 2017 และทีมที่ได้รับ A l l – S t a r s K y r i e คือ เออร์วิงและกอร์ดอนเฮย์เวิร์ด อย่างไรก็ตามทั้งคู่ได้ต่อสู้กับอาการบาดเจ็บตลอดฤดูกาลในปีค.ศ. 2017-2018 แต่ทีมก็ได้พ่ายแพ้อีกครั้งในรอบรองชนะเลิศภาคตะวันออก

ขอบคุณที่มาดี ๆ จาก h o l i f e s t i v a l j a p a n

เรื่องเด่น

เบลคกริฟฟิน

เบลคกริฟฟิน
เบลคกริฟฟิน

เบลคกริฟฟิน (Blake Griffin)หรือเบลคกริฟฟิออสติน เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 1989 เขาเป็นชาวอเมริกัน อาชีพนักบาสเกตบอลเล่นให้ ดีทรอยต์ พิสตันส์ จากสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติหรือเอ็นบีเอ เขาเล่นบาสเกตบอลให้กับวิทยาลัยโอคลาโฮมาซูนเนอร์ และเมื่อเขาถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้เล่นแห่งชาติ กริฟฟินได้รับเลือกเป็นครั้งแรกโดย Los Angeles Clippers จากการดราฟเมื่อปีค.ศ. 2009 โดยเขาได้เป็น NBA All-Star และ All-NBA ในปีนั้น

กริฟฟินมีชื่อเสียงและเรียนที่โรงเรียนมัธยมของรัฐที่โอคลาโฮมา โรงเรียนคริสเตียนภายใต้พ่อของเขาหัวหน้าโค้ชคือทอมมี่ริฟฟิน กริฟฟินได้เล่นให้วิทยาลัยในสองฤดูกาลสำหรับซูนเนอร์ก่อนที่จะเข้าสู่เอ็นบีเอ ในปีค.ศ. 2009 เมื่อเขาได้รับการคัดเลือกจาก Clippers ในช่วงสุดท้ายก่อนเกมฤดูกาลในปีค.ศ. 2009 เขาได้รับการบาดเจ็บจากการแข่งขันกระดูกหัวเข่าซ้ายได้รับการผ่าตัดจึงทำให้เขาพลาดที่จะแข่งขันทั้งฤดูกาล ในปีค.ศ. 2009 – 2010 กริฟฟิกได้เปิดตัวNBA ในฐานะมือใหม่ต่อไป ซึ่งในฤดูกาลที่เขาได้รับคัดเลือกเป็น All-Star นั้น เขาได้รับรางวัลการประกวด Dunk สแลมNBA และเขายังได้ชื่อว่าเป็นเอ็นบีเอหน้าใหม่แห่งปี เมื่อปีค.ศ. 2011 Sports Illustrated ได้เรียกเขาว่าเป็นหนึ่งใน 15 Rookies ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของ NBA

วัยเด็ก เบลคกริฟฟิน

กริฟฟิน เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2532 ในเมืองโอคลาโฮมาซิตี้ โอคลาโฮมา เขาเป็นเป็นคนเชื้อสาย Afro-Haitian เกลกริฟฟินเป็นคนผิวขาว พ่อของเขาเป็นนักบาสเกตบอลเซ็นเตอร์ที่ยอดเยี่ยมในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมหาวิทยาลัยรัฐโอคลาโฮมา กริฟฟินและพี่ชายของเขา เทย์เลอร์กริฟฟิน เมื่อโตขึ้นกริฟฟินได้เป็นเพื่อนที่ดีแบรดฟอร์ด พ่อของแบรดฟอร์ดเป็นเจ้าของยิมที่เบลคและเทย์เลอร์เล่นบาสเก็ตบอลอยู่เสมอ ก่อนที่จะตัดสินใจมุ่งเน้นไปที่การเล่นบาสเกตบอล ก่อนหน้านั้นกริฟฟินยังเล่นเบสบอลและฟุตบอลมาก่อน

อาชีพในเอ็นบีเอ

Los Angeles Clippers ในปี 2009–2018

การบาดเจ็บ ในปี 2009–2010

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 กริฟฟินได้ประกาศว่าเขาจะยอมแพ้ในสองปีสุดท้ายของการมีสิทธิ์และประกาศให้มีการดราฟหลังจากปีที่สองของเขา เขาแถลงข่าวประกาศการตัดสินใจการออกอากาศ เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้คัดเลือกครั้งแรกโดย Los Angeles Clippers เมื่อปี ค.ศ. 2009 จากการดราฟกริฟฟินให้กับทีมของเขาในฤดูร้อน MVP ลีก ต่อมาในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายของพวกเขา กริฟฟินได้รับบาดเจ็บกระดูกสะบ้าหัวเข่าในขณะที่เขาแข่งขัน สื่อได้ยืนยันว่ากริฟฟินมีความเครียดมากจากอุบัติเหตุที่เขาได้รับกี่บาดเจ็บ เขาจึงพักฟื้นเป็นเวลา 7 สัปดาห์ และหลังจากนั้นเป็นเวลาหลายสัปดาห์จึงพบว่าหัวเข่าของเขาไม่ฟื้นตัว ในเดือนมกราคมเมื่อปี ค.ศ. 2010 กริฟฟินจึงต้องด้รับการผ่าตัดกระดูกสะบ้าหัวเข่าข้างซ้ายของเขา จึงทำให้เขาเสียเวลาและพลาดในการเล่นของฤดูกาลในปี ค.ศ. 2009-2010

หน้าใหม่แห่งปี ค.ศ. 2010 – 2011

นับตั้งแต่ที่เขาพลาดในฤดูกาลปี 2009-2010 กริฟฟินได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือใหม่ของช่วงฤดูกาลปี 2010-2011 จึงมีการเปิดตัวจากเอ็นบีเอกับพอร์ตแลนด์เทรลเบลเซอร์ สกริฟฟินได้ทำคะแนนด้วย 20 คะแนนและ 14 รีบาวน์ เขาทำคะแนนแฟรนไชส์มากที่สุดติดต่อกันสองด้วย 23 เกม แนวทางของเขาได้ทำต่อเนื่องสองครั้งคู่ จบลงด้วย 27 เกมเมื่อ 19 มกราคมและได้ชนะกับมินนิโซตาที่มี Timberwolves เป็นมือใหม่ที่ดีที่สุดสองครั้งที่สองตั้งแต่ปี 1968 กริฟฟินทำคะแนนสูงถึงมืออาชีพด้วย 44 คะแนนและเมื่อเทียบกับนิวยอร์กนิกส์ ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2554 ได้แข่งกับอินเดียนาเพเซอร์สเขาทำคะแนนได้สูงถึง 47 คะแนนและสร้างสถิติแฟรนไชส์ของ Los Angeles Clippers สำหรับมือใหม่ เขากลายเป็นมือใหม่ครั้งแรกที่จะมีสองเกม 40+ ในฤดูกาลใหม่ของเขาตั้งแต่อัลเลนไอเวอร์สันในช่วงฤดูกาลเมื่อปีค.ศ. 1996-1997

กริฟฟินถูกโหวตให้เป็น NBA All-Star ปี 2011โดยมีโค้ชทีมสำรองของ Western Conference กลายเป็นมือใหม่คนแรกที่เล่นในเกม All-Star ตั้งแต่เหยาหมิง เมื่อปี 2003 ลงคะแนนให้เกมโดยโค้ชตั้งแต่ทิมดันแคนเมื่อปี 1998 นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในปี 2011 ท้าทายและได้รับรางวัลการประกวด Dunk สไปรท์สแลมในช่วง All-Star ในวันที่ 23 มีนาคม 2011 ในการชนะมากกว่าวอชิงตันวิซาร์ด กริฟฟินมีการบันทึกคะแนน 33 คะแนน 17 รีบาวน์และ 10 แอดซิส เขายังได้ช่วยในเกมสุดท้ายของฤดูกาลกับเมมฟิสกริซลี

ในช่วงฤดูกาลต่อมา กริฟฟินได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ของเวสเทิร์นออฟ นับเป็นครั้งแรกที่มือใหม่ของเดือนแห่งคริสพอลในช่วงฤดูกาลปี 2548-2549 เขาได้รับรางวัลในการเล่นทุก ๆ 82 เกมในฤดูกาลปกติและกลายเป็นมือใหม่ที่มีคะแนนเฉลี่ยอย่างน้อย 20 คะแนนและ 10 รีบาวน์ตั้งแต่เอลตันแบรนด์ในฤดูกาลปีที่ 1999-2000 ได้รับรางวัลและเป็นผู้ชนะสำหรับรางวัลตั้งแต่เดวิดโรบินสันในปี 1990 เขายังเป็น NBA All-Rookie ทีมแรก ตามฤดูกาลหน้าใหม่ของเขา Sports Illustrated ได้ระบุว่า Griffin เป็นหนึ่งใน “มือใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 15 อันดับของเอ็นบีเอตลอดกาล”

Detroit Pistons ปี 2018 ถึงปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2018 กริฟฟินกับวิลลี่รีดและไบรส์จอห์นสัน แลกเปลี่ยนสำหรับเอเวอรี่แบรดลีย์ , โทเบียสแฮร์ริส , Boban Marjanovi รอบคัดเลือกเขาเปิดตัวสามวันต่อมาและทำคะแนน 24 คะแนน 10 รีบาวน์และ5 แอดซิส ชนะด้วย 104-102 เมมฟิสกริซลี กริฟฟินกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่มี 20 คะแนน 10 รีบาวน์และ 5 แอดซิส ในการเดบิวต์กับทีม Pistons ในปี 1994 เมื่อวันที่20 มีนาคม 2018 ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มีนาคมเขาได้รับการบาดเจ็บที่กระดูกข้อเท้า เขาจึงพลาดแปดเกมสุดท้ายของฤดูกาลของ Los Angeles Lakers

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2018 กริฟฟินทำคะแนนอาชีพสูงถึง 50 คะแนนรวมทั้งพาทีมชนะด้วย 133-132 คะแนน เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกในทีมที่จะทำคะแนน 50 คะแนนในเกมตั้งแต่ริชาร์ดแฮมิลตัน และผู้เล่นเอ็นบีเอเป็นครั้งแรกที่จะได้คะแนน 50 คะแนนในช่วงเอ็นบีเอฤดูกาลปี 2018-2019 UFABET คะแนนรวมที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม Los Angeles Lakers

โปรไฟล์ผู้เล่น

เบลคกริฟฟินสูงถึง 6 ฟุต 10 นิ้ว หรือ 2.08 เมตร น้ำหนัก 251 ปอนด์หรือ114 กิโลกรัม กริฟฟินเล่นในตำแหน่ง power forward ในปีแรกของเขาเขาเฉลี่ยได้ 22.5 คะแนน 12.1 รีบาวน์และ 3.8 แอดซิสต่อเกมกลายเป็นมือใหม่ในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอที่เฉลี่ยอย่างน้อย 20 คะแนนและ 10 รีบาวน์ เขาเป็นนักกีฬาที่โดดเด่นซึ่งจะส่งผลในไฮไลท์มากมาย

เรื่องเด่น

Stephen Curry

Stephen Curry
Stephen Curry

Stephen Curry (สตีเฟ่น เคอร์รี่) สุดยอดผู้เล่นในปัจจุบัน

ในอดีตมีผู้เล่นมากมายที่ได้สร้างผลงานเอาไว้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง N B A ต่อมาในปัจจุบันมีนักบาสเกตบอลเก่ง ๆ เกิดขึ้นมาใหม่ที่มากหน้าหลายตา รวมถึงคนนี้ชายนักบาสในปัจจุบัน คือ สตีเฟ่น เคอร์รี่ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยท่าทางและความสามารถและการชูทที่แม่นยำของเขา

ในการแข่งขันเขาสามารถชูทบาสได้ทุกมุมสนาม เป็นคนที่สร้างผลงานไว้มากมายและสร้างความตื่นเต้นตลอดเวลาขณะที่เขาได้เล่นอยู่ในเกมการแข่งขัน ซึ่งในอนาคตหลังจากที่เขาได้เลิกเล่นจึงเชื่อได้ว่า ชื่อของเขา สตีเฟ่น เคอร์รี่ จะต้องถูกบันทึกเป็นนักบาสที่เก่งในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

ประวัติและผลงานของ Stephen Curry

สตีเฟ่น เคอร์รี่ เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ.1988 เกิดในเมือง O h i o เขาเป็นลูกชายของ Sonya Curry (แม่ของเขา) และสุดยอดนักบาสสามแต้มคนหนึ่งในวงการบาส ก็คือ Dell Curry (พ่อของเขา) สตีเฟ่น เคอร์รี่ ได้ติดตามและดูการแข่งขันของพ่อมาตลอดตั้งแต่เขายังเด็ก และแน่นอนว่า สตีเฟ่นได้ซึมซับบาสเกตบอลมาตั้งแต่เด็กอีกด้วย จึงทำให้เขามีความชื่นชอบในการเล่นบาสเกตบอลเป็นอย่างมาก

ผู้คนได้เห็นเขาในวัยเด็ก ที่อยู่เคียงข้างพ่อมาตลอด เขารักการเล่นบาสเก็ตบอลตั้งแต่เด็ก และได้รับการส่งเสริมจากครอบครัว แต่มีอุปสรรคเพราะเขามีรูปร่างที่บอบบางและส่วนสูงที่ไม่มากพอในมาตรฐานนักบาส ทำให้เมื่อเขาได้จบใน h i g h s c h o o l ไม่มี C o l l e g e ที่โด่งดังเรื่องบาสที่เสนอสนใจรับเขาเข้าทุนการศึกษา จนในที่สุดเขาจึงต้องเลือก Davidson ที่ยื่นข้อเสนอมาให้ ถึงแม้จะไม่เคยได้แชมป์บาสระดับมหาลัยเลย จากที่เคยได้แชมป์บาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1969 และก็ไม่เคยได้อีกเลย แต่ด้วยความมุ่งมั่นของเขา ตลอดเวลาที่เคอร์รี่ได้อยู่กับมหาวิทยาลัยเดวินสัน เขาใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เชื่อฟังโค้ช และขยันซ้อมจึงทำให้ฝีมือของเคอร์รี่พัฒนาอย่างมาก และโชว์ผลงานที่ดีออกมาเรื่อย ๆ

ปรากฏว่าเขาได้พัฒนาและพิสูจน์ให้หลาย ๆ คนได้เห็นความสามารถ D a v i d s o n เพราะเขาได้พาทั้งทีมเข้า N C A A t o u r n a m e n t ที่ได้สร้างสถิติในการทำแต้ม และชู้ต 3 pts มากที่สุดใน N C A A ซึ่งเคอรี่ได้ใช้เวลานาน 3 ปีในมหาลัย เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองเป็น Point Guard เป็นตำแหน่งที่เหมาะกับรูปร่างและความสามารถของเขาโดยเขาเลือกที่จะดรอปการเรียนในปี 4 และออกจากมหาลัย เพื่อการก้าวสู่การเป็นผู้เล่นในลีก N B A ตามรอยพ่อของเขา

ในปีค.ศ. 2006 – 2009 เคอร์รี่ได้ทำคะแนนสูงสุดของมหาวิทยาลัยเดวินสันถึง 2,635 คะแนน เป็นการทำแต้มในระยะสามแต้ม เขาทำได้ 414 คะแนน และยังทำแต้มเกินอีกมากมาย เป็นสถิติที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน ตั้งแต่ก่อตั้งชมรมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยเดวินสัน

ในปีค.ศ. 2009 เขาได้ถูกดราฟท์เข้าทีม Golden State Warriors ค่าตัวของเขารวม 4 ปีได้ 12.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการเล่นปีแรกใน N B A ของเคอร์รี่นั้น เขาได้โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมทั้งการยิงแต้มเองหรือส่งลูกให้กับเพื่อนร่วมทีมก็ตาม เขาได้ทำผลงานในปีแรกได้อย่างยอดเยี่ยม เฉลี่ยคะแนนอยู่ที่ 17.5 คะแนน แอสซิสต์ 5.9 ต่อเกม และยังได้อันดับที่ 2 ของดาวรุ่งยอดเยี่ยมอีกหนึ่งรางวัล

ต่อมาในปีค.ศ. 2011 เคอร์รี่ได้ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า เขาจึงต้องรับการผ่าตัดอยู่บ่อยครั้งจึงเป็นปัญหากับเขามากด้วยค่าเฉลี่ยคะแนนที่ลดลง เหลือเพียงแค่ 14.7 คะแนน และเคอร์รี่ได้ลงเล่นเพียงแค่ 26 เกมเท่านั้น แต่ในฤดูกาลใหม่ปี 2012 เคอร์รี่ได้รับสัญญาใหม่ที่มีมูลค่ากว่า 44 ล้านเหรียญ

ซึ่งต่อจากนั้น G o l d e n S t a t e W a r r i o r s ได้มีการปรับแก้ไขทีมใหม่และได้ผู้เล่นมาร่วมทีมคือ K l a y T h o m p s o n เขาเล่นเข้ากันได้ดีกับ เคอร์รี่ แต่ก็ยากที่จะได้เป็นแชมป์ ถึงเคอร์รี่จะได้สร้างผลงานเอาไว้มากพอสมควร ด้วยการทำคะแนน 54 แต้มในเกมเดียว และทำสามแต้มได้มากที่สุดในซีซั่นนั้น ๆ ถึง 272 ครั้ง

จนมาถึงปีค.ศ. 2014 เขาสร้างผลงานที่สุดยอดด้วยการทำคะแนนถึง 1000 คะแนน คนแรกในศึก N B A ในการแข่ง 369 เกม และพา Golden ชนะมากที่สุดใน N B A รวม 67 เกม และยังพาทีมได้แชมป์ในฤดูกาลปีค.ศ. 2014-2015 มีคะแนนเฉลี่ย 23.8 คะแนน แอสซิสต์ 7.7 ต่อเกม และยังได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมหรือ M V P ประจำฤดูกาลอีกด้วย

ดังนั้น สตีเฟ่น เคอร์รี่ มีวันนี้ได้เขาต้องผ่านอะไรมามากพอสมควร ตั้งแต่ได้เริ่มเล่นบาสเกตบอล เคอร์รี่ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงและการค่อย ๆ ปีนป่ายไปเรื่อย ๆ เนื่องจากเริ่มต้นที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ด้วยความอดทนและขยันของเขาได้ทำให้เคอร์รี่ประสบความสำเร็จและคงจะสร้างผลงานใหม่ ๆ อีกมาก

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก u f a 8 7 7

เรื่องเด่น

วอริเออร์

วอริเออร์
วอริเออร์

วอริเออร์ ในปัจจุบัน หากได้พูถึงทีมบาสที่สำคัญหรือเก่งที่สามารถคว้าแชมป์มากที่สุด หลาย ๆ คนคงได้นึกถึง Golgen State Werrior อย่างแน่นอน ด้วยทีมที่ครบเครื่องทั้งผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพ ที่ติด All Star ทั้งทีม อีกทั้งยังได้โค้ดมืออาชีพที่มองเกมส์ได้ดีที่จะสามารถดึงผู้เล่นแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ หากได้มองย้อนไปยังอดีตนั้น Golgen State Werrior เป็นทีมที่แทบจะไม่มีผลงานอะไรที่โดดเด่นเลยสักนิด อีกทั้งยังไม่มีผู้เล่นในทีมระดับสตาร์ที่มากหน้าหลายตาเหมือนกับทีมอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งจากบทความนี้เราจะมากล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของทีมนี้

เหตุการณ์สำคัญของทีม วอริเออร์

1. ทีม Warriors draft Stephen Curry

ในเอ็นบีเอ ดราฟต์เมื่อปี 2009 ทีม Timberwolves ได้มองข้าม Curry และไปดราฟต์อีกคนคือ Rubio กับ John Flynn ในอันดับ 5-6 แทน ซึ่งทั้งสองคนนี้ได้เล่นในตำแหน่งเดียวกับ Curry คือตำแหน่ง PG จึงถือว่าเขาได้พลาดอย่างมากทั้งที่มีโอกาสถึง 2ใน3 ที่จะได้ Curry มา แต่เขากลับไปเลือกคนอื่นแทน ทั้งนี้เขายังมองข้าม Brandon Jennings PG อีกคน ซึ่งทั้งสองคน Curry และ Jennings จากความสามารถโดยรวมแล้วมีฟอร์มที่ดีกว่า Rubio และ Flynn มาก

แต่ว่าไปแล้วทีม Wolves ที่พลาดมาก ๆ ก็ไม่เชิง เพราะยังมีอีกหลายทีมที่ได้มองข้าม Curry ไปเหมือนกัน อาจเป็นเพราะเขายังดูเด็กและดูผอมบางเกินไปเกินกว่าที่จะเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมได้ แต่ถึงแม้ Curry จะถูก Wolves หรือทีมอื่นดราฟต์ไปจริง ก็ไม่รู้ว่าในระบบการเล่นของทีมนั้น ๆ จะสามารถ เอื้อต่อการพัฒนาการของ Curry ได้มากแค่ไหน

ในตอนแรก Curry  ไม่ได้อยากให้ทีม Warriors ดราฟต์ตนเองสักเท่าไหร่ เพราะเขาได้รู้ตัวว่าคงไม่ได้ดราฟต์เป็นอันดับต้น ๆ เป็นแน่ ซึ่งถ้าหากได้ดราฟต์อันดับรอง เขาก็ขอเลือกที่จะลงเอง เขาจึงอยากที่จะเล่นให้กับทีม Knicks ที่ถือ pick#8 อยู่เพราะทีม Knicks เป็นทีมตลาดใหญ่ ได้เล่นกับโค้ช Mike D’Antoni ที่น่าจะเหมาะกับเขามากกว่า ซึ่งทางทีม Warriors ก็ยังยืนยันว่าทางทีมของเราได้สนใจคุณกับ Blake Griffin เท่านั้น ถ้าดราพต์ได้คนอื่นเราจะเทรดทิ้งตัว Griffin จึงได้ถูกดราฟต์เป็น pick#1 เหลือก็แต่ Curry ที่ทีม Warriors ก็ต้องการตัวเขาเช่นกัน แต่ตัว Curry เองนั้นก็ไม่ยอมมาซ้อมร่วมกับทีม Warriors เพราะเขาได้เมินคำเชิญทุกอย่าง จนสุดท้ายเขาได้ใจอ่อนและได้มาเล่นให้กับทีม Warriors ส่วนทีม Knicks ที่ได้ดราฟ #8 ก็ต้องทิ้งไป เหล่าแฟน ๆ ของ Knicks ก็ไม่พอใจเมื่อทีม Warriors เลือก Curry

ในตอนแรกของทีม Warriors ก็ไม่แน่ใจว่า Curry จะอยู่มาจนถึง pick#7 เพราะอาจจะถูกทีมอื่นเลือกไปก่อน ซึ่งทีม Warriors  ได้ไปตกลงกับทีม Suns ก่อนหน้าวันดราฟต์ว่าอาจจะแลกผู้เล่นดราฟต์กับ Amare ของทีม Suns ที่มีสัญญาเหลืออีกแค่ 1 ปี และเมื่อทีมดราฟต์ได้ Curry อย่างที่หวัง ในวันรุ่งขึ้น Warriors ก็ได้โทรไปยกเลิกการแลกตัวกับทีม Suns

2. ทีม Warriors เลือกที่จะปล่อย Monta Ellis

เมื่อปี 2010 Joe Lacob และ Peter Guber ได้เข้ามาซื้อทีม Warriors ด้วยวงเงินถึง $450 ล้าน ซึ่งเขาได้เป้นแฟนทีม Warriors มายาวนานและได้ถือตั๋วมานับสิบปีก่อนที่จะได้ซื้อทีมมาบริหารเอง สิ่งแรกที่ Jacob ได้ทำก็คือ เขาได้จ้าง David Lee , Jeremy Lin และไล่โค้ช Don Nelson ออก

การที่ทีมเข้าเพย์ออฟได้แค่1ครั้งในรอบ 8 ปี แสดงให้เห็นว่าทีมต้องการการผ่าตัดทีมอย่างเร่งด่วน ทีมจึงตัดสินใจเทรดผู้เล่นขวัญใจแฟนบาส Warriors อย่าง Ellis ทิ้ง เขาได้ถูกเทรดไป Bucks แลกตัวกับ Andrew Bogut และ Stephen Jackson ทางทีมตัดสินใจปล่อย Jackson ทิ้งหลังจากเทรดมาสองวัน

Monta Ellis ให้สัมภาษณ์ว่าถ้าเขายู่กับทีม Warriors ทีมคงไม่มีวันได้แชมป์

3. Stephen Curry เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง และการต่อสัญญา

ในปี 2012 ในทีมนักรบมี jigsaw อยู่ในมือเกือบครบคือ Curry, Klay, Bogut ส่วน Green, Ezeli, Barnes ถูกดราฟต์เข้ามาได้ร่วมทีม summer ในปีนั้น

Harrison Barnes ได้เป็น pick#7 , Ezeli pick#30 และ Green ดราฟต์รอบ 2 อันดับ 35 ซึ่งเป็นการเลือกที่ดีทีเดียว ซึ่งในปี 2012 นั้นทางทีม Warriors ตัดสินใจยื่นเสนอสัญญาใหม่ให้ Curry แม้ว่าเขาจะเจ็บข้อเท้าบ่อยและติดอันดับนักบาส Top 5 นักบาสที่เจ็บบ่อยของลีกช่วงนั้นอีกด้วย

ในปีก่อนหน้าที่เขาจะต่อสัญญา เขาบาดเจ็บมาตลอดและได้ลงเล่นให้ทีมแค่ 26 นัดเท่านั้น แต่ทีมก็ยังเชื่อมั่นในตัวเขาที่จะเสนอสัญญาใหม่(Early Extension) 4 ปีต่อ $44 ล้านให้เขา หลังจากทีมได้เซ็นสัญญาฉบับนี้เขาได้ทำฟอร์มทำแต้มได้สูงที่สุดตั้งแต่ได้เข้าลีกในปี 2009 คือเขาสามารถทำแต้มได้เฉลี่ยถึง 23 PPG, 7 assists แต่ยังไม่มีใครมองฟอร์มว่าเขาได้ก้าวมาถึง MVP คนใหม่ ซึ่งฟอร์มของ Curry หลังจากเซ็นสัญญาทำให้ทีม Warriors เหมือนเกิดใหม่ที่ไดเซ็นสัญญาที่ถูกเวลาทีเดียว และทีมก็โชคดีมากที่เขาไม่มีอาการบาดเจ็บตลอดการแข่งขันอีก

4. วอริเออร์ได้ Steve Kerr มาเป็นโค้ชร่วมกับ Klay, Steph และ Green ร่วมกับคว้าแชมป์ NBA

ในปี 2014 ทีมได้ชนะในฤดูกาลปกติ 51 นัดแต่แพ้ในรอบเพย์ออฟรอบแรก ทีมจึงตัดสินใจไล่โค้ช Mark Jackson ออก ซึ่งในตอนนั้นทีมจึงได้พิจารณา candidate ทั้งหลายคน ต่อจากนั้นทีมได้ตัดสินใจเลือก Steve Kerr ที่มีชื่อเป็นอดีตดาวยิงสามแต้มมาเป็นโค้ชคนใหม่แทน นับว่าเสี่ยงมากเพราะไม่มีประสบการณ์คุมทีมบาสมาก่อน ก่อนหน้าที่จะมาคุมทีม Warriors เขาได้เป็นนักวิเคราะห์เกมส์บาสของ TNT

ปี2015 ทีม Warriors เพิ่มสถิติชนะเป็น 67 เกมส์และได้แหวนแชมป์ไปในที่สุด Curry มีประสิทธิภาพยามลงเล่นสูงและเขาก็ยังช่วยพัฒนาฟอร์มของเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย

5. สหภาพผู้เล่นลีก NBA ปฏิเสธ cap smoothing เปิดทางให้ทีมมีแคปเซ็น Kevin Durant ได้

ทีม Warriors อาจจะได้แชมป์ในปี 2015 แต่ทีมก็พ่ายให้กับ Cavs ปี 2016 ทั้งๆ ที่ Warriors นำ Series อยู่ 3-1 ข้อดีอย่างหนึ่งในการแพ้คือทำให้ทีมตัดสินใจล่าตัว KD มาร่วมทีมอย่างจริงจัง และทีมจึงประสบความสำเร็จได้ Kevin Durant มาร่วมทีม

ฤดูกาลปี 2016ลีกได้มีแคปเพิ่มขึ้น จากปีละ $70ล้าน เพิ่มเป็น $94ล้าน เพราะทางลีกได้เงินจากลิบสิทธิ์สัญญาถ่ายทอดเกมบาสทาง TV มาหลายพันล้าน ทำให้ Warriors มีแคปพอไปล่า KD แต่ก็ต้องปล่อย Barnes ทิ้งและเทรด Bogut ไป Mavaricks

ฤดูกาลต่อมาหลังจาก KD เซ็นสัญญากับทางวอริเออร์เรียบร้อย ทั้งตัว KD และวอริเออร์ก็ได้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายด้วยการคว้าแชมป์ NBA Final 2017 ไปครอง เรียกได้ว่า วิน ๆ ทั้ง KD ทั้งวอริเออร์ ซึ่งตัว KD ยังได้ Final MVP ไปครอง

เรื่องเด่น

แมจิก จอห์นสัน

แมจิก จอห์นสัน
แมจิก จอห์นสัน

แมจิก จอห์นสัน หรือเออร์วิน “แมจิก” จอห์นสัน (Earvin “Magic” Johnson) เกิดในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1959 นักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน เขาเป็นนักบาสมีชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของลีกบาสเก็ตบอลอาชีพหรือของลีก N B A (เอ็นบีเอ) ความสูงของเขาอยู่ที่ 6 ฟุต 9 นิ้ว น้ำหนักอยู่ที่ 255 ปอนด์ เขาเป็นผู้เล่นอยู่ตำแหน่ง พอยท์การ์ด ที่ตัวสูงที่สุดคนหนึ่งก็เป็นได้ โดยที่ปกติแล้วในตำแหน่งนี้เหมาะกับคนตัวเล็ก ๆ เพราะต้องเลี้ยงลูกครองลูกบาสที่ดี ซึ่งดดยปกติแล้วคนตัวสูง ๆ จะทำได้ไม่ดีนัก แต่สำหรับเขาคนนี้ มันไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขาเลยสักนิด

การเล่นบาสเกตบอลของ แมจิก จอห์นสัน

จากความสามารถของเขาแล้ว เขายังหาตัวจับได้ยาก จากฉายาเขาแล้วก็สมควรจะต้องถูกขนานนามมาอย่างนั้น เพราะการที่เขาสามารถควบคุมบอลได้คล่องแคล่วว่องไวราวกับคนตัวเล็ก ๆ แล้ว ซึ่งความสามารถนี้ไม่มีใครเทียบได้ และนิสัยอารมณ์ดีของเขา ทั้งนี้จึงไม่แปลกที่เขาเป็นฮีโร่ในดวงใจของเด็ก ๆหรือเหล่านักบาสโดยทั่วโลก

ในสมัยที่เขาได้เล่นบาสให้กับมหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต เขาได้เป็นเหมือนกับคู่แข่งกับตำนานอีกคนอย่าง แลรี่ เบิร์ด ซึ่งทั้งคู่ได้สู้กันมาตั้งแต่เกมระดับ เอ็นซีดับเบิลเอ (N C A A หรือลีกระดับมหาวิทยาลัย) จนกระทั่งไปถึงในลีก N B A (เอ็นบีเอ) เลยทีเดียว โดยเขาได้ถูกดราฟท์โดยทีมชื่อดังคือทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ นั่นเอง

ต่อมาในปี 1 9 9 1 เขาได้ออกมาประกาศว่าเขาเป็นบุคคลหนึ่งในผู้ที่ติดเชื้อ H I V (เอชไอวี) พร้อมกับการยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวมากหน้าหลายตา แต่ภรรยาและลูกของเขาได้มีผลการตรวจเลือดเป็นลบ (N e g a t i v e) จากนั้นก็เขาจึงได้ประกาศรีไทร์ ต่อมาในปัจจุบันเขาก็มีร่างกายที่แข็งแรงและยังทำหน้าที่รณรงค์การป้องกันโรคเอดส์มาตลอด

รางวัลเกียรติยศ

  • ได้พาทีมสหรัฐอเมริกาคว้าเหรียญทองโอลิมปิก
  • ได้พาทีม เลเกอรส์คว้าแชมป์ 5 สมัย
  • ได้รางวัล N B A F i n a l M V P ถึง 3 ครั้ง
  • ได้ N B A M V P ถึง 3 ครั้ง
  • ติดทีม A l l S t a r ถึง 12 ครั้ง
  • A l l S t a r M V P ถึง 2 ครั้ง
  • ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 5 0 นักบาสยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์ของ N B A

นักกีฬารักสนุก (ทางเพศ)

ในวงการการกีฬาโลกได้ฮือฮาขึ้นมาเมื่อ เดอะซัน สื่อยักษ์ใหญ่ได้ออกมาแฉว่ามีนักฟุตบอลในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษจำนวน 6 รายได้ติดเชื้อ “ H I V ” หลังได้ร่วมนอนกับผู้หญิงคนเดียวกัน ทั้งนี้นี่ไม่ใช่กรณีแรกของนักกีฬารักสนุก(ทางเพศ) เนื่องจาก M a g i c J o h n s o n ตำนานยัดห่วงคือตัวอย่างที่เคยผิดพลาดมาแล้ว

ย้อนกลับไปในปี 1 9 9 1 ในวงการบาสเกตบอลลีก N B A (เอ็นบีเอ) ได้ตกตะลึงกันไปตาม ๆ กันเมื่อ M a g i c J o h n s o n ได้ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ “ H I V ” และเมื่อทันทีที่รู้ว่าตนเองได้มีเชื้อร้ายในร่างกายนั้น การ์ดซูเปอร์สตาร์ แอลเอ เลเกอร์ส ได้แสดงสปิริตว่าด้วยการประกาศให้เลิกเล่นทันที เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน และเมื่อหลังจากได้มีคำแนะนำเชิงกระแสกดดันจากผู้เล่นในลีกนำโดย คาร์ล มาโลน ฟอร์เวิร์ด ยูทาห์ แจซซ์ ที่หวั่นใจหาก M a g i c J o h n s o n ประสบอุบัติเหตุในการแข่งขัน ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อเพื่อนร่วมอาชีพได้

แรกเริ่มเขาได้อ้างว่าไม่รู้ว่าตนเองได้ติดเชื้อมาอย่างไร แต่ในภายหลังเจ้าตัวกลับยอมรับว่าช่วงที่ได้เล่นอาชีพใน NBA เขาได้มีพฤติกรรมรักสนุกทางเพศที่ร่วมหลับนอนกับหญิงสาวมากหน้าหลายคน บ้างก็มีกระแส ว่าเขาเป็นเกย์ตอบสนองได้ทั้งเพศชายหรือว่าหญิง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาปฏิเสธในเรื่องเหล่านี้

Magic Johnson ถือเป็นหนึ่งในสมาชิก “ดรีมทีม” ในสหรัฐอเมริกา ชุดที่สามารถคว้าเหรียญทองกีฬาโอลิมปิกที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนได้สำเร็จ ในปีค.ศ. 1992 ด้วยศักยภาพของนักบาสที่ดีของเขา ใน NBA ที่เหนือชั้น ทำให้เขาไม่ต้องลงสนามบ่อยครั้งเพราะการมีปัญหาการบาดเจ็บจากเข่านอกเหนือจากกรณีติดโรคเอดส์ แต่แฟน ๆ ก็ได้ยืนขึ้นปรบมือความเป็นเกียรติให้แก่เขา และแสดงให้เห็นถึงการเปิดใจรับต่อผู้ติดเชื้อ HIV มากยิ่งขึ้น

ต่อมาในภายหลังเขาได้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสังคมด้วยการก่อตั้ง “มูลนิธิ Magic Johnson ” ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ (HIV) และให้การช่วยเหลือกับกิจกรรมต่าง ๆ โดยไม่แบ่งเชื้อชาติและสีผิว ถึงแม้เรื่องเลวร้ายได้ดำเนินผ่านไปมายาวนานจนถึง 19 ปี ปัจจุบัน Magic Johnson ในวัย 49 ปี ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ ออกงานสังคม ไปดูเลเกอร์สแข่งขันที่สเตเปิล เซ็นเตอร์ ได้บ่อยครั้ง จนหลายคนแทบลืมไปแล้วว่าชายคนนี้มีเชื้อร้ายอยู่ในร่างกาย แต่ทุกคนคงจดจำเพียงว่า Magic Johnson คือสุดยอดนักบาสเกตบอลที่ดีที่สุด 50 อันดับแรกเท่าที่ NBA เคยมีมาอีกด้วย

ขอบคุณที่มากจาก holifestivaljapan

เรื่องเด่น

ฮาคีม โอลาจูวอน

ฮาคีม โอลาจูวอน
ฮาคีม โอลาจูวอน

ฮาคีม โอลาจูวอน (H a k e e m O l a j u w o n) อดีตนักบาสเกตบอลไนจีเรีย ชื่อดังของN B A เขาได้เล่นให้กับฮิวส์ตัน ร็อกเก็ต เมื่อปีค.ศ. 1984-2001 และยังสามารถครองแชมป์ได้ในปีค.ศ. 1994-1995 และได้อำลาวงการบาสเกตบอลกับทีมโตรอนโต แรพเตอรส์ เมื่อปีค.ศ. 2001- 2002 ของแคนาดา

เขาได้ย้านจากไนจีเรียที่เป็นบ้านเกิดและได้ไปเล่นให้กับทีมในมหาวิทยาลัยฮวส์ตัน รัฐเท็กซัส และในปีค.ศ. 1984 ได้เข้าสู่วงการบาสเกตบอลอาชีพโดยได้เล่นให้กับทีมฮิวส์ตัน ร็อกเก็ต เขามีความสูงถึง 2.13 เมตร น้ำหนักอยู่ที่ 116 กิโลกรัม เมื่อได้เล่นกับ ราล์ฟ แซมสัน ที่สูงพอกันจึงได้โดนเรียกว่า T w i n T o w e r s ต่อมาเมื่อปีค.ศ. 1986 เขาทั้งคู่ได้พาฮิวส์ตันเข้าชิงแชมป์ N B Aได้ แต่ก็ได้พ่ายแพ้ให้กับบอสตัน เซลติก จากนั้นเมื่อปีค.ศ.  1988 ราล์ฟก็ได้ย้ายออกไป H a k e e m จึงเป็นดาวเด่นของทีม

ในปีค.ศ. 1993-1994 เขาเป็นนักบาสคนเดียวในประวัติศาสตร์ N B A ที่ได้ 3 รางวัลในปีเดียวกัน รางวัลที่ได้ก้คือ นักบาสที่ทรงคุณค่าที่สุดของเอ็นบีเอ แนวรับยอดเยี่ยมแห่งปี และรางวัล F i n a l M V P ต่อมาในปีค.ศ. 1996 เขาได้เป็นหนึ่งใน “ดรีมทีม” บาสเกตบอลของสหรัฐฯ และสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาได้ และในปีค.ศ. 1997 เขาได้เป็นหนึ่งใน 50 นักบาสยอดเยี่ยมตลอดกาลของ N B A อีกเช่นกัน

เขาได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 5 ของกองกลางที่ดีที่สุดตลอดกาล

ก่อนจะเป็นนักบาสชื่อดัง ฮาคีม โอลาจูวอน

เขาเกิดที่ไนจีเรีย มีพ่อชื่อ ซาลิม แม่ชื่อ อาบิเก ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นกลาง พ่อแม่ของเขาทำธุรกิจปูนซีเมนต์ในเมืองลาโกส์ เขาเป็นลูกคนที่สามจากหกคน เขาบอกว่าพ่อและแม่ของเขาได้สอนให้เขาและพี่น้องมีคุณธรรม ขยัน มีความซื่อสัตว์และเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง ufabet ตอนเด็กเขาได้เล่นฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตู และได้เล่นแฮนด์บอล ซึ่งช่วยเรื่องการเต้นฟุตเวิร์กในกีฬาบาสเกตบอลในเวลาต่อมา เขาได้เล่นบาสเกตบอลจนกระทั่งอายุ 15 ปี เขาได้เข้าเล่นร่วมทีมท้องถิ่นและต่อมาเขาก็ได้เล่นกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างดี เขาบอกว่า กีฬาบาสเกตบอลเป้นกีฬาที่พิเศษ เขาเรียนรู้ได้ไว เขาจึงรู้สึกได้ว่ากีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาสำหรับเขา

มุสลิมที่เคร่งครัด

เมื่อได้เข้าวงการบาสเกตบอลแรก ๆ เขาไม่ค่อยมีวินัย ชอบถกเถียงกรรมการ และทะเลาะกับนักกีฬาคนอื่น ๆ บ้าง แต่เวลาผ่านไปเขาได้หันหน้าเข้าสู่ศาสนากลายเป็นคนเคร่งศาสนา เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ 1991 เขาได้เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามการออกเสียงในภาษาอารบิก เขาได้รำลึกถึงชีวิตวัยเด็กในไนจีเรีย เขาได้เติบโตมาแบบเด็กมุสลิม เมื่อถึงเมืองฮิวส์ตัน อเมริกา เขาจึงมองหามัสยิดของเมืองฮิวส์ตันในทันที

เขามีเข็มทิศติดตัวตลอดเวลาเพื่อจะได้รู้ทิศนครเมกกะเมื่อถึงเวลาละหมาดเพราะไม่ว่าจะเล่นในสนามไหน เขาจ่ายซะกาต 2.5% ของรายได้ให้กับคนยากจน และไม่ว่าเขาจะได้ไปเล่นที่เมืองไหนเขาก็จะหาทางไปละหมาดที่มัสยิดในเมืองนั้น เขาได้บอกว่าเรื่องละหมาดสำคัญมากและต้องจัดเวลาให้ดีโดยเฉพาะช่วงที่มีการแข่งขัน เขาคงเป็นนักบาสที่โดดเด่นทั้งที่เคร่งครัดกับการปฏิบัติตัวตามข้อบัญญัติของศาสนา

เขาเป็นคนหนึ่งในนักกีฬาที่รักของเด็กอเมริกันมุสลิม ถึงจะประสบความสำเร็จสูงเขาก็ใช่ว่าจะรู้สึกยินดีไปทั้งหมดหมด

ฮาคีมมักพูดเรื่องศาสนากับเพื่อนร่วมทีมมาตลอด เฉพาะนักบาสชาวคริสต์ที่เคร่งศาสนา เขาได้บอกว่า พวกเขาบางคนมีปฏิกิริยาตอบกลับที่ดี ต่อความสุภาพของเขา ที่พยายามจะเปลี่ยนให้พวกเขาเป็นมุสลิม การได้คุยกันก็นำไปสู่การแลกเปลี่ยนความเห็นที่น่าสนใจ ในครั้งหนึ่งมีนักบาสร่วมทีมที่เป็นคริสต์ได้ล้อเขาเรื่องการไม่ยอมกินหมู เขาเลยได้สวนกลับไปว่า “หากนายปฏิบัติตามคัมภีร์ของนาย นายจะรู้ว่านายก็กินหมูไม่ได้เหมือนกัน” ในบางครั้งก็ถกเถียงกันเรื่องตรีเอกานุภาพ

เขาได้สนใจคำเผยแพร่คำสอนของอิสลามที่ถูกต้องแก่มุสลิมคนอื่น ๆ ในสหรัฐฯและเขายังกลับไปสอนพ่อแม่ที่ไนจีเรียอีกด้วย คือชาวมุสลิมที่ไนจีเรียจะถือศีลอดหนึ่งเดือนเต็มก่อนหน้าเดือนรอมดอน

เขายังโดดเด่นในเรื่องการเป็นนักกีฬาใจบุญที่ได้ช่วยเหลืองานการกุศลเมื่อปีค.ศ. 1994 หลังจากเขาได้รับรางวัล M V P เขาได้พูดบนเวทีในงานของสภามุสลิมอเมริกาเหนือหรือ I S N A จนปัจจุบันเขายังคงเป็นวีรบุรุษของเยาวชนมุสลิมในสหรัฐอเมริกาอีกเช่นกัน

ชีวิตส่วนตัวของเขา

เขาได้แต่งงานครั้งที่สองกับดาเลีย อาซาฟี เมื่อ 8 สิงหาคม 1996 เมืองฮิวส์ตัน และมีลูกสาวสองคนคือ รอฮ์มาฮ์ และ อาอิชาฮ์ และเขาก็มีลูกสาวกับภรรยาคนก่อนหนึ่งคนชื่อ อาบีโซลา เด็กทั้งสามคนถูกเลี้ยงมาแบบมุสลิม

นอกจากเขาจะพูดภาษาอังกฤษได้ ก็ยังพูดได้อีกหลายภาษาคือ ฝรั่งเศส อารบิก และภาษาท้องถิ่นของไนจีเรียเช่น โยรูบา อิกโบ และอีกิตี

เขาได้เซ็นสัญญากับรองเท้ากีฬา S p a l d i n g เพื่อทำรองเท้ารุ่น H a k e e m ซึ่งขายในราคาเพียงคู่ละ 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ชีวิตหลังอำลาวงการบาสเกตบอล

เขาเล่นให้ในแถบฮิวส์ตัน 20 ฤดูกาลติดต่อกัน เขาจึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งนักกีฬาในดวงใจของชาวฮิวส์ตันเขาได้ประสบความสำเร็จในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยกะประมาณว่าเขาน่าจะทำกำไรจากธุรกิจนี้ได้ถึง 4 พันล้านบาท

หลังจากได้อำลาวงการบาสเกตบอล เขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ประเทศจอร์แดน ซึ่งเขาและครอบครัวได้ไปศึกษาศาสนาอิสลามเพิ่มเติมที่ในที่แห่งนั้น เขาได้กลับไปสหรัฐฯ เพียงปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น

เรื่องเด่น

เจมส์ฮาร์เดน

เจมส์ฮาร์เดน
เจมส์ฮาร์เดน

เจมส์ฮาร์เดน หรือเจมส์เอ็ดเวิร์ดฮาร์เดนจูเนียร์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 1989 เขาเป็นชาวอเมริกันมีอาชีพเป็นนักบาสเกตบอลที่เล่นให้กับทีม ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ เขาเล่นบาสเกตบอลในวิทยาลัย รัฐแอริโซนาซึ่งเขาได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น All-American และเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี 2009 ฮาร์เดนได้รับเลือกการดราฟเป็นอันดับที่สามเมื่อปี ค.ศ. 2009 โดยโอคลาโฮมาซิตีธันเดอร์ในลีกเอ็นบีเอ ต่อมาในปี 2012 เขาได้รับการเรียกชื่อว่า เป็นคนสำคัญในเอ็นบีเอ เป็นชายคนที่หกแห่งปีกับธันเดอร์ ที่สามารถช่วยให้ทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศNBA แต่พวกเขาก็ได้พ่ายแพ้ไมอามี่ฮีตด้วยห้าเกม

ฮาร์เดนได้เล่นให้กับฮิวสตัน รอกเก็ตส์ในเอ็นบีเอฤดูกาลเมื่อปี ค.ศ. 2012-2013 ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งให้กับทีม ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ เขาได้กลายเป็นหนึ่งสำหรับผลงานการทำคะแนนที่มีผลงานมากที่สุดในลีกเอ็นบีเอและยังได้การยอมรับว่าเป็นผู้ที่โยนเข้าห่วงที่ดีที่สุดในเอ็นบีเออีกด้วยเช่นเดียวกับผู้เล่นคนหนึ่งในผู้เล่นสูงสุดลีกในปี ค.ศ. 2018 ฮาร์เดนทำคะแนนในลีกได้ดีและเป็นชื่อเสียงในเอ็นบีเอมากขึ้น เขายังได้เป็น NBA All-Star ถึงเจ็ดครั้งและได้รับAll-NBA Team เกียรตินิยมหกครั้งรวมถึงห้าครั้งในทีมแรก

ฮาร์เดนเป็นสมาชิกครั้งที่สองของทีมบาสเกตบอลชาติสหรัฐอเมริกาทำคะแนนและชนะได้เหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในฤดูร้อนในปี 2012และ 2014 FIBA ฟุตบอลโลก

เจมส์ฮาร์เดน มัธยมปลาย

ฮาร์เดนได้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมในเลกวูด แคลิฟอร์เนีย ในปีที่สองเขาได้ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 13.2 คะแนนในขณะที่อาร์เตเซียคะแนน 28–5 เขาปรับปรุงการทำสถิติของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 18.8 คะแนน 7.7 รีบาวน์และ 3.5 แอตซิส และยังได้ช่วยในฤดูกาลและเขายังได้ทำคะแนนที่อาร์เตเซีย รัฐแคลิฟอร์เนีย ในบันทึกด้วยคะแนน 33-1 อาร์เตเซียได้พูดในฐานะตัวแทนของรัฐในปีสุดท้ายของฮาร์เดนหลังจากผ่านไปด้วยคะแนน 33–2 ฮาร์เดนมีสถิติในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาถึง 18.8 คะแนน 7.9 รีบาวน์ และ 3.9 แอตซิส เขาจึงได้ชื่อเป็นโดนัลด์อเมริกันที่สุดยอดและยังได้เป็น All-American อีกด้วย

นอกจากนี้เขายังช่วยให้ทีมAAU เข้าสู่การแข่งขัน Las Vegas Adidas Super 64 ในปี 2549 ฮาร์เดนได้ทำคะแนนได้ถึง 34 คะแนน และสามารถคว้าในชัยชนะเหนือทีมจู่โจม DC ซึ่งรวมถึงไมเคิลบีสลีย์ , โนแลนสมิ ธและออสตินฟรีแมน ในเกมกับฮูสตันฮูปส์เล่นในวันเดียวกันฮาร์เดนมี 33 คะแนน สุดท้าย Pump-N-Run Elite ชนะทางใต้ของ California All-Stars ของ Kevin Love

อาชีพในวิทยาลัย

ปีแรกในรัฐแอริโซนาเขาได้รับเลือก ufa877 ให้เป็นพอยต์การ์ด, ชูตติงการ์ด 17.8 คะแนน5.3 รีบาวน์และ 3.2 แอสซิสต์ และจบที่หนึ่งในห้า พวกเขาจึงได้รับการพิจารณาเป็นทีมที่ที่ดีสำหรับปี 2008 การแข่งขันซีเอ จากการแข่งขันที่พวกเขาได้รับการคัดเลือก ฟิลด์และพ่ายแพ้รัฐอลาบามาและอิลลินอยส์ใต้ก่อนจะล้มแชมป์แห่งชาติฟลอริด้า

หลังจากปีแรกของฮาร์เดนได้รับการคัดเลือกให้เป็นทีมแรกAll-Pac-10 และถูกเสนอชื่อให้เข้าร่วมการประชุมทีมน้องใหม่ นอกจากนี้เขายังเป็นชื่อแรกในทีมโดยNABCและUSBWA

เข้าสู่ปีที่สองของเขา ฮาร์เดนได้ปรากฏตัวในรายการทีวี All-American ในตลอดฤดูกาลและบนปกของนิตยสารของ Sports Illustrated ฉบับพรีวิวบาสเกตบอล เขายังได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ในรายการ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2008 ฮาร์เดนได้ทำแต้มอาชีพที่สูงด้วย 40 คะแนน 88-58 ชัยชนะเหนือ UTEP

ฮาร์เดนได้ทำคะแนนรวมทั้งหมดปีที่สองโดยมีค่าเฉลี่ยถึง 20.1 คะแนน 5.6 รีบาวน์และ 4.2 แอตซิส เขาจึงได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนักกีฬายอดเยี่ยมปี 2009 All-Pac 10 ทีมการแข่งขันครั้งนี้ก็ต้องพ่ายแพ้ให้รัฐแอริโซนาโดยยูเอสที่ Staples Center นอกจากนี้เขายังได้ชื่อว่าเป็น All-American หลังจากที่จบฤดูกาล (ซีเอทัวร์นาเมนต์การสูญเสียซีราคิวส์ ) ฮาร์เดนได้ประกาศในปี 2009 N B A เขาได้จ้างRob Pelinka เป็นตัวแทนของเขา

โปรไฟล์ของเขา

เขามีความสูงถึง 6 ฟุต 5 นิ้ว หรือ 1.96 เมตร น้ำหนักถึง 220 ปอนด์ หรือ 100 กิโลกรัม ฮาร์เดนเล่นได้ทั้งพอยต์การ์ด, ชูตติงการ์ด และด้วยการทะคะแนนต่อฤดูกาลได้ถึง 25 คะแนนต่อเกมตั้งแต่ฤดูกาลในปี 2012-2013 ทำให้ฮาร์เดนได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำประตูที่อันตรายที่สุดใน N B A ด้วยท่าทางที่ดุดัน เขาได้มีสองสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการก้าวย่างและจัมเปอร์แบบก้าวถอยหลัง ทั้งนี้เขายังมีชื่อเสียงต่อความสามารถในการเล่นจากกฎของลีกเพื่อที่จะสามารถทำฟาล์วได้และเข้าสามารถโยนโทษ 85.7% เขาเป็นผู้นำของ N B A ในการทำจุดโทษและทำทุก ๆ ปีตั้งแต่ฤดูกาลในปี 2014-2015 แม้เขาจะเป็นผู้ที่ทำคะแนน แต่ก็เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความสามารถในการเล่นของเขากับการควบคุมการกระทำความผิด ในช่วงต้นฤดูกาลปี 2016-2017 หัวหน้าโค้ชทีมฮิวสตัน รอกเก็ตส์ Mike D’Antoni ได้ให้ H a r d e n เล่นในตำแหน่ง p o i n t g u a r d ซึ่งส่งผลให้เขามีค่าเฉลี่ยถึง 10 เกมต่อครั้งเป็นครั้งแรกในการเล่นของเขา

ทีมชาติ

  • T e a m U S A ในงานเทศกาลบาสเกตบอลโลก 2014
  • ฮาร์เดนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมชาติสหรัฐอเมริกาที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 2012 และยังได้เป็นสมาชิกของทีมที่ได้รับรางวัล F I B A บาสเกตบอลโลกในปี ค.ศ.2014 ฮาร์เดนเป็นผู้สมัครในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2016 แต่เขาก็ขอถอนตัวออกจากทีม
เรื่องเด่น

ฮิวสตัน รอกเก็ตส์

ฮิวสตัน รอกเก็ตส์
ฮิวสตัน รอกเก็ตส์

ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ หรือ H o u s t o n R o c k e t s เป็นทีมบาสเกตบอลในลีกNBA ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ทีมเล่นอยู่ในดิวิชั่น ภาคตะวันตกเฉียงใต้ในคอนเฟอเรนส์ตะวันตก ก่อนหน้านี้เล่นอยู่ในเมืองแซนดิเอโก 4 ปี ก่อนที่จะย้ายเข้ามาในเมืองฮิวสตัน ทั้งนี้ H o u s t o n R o c k e t s ก็ยังเคยเป็นทีมของ เหยา หมิง นักบาสเกตบอล N B Aชาวจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

สัญลักษณ์นำโชค คือ C l u t c h เจ้าของคือ ทิลแมน เฟอร์ติตตา  ได้เป็นแชมป์ N B A ในปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2537

ประวัติ ฮิวสตัน รอกเก็ตส์

ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 ในซานดิเอโกโรเบิร์ต การขยายตัวของทีมสำหรับฤดูกาลในปี 1967-1968 N B Aต้องการเพิ่มทีมใน Western United States จึงเลือกซานดิเอโกตามการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของเมืองพร้อมกับความสำเร็จของทีม ที่ซานดิเอโกได้ประกาศผลให้ชื่อ ซึ่งทำให้ซานดิเอโกของเมือง และแขนท้องถิ่นเป็นการพัฒนา ที่นำโดยแจ็คมาฮอนแล้วโค้ชของซินซินนาติ ทำหน้าที่เป็นโค้ชและผู้จัดการทั่วไปของ H o u s t o n R o c k e t s ทีมที่จะเข้าร่วมลีกพร้อมกับ Seattle SuperSonics จากนั้นรายชื่อของผู้เล่นที่มีประสบการณ์ทั้งในด้านการพัฒนาและผู้ที่มีความสามารถNBA ในปี 1967 ที่ซานดิเอโก ชื่อแรกที่เลือกคือแพทไรลีย์ Houston Rockets ได้ทำคะแนนไป 67 เกมในฤดูกาลแรกสำหรับพวกเขา เป็นประวัติศาสตร์ของNBA

ต่อมาในปี 1968 หลังจากที่ได้รับรางวัล Houston Rockets ได้ตรวจสอบที่จะมีการคัดเลือกใน1968 NBA ครั้งแรก พวกเขาได้เลือกเอลเฮย์สจากมหาวิทยาลัยฮูสตัน เขาได้มามาปรับเปลี่ยนและพัฒนาทีม Houston Rockets ทำคะแนนได้ 37 ชนะและแพ้ 45 ทั้งนี้ก็คุ้มค่าสำหรับการปรากฏตัวครั้งแรกที่ได้เล่น เมื่อปี 1969 Houston Rockets ได้ตกอันดับในรอบรองชนะเลิศที่แอตแลนตาฮอกส์ ถึงสี่เกม และแม้จะมีการดราฟผู้เล่นที่มีความสามารถอย่าง คาลวินเมอร์ฟีและรูดี้ Tomjanovich และการจัดการของโค้ชฮอลล์ออฟเฟมอเล็กซ์ฮันนัมHouston Rockets ได้ทำบันทึกสถิติอยู่ที่ 67-97 ในสองฤดูกาลถัดไป ถึงแม้จะไม่ได้แข่งขันในรอบชิงชนะเลิศทั้งสองฤดูกาลก็ตาม เนื่องจากผลคะแนนที่ต่ำและการเข้าร่วม Breitbard  จึงมองที่จะยุบทีม จนกระทั่งปี 1971 การกีฬาเทกซัสจึงมีเงินลงทุนซื้อและย้ายทีมไปฮุสตัน จึงกลายเป็นทีมแรกของNBA ในเท็กซัส โดยมีฉายาว่า Houston Rockets ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นหลังจากการย้าย

ในปี 2012– ปัจจุบัน ยุค James Harden

หลังจากได้ย้ายบัญชีรายชื่อในช่วงNBA เมื่อปี 2012 ช่วงปิดฤดูกาล  มี 4 ผู้เล่นที่หมดสัญญากับทีม Houston Rockets คือ แชนด์เลอพาร์สันส์ , เกร็กสมิ ธ , มาร์คัสมอร์ริสและแพทริคแพตเตอร์สัน  เจมส์ฮาร์เดนที่มอเรย์ได้ที่เรียกว่า “ตัวสำคัญ” เขาเป็นผู้เล่นที่มีคนคาดหวังที่คาดว่าจะเป็นผู้เล่นที่ฮุสตันต้องการ หลังจากที่เขาเป็นสำรองในโอคลาโฮมาซิตีธันเดอร์ ฮาร์เดนทำให้เกิดผลกระทบที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้เล่นตัวจริงของ Houston Rockets ด้วย 37 คะแนน 12 ช่วย 12 รีบาวน์ 6, 4 รีบาวน์ ในช่วงเปิดฤดูกาลกับดีทรอยต์เฉลี่ยอยู่ที่ 25.9 คะแนน ในฤดูกาลนั้น การรวมตัวกับการเล่นของฮาร์เดนเข้าผิดพลาดของ McHale ทำให้ Houston Rockets กลายเป็นหนึ่งในความผิดพลาดที่ทำคะแนนได้สูงสุดNBA ซึ่งเป็นผู้นำของลีกในการทำคะแนนส่วนใหญ่ของฤดูกาล ในช่วงฤดูกาล Houston Rockets ได้ตกลงกับโอคลาโฮมาซิตี้ทันเดอร์ในรอบแรกแพ้ด้วยคะแนน 4–2

ต่อมาเมื่อฤดูกาลปีที่ 2016-2017 เป็นการเริ่มต้นที่ดีและได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลาย เพราะเขาเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่อง M V P พร้อมกับคาลีโอนาร์ด ร่วมกับอดีตเพื่อนร่วมทีมรัสเซลล์เวสต์บ เมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง H o u s t o n R o c k e t s ได้เป็นอันดับสามซึ่งจัดอันดับโดยรวมเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากฤดูกาลก่อน

ในช่วงฤดูร้อนในปี 2560 H o u s t o n R o c k e t s ถูกซื้อโดยฮิวสตันมหาเศรษฐีTilman Fertitta ในราคา 2.2 พันล้านดอลลาร์ ที่ทำลายสถิติการซื้อทีมนักกีฬามืออาชีพชาวอเมริกัน ทีมยังได้ดราฟผู้เล่นN B A ในทุก ๆ 8 ครั้งและคริสพอล 9 ดาวทุกครั้งในการซื้อขายจากLos Angeles Clippersเพื่อแลกกับผู้เล่นเจ็ดคน ส่วนที่ต้องพิจารณาการร่างรอบแรกที่ได้รับการป้องกันสามอันดับแรก ถึงแม้ว่าเขาจะพลาดเกมไปหลายนัดเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เข่าทีมจบฤดูกาลเอาชนะไปด้วยคะแนน 65 เป็นคะแนนที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ในช่วงรอบชิงชนะเลิศ ฮูสตันได้พาทีมชนะไปอย่างได้อย่างง่ายดาย โดยการชนะมินนิโซตาทิมเบอร์วูและยูทาห์แจ๊สก่อนที่จะเผชิญหน้ากับรัฐแคลิฟอร์เนีย ในเกมที่5ของรอบชิงชนะเลิศการ Houston Rockets ได้นำ 3-2 คะแนน แต่พวกเขาเห็นพอลออกจากสนามเพราะได้รับการบาดเจ็บ ในเกมที่เหลืออีกสองเกมฮุสตันนำโดยช่วงพักครึ่งในเกมที่ 7 พอลจึงได้กลับมาลงเล่นในสนามอีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ufabet

เรื่องเด่น

ไคลด์เดร็กซ์เลอร์

ไคลด์เดร็กซ์เลอร์
ไคลด์เดร็กซ์เลอร์

ไคลด์เดร็กซ์เลอร์ หรือDrexler Clyde เป็นนักบาสเกตบอลเป็นที่รู้จักกันในการเล่นบาสของเขาให้กับทีม Portland Blazers และ Houston Rockets เขาเป็นผู้เล่นที่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในตัวสำคัญของประวัติศาสตร์NBA เขาเป็นนักบาสที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการเล่นในการบุกเข้า และในเวลาเดียวกัน Drexler Clyde ได้รับการเชื่อถืออย่างต่อเนื่องและเป็นผู้เล่นที่ดีท่สุดในการบุกเข้าชิง

ในช่วงต้นปีของ ไคลด์เดร็กซ์เลอร์

Drexler Clyde เกิดที่เมือง New Orleans ในวันที่ 22 มิถุนายน1962 ไม่กี่ปีหลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่ที่ฮูสตัน Drexler Clyde ได้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมแล้วเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย่อในประเทศ

เมื่ออยู่ในโรงเรียนมัธยม Drexler Clyde ได้เล่นบาสเกตบอลและยังได้รับรางวัล ถือว่าเป็นหน้าตาของโรงเรียนมัธยมอีกเช่นกัน เขามีชื่อเสียงในโรงเรีย มีสถิติการแข็งขันที่ดีมาโดยตลอดระยะเวลาในการเล่นบาสด้วยคะแนนอย่างน้อย 10 rebounds ต่อการแข่งขันและอีกทั้ง 14 คะแนน

ที่สุดแล้วพรสวรรค์ของเขาก็ช่วยให้เขาได้ติดในทีมของมหาวิทยาลัยเรียกว่า คูการ์ และเขาก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันในลีกบาสเกตบอลนักศึกษาของฤดูกาลในปี 1982กับ1983 เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถและเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาสามารถพาทีมชนะ และได้เป็นนักเตะเยาวชนที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา

อาชีพการเป็นนักกีฬา

มีการเสนอสัญญาระดับมืออาชีพในครั้งแรก เมื่อปีพ. ศ. 2526 โดยเขาเป็นผู้นำของทีม Portland Trail Blazers และหลังจากจบการแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัย การแข่งขันเริ่มต้นสำหรับทีมใหม่ Clyde Drexler เขาได้เล่นในการแข่งขันในเวลา 17 นาที อย่างไรก็ตามแม้นี้ก็เพียงพอที่จะกำหนดผู้เล่นอย่างน้อย 8 คะแนนในทีม

ต่อมาไม่นาน Drexler ก็ค้นพบตัวเอง และการแข่งขันของฤดูกาลที่สองในNBA เขาเล่นได้เฉลี่ยคะแนนประมาณ 20 คะแนน ในการทำเซพชั่นหลายครั้งในระหว่างการแข่งขัน ต่อมาเขาได้ทำสถิติของเขาดีขึ้น ดังนั้น Drexler Clyde จึงได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ

ทีมผู้เล่นบาสเกตบอลที่ประสบความสำเร็จ คือ Portland Blazers ได้เข้าชิงเกือบทุกฤดูกาลจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ต่อมา Portland กับ Drexler เป็นครั้งแรกในรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 1990 อย่างไรก็ตามทีมจากดีทรอยต์ซึ่งเป็นผู้ชนะจากซีรีส์ 5 นัดชนะกับการเผชิญหน้า

ในฤดูกาลต่อมาประวัติดาวรุ่งของสโมสรในNBA ในตอนท้ายของปีทีมชนะ 63 กับ 19  อย่างไรก็ตามแม้ในทีมจะมีปัญหากับการเล่นในบางครั้งแต่ก็ทำให้ชนะ แต่ในตอนสุดท้ายทีมของ Clyde ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ Los Angeles ซึ่งเป็นตำนานอยู่ในขณะนั้น

สิ่งที่ดีที่สุดในอาชีพของ Drexler Clyde ได้รับการพิจารณาตลอดฤดูกาลเมื่อปี 1991 ถึง 1992 ในตอนสุดท้ายของการเล่นเขาได้เป็นผู้เล่นที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน 4 ผู้เล่นบาสเกตบอลลีกชั้นนำ และไม่น่าแปลกใจที่ได้รับคะแนนเฉลี่ย 25 ​​แต้มต่อเกมสำหรับทีมของเขา แต่ก็ทำคะแนนน้อยกว่า ไมเคิลจอร์แดนจากชิคาโกบูลส์เพียง 2 ต่อสู้แพ้ 4 เท่านั้นเอง

ความล้มเหลวในเกมสุดท้ายบังคับ Drexler Clyde ที่จะย้ายจาก “พอร์ตแลนด์” ในทีม “ฮุสตัน” ซึ่งผู้เล่นที่ได้ทำสัญญาเมื่อปี 1995 ให้กลับมารวมตัวกัน สโมสรนำใน standings สโมสรโดยเฉลี่ย 21 คะแนนต่อเกม ในปีเดียวกันทีมชนะสองครั้ง ดังนั้น Drexler Clyde ในที่สุดก็ได้แชมป์โลกไป

กิจกรรมการฝึกสอน

การตัดสินใจที่จะเริ่มต้นการฝึกอาชีพ ในปี 2541 Drexler Clyde อดีตผู้เล่นเป็นโค้ชทีมมหาวิทยาลัยของโรงเรียนนอกเมือง อย่างไรก็ตามผลงานของโค้ชคนใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งผลที่เห็นได้ชัด ดังนั้นในสองฤดูกาลต่อจากนั้นทีมนักเรียนจึงได้รับชัยชนะแค่ 19 นัดและแพ้ 37 ufa877

ต่อมาในปี 2008 Drexler Clyde ได้ตัดสินใจทุ่มเทกับการสอนให้มากกว่าเดิม ดังนั้นจึงทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชที่ Denver Nuggets ซึ่งเขาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการตัดสินโดยให้บริการการแข่งขันของสโมสรพื้นเมือง “Houston Rockets”

Drexler Clyde ชีวิตส่วนตัว

เขาเป็นนักบาสเกตบอลที่รู้จักกันดี  ครอบครัวของเขามีภรรยาคนปัจจุบันคือ Geynell มีลูกสี่คน เขาเป็นผู้เล่นที่ได้รับการแต่งงานในปี 1988 น้องสาวและน้องชายของไ Drexler Clyde เป็นเจ้าของสถานประกอบการจัดเลี้ยงในฮุสตัน เขาได้รับความสนใจและดึงดูดผู้ชมเป็นอย่างมากด้วยความเก่งของเขา Grill Restaurant 22 ซึ่งเขามีเกียรติมากและเมื่อเขาสวมเสื้อของเขาในนระหว่างการแข่งขันในลีกNBA

ข้อมูลที่น่าสนใจ

หลังจากจบอาชีพแล้ว Drexler Clyde ได้ตัดสินใจที่จะเป็นในฐานะนักแสดง เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในแต่ละตอนของละครตลกอเมริกันจำนวนมาก ความพิเศษของเขาได้ถูกนำตัวไปเป็นนักแสดงในเรื่องที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นซีรีส์เรื่อง Married … with children

ต่อมาเมื่อปี 2007 Clyde Drexler ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรายการทีวียอดนิยม ที่นี่เป็นหุ้นส่วนของอดีตนักบาสเกตบอลที่เป็นแชมป์ของประเทศรัสเซีย

เป็นที่น่าสังเกตในการแข่งขันของNBA Drexler Clyde เป็นนักบาสเกตบอลที่ประสบความสำเร็จซึ่งครั้งนี้เข้ารับการเป็นตัวแทนผู้ฝึกสอนนักบาสเกตบอลอย่างเป็นทางการ ซึ่งจบการศึกษาไม่ได้รับการฝึกในมหาวิทยาลัย

เรื่องเด่น

วิลลิสรีด

วิลลิสรีด
วิลลิสรีด

วิลลิสรีด หรือWillis Reed Jr. เกิดในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2485 เป็นนักบาสเกตบอลชาวอเมริกันที่เกษียณอายุราชการโค้ชและผู้จัดการทั่วไป เขาใช้เวลาในการเล่นอาชีพเมื่อปี 1964-1974 ให้กับนิวยอร์กนิกส์ เขาได้รับการให้เข้าไปในหอเกียรติยศอนุสรณ์สถานบาสเกตบอลไนสมิทได้ ในปี 1996 เขายังได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 50 คนในประวัติศาสตร์NBA

หลังจากที่เกษียณในการผู้เล่นต่อมาจึงทำหน้าที่เป็น แทงบอลออนไลน์ ผู้ช่วยหัวหน้าโค้ชทีมเป็นเวลาหลายครั้ง และในทศวรรษที่ผ่านมานั้นเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปและเป็นรองประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอล เมื่อปี 1989-1996 ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ฐานะรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอล เขาเป็ผู้ที่สามารถนำทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศNBA ในปีค.ศ. 2002 และ 2003

ชีวิตในวัยเด็กและการศึกษาของ วิลลิสรีด

เขาเกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1942 ในเมือง Dubach ลุยเซียนาในลินคอล์น เขาได้เติบโตขึ้นมา พ่อแม่ของเขาทำงานเพื่อส่งเขาได้ศึกษาต่อ เขาได้แสดงความสามารถให้เห็นและกีฬาในวัยเด็กของเขาก็คือการเล่นบาสเกตบอลที่โรงเรียนมัธยมในฝั่งตะวันตกลุยเซียนา

เขาเข้าร่วมGrambling ในมหาวิทยาลัยรัฐ เล่นให้กับทีมบาสเก็ตบอลชายแห่ง Grambling State Tigers , Reed ด้วยคะแนนอาชีพ 2,280 คะแนนเฉลี่ย 26.6 คะแนนต่อเกมและ 21.3 รีบาวน์ต่อเกม ในช่วงปีที่ผ่านมาของเขา เขาได้เข้าไปในรายการNAIA เป็นหนึ่งในรายการการแข่งขันกีฬาทางตะวันตกเฉียงใต้ ต่อมาเขาได้กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเบต้าซิกม่าอีกด้วย

อาชีพ

นิวยอร์กนิกส์ได้เลือกเขาเป็นอันดับที่สองของNBAในการเลือกนี้ เมื่อปี ค.ศ. 1964 เขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีรวดเร็วและเป็นผู้มีอำนาจดุเดือดมีร่างกายที่แข็งแรง ต่อมาในเดือนมีนาคมปี 1965 เขาได้ทำคะแนนถึง 46 คะแนนและถ้าเทียบกับลอสแองเจลิสเลเกอร์ซึ่งเป็นเกมเดียวที่สูงเป็นอันดับสองที่ โดยมือใหม่ของนิกส์ ในสำหรับฤดูกาลนี้ 1964-1965 เขาได้อันดับที่เจ็ดใน NBA โดยทำคะแนนได้สูง 19.5 คะแนนต่อเกม  14.7 รีบาวน์ เขาเป็นบุคคลใน All-Star และได้รับรางวัลNBAอีกด้วย

พิสูจน์ได้ว่าเป็นคลัทช์ตลอดอาชีพของเขา เขาได้ทำเกมในฤดูกาล 1966-1967 ในฤดูกาลปกติของเขาคะแนนเฉลี่ยถึง 20.9 คะแนนต่อเกมและ 27.5 คะแนนต่อเกมในฤดูต่อมา

ต่อมาทีมยังคงดิ้นรนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา2-3ปี ในขณะที่มีการดราฟเพิ่มผู้เล่นที่ดีและ ดิ๊กแมคไกวร์ถูกแทนที่ด้วยโค้ชด้วยเรดโฮลซ์แมน ตลอดฤดูกาลปี 2510-2511 ในปี 1968 บันทึกของนิวยอร์กคือ 43-39 บันทึกการชนะครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1958–1959

ในทุกปี NBA All-Star โดยขณะนี้เขากำลังทำคะแนนเพื่อให้ทีมอยู่อันดับต้น ๆ ในNBA ในฤดูกาลหลังจากนั้นเขาได้ปรับความแตกต่างของตำแหน่งใหม่โดยเฉลี่ย 20.9 คะแนนเพื่ออันดับที่แปดในNBA

ในปีพ.ศ. 2511-2512 นิวยอร์กได้ทำคะแนน 105.2 คะแนนต่อเกม นิกส์จะเป็นสโมสรป้องกันที่ดีที่สุดในลีกสำหรับห้าในหกฤดูกาล

First Championship

ในฤดูกาล 1969-1970 นิกส์ได้รับรางวัลด้วยคะแนน 60 เกมและ18 เกมชนะ ในปี 1970 รีดกลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์NBA ที่ได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น NBA All-Star MVP , MVP ประจำฤดูกาลNBAและNBAรอบชิงชนะเลิศ MVPในฤดูกาลเดียวกัน ในปีเดียวกันนั้นเขาได้รับการเสนอทีมแรกและเอ็นบีเอทุกฝ่ายทีมแรกเช่นเดียวกับการถูกตั้งชื่อเป็นABC ‘s World Wide กีฬานักกีฬาแห่งปีและข่าวกีฬาเอ็นบีเอ MVP

ผลที่มีชื่อเสียงที่สุดเกิดขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม 1970 ในระหว่างเกมเจ็ดปี1970 เอ็นบีเอรอบชิงชนะเลิศกับLos Angeles Lakers เมดิสันสแควร์การ์เด้น เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ต้นขาอย่างรุนแรงกล้ามเนื้อฉีกขาดซึ่งก่อนหน้านี้ทำให้เขาไม่อยู่ในเกมที่หกเขาจึงไม่สามารถเล่นต่อได้ในเกมที่เจ็ด อย่างไรก็ตามรีดได้ทำให้แฟน ๆ เกิดความประหลาดใจ เมื่อเริ่มเกมเขาได้ทำคะแนนสองนัดแรกของนิกส์ ในการยิงครั้งแรกของเขาสองครั้งซึ่งเป็นแต้มเดียวของเกม หลังจากเกมผู้ชนะฮาวเวิร์ดโคเซลล์ ไปบอกรี้ดทางโทรทัศน์แห่งชาติว่า “คุณเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดเลยทีเดียว”

แชมป์ปีที่สอง

นิกส์สามารถทำสถิติบันทึกคะแนนด้วย 52-30 ในฤดูกาลเมื่อปี 1970-1971 และทำได้ดีพอสำหรับสถานที่แรก และในกลางฤดูเขาทำสถิติสโมสรด้วยการคว้าคะแนน 33 รีบาวน์ รีดได้เริ่มต้นในเกม All-Star อีกครั้ง สำหรับฤดูกาลคะแนนเฉลี่ย 20.9 คะแนนและ 13.7 รีบาวน์ต่อเกม แต่นิกส์ถูกกำจัดโดยบัลติมอร์ในรอบชิงชนะเลิศภาคตะวันออก ในปีพ. ศ. 2514-2515 ได้รับความบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้ายของเขา จึงเป็นผลต่อการเคลื่อนไหวของเขา เขาพลาดไปสองสัปดาห์ในช่วงต้นฤดูกาลและกลับมา แต่หลังจากนั้นไม่นานจึงสั่งห้ามไม่ให้เขาเล่นต่อด้วยคะแนนเกมทั้งหมด 11 เกมสำหรับปี โดยไม่มีรีดนิกส์ แต่ทีมก็ยังคงสามารถทำให้รอบชิงชนะเลิศNBA แต่ก็ได้พ่ายแพ้ในห้าเกมโดยลอสแองเจลิสเลเกอร์

ในปีที่ 2515-2516 นิกส์ได้จบฤดูกาลด้วยคะแนน 57-25 เป็นสถิติที่ดีสำหรับการแข่งขัน ถึงแม้รี้ดจะบาดเจ็บแต่คะแนนต่อฤดูกาลถือว่าดี ในรอบชิงนิกส์ได้เอาชนะบอสตันเซลติกส์และเผชิญหน้ากับ เลเกอร์ในรอบรองชนะเลิศNBAได้อีกครั้ง หลังจากแพ้เกมแรกนิกส์ได้สองแชมป์NBAด้วยชัยชนะ 102-93 คะแนนในเกมที่ห้า รีดชื่อได้ว่าเป็น NBA Finals MVP

รีดได้รับบาดเจ็บและเกษียณหลังจากฤดูกาลปีที่ 1973-74 สำหรับอาชีพของเขารีดเฉลี่ยด้วยคะแนน 18.7 และ 12.9 รีบาวน์ต่อเกมโดยเล่นทั้งหมด 650 เกม เขาเล่นในเกม All-Star 7 เกม

อาชีพหลังการเล่นบาสเกตบอล

รีดได้ใช้เวลาหลายปีในการสอนก่อนที่จะย้ายไปเป็นผู้จัดการทั่วไป เขาเป็นโค้ชให้กับนิกส์ในปี 2520-2521 และออกจากทีมในเกมที่ 14 ฤดูกาลถัดไปด้วยสถิติ 49-47 เขาเป็นหัวหน้าโค้ชที่มหาวิทยาลัย Creighton ในปี 1981-1985 และเป็นอาสาสมัครช่วยโค้ชมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น และก็ยังเป็นผู้ช่วยโค้ชของNBAแอตแลนตาฮอกส์และซาคราเมนโตคิงส์อีกเช่นกัน

เขาได้เปิดตัวฐานะหัวหน้าโค้ชของ New Jersey Nets ในวันที่ 1 มีนาคม 1988 ลูกพี่ลูกน้องของเขาออร์แลนโดวูลริดจ์ถูกระงับโดยลีกเพราะติดยาเสพติด ต่อมาในปี 1989 เขาได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้จัดการทั่วไปของ Nets และรองประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเก็ตบอลเมื่อปี 2532-2539 รีดย้ายไปดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอลโดยมีเป้าหมายอย่างต่อเนื่องในการสร้างให้เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ทำรอบชิงชนะเลิศเอ็นบีเอในปี 2545 และ 2546 ต่อมาเขาได้เป็นรองตำแหน่งรองประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอลกับนิวออร์ลีนส์แตนในปี 2547 จนถึง 2550

เรื่องเด่น

Frank Layden

Frank Layden
Frank Layden

Frank Layden หรือฟรานซิส Layden เกิดวันที่ 5 มกราคม 1932 เป็นที่รู้จักกันในช่วงที่เขาเป็นโค้ช NBA ฐานะโค้ช Pat Max ของทีมเบสบอลของแม็กซ์แพทคิน ถึงจะเป็นที่ห่างไกลแต่มีชื่อเสียงมากในฐานะเจ้าชายบาสเกตบอล ได้เกษียณอเมริกันบาสเกตบอลโค้ชและผู้บริหารของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติของยูทาห์แจ๊ส

อาชีพการเป็นโค้ชของ Frank Layden

จากการได้ฝึกสอนระดับมืออาชีพ แฟรงก์ เลย์เดน ยังมีโค้ชที่ยังสอนอยู่ที่ Adelphi Suffolk College เขายังเป็นอดีตหัวหน้าโค้ชและผู้เล่นของทีมบาสเก็ตบอลของ Niagara University Layden โค้ชไนแองกาฮูบี้บราวน์ ในการแข่งขันครั้งแรกได้ปรากฏตัวของ CA เมื่อปี 1970 จากความช่วยเหลือของคาลวินเมอร์ฟี่ เมื่อปี 1976 เขาจึงได้รับการให้เป็นผู้ช่วยโค้ชของNBA แอตแลนตาฮอกส์จึงได้มาร่วมงานกับอดีตเพื่อนร่วมทีมของไนแองกาฮูบี้บราวน์ ในปี 1979 เขาได้รับการให้เป็นผู้จัดการทั่วไปของแจ๊สนิวออร์ลีนส์และจึงกลายเป็นหัวหน้าโค้ชของดนตรีแจ๊ส เมื่อปี 1981 เขาเป็นโค้ชดนตรีแจ๊สใน7ปีครึ่ง และยังมีบทบาทที่สำคัญในการเซ็นสัญญาหลักกับ John Stockton และ Karl Malone กับสโมสร แฟรงก์ เลย์เดนเกษียณจากการสอนในช่วงฤดูกาลเมื่อปีพ.ศ. 2531-2532 NBA กับทีมที่ 11-6 บันทึกอ้าง “แรงกดดัน” และความเหนื่อยหน่ายจากการสอนจึงย้ายเข้ามาในสำนักงานด้านหน้าของทีมและได้ถูกแทนที่โดยเป็นโค้ชผู้ช่วยของเขาเจอร์รีสโลน

แทงบอลออนไลน์

เมื่อปี ค.ศ 1984 เลย์เดนได้รับรางวัลโค้ชNBAของปีในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเขายังได้รับรางวัลNBAของผู้บริหารแห่งปีและรางวัล NBAเจวอลเตอร์เคนเนดีได้รับรางวัลพลเมืองซึ่งเขาและ Joe O’Toole เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ของNBAที่ได้รับรางวัล เลย์เดนเข้าร่วมอินทรียูทาห์จากสมาคมบาสเกตบอลเนนตัลในเดือนตุลาคมเมื่อปีค.ศ. 2006 ที่เป็นกิตติมศักดิ์การเป็นผู้ช่วยโค้ช

แฟรงก์ เลย์เดน เป็นหัวหน้าโค้ชของทีมสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เขามีหญิงในปี 1998 – 1999 คือ Utah Starzz ก่อนที่จะเลิกรากันไป เพื่อเขาจะได้ “สนุกกับชีวิต” ในวันข้างหน้า ต่อมาสักสองสามเดือนหลังจากนั้นเขาได้ลาออกในฐานะประธานทีมแจ๊สด้วยเหตุผลเช่นเดียวกัน

เมื่อเกษียณอายุ

แฟรงก์ เลย์เดนได้เกษียณจากการสอนดนตรีแจ๊สเมื่อปีค.ศ. 1989 ในฐานะประธานทีมแฟรนไชส์และผู้จัดการทั่วไปอดีตผู้เล่น NBA และจากนั้นได้มีผู้ช่วยดนตรีที่เข้ามาในฐานะหัวหน้าโค้ชคนใหม่  Jazz Jerry Jerry ช่วงเวลาจากนั้น เลย์เดนได้เข้าร่วมกับ Marv Albert ในวิดีโอการเผยแพร่โดย Sports Illustrated หรือที่เรียกว่า Dazzling Dunks และ Basketball Bloopers ต่อมาในอีกหนึ่งปี เลย์เดนจึงได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับนิวยอร์กนิกส์ โดยมี สก็อตต์เลย์เดน ลูกชายของเขาที่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปและเขายังคงอาศัยอยู่กับภรรยาของเขาคือ ‘บาร์บาร่า’ ในเมือง Salt Lake City

ปรัชญาการสอน

แฟรงก์ เลย์เดน ในระหว่างวันที่ได้ฝึกสอน เขามีวิธีการพักสมองหรือการคลายเครียดโดยมีการเล่นเกมเขาจึงเป็นที่รู้จักของหลาย ๆ คนในการฝึกการสอน และบ่อยครั้งเขาจะถูกล้อเลียนในเรื่องน้ำหนักและหน้าตาของเขา และเป็นที่รู้จักกันดีในวงการนั้น ในครั้งหนึ่งแฟรงก์ เลย์เดนเคยมีน้ำหนักที่มากกว่า 300 ปอนด์เลยทีเดียว แต่เขาก็ได้ผอมลงในฤดูร้อนเมื่อปี 1986 เป็นการลดลงของน้ำหนักตัวของเขาถึง 85 ปอนด์ ด้วยเหตุผลในเรื่องของสุขภาพ และหลังจากที่เขาได้ลดน้ำหนักนั้นเขาจึงมีความคล่องแคล่วและแข็งแรงกว่าเดิมเช่นกัน เขาจึงไม่เป็นตัวตลกอีก

เลย์เดนเป็น NBA Coach เมื่อปี 1984

               Scott Layden ลูกชายคนโต ปัจจุบันเขาเป็นผู้จัดการของ Minnesota Timberwolves และได้กล่าวว่ารางวัล Daly ได้เตือนความทรงจำของฤดูกาลในปี 1983-1984 เมื่อพ่อของเขาได้รับการคัดเลือก NBA Coach แห่งปีผู้บริหาร NBA แห่งปี และยังเป็นผู้รับของ J. วอลเตอร์เคนเนดี ที่ได้รับรางวัลความเป็นพลเมืองทั้งหมดในครั้งเดียว

เลย์เดนผู้เป็นโค้ชในการประชุม Western All All Stars เขาเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรางวัลโค้ชและผู้บริหารในปีเดียวกัน ลูกชายได้กล่าวขณะอายุ 25 ปี “ ฉันภูมิใจในตัวเขามาก เพราะมันเป็นการตอกย้ำให้เขาเป็นมากกว่าผู้ชายตลก ๆ ที่เป็นโค้ช มีสาระสำคัญมากมายสำหรับเขาในการเป็นผู้นำว่าเขาเป็นอย่างไรในฐานะที่เป็นบุคคลและเขาเป็นคนที่ห่วงใยผู้คนได้อย่างไร”

 “Coach Layden พูดติดตลกอยู่บ่อยครั้งและผู้คนต่างก็พูดอยู่เสมอว่า “เขาอาจจะไม่เก่งในการฝึกสอน” Karl Malone แจ๊สได้กล่าวว่า “เขาเป็นคนฝึกสอนที่ไม่น่าเชื่อ แต่ไม่ว่าสิ่งที่เขาทำในฐานะโค้ชในฐานะสามีและเป็นพ่อและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดการฝึกเป็นเพียงการทดลองใจเท่านั้น

ฉันรักโค้ชมาก ๆ ดวงตาเขานั้นมีความจริงใจและสิ่งที่เขาทำ “ในฐานะโค้ชของ NBA” Hubie Brown กล่าวว่า “เขาเป็นโค้ชในแบบที่คุณควรจะเป็นโค้ช” นั่นเอง

จึงนำไปสู่เส้นทางอาชีพที่หลังจากรับราชการในกองทัพ ที่ Fort Monmouth ในรัฐนิวเจอร์ซีย์เห็นโค้ช แฟรงก์ เลย์เดน ในโรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยในที่สุดที่โรงเรียนเก่าของเขาในปี 1968 ถึง 1976 ผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเวลานั้นคือ Calvin Murphy ผู้ซึ่งได้กลายมาเป็น Naismith Hall of Famer นั่นเอง

เรื่องเด่น

แชคิล โอนีล

แชคิล โอนีล
แชคิล โอนีล

แชคิล โอนีล หรือ Shaquille Rashaun O’Neal เกิดในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2515 เมืองนีวอร์ค รัฐนิวเจอร์ซีย์  ที่รู้จักในชื่อ แชค (Shaq) เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลNBA ที่แข็งแกร่ง

เขาเริ่มเล่นให้กับออร์แลนโด แมจิก และจากนั้นได้เซ็นสัญญากับลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ ก่อนที่ถูกเทรดย้ายไปไมอามี ฮีท, ฟีนิกส์ ซันส์ และ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ เขามีชื่อเสียงเรื่องตัวใหญ่ด้วยความสูง 7 ฟุต 1 นิ้ว หนัก 340 ปอนด์ มีชื่อเล่นหลายชื่อคือดีเซล ,บิ๊กอริสโตเติล ,ซูเปอร์แมน และได้รับปริญญาโทบริหารธุรกิจคือ ดอกเตอร์แชค เขาเริ่มเล่นในNBA ตั้งแต่อายุ 20 ปี ตลอดระยะเวลาการเล่นเขาได้สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมจึงมองว่าเขาเป็นเซ็นเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

แชคิล โอนีล วัยเด็กชีวิต

แชคิล ราชอน เป็นชื่อที่บิดาแท้ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับพ่อมากนัก มารดาของเขา ชื่อ ลูซีลล์ โอนีล แฮริสัน ที่ได้แต่งงานใหม่กับทหารอเมริกันชื่อ ฟิลิป แฮริสัน ซึ่งแชคเห็นเขาเป็นบิดาที่แท้จริง ufa877 เขาได้ใช้ชีวิตวัยเด็กในประเทศเยอรมนี เป็นที่ที่ ฟิลิป ประจำการอยู่และได้เรียนรู้วิธีการเล่นบาสเกตบอลที่นั่น เขาได้ทำข้อมือหักทั้งสองข้างเกิดจากการไต่ระหว่างต้นไม้สองต้นโดยเลียนแบบสไปเดอร์แมน ทั้งนี้จึงเป็นข้อเสียว่าทำไมแชคถึงชู๊ตลูกโทษได้ไม่ดีเท่าไหร่

ชีวิตในการเล่นบาสเกตบอล

มหาวิทยาลัยหลุยเซียนาสเต็ต

เขาเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อได้เล่นที่ไฮสกูล Robert G. Cole Junior-Senior High School ในเมืองซานแอนโตนิโอ รัฐเทกซัส และยังเป็นผู้เล่นดีเด่นของโรงเรียน ในระหว่างเวลาที่เล่นอยู่เขาจึงเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยหลุยเซียนาสเตต จบปริญญาตรีในสาขาพาณิชยศาสตร์เขาได้รับตำแหน่ง first team All-American สองครั้ง ผู้เล่นแห่งปีของ Southeastern Conference (SEC) สองครั้ง ผู้เล่นแห่งปีระดับประเทศในปี พ.ศ. 2534 และเป็นเจ้าของสถิติของระดับมหาวิทยาลัย (NCAA) สำหรับจำนวนบล็อกสูงสุดในหนึ่งเกม ถึง 17 ครั้ง เมื่อแข่งกับมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปีสเตต ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2533

เดล บราวน์ โค้ชที่ LSU บอกว่า เขาได้พบกับแชคครั้งแรกที่เยอรมนี และเข้าใจว่าแชคเป็นทหารใน ขณะนั้นเขาอายุแค่ 13 ปี แต่สูงถึง 7 ฟุต หนักเพียง 223 ปอนด์ เวลสสามปีผ่านไปแชคตัวสูงขึ้นอีกเพียงหนึ่งนิ้ว แต่มีกล้ามเนื้อเพิ่มถึง 80 ปอนด์

ออร์แลนโด แมจิก

แชคได้รับเลือกเป็นคนแรกของการดราฟในปี 2535 จากทีมออร์แลนโด แมจิก เขาเล่นเป็นเวลาสี่ปีซึ่งมีผลงานจนได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ต่อจากนั้นเมื่อออร์แลนโดได้ตัวการ์ดหน้าใหม่คือ แอนเฟอร์นี ฮาร์ดอเวย์เข้าในทีม แชคกับเพนนี่ได้ช่วยกันสร้างทีมออร์แลนโดจากทีมที่อยู่ท้ายตารางกลายมาเป็นทีมที่สามารถเข้ารอบเพลย์ออฟได้ ufa877 ต่อมาในฤดูกาลปี 2537-2538 มีผู้เล่นเข้ามาเสริมทีมที่มากประสบการณ์คือ โฮเรส แกรนท์ พวกเขาสามารถพาทีมออร์แลนโด เอาชนะชิคาโก บุลส์ อดีตแชมป์ 3 สมัย ที่มีไมเคิล จอร์แดนในปีนั้น 4 ต่อ 2 เกม และได้แชมป์ฝั่งตะวันออกเอาชนะอินดีอานา เพเซอรส์ 4 ต่อ 3 เกม จนทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศNBAเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม แต่ก็ต้องพ่ายให้ ฮิวส์ตัน ร็อกเก็ตส์ แชมป์เก่าที่มี อาคีม โอลาจูวอน กับ ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์ เป็นผู้เล่นหลัก ไป 4 ต่อ 0 เกมรวด

ในปีถัดมา ออร์แลนโดยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ฝ่าฟันเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของฝั่งตะวันออกได้ไม่ยากเย็น แต่ก็ไม่สามารถต้านทานฟอร์มร้อนแรงของ ไมเคิล จอร์แดน และชิคาโก บุลส์ ได้ และหลังจากหมดสัญญาจากทีม แชคได้รับข้อเสนอต่อสัญญาจำนวนเงินถึง 115 ล้านเหรียญ และได้รับการติดต่อจากทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ สุดท้ายแชคก็ตกลงเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2539

ลอสแอนเจลิส เลเกอรส์

หลังฤดูกาล 1995-1996 ของNBA แชคเข้าร่วมทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์สัญญาเจ็ดปีมูลค่าสูงถึง 120 ล้านเหรียญสหรัฐ เขาและโคบี ไบรอันต์ เป็นคู่การ์ดและเซ็นเตอร์ที่เล่นได้ประสิทธิภาพที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์NBA ถึงแม้ว่าเกิดเรื่องผิดใจกันบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม โดยการคุมทีมจากโค้ชคือ ฟิล แจ็กสัน ที่ประสบความสำเร็จมากบนสนามแข่งขันจึงพาทีมคว้าตำแหน่งชนะเลิศสามปีติดต่อกัน ในฤดูกาล 1999-2000, 2001-2002 และ 2002-2003 แชคได้รับการเลือกเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในรอบสุดท้ายทั้งสามครั้ง เป็นผู้เล่นที่ทำแต้มเฉลี่ยสูงสุดในตำแหน่งเซ็นเตอร์ในประวัติศาสตร์การแข่งรอบสุดท้าย ได้รับการลงคะแนนให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปกติของปี 1999-2000 และเกือบได้คะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ขาดเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น

ในต้นฤดูกาล 2003-2004 แชคประกาศว่าเขาต้องการต่อสัญญาแต่ผู้บริหารทีมลังเล แม้ว่าเลเกอร์สจะเสนอสัญญาเพื่อให้แชคเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวสูงที่สุดในลีกแต่แชคก็ปฏิเสธ

รางวัลที่ได้รับ

  • เขาได้รับเลือกให้เล่นเกมออลสตาร์ทุกปีตั้งแต่ที่เริ่มเล่นในNBA เมื่อปี พ.ศ. 2536
  • เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในรอบไฟนอลของNBA
  • ได้รับเลือกเป็น All-NBA-Defensive ในปี พ.ศ. 2543, 2544 และ 2546
  • เป็นผู้เล่นคนสำคัญใน World Championship ปี 2537 และโอลิมปิกปี 2539 เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในทีม
  • เป็นผู้เล่นคนแรกใน NBAที่ทำค่าเฉลี่ย 20 แต้ม 10 รีบาวด์ต่อเกมรวมกัน 13 ฤดูกาล
  • ได้รับเลือกในทีมAll-NBA 11 ปี
  • ได้รับเลือกเป็น MVP ในฤดูกาล 1999-2000 และในออลสตาร์เกมของฤดูกาล 2003-2004
  • ได้รับปริญญาด้านพาณิชยศาสตร์จาก LSU
  • ได้รับปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแห่งฟีนิกส์

จุดแข็งและจุดอ่อน

เขามีร่างกายที่ดีมีความสูง 7 ฟุต 1 นิ้ว น้ำหนัก 320 ปอนด์ เขาจึงมีพละกำลังมากสำหรับคนรูปร่างใหญ่ เขาเป็นคนที่คล่องแคล่ว ท่า drop step คือ ยืนหันหลังให้แป้นและผู้เล่นตั้งรับทีมตรงข้าม ufa877 จากนั้นหมุนตัวและเอาตัวดันเพื่อทำสแลมดังก์ ซึ่งเป็นท่าที่ยากที่จะป้องกันได้ แต่เขาเป็นคนส่งลูกที่ดีและเล่นตั้งรับได้มีประสิทธิภาพ หากจะป้องกันเขาโดยเอาผู้เล่นสองหรือสามคนมาประกบก็กลับทำให้เพื่อร่วมทีมสามารถชู้ตลูกได้ง่าย ๆ โดยไม่มีใครมาประกบ

เขาเป็นคนที่ชู้ตลูกโทษแย่ที่สุดคนหนึ่งในNBA ค่าเฉลี่ยตลอดการเล่นของเขาคือเพียง 53.1% ทีมตรงข้ามชอบใช้วิธีทำฟาวล์โดยจงใจ การชู้ตลูกโทษแย่สามารถพบในผู้เล่นยิ่งใหญ่หลายคนคือ วิลท์ แชมเบอร์เลน การตั้งใจทำฟาวล์หรือ Hack-a-Shaq ทำให้เกิดNBA ตั้งกติกาขึ้นมาใหม่ว่า ห้ามจงใจทำฟาวล์กับผู้เล่นที่ไม่ได้ถือบอล จนกว่าจะเหลือเวลาการแข่งขันต่ำกว่า 2 นาที ไม่เช่นนั้นจะถือว่าทำฟาวล์ทางเทคนิค

จุดอ่อนอีกอย่างคือเรื่องน้ำหนัก เขามักปรากฏตัวในแคมป์ฝึกซ้อมก่อนฤดูกาลด้วยน้ำหนักตัวที่มากเกินไป และเมื่อเขามีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็มักมีปัญหาการบาดเจ็บโดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่โป้งเท้าข้างขวา เขามีอาการเจ็บปวดเรื้อรังที่ข้อต่อนิ้วโป้งเท้าขวาจากการวิ่ง กระโดด และดังก์ ด้วยน้ำหนักตัวที่สูงเป็นเวลามากกว่าสิบปีอีกด้วย

หลายคนรู้สึกว่าความดังของแชคทำให้กรรมการละเลยที่จะเรียกฟาวล์เมื่อทำผิดกฎบางอย่าง เช่นท่าชู้ตลูกโทษของแชคที่ละเมิดกฎที่ห้ามไม่ให้คนชู้ตลูกโทษล้ำข้ามเส้นลูกโทษจนกว่าลูกบาสเกตบอลจะกระทบกับห่วงหรือแป้นบาส แต่คนที่เข้าข้างแชคมักพูดว่า เนื่องจากรูปร่างที่ใหญ่โตของเขา กรรมการมักปล่อยให้คนอื่นเล่นรุนแรงขึ้นกับแชค

จุดอ่อนสำคัญประการล่าสุดชองแชคตอนนี้คือ อายุ ตามสถิติของเอ็นบีเอแล้ว ผู้เล่นที่มีความสูงเกินกว่า 7 ฟุต (ประมาณ 213 เซนติเมตร) จะมีค่าเฉลี่ยต่างๆลดลงหลังจากอายุ 30 ปี โดยเฉพาะการทำคะแนนที่จะต่ำกว่า 20 คะแนนต่อเกม ซึ่งแชคก็ไม่สามารถหนีสถิตินี้พ้นเช่นเดียวกัน

เรื่องเด่น

ไมเคิล จอร์แดน

ไมเคิล จอร์แดน
ไมเคิล จอร์แดน

ไมเคิล จอร์แดน หรือไมเคิล เจฟฟรี จอร์แดน (Michael Jeffrey Jordan) เป็นนักบาสเก็ตบอลอาชีพ สังกัดในทีมชิคาโก บูลส์ “Chicago Bulls” เล่นตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด ในลีก NBA (National Basketball Association) ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์การกีฬาบาสเก็ตบอล แต่ในปัจจุบันเลิกเล่นแล้ว

ประวัติของ ไมเคิล จอร์แดน

เขาเกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) ที่บรู๊กลิน รัฐนิวยอร์ก จบการศึกษาระดับไฮสคูลที่เลนีย์ ไฮสคูลในวิลมิงตั้น รัฐนอร์ทแคโรไลนา และได้จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์

ในปี ค.ศ. 1996 เขาได้เล่นภาพยนตร์เรื่อง Space Jam โดยเป็นพระเอกร่วมกับตัวละครการ์ตูนของ Warner Bros ได้แก่ บั๊กส์ บันนี่ และ แดฟฟี่ ดั๊ก เนื้อเรื่องของเขาได้หลุดเข้าไปในแดนมหัศจรรย์ และช่วยตัวละครการ์ตูนแข่งบาสเก็ตบอลกับมนุษย์ต่างดาว

ทางด้านการกุศล Jordan ได้ก่อตั้งศูนย์ เจมส์ อาร์.จอร์แดน บอยส์ แอนด์ เกิร์ลส์ คลับ แอน แฟมิลี่ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ ให้ความช่วยเหลือเด็กจากทั่วประเทศในด้านชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษาและการอบรมทางด้านกีฬาแก่เยาวชนผู้สนใจ โดยมูลนิธินี้ ตั้งตามชื่อเจมส์ จอร์แดน บิดาของเขา

การเล่นบาสเก็ตบอล

ไมเคิล จอร์แดน มีความสูง 198 เซนติเมตร (หรือเท่ากับ 6 ฟุต 6 นิ้ว) และมีความโดดเด่นในวงการบาสเก็ตบอล เขาได้เริ่มเล่นบาสเก็ตบอลให้กับทีมในมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์ และในภายหลังเขาได้รับเลือกไปเล่นให้กับทีม ชิคาโก บูลส์ จากการดราฟ เป็นอันดับที่ 3 อีกด้วย

เขาได้เข้ามาในปี 1985 จากการดราฟด์เป็นอันดับที่ 3 โดยทีมชิคาโก บูลส์ สาเหตุที่สองทีมก่อนหน้าไม่เลือกจอร์แดนเพราะยุดนั้นเน้นการดราฟเซ็นเตอร์ที่ตัวใหญ่ และเขาเล่นการ์ดซึ่งตัวเล็กเกินไป

ปัจจุบัน Jordan ได้เลิกเล่นบาสเก็ตบอลแล้ว แต่ยังอยู่ในวงการกีฬาเหมือนเดิม โดยเขาได้ซื้อหุ้น ทีม วอชิงตัน วิซาร์ดส์ โดยเข้ามาเป็นประธานทีมและดราฟตัวผู้เล่น คาวาเม่ บราวน์ มาเป็นอันดับที่ 1 จึงได้กลับเข้ามาใน NBA อีกครั้ง โดยเล่นให้กับ สังกัด ทีม วอชิงตัน วิซาร์ดส์ ฤดูกาล 2001-2003 เขาได้เข้าเล่นออลสตาร์ 2 สมัย ก่อนจะขายหุ้นทิ้งเพราะมีปากเสียงกับทีมบริหาร ในขณะนั้น ชิคาโก บูลส์ อดีตต้นสังกัดยื่นข้อเสนอให้หุ้นฟรีแก่เขาใน บอร์ดบริหาร ตำแหน่งรองประธาน แต่เขากลับปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการเป็นเจ้าของเท่านั้น ซึ่งขณะนั้นเขาจึงไปคุยกับ บอร์ดบริหาร มิววอกกี้ บักส์ ถึงเรื่องมาซื้อหุ้นเพื่อเป็นเจ้าของ หลังจากมีข่าวว่าเจ้าของทีม มิววอกกี้ บักส์ ต้องการขายทีมจึงได้ปฏิเสธ Jordan เนื่องจากต้องการขายทีมให้กับ ชาวเมือง มิววอกกี้ เท่านั้น ในภายหลัง ชาล็อต บ็อบแคทส์ เสนอขายหุ้นโดยเป็นเจ้าของร่วมโดยให้ Jordan เป็นประธานด้านกีฬาบาสเก็ตบอล และบริหารบริษัท ซึ่ง Jordan พอใจกับข้อเสนอเขาจึงซื้อหุ้นทีมชาล็อต บ็อบแคทส์ และเป็นผู้ร่วมบริหารทีม นอกจากนั้นก็ยังเป็นเจ้าของทีมฮอกกี้น้ำแข็ง วอชิงตัน แคพิตอลส์ อีกด้วย

การเล่นให้ทีมชิคาโก บูลส์

เขาเล่นให้ทีม ชิคาโก บูลส์ ในปี ค.ศ. 1984 และทำให้ ชิคาโกบูลล์ เป็นแชมป์ NBA ถึง 6 สมัย เขาจึงได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของNBA 5 สมัยในค.ศ. 1988, 1991, 1992, 1996 และ 1998 และยังได้รับ 3 รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า 2 สมัย 3 ประเภท คือ รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาล, รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหลังฤดูกาลในช่วงแข่งชิงแชมป์NBA และรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในการแข่งรวมดาวนักกีฬา ในฤดูกาลเดียวกันนักกีฬาคนอื่น ๆ ที่ได้รับรางวัลทั้งสามในฤดูการเดียวกันก็มี วิลลิส รีด และ แชคิล โอนีล

Jordan เป็นหนึ่งในดรีมทีมของสหรัฐของการแข่งขันโอลิมปิกในฤดูร้อน ปี ค.ศ. 1992 ร่วมกับผู้เล่นระดับดาราคนอื่นอย่าง แมจิก จอห์นสัน และ แลร์รี่ เบิร์ด และทีมของสหรัฐอเมริกามีชัยชนะได้เหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งขัน

เกียรติประวัติการเล่นบาสเก็ตบอล

  1. เป็นผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปี เมื่อปี ค.ศ. 1985 ติดทีมรวมดาวรุ่งNBAในปีเดียวกัน
  2. ติดทีมออลสตาร์ เมื่อปี ค.ศ. 1987 1988 1989 1990 1991 1992 1993 1996 1997 1998 และเป็นผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยมในปี 1988
  3. เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของNBA 5 สมัยเมื่อปี ค.ศ. 1988 1991 1992 1996 และ 1998
  4. ได้รับเลือกเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในนัดชิงชนะเลิศNBA 6 สมัย ในปี ค.ศ. 1991 1992 1993 1996 1997 และ 1998
  5. เป็นสมาชิกของทีมชาติบาสเกตบอลสหรัฐอเมริกา ได้คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย

จากที่เขาเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลที่มีชื่อเสียงมาก และกีฬาบาสเก็ตบอลก็เป็นที่แพร่หลายทั่วโลกในหมู่วัยรุ่น ทำให้มีสินค้ามากมายต่างก็อยากได้ตัวเขาไปเป็นพรีเซนเตอร์ หรือเอาชื่อของเขาไปเป็นชื่อสินค้าต่าง ๆ ค่าตัวของ Jordan จึงสูงมาก และเขาจึงเป็นนักกีฬาที่มีรายได้อันดับต้น ๆ ของโลก holifestivaljapan

ชีวิตครอบครัว

เขาได้แต่งงานกับฮัวนิต้า จอร์แดน และมีบุตร 3 คน ได้แก่ เจฟฟรีย์ มาร์คัส และ จัสมิน มีสุนัขคู่ใจหนึ่งตัวชื่ออกิต้า

รางวัลที่ได้รับ

รางวัล ผู้เล่นแห่งปีบาสเก็ตบอลชายใน ACC ปี 1984

  1. USBWA College Player of the Year 1984
  2. Naismith College Player of the Year 1984
  3. John R. Wooden Award 1984
  4. Adolph Rupp Trophy 1984
  5. ผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยม 1985
  6. ผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยม 1988
  7. ผู้เล่นทรงคุณค่าNBA 1988, 1991, 1992, 1996, 1998
  8. ผู้เล่นทรงคุณค่าNBAรอบไฟนอล 1991, 1992, 1993, 1996, 1997, 1998
  9. NBA’s 50th Anniversary All-Time Team 1997
  10. 2000 ESPY Athlete of the Century
  11. 2000 ESPY Male Athlete Decade Award 1990s
  12. 2000 ESPY Pro Basketballer Decade Award 1990s
  13. 2000 ESPY Play of the Decade
เรื่องเด่น

เควิน การ์เน็ต

เควิน การ์เน็ต
เควิน การ์เน็ต

เควิน การ์เน็ต เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 เมืองมอลดิน รัฐเซาท์แคโรไลนา เป็นนักบาสเกตบอลNBA ทีมบอสตัน เซลติกส์ ชื่อย่อคือ เคจี และมีฉายาอื่นคือ The Big Ticket และ The Kid เขามีความสามารถที่หลายหลาย สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่ง แต่เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดเป็นตำแหน่งที่สร้างชื่อเสียงให้เขา และได้รับเลือกให้เล่นในเกมออลสตาร์10ครั้ง จึงได้รับให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปี 2003-2004 ของ NBA อีกด้วย หลังจากที่เขาจบจากไฮสกูล Farragut Career Academy ในชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เขาได้ถูกดราฟเข้าNBAทีมมินเนโซตา ทิมเบอร์วูฟส์เมื่อปี พ.ศ. 2538 จึงเล่นให้ทีมถึง 12 ปี ก่อนที่จะย้ายไปทีม เซลติกส์ เขาถือเป็นนักกีฬาNBA ที่ถูกเลือกจากระดับไฮสกูลคนแรกในรอบ 20 ปี

เควิน การ์เน็ต ในวัยเด็ก

เขาเกิดที่เมืองมอลดิน รัฐเซาท์แคโรไลนา บุตรของ เชอร์ลี การ์เน็ต และโอลิวอิส แม็คคัลลา ในไฮสคูล3ปีแรก เขาเรียนและเล่นบาสเกตบอลให้กับโรงเรียนไฮสคูลมอลดิน ไฮสคูลปีสุดท้ายเขาได้ย้ายไปเรียนที่ Farragut Career Academy ในชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เขาได้พาทีมชนะ 28 แพ้ 2 จนได้ถูกเลือกเป็นผู้เล่นแห่งปีระดับประเทศ และยังได้รับเลือกเป็น Mr. Basketball ของรัฐอิลลินอยส์ ที่เล่นได้เฉลี่ยตลอดปี 25.2 คะแนน 17.9 รีบาวด์ 6.7 แอสซิสต์ และ 6.5 บล็อก และเปอร์เซ็นต์การชู้ตลูกถึง 66.7% ในเกม McDonald’s All-American Game ซึ่งเป็นเกมรวบดารานักบาสเกตบอลระดับไฮสคูล เขาได้รางวัล Most Outstanding Player หลังทำได้ 18 คะแนน 11 รีบาวด์ 4 แอสซิสต์และ 3 บล็อก หลังจากนั้นเขาได้เสนอชื่อตัวเองในการดราฟผู้เล่นNBA ปี พ.ศ. 2538

อาชีพการเล่นในเอ็นบีเอ

ปี 2538-2540

เขาถูกดราฟในอันดับที่ 5 ในการดราฟNBA โดยทีมมินนิโซตา ทิมเบอร์วูฟส์ ที่เป็นทีมใหม่ที่เข้าร่วมในNBAเมื่อฤดูกาล 1989-1990 ที่ยังไม่เคยชนะเกิน 29 เกมในหนึ่งฤดูกาลอีกทั้งมีการเปลี่ยนโค้ชใหม่ คือ ฟลิป ซอนเดอร์ส และแทน บิล แบลร์ และมีการเทรดผู้เล่นหลายครั้งเพื่อปรับโครงสร้างทีม ในปีแรกเขาเข้ามาเล่น เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองเมื่อเริ่มฤดูกาล และขึ้นเป็นตัวจริงกลางฤดูกาล เขาและทอม กูกลิโอตา ได้รับหน้าที่ทำคะแนนให้ทีม เขาไม่ได้ก้าวกระโดดไประดับซูเปอร์สตาร์ในทันทีแต่ก็มีผลงานที่ใช้ได้ในปีแรก โดยเฉลี่ยตลอดฤดูกาล 10.4 แต้ม 6.3 รีบาวด์ 1.8 แอสซิสต์ อีกทั้งทำสถิติบล็อกสูงสุดในทีม ในขณะนั้นเขาเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์NBA คืออยู่ที่ อายุ 19 ปี

ผู้เล่นแฟรนไชส์ปี 2540-2544

ระหว่างฤดูกาลปี 1997-1998 วูฟส์และ Kevin Garnett ได้ตกลงต่อสัญญา 6 ปี มูลค่าสูงถึง 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ไม่เคยมีมาก่อนตอนนั้น สร้างความตกตะลึงในลีกNBA และเป็นเหตุผลหนึ่งในการประท้วงหยุดเล่นในฤดูกาลต่อมา สัญญามีความเสี่ยงสูง และยังทำให้วูฟส์ลำบากใจในการเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่หรือต่อสัญญาผู้เล่นเก่า แม้ว่าจะมีคำวิพากษ์วิจารณ์ Kevin Garnett คงพัฒนาการเล่น เล่นได้เฉลี่ย 18.5 คะแนน 9.6 รีบาวด์ 4.2 แอสซิสต์ 1.8 บล็อก และ 1.7 สตีล ต่อเกม เขาได้รับเลือกเล่นเกมออลสตาร์อีกครั้ง และวูฟส์มีสถิติชนะมากกว่าแพ้เป็นครั้งแรก แต่ดันตกรอบแรกในเพลย์ออฟโดยพ่ายให้กับซีแอตเติล ซุปเปอร์โซนิค 2 ต่อ 3 เกม เมื่อหมดฤดูกาล ทอม กูกลิโอตา ตัวแต้มให้ทีม ได้ออกไปเซ็นสัญญากับฟีนิกส์ ซันส์

ฤดูกาล 1999-2000 Kevin Garnett ยังเล่นได้ดี และจากการช่วยเหลือของนักชู้ตหน้าใหม่ วอลลี เซอร์เบียกและ แบรนดอน วูฟส์จบฤดูกาลด้วยสถิติดีที่สุด ชนะ 50 แพ้ 32 แต่แพ้รอบแรก 3 ต่อ 1 ให้กับ พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอรส์

ฤดูกาล 2000-2001 วูฟส์กลับมาประสบปัญหาอีกครั้ง การ์ด มาลิก ซีลี ถูกฆ่าตายโดยคนเมาแล้วขับ และNBA ตัดสินว่าวูฟส์ทำผิดกฎเมื่อเซ็นสัญญาผู้เล่น โจ สมิท NBAลงโทษวูฟส์โดยถอดสิทธิ์การดราฟรอบแรกสามครั้ง ปรับเจ้าของทีม 3.5 ล้านดอลลาร์ และแบนผู้จัดการทีมหนึ่งปี ฤดูกาลนี้ Kevin Garnett พาทีมชนะ 47 แพ้ 35 แต่ก็ยังไม่ผ่านเพลย์ออฟรอบแรก แพ้ให้ สเปอรส์ 1 ต่อ 3

ซูปเปอร์สตาร์ 2544-2547

Kevin Garnett ยังคงเล่นได้ดี เขายังเป็นหนึ่งในผู้ที่รับการคัดเลือกเป็น MVP เมื่อปีพ.ศ. 2545 – 2546 และได้รับการโหวตเป็นอันดับสองรองจากทิม ดังแคน ปี 2546 แต่ทิมเบอร์วูฟส์ยังคงประสบปัญหาในการเล่นเพลย์ออฟ ตกรอบแรกทั้งสองฤดูกาล หรือ ตกรอบแรก 7 ปีติดต่อกัน การแพ้ติดต่อกันนี้สิ้นสุดเมื่อปี 2547 เมื่อทิมเบอร์วูฟส์ได้ แซม คาสเซลล์ และลาเทรล สปรีเวลล์ มาเสริมทีม ปีนี้ Kevin Garnettได้เป็นMVPหลังจากทำคะแนนเฉลี่ย 24.3 แต้มต่อเกมและทำรีบาวด์เฉลี่ย 13.9 ต่อเกมสูงที่สุดNBA ส่วนวูฟส์ก็ได้สถิติดีที่สุดในสายตะวันตก และเอาชนะทีมเดนเวอร์ Kevin Garnett และซาคราเมนโต คิงส์ในเพลย์ออฟ ก่อนที่จะแพ้ให้กับลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ในรอบไฟนอลของสายตะวันตก ในระหว่างนี้ Kevin Garnettได้เป็นผู้เล่นคนที่ 5 ที่สามารถทำ 30 แต้ม 20 รีบาวด์ในเกมที่7ของเพลยออฟ โดยทำได้ 32 แต้มและ 21 รีบาวด์ในเกมที่เอาชนะซาคราเมนโต

ปีที่ตกต่ำ 2547-2550

คาสเซลล์ และ สปรีเวลล์ มีส่วนสำคัญของความสำเร็จในทิมเบอร์วูฟส์ในปี 2547 สร้างผลงานที่ไม่ดีเท่านี้ในฤดูกาล 2004-2005 เป็นผลให้ไม่ได้เข้าในรอบเพลย์ออฟในปีนั้น และในฤดูกาลต่อมาวูฟส์ ซึ่งได้ชู้ตติ้งการ์ดและสมอลฟอร์เวิร์ด ริกกี เดวิส มาช่วยทีม จึงมีสถิติถดถอย เหลือชนะเพียง 33 เกมจาก 82 เกม พลาดเข้ารอบเพลย์ออฟ

2550-ปัจจุบัน

ในฤดูกาล 2549-2550 วูฟส์ได้ชนะด้วยคะแนน 32 จาก 82 เกม จึงไม่ได้เล่นเพลย์ออฟเป็นปีที่3 ติดต่อกัน ในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 Kevin Garnett ถูกเทรดไปยังทีม บอสตัน เซลติกส์ เมื่อปี 2006 เป็นการเทรดผู้เล่นที่มากที่สุดเพื่อแลกกับผู้เล่นคนเดียวตอนที่เทรด เขาเป็นผู้เล่นที่สังกัดทีมในNBA นานที่สุดในขณะนั้น และเล่นให้กับ ทิมเบอร์วูฟส์ ติดต่อกัน 12 ปี เขากล่าวว่าเขาภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเซลติกส์ และหวังว่าจะได้สานต่อความสำเร็จทางบาสเกตบอลและในวันนั้นการเทรดถูกประกาศ เขาก็ได้เซ็นต่ออายุสัญญาเพิ่มอีก 3 ปี มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อจากสัญญาปัจจุบัน

Kevin Garnett ได้รับการโหวดด้วยคะแนนสูงที่สุดเกมรวมดาราNBA ในปี 2008 โดยได้ 2,399,148 คะแนน เป็นคะแนนสูงสุดอันดับที่6ในประวัติศาสตร์การโหวตNBA  เขาปรากฏตัวเป็นครั้งที่ 11 รองจากเซ็นเตอร์ ในวันที่ 8 มีนาคม เขาทำสถิติได้ 20,000 คะแนนตลอดการเล่นอาชีพ ถือเป็นผู้เล่นNBA คนที่ 32 ที่ทำคะแนนได้ระดับนี้โดยการเลย์อับ ในควาร์เตอร์ที่ 2 เมื่อเจอกับทีมเมมฟิส กริซลีส์ผู้เล่นอื่นในปัจจุบันที่ทำได้ระดับนี้มีเพียง แชคิล โอนีล, อัลเลน ไอเวอร์สัน และ โคบี ไบรอันต์

ในวันที่ 22 เมษายน เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นทีมรับยอดเยี่ยมNBA ในฤดูกาล 2007-2008 รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลใหญ่รางวัลเดียวที่ผู้เล่นจากบอสตัน เซลติกส์ไม่เคยได้รับตั้งแต่ก่อตั้งทีมมขึ้นมาแต่ Kevin Garnettกล่าวว่าเป็นผลงานร่วมกันของทีมที่ได้รับรางวัลนี้ วันที่ 17 มิถุนายน เขาช่วยให้ทีมเซลติกส์คว้าแชมป์NBAสมัยที่ 17 ผลงาน 26 คะแนน 14 รีบาวด์ในการแข่งเกม 6 ของรอบไฟนอลปี 2008 วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551 g-kpy’ได้เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์NBAที่เล่นอาชีพครบ 1,000 เกมที่อายุ 32 ปี

ข้อมูลผู้เล่น

Kevin Garnett เป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่มีมาตำแหน่งเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด ที่จะสูงถึง 7 ฟุต เขาก็มีความคล่องแคล่ว มีทักษะและมีสายตาที่ดี สามารถเล่นทุกตำแหน่งและช่วยทีมทั้งเกมลุกและเกมรับ ทำคะแนนได้ 20 คะแนน 10 รีบาวด์ในเกมตลอด ยังเป็นเจ้าของสถิติจำนวนฤดูกาลเฉลี่ย 20 แต้ม 10 รีบาวด์ 5 แอสซิสต์ติดต่อกันสูงสุดคือ 6 ฤดูกาล และเขายังทำคะแนนอย่างน้อย 10 แต้ม ติดต่อกัน 392 เกม เล่นเป็นตัวจริงติดต่อกัน 331 เกม ด้านเกมรับเขาเป็นคนบล็อกลูกได้ดีและมีชื่อเสียงการตั้งรับ สามารถประกบกับพอยท์การ์ดและเซ็นเตอร์ได้ ในการบุกทำคะแนนสามารถทำคะแนนได้ทั้งบริเวณใต้แป้นและการชู้ตจากวงนอก ถือว่าเขาเป็นผู้นำทีมและซึ่งน้อยคนนักจะสามารถนำพาทีมได้ด้วยคนเพียงคนเดียว

ผลงาน

  • แชมป์NBA ปี 2551
  • ผู้เล่นทรงคุณค่าในNBA ปี 2547
  • ผู้เล่นทีมรับแห่งปี 2551
  • เหรียญทองโอลิมปิกปี 2543
  • เล่นในเกมออลสตาร์ ปี 2540, 2541, 2543, 2544, 2545, 2546, 2547, 2548, 2549, 2550, 2551
  • ผู้เล่นทรงคุณค่าในเกมออลสตาร์ ปี 2546
  • ได้รับเลือกเป็น All-NBA
    • ทีมแรก 2543, 2546, 2547, 2551
    • ทีมที่สอง 2544, 2545, 2548
    • ทีมที่สาม 2542, 2550
  • ได้รับเลือกเป็น All-Defensive
    • ทีมแรก 2543, 2544, 2545, 2546, 2547, 2548, 2551
    • ทีมที่สอง 2549, 2550
  • ได้รับเลือกเป็น All-Rookie ทีมที่สอง 2539
  • ทำรีบาวด์เฉลี่ยต่อเกมสูงสุดในNBA ฤดูกาลปกติ 2547, 2548, 2549, 2550
  • ทำรีบาวด์รวมสูงสุดในNBA ปี 2547, 2548
  • ทำคะแนนรวมสูงสุดในNBA 2547 ด้วย 1987 คะแนน
  • ผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์NBAที่
    • เฉลี่ยอย่างน้อย 20 คะแนน 10 รีบาวด์ 5 แอสซิสต์ ต่อเกม ติดต่อกัน 6 ฤดูกาล
    • เฉลี่ยอย่างน้อย 20 คะแนน 10 รีบาวด์ 4 แอสซิสต์ ต่อเกม ติดต่อกัน 9 ฤดูกาล
    • ได้อย่างน้อย 20,000 คะแนน 11,000 รีบาวด์ 4,000 แอสซิสต์ 1,200 สตีล 1,500 บล็อกตลอดการเล่นอาชีพ

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ holifestivaljapan

เรื่องเด่น

คาร์เมโล่ แอนโธนี่

คาร์เมโล่ แอนโธนี่
คาร์เมโล่ แอนโธนี่

คาร์เมโล่ แอนโธนี่ หรือMelo Man“เมโล่ แมน”นักบาสในตำแหน่งSmall Forward เริ่มเส้นทางของการเล่น บาสเก็ตบอล ในเดือน มิถุนายน ในปี 2003 หลังจากถูกรับเลือกในการเล่นรายการ NBA Draft ในการคัดเลือกด เมโล่ ถูกเลือกโดย เดนเวอร์ นักเก็ตส์

ประวัตินักกีฬา คาร์เมโล่ แอนโธนี่

ชื่อเต็มคือ Carmelo Kyam Anthony ฉายาของเขา “Melo Man” เล่นตำแหน่ง  Small Forward เกิดวันที่ 29 พฤษภาคม ในปี ค.ศ. 1984 อายุ 34 ปี เกิดในเมือง บรูคลิน (Blooklyn) นิวยอร์ค (New York) สหรัฐอเมริกา สัญชาติ  American เมโล่ มีส่วนสูงถึง 2.03 เมตร น้ำหนัก  104 กรัม สังกัดทีม  New York Knicks และความสามารถของ เมโล่ ได้ฉายแววตั้งแต่ในเกมที่ UFA877 เดนเวอร์ นักเก็ตส์ เปิดบ้านและได้เอาชนะ ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส 80-72 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ในปีค.ศ. 2003 โดยในเกมนี้เขาได้ทำแต้มถึง 12 คะแนน 7 รีบาวด์และ 3 แอสซิสต์เลยทีเดียว และเขายังได้สร้างประวัติศาสตร์การเป็น นักบาสเก็ตบอลที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA อันดับที่ 2 ที่ทำคะแนนมากกว่า 30 แต้มต่อเกม จากนั้น แอนโธนี่ มีรายชื่อติดทีมชาติสหรัฐในการแข่งขัน โอลิมปิก 2008 ที่ประเทศจีนอีกด้วย

ซึ่งในตอนนั้นเขาได้ลงเล่นพร้อมกับนักบาสที่มีชื่อเสียงมากมายทั้ง เจสัน คิดด์ , โคบี้ ไบรอันท์ รวมถึง เลบรอน เจมส์ ในปีค.ศ. 2010 เมโล่ ได้ขอย้ายออกจากทีมหลังจากปฏิเสธจากการต่อสัญญาฉบับใหม่ ท่ามกลางความสนใจจากหลายทีม แต่สุดท้ายเขากลับไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการทำให้ต้องลงเล่นให้กับ นักเก็ตส์ ต่อไป แต่ในช่วงต้นปี 2011 เขาได้ย้ายออกจากทีมได้สำเร็จด้วยการลงเล่นให้กับ นิวยอร์ก นิกส์  ในเกมแรก เมโล่ ได้พาทีมเอาชนะ บัคส์ได้ ด้วยคะแนน 114-108 ในเกมนี้เขาทำคะแนนไปถึง 27 คะแนนและ 10 รีบาวด์ ต่อมาในการแข่งขัน เพลย์ออฟสายตะวันออก นิวยอร์ก นิกส์ ต้องพบกับ บอสตัน เซลติก และถึงจะมีผู้เล่นหลายคนที่บาดเจ็บ แต่ แอนโธนี่ ก็ยังโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำ 42 คะแนน 17 รีบาวด์ 6 แอสซิสต์ ถึงแม้ว่าเขาจะทำผลงานได้ดีแต่ในปีนั้น นิกส์ ก็ต้องผิดหวังในการลุ้นแชมป์หลังจากพ่ายให้กับ เซลติก ในรอบที่ 4

เส้นทางในเอ็นบีเอ

ชีวิตในการเล่นบาสเก็ตบอลอาชีพของ “เมโล่” ได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2003 เมื่อเขาได้รับเลือกรอบแรกในรายการ NBA DRAFT ซึ่งในการคัดเลือกเมโล่ได้ถูกเลือกเป็นคนที่ 3 โดยเป็นเดนเวอร์ นักเก็ตส์ที่เลือกเขา ในปีเดียวกัน เลบรอน เจมส์ ถูกเลือกรอบแรกเช่นกันและถูกเลือกเป็นคนแรกอีกด้วย ซึ่งเลือกโดยคลีฟแลนด์ และคนที่สองคือ ดาร์โก้ มิลิซิช เลือกโดยดีทรอยต์ พิสตันส์

ในการฉายแววของเขาได้ถ่ายทอดออกมาสู่สายตาคนดูในนัดเปิดในฤดูกาลเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2003 นักเกตส์เปิดบ้านเอาชนะซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส 80-72 คาร์เมโล่ แอนโธนี่ยังมีส่วนช่วยทำคะแนนให้ทีม 12 คะแนน 7 รีบาวด์และ 3 แอสซีสต์  และในเกมที่ 6 ของเขา เมโล่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักบาสเก็ตบอลที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอ เป็นอันดับที่ 2 ทำคะแนนมากกว่า 30 คะแนนในเกม (ซึ่งอันดับ 1 เป็นของโคบี้ ไบรอันท์ ที่ตอนเขาเพียงนั้นอายุ 19 ปี)

UNITED STATES NATIONAL TEAM

เมโล่ ได้มีชื่อติดทัพบาสเก็ตบอลที่สหรัฐอเมริกาในการไปแข่งขันโอลิมปิกในฤดูร้อนค.ศ. 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และเป็นครั้งที่เขาได้เล่นเคียงข้างนักบาสระดับมือท็อปมากมายคือ เลบรอน เจมส์ , ดเวน เวด ,โคบี้ ไบรอันท์ และ เจสัน คิดด์ รวมถึงคนอื่น ๆ อีกด้วย ทีมได้ชนะด้วยคะแนนเฉลี่ย 32.2  พวกเขาสามารถทำให้ออสเตรเลียตกรอบรองชนะเลิศโดยเมโล่ทำคะแนนได้ถึง 31 คะแนน

เส้นทางสู่ New York Knicks

ในปีค.ศ. 2010-2011 เมโล่ ได้ขอขึ้นบัญชีย้ายออกจากเดนเวอร์ นักเก็ตส์หลังจากที่ปฏิเสธการต่อสัญญาและคาดเดากันว่าทีมใหม่ที่เขาจะย้ายไปอยู่นั้นคือนิวยอร์ค นิกส์และหรือทีมอื่นๆ คือ นิว เจอร์ซี่ย์ เน็ตส์ , ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ และ แอตแลนต้า ฮอวกส์ ทั้งนี้ เมโล่ได้ขอขึ้นบัญชีย้ายแต่ก็ไม่มีการดำเนินการทำให้เขาต้องลงเล่นให้กับนักเก็ตส์ต่อในวันที่ 15 พฤศจิกายนค.ศ. 2010 โดยทำได้ 20 รีบาวด์เป็นครั้งแรกเดือนธันวาคมและปีเดียวกันเมโล่ได้พลาดการลงเล่นให้กับทีมถึงห้าเกมรวดเพราะขได้สูญเสียน้องสาวของตัวเอง มิเชลล์ เขาจึงกลับมาเล่นอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2011 ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2011 เมโล่ได้ย้ายมาอยู่กับ NYK โดยได้สลับตัวกับ ชาวน์ซี่ย์ บิลลับส์ พอยต์การ์ดจาก NYK เมโล่ได้เลือกหมายเลข 7 ภายใต้เสื้อ NYK ในเกมแรกของเมโล่สามารถเอาชนะ บัคส์ 114-108 โดยเขาทำได้ 27 คะแนนและ 10 รีบาวด์

ในรอบเพลย์ออฟสายตะวันออก NYK ได้เจอกับบอสตัน เซลติกและในเกมนี้ทีมต้องเสียผู้เล่นไปสองคนจากอาการบาดเจ็บนั่นคือ อมาเร่ สเตาเดอไมร์ และ ชาวน์ซี่ย์ บิลลับส์ หลังจากที่ทีมที่ขาดผู้เล่นคนสำคัญบนกราวน์เมโล่จึงสามารถโชว์ฟอร์มโหดโดยทำคะแนนไปถึง 42 คะแนน 17 รีบาวด์ และ 6 แอสซีสต์ แต่นิคส์ก็ต้องจบทางสู่การเป็นแชมป์ NBA ในซีซั่นนั้นโดยกาแพ้เซลติกในเกมที่ 4 นั่นเอง

รางวัลที่ได้รับ

  • ติด NBA All Star 6 ครั้ง
  • ได้รางวัล NBA  Scoring Champion ปี 2013
  • NBA  Rookie  Challenge MVP ปี 2005
เรื่องเด่น

อัลเลน ไอเวอร์สัน

อัลเลน ไอเวอร์สัน
อัลเลน ไอเวอร์สัน

อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Ezail Iverson) เกิดในเมืองแฮมป์ตัน รัฐเวอร์จิเนีย และมีฉายาว่า เอ.ไอ. (A.I.) ตัวย่อที่มาจากชื่อจริงและThe Answer เขาเป็นนักบาสเกตบอลชาวสหรัฐอเมริกา เล่นในลีกNBA ปัจจุบันอยู่ในทีมเดนเวอร์ นักเก็ตส์ เป็นผู้เล่นในระดับออลสตาร์ตำแหน่งพอยท์การ์ดและชู้ตติ้งการ์ด ถือว่าเขาเป็นผู้เล่นที่สามารถทำคะแนนได้ดีที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบัน ส่วนในอดีตอยู่กับทีมฟิลลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอรส์และเป็นดาราประจำทีมนานถึงสิบปีอีกด้วย

ในวัยเด็กของ อัลเลน ไอเวอร์สัน

เขาเกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2518 คาบสมุทรเวอร์จิเนียร์ เขาเป็นบุตรของนาย อัลเลน บรอตัน และนางแอน ไอเวอร์สัน พ่อของเขาได้ทิ้งครอบครัวไปเหลือแต่แม่ในขณะนั้นที่อายุเพียง 15 ปี อยู่ดูแลอัลเลนและน้องสาวเขาชื่อ แบรนดี เมื่อเขาเกิดมาไม่นานนัก ยายของเขาที่เป็นเสาหลักครอบครัวก็ได้เสียชีวิตลง เมื่อปี พ.ศ. 2534 อัลเลน แบรนดีและแม่ ก็ได้มีสมาชิกใหม่ในครอบครัว คือ ไลชา ซึ่งป่วย อัลเลนจะมีหน้าที่ดูแลน้องสาวของเขาซึ่งได้แก่ แบรนดี และ ไลชา โดยเฉพาะไลชาที่มีปัญหากับเปลเพราะมีอาการชักบ่อย ภาระค่าใช้จ่ายทางบ้านรวมกับทางด้านการแพทย์ทำให้ครอบครัวเขามีหนี้สินมาก พ่อเลี้ยงของอัลเลน ‘ไมเคิล ฟรีแมน’ ที่ติดคุกอยู่บ่อยครั้งและหลังจาก ฟรีแมน ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2534 ก็ตกงานและถูกจับในข้อหาพกยาเสพติดเพื่อจำหน่าย ฟรีแมนเป็นคนที่สอนไอเวอร์สันให้เล่นบาสเกตบอลจนเก่ง ซึ่งในอดีตไอเวอร์สันไม่ชอบพ่อเลี้ยงเขาแต่ปัจจุบันกลับภูมิใจในฟรีแมน ไอเวอร์สันเคยพูดไว้ว่า “เขาไม่เคยปล้นใคร เขาเพียงต้องการหาเลี้ยงครอบครัวเขา” ไอเวอร์สันได้พูดถึงวัยเด็กของเขาว่า “ตอนที่กลับถึงบ้าน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีอาหารกิน และในบางครั้งก็ไม่มีน้ำ อาศัยในบ้านที่ท่อน้ำทิ้งแตกข้างใต้พื้นและก็ต้องทนดูน้องสาวใส่ถุงเท้าเดินในบ้าน เพราะพื้นเปียกจากท่อรั่ว เพราะกลิ่นเหม็นทำให้น้องสาวป่วย”

ผู้ที่เป็นแบบอย่างให้ไอเวอร์สันตอนยังเด็กก็คือ แม่ของเขา และ โทนี คล็ก (คนที่ไอเวอร์สันใกล้ชิดมาก เมื่อไอเวอร์สันโดษเรียน) โทนีจะบอกกับแม่ไอเวอร์สันให้เธอมาจัดการ โทนีมีปัญหากับครอบครัวและเพื่อนสาว เขาถูกฆ่าตายตอนไอเวอร์สันอายุ 15 ปี ไอเวอร์สัน ไปคบกับ อันเดร สตีล แต่ตอนนี้ไอเวอร์สันเป็นคนดูแลสตีลแทน

ในระดับไฮสคูล

ขณะที่เขาอยู่ที่ Bethel High School ในแฮมพ์ตัน ไอเวอร์สันเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลและบาสเกตบอลที่เก่งเลยทีเดียว เขาได้รับทุนจากทั่วประเทศเพราะเขาเล่นตำแหน่งควาเตอร์แบค และสามารถพาทีมไปคว้าแชมป์ประจำรัฐในระหว่างที่อยู่ปีที่ 3 และช่วงที่เขากำลังนำทีมบาสเกตบอลแข่งชิงแชมป์รัฐอยู่นั้น เขาก็ไปเล่นโบว์ลิงกับเพื่อนในวันวาเลนไทน์ปี 2536 ก็เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นระหว่างเพื่อนเขาซึ่งเป็นคนผิวดำและวันรุ่นผิวขาวหลายคน ไอเวอร์สันได้อ้างว่าเรื่องวิวาทกันเกิดจากการเหยียดสีผิว เขาถูกกล่าวหาว่าได้เอาเก้าอี้ไปทำร้ายผู้หญิง และเขาและเพื่อนอีกสามคนก็ถูกจับ ตอนอายุ 17 ปี ไอเวอร์สันถูกตัดสินว่ามีความผิด และมีโทษจำคุกถึง 15 ปี แต่ให้ลงอาญา 10 ปี ทุนการศึกษาต่าง ๆ ก็ได้ถูกยกเลิก เขาใช้เวลาสี่เดือนในเรือนจำพิเศษเมืองนิวพอร์ตนิวส์ซิตี ก่อนที่จะได้รับอภัยโทษโดยผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ในปี 2538 ศาลอุทธรณ์ของเวอร์จิเนียก็ได้กลับคำตัดสินเนื่องจากหลักฐานไม่ชัดเจน

ในระดับมหาวิทยาลัย

ในระหว่างที่ไอเวอร์สันได้จำคุกอยู่นั้น แม่ของเขาก็ได้ไปอ้อนวอนโค้ชของมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ จอห์น ทอมป์สัน ให้ช่วยเหลือลูกเมื่อเดือน ธันวาคม 2536 ในฤดูใบไม้ผลิของปี 2537 โค้ชได้ไปเยี่ยมไอเวอร์สันที่ไฮสคูล ริชาร์ด มิลเบิร์น สถานที่ที่รับนักเรียนที่มีปัญหา และได้เสนอทุนให้ไอเวอร์สัน โดยมีข้อแม้ว่าจะถูกส่งกลับหากไม่ทำตามกฎของโรงเรียนและโค้ช ซึ่งตอนที่เรียนอยู่ที่จอร์จทาวน์ ไอเวอร์สันเรียนสาขาศิลปศาสตร์ ซึ่งยังเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน

เนื่องจากปัญหาทางการเงินของครอบครัว ไอเวอร์สันเรียนเพียงสองปีจึงหันไปเล่นอาชีพ ไอเวอร์สันได้รางวัลผู้เล่นเกมรับแห่งปี ของกลุ่มบิ๊กอีสสองปี รางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี เหรียญทองการแข่งขัน World University Games ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2538 ในระหว่างที่เรียนอยู่

ใน NBA

ปี 2539 ถึง 2542

หลังจากที่เขาเล่นให้จอร์จทาวน์มาสองปีนั้น อัลเลน ไอเวอร์สัน จึงถูกดราฟเป็นคนแรกในการดราฟผู้เล่นNBAในปีพ.ศ. 2539 โดยทีมฟิลลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอรส์ ไอเวอร์สัน เขาสามารถพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นพอยท์การ์ดที่เก่งคนหนึ่งในเวลาไม่นานนัก ในเกมแรกที่เล่นเขาสามารถทำได้ถึง 30 คะแนน และได้รับเลือกเป็นผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี ในฤดูกาล 1996-1997 โดยไอเวอร์สันเล่นได้เฉลี่ย 23.5 แต้ม (เป็นอันดับ6 ในNBA) 7.5 แอสซิสต์ (อันดับ 11) และ 2.07 สตีล (อันดับ 7) นำผู้เล่นปีแรกคนอื่น ๆ ทั้งหมด และถึงแม้ว่าเขาจะเล่นได้ดีในสนาม ไอเวอร์สันก็มักไม่ลงรอยกับสื่อมวลชนและมักถูกผู้เล่น โค้ช นักข่าว พูดถึงเรื่องการไม่เคารพผู้เล่นอื่น ๆ และเรื่องการเล่นแบบเห็นแก่ตัวของเขา โดยใช้สถิติที่แย่ของทีมแม้ว่าผลงานส่วนตัวของไอเวอร์สันจะดีมาเป็นข้อสนับสนุน

ฤดูกาลต่อมาในปี 1997-1998 นั้น แม้ว่าไอเวอร์สันจะได้คะแนนเฉลี่ยน้อยลงเป็น 22 คะแนนต่อเกม แต่เขาก็เล่นเป็นทีมมากขึ้น ในฤดูกาล 1999-2000 ไอเวอร์สัน สามารถนำทีมเข้ารอบเพลย์ออฟเป็นครั้งแรก เขาเล่นได้ดีในปีนั้น ๆ และเป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนได้สูงสุดในNBA ได้เล่นเป็นตัวจริงในเกมรวมดารา ไอเวอร์สันลงเล่นในเกมเพลย์ออฟทั้ง 10 เกม เฉลี่ยเกมละ 44.4 นาทีถึงแม้ว่าจะมีปัญหาบาดเจ็บก็ตาม ซึ่งเฉลี่ยในเพลย์ออฟได้ 26.2 แต้ม 4.5 แอสซิสต์ 4.0 รีบาวด์ และ 1.20 สตีลต่อเกม และทำคะแนนสูงสุด 40 คะแนนในเกมเปิดของรอบแรกกับชาล็อต เมื่อวันที่ 22 เมษายน

ฤดูกาลในปี 2000-2001 กับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า ฤดูกาลที่ไอเวอร์สันเล่นได้ดีที่สุด เขาได้พาทีมชนะรวดสิบเกมแรกของฤดูกาล และยังได้รับรางวาลผู้เล่นทรงคุณค่าในเกมรวมดารา จึงสามารถทำคะแนนและสตีลสูงสุดในNBA และนำทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศซึ่งได้ไปพบกับ ลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ ซึ่งมีแชคิล โอนีล และ โคบี ไบรอันต์ ในทีม

หากสนใจ สามาถอ่านข้อมูลเพิ่มติมได้ที่ holifestivaljapan

เรื่องเด่น

คริส บอช

คริส บอช
คริส บอช

คริส บอช เป็นนักบาสชื่อดัง คริสโตเฟอร์ เวสสัน บอช จากฉายา Mr. basketball ตำแหน่งที่ลงเล่นคือเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด และเซ็นเตอร์ ประวัติเป็นนักบาส สัญชาติ อเมริกา รายนี้เป็นใคร การเริ่มต้นเส้นทางของเขากับบาสเก็ตบอลมาจากอะไรถ้าคุณอยากรู้ติดตามได้จากข้อมูลที่นี่

คริสโตเฟอร์เวสสันบอชเป็นอดีตนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันในโรงเรียนมัธยม เขาคือ “นายบาสเกตบอล” ในเท็กซัส Bosh ออกจากจอร์เจียเทค หลังจากฤดูกาลหนึ่งเข้าสู่ร่าง NBA ปี 2003 เขาได้รับการตัดเลือกให้เป็น1ใน4 โดย Toronto Raptors ในระดับชั้นนำรวมถึงซุปเปอร์สตาร์ของเอ็นบีเอหลายแห่งในอนาคตเช่น LeBron James, Dwyane Wade และ Carmelo Anthony เขาเกิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2527 (อายุ 35 ปี) ที่ สหรัฐอเมริกา หนึ่งใน นักบาส ชื่อดัง ของอเมริการายนี้เริ่มต้นเส้นทางด้วยการเล่น บาสเกตบอล ที่ไฮสคูลที่ เท็กซัส เพียงไม่นานจากทักษะที่เหนือชั้นทำให้เขาได้รับฉายา Mr. basketball ตั้งแต่เรียน ไฮสคูล จากนั้นหลังจบเกรด 12 เขาตัดสินใจเข้าเรียนใน มหาวิทยาลัย จอร์เจียเทค ความสูงอยู่ที่ 2.11 เมตร มีคู่สมรสคือ แอเดรียน วิลเลียมส์ บอช (สมรสเมื่อปี พ.ศ. 2554) การดราฟต์ NBAใน พ.ศ. 2546 มีบุตรชื่อ Trinity Bosh, เลนน็อกซ์ โนเอล บอช, Jackson Bosh, Dylan Skye Bosh, Phoenix Avery Boshภาพยนตร์จาก NBA Street Series: Vol. 4: Class of ’03, Spalding Basketball Basics: Learn from the Pros

ประวัติการเล่นเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น เขาจึงได้เข้าดราฟสู่ NBA และในช่วงที่ลงเล่นกับ โตรอนโต้ เขาจึงได้ถูกชื่นชมว่าเป็นหนึ่ง นักบาส ดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมของลีกและยังกลายเป็น นักบาส ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็วอีกด้วย นอกจากนี้เขายังถูกคัดเลือกให้ติดทีมออลสตาร์ถึง 5 ครั้งและยังมีโอกาสได้รับเหรียญทองโอลิมปิกที่ประเทศจีนอีกเช่นกัน

ในการย้ายเพื่อมาเป็นตัวแทนของ วินส์ คาร์เตอร์ ในฤดูกาลปี 2006-2007 Bosh ได้พาทีมเข้า เพลย์ออฟ เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และยังสามารถทำลายสถิติของสโมสรทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น รีบาวด์ บล็อก ทำดับเบิ้ล ยิงฟรีโทรว์ รวมถึงนาทีที่ลงสนาม จนทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในขุมกำลังที่สำคัญที่สุดของทีมไปอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าฟอร์มของ Bosh จะตกลงอย่างน่าเสียดายในปี 2007-2008 ที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญากับสโมสรเพิ่มและเลือกที่จะย้ายไปลงเล่นให้กับ ไมอามี่ ฮีต แทน ในการย้ายไปของ Bosh ทำให้ ไมอามี ฮีต ได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และด้วยการย้ายมาของ “ซีบีวัน”  ทำให้ทีมกลายเป็นแชมป์กลุ่ม เซาธ์อีสต์ และยังเอาชนะทีมอย่าง บอสตัน และ ชิคาโก้ จนคว้าแชมป์สายตะวันออกอย่างสำเร็จ

นักบาส ชื่อดัง Chris Bosh ในความสามารถของ Mr. basketball ได้ทำให้ตอนนั้น ฮีต มีโอกาสที่จะลุ้นแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ทีมต้องประสบปัญหาอย่างมาก อย่างไรก้อตาม Chris Bosh ก็ยังเป็นหนึ่งในตัวหลักที่สำคัญของทีมจนถึงในปัจจุบัน

รางวัลส่วนตัวที่ Chris Bosh เคยได้รับ

  • ติดทีมออลสตาร์ 7 สมัย
  • ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก ในปี 2008

หากท่านใดต้องการติดตาม ประวัติ นักบาส ชื่อดัง สามารถที่จะติดตามได้ที่ gavgavka ที่รวบรวมประวัตินักบาส วิธีการเล่นบาส และทุกอย่างเกี่ยวกับบาสเอาไว้อย่างมากมาย สามาถติดตามทุกอย่างเกี่ยวกับ บาสเกตบอล คอบาสเก็ตบอลจึงไม่ควรพลาด

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก UFA877

เรื่องเด่น

แมฟเวอริกส์ ถึงฝันซิงแชมป์NBAสมัยแรก

แมฟเวอริกส์
แมฟเวอริกส์

แมฟเวอริกส์ หรือ ดัลลัส แมฟเวอริกส์เป็นทีมบาสเกตบอลในลีกเอ็นบีเอเมืองดัลลัส ในรัฐเท็กซัส ได้เล่นอยู่ในดิวิชั่นของภาคตะวันตกเฉียงใต้ในคอนเฟอเรนส์ตะวันตกและสามารถเป็นแชมป์ทีมล่าสุดจากฤดูกาล ในปี ค.ศ. 2010 – 2011ได้เป็นแชมป์ในลีก NBA ในปี พ.ศ. 2554 เจ้าของทีมคือ “มาร์ค คิวบาน” หัวหน้าโค้ชทีมคือ “ริก คาร์ไลล์” สนามกีฬาและสเตเดียมหลักอยู่ที่ อเมริกัน แอร์ไลน์ เซ็นเตอร์ สัญลักษณ์นำโชคของทีมคือ “MavsMan, Champ”

Dallas Mavericks ได้บุกเอาชนะไมอามี ฮีตด้วยคะแนน 105-95 ถึงเกมที่ 6 และคว้าชัย 4-2 เกม จึงได้แชมป์ NBA ในสมัยแรกของประวัติศาสตร์ และในขณะที่ “เดิร์ก นอวิตสกี” ได้ตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่านัดชิงชนะเลิศไปครองอีกด้วย

จากศึกบาสเกตบอล NBA ในสหรัฐอเมริกา ฤดูกาลปี ค.ศ. 2010-2011 รอบนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นเกมที่ 6 ระหว่าง ไมอามี ฮีต เปิดบ้านอเมริกัน แอร์ไลน์ส อารีนา พบกับ  ดัลลัส แมฟเวอริกส์ หลังจาก 5 เกมที่ผ่านมา แมฟเวอริกส์ได้นำอยู่ 3-2 เกม เจ้าถิ่น ไมอามี ฮีต นำทัพโดย “บิ๊กทรี” อย่าง ดเวน เหว็ด, เลอบรอน เจมส์ และ คริส บอช ในขณะที่ เดิร์ก นอวิตสกี สตาร์ชาวเยอรมัน ที่เป็นทีเด็ดให้กับ แมฟเวอริกส์ จึงลุ้นแชมป์เอ็นบีเอสมัยแรกในประวัติศาสตร์เช่นเดิม

ในการเปิดฉากเกมควอเตอร์แรก แมฟเวอริกส์ ออกสตาร์ทได้อย่างเล่าร้อนจึงสามารถทำแต้มนำไปถึง32-27 คะแนน ก่อนที่ ไมอามี ฮีต จึงได้ฮึดเร่งเครื่องในควอเตอร์ที่สองสามารถไล่จี้เหลือห่างแค่ 2 แต้มเท่านั้น จึงเป็น 51-53 คะแนน ในครึ่งแรก เจสัน เทอร์รีได้โชว์ฟอร์มที่โดดเด่น และชู้ตให้ดัลลัสไป 16 แต้มในขณะที่ นอวิตกี ที่มาผิดฟอร์มจึงชู้ตลงไปแค่เพียง 1 ครั้งเท่านั้น จากความพยายาม 12 ครั้ง ส่วนเจมส์ ชู้ตให้ ไมอามี ไป 11 แต้ม สมทบกับ เหว็ด กับ บอส อีกคนละ 9 แต้ม ต่อมาได้กลับมาเล่นกันต่อควอเตอร์ที่สาม ดัลลัส มีความเหนียวแน่นมากขึ้น และขยับสกอร์ห่างออกไปด้วยคะแนน 81-72 โดยที่ เทอร์รี ทำเพิ่มเป็น 21 แต้ม ชอว์น มาริออน และ นอวิตสกี ทำเพียงคนละ 12 และ 11 แต้ม ตามลำดับ ส่วน เจมส์ ยัดห่วงอยู่ที่ 14 แต้ม ให้ ไมอามี

ควอเตอร์สุดท้ายของ ดัลลัส ก็สามารถรักษาระดับการเล่นของตัวเองได้ดีมาก ขณะที่ ไมอามี ฮีต เริ่มมีความเกร็งทำให้มีความเล่นผิดพลาดบ่อยครั้ง จน แมฟเวอริกส์ได้ทำแต้มห่างออกไป พร้อมกับการคืนฟอร์มของ นอวิตสกี ที่ทำไป 21 แต้มในเกมนี้ ก่อนปิดฉากด้วยสกอร์ 105-95 คะแนน ส่งผลให้ UFABET แมฟเวอริกส์ เอาชนะ ไมอามี ฮีตไป 4-2 เกม จึงพร้อมคว้าแชมป์ในลีกเอ็นบีเอสมัยแรกได้สำเร็จนับตั้งแต่ก่อตั้งทีมเมื่อปี 1980 และยังเป็นการล้างแค้นคืนได้อีกด้วย หลังเคยอกหักพลาดแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศปี 2006 ด้วยการแพ้ให้กับ ไมอามี ฮีต ไปถึง 2-4 เกม

ทางด้าน นอวิตสกี วัย 32 ปี ร่วมคว้าแชมป์กับ ดัลลัส เป็นครั้งแรกเช่นกัน หลังจากย้ายมาเล่นในปี 1998 หรือเมื่อ 15 ปีก่อน นอกจากนี้ เขายังได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า นัดชิงชนะเลิศไปครองได้ตามความคาดหมายอีกเช่นกัน

เรื่องเด่น

สตีฟ แนช

สตีฟ แนช
สตีฟ แนช

สตีฟ แนช (Steve Nash) หรือ สตีเฟน จอห์น แนช (Stephen John Nash) เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 ในเมืองโยฮันเนสเบอร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นนักบาสเกตบอลที่มีชื่อเสียงของชาวแคนาดา และด้วยส่วนสูงอยู่ที่ 6 ฟุต 3 นิ้ว แนชได้เป็นพอยท์การ์ดตัวจริงให้กับทีมฟีนิกส์ ซันส์ในลีก NBA และได้รับเลือกให้เล่นในเกมรวมดารา ในปี ค.ศ. 2005 ถึง 2006 และยังได้รับเลือกก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 2002 ถึง 2003 ขณะที่เล่นให้กับทีมดัลลัส แมฟเวอริกส์ ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 แนช ได้รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า โดยเอาชนะแชคิล โอนีลจากทีมไมอามี ฮีท และยังได้รางวัลนี้อีกครั้งในปี ค.ศ. 2006

สตีฟ แนช อาชีพการเล่นในNBA

การอยู่กับฟีนิกส์สมัยแรก

แนชได้รับเลือกเป็นคนที่ 15 ในการดราฟรอบแรกของNBA เมื่อปี ค.ศ. 1996 โดยทีมฟีนิกส์ ซันส์ ไม่เคยมีชาวแคนาดาคนไหนที่ถูกเลือกในอันดับสูงเช่นนี้ แต่กลับไม่มีความหมายเพราะแฟนของทีมซันส์และโห่ที่เลือกแนช ถึงแม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในระดับมหาวิทยาลัย แต่เขาไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเพราะไม่ได้เล่นให้มหาวิทยาลัยในคอนเฟอเรนซ์ที่มีชื่อเสียง แต่ด้วยความพยายามเขาได้ลงสนามมากขึ้นในฤดูกาล 1997-1998 และทำเฉลี่ยเพิ่มเป็น 9.1 แต้ม 3.4 แอสซิสต์ แต่ปีนั้นก็เป็นปีสุดท้ายที่แนชจะเล่นให้ทีมซันส์ก่อนที่จะไปอยู่ทีมอื่นเป็นเวลาหกปี

ดัลลัส

แนชได้รู้จักซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้ช่วยโค้ชทีมดัลลัส แมฟเวอริกส์ ดอนนี เนลสัน เขาเป็นคนแนะให้ทีมเลือกแนช หลังจากเขาย้ายไปดัลลัส เนลสันก็ได้เสนอให้บิดาของเขา ดอน เนลสัน ซึ่งในขณะนั้นเป็นโค้ชและผู้จัดการทั่วไปของทีมแมฟเวอริกส์ดึงตัวแนชมา ในวันที่ดราฟในปี ค.ศ. 1998 แนช ก็ถูกเทรดจากซันส์ไปแมฟเวอริกส์เพื่อแลกกับ Martin Müürsepp, บับบา เวลส์ , สิทธิ์ในการดราฟ แพท แกร์ริตี และสิทธิ์การดราฟรอบแรกซึ่งซันส์ใช้การเลือก ชอน แมริออน ในปีแรกที่เล่นให้ดัลลัส เป็นฤดูกาลที่สั้นเนื่องจากมีการประท้วงการหยุดเล่น แนชไม่ได้ลงเล่น 10 เกมเพราะด้วยที่ความเจ็บหลัง และแฟนต่างโห่แนชตลอดทั้งฤดูกาลเพราะไม่พอใจการเทรดของทีม

ในฤดูกาล 1999-2000 เขากลับมาเล่นและทำดับเบิลหกครั้งในเดือนสุดท้ายของการเล่น และจบฤดูกาลทำเฉลี่ย 8.6 แต้ม 4.9 แอสซิสต์ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือแนช และเพื่อนร่วมทีม เดิร์ก โนวิตสกี พัฒนาฝีมือไปสู่ระดับซูเปอร์สตาร์เสริมให้แนชพัฒนาเกมการเล่นขึ้นมาก

ในฤดูกาล 2000-2001 แนชทำเฉลี่ยถึง 15.3 คะแนน 7.3 แอสซิสต์ต่อเกม ได้ตำแหน่ง Comeback Player of the Year จากการนำเกมการบุกของแนช และการเล่นในระดับสูงของโนวิตสกี และ ฟินลี รวมทั้งผู้เล่นออลสตาร์ ฮวน ฮาวาร์ด แมฟเวอริกส์ได้เข้าเล่นในเพลย์ออฟเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ดัลลัสแพ้ในรอบที่สอง แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าเพลย์ออฟติดต่อกันหลายสมัยของแนชและแมฟเวอริกส์

ฤดูกาล 2001-2002 แนชทำคะแนนได้สูงสุด ที่ 17.9 คะแนน 7.7 แอสซิสต์ และได้เข้าเล่นในเกมรวมดาราของNBA และได้เลือกเป็น ออล-NBA ทีมสาม ตอนนี้เขาเป็นออลสตาร์ เริ่มปรากฏในโฆษณาทางโทรทัศน์ และเป็นส่วนหนึ่งของ Big Three ร่วมกับฟินลี และ โนวิตสกี แนชและโนวิตสกีเปิดฤดูกาลโดยการชนะติดต่อกัน 14 เกม ซึ่งนำไปสู่เพลย์ออฟรอบสุดท้ายของสายตะวันตก และแพ้ให้กับซานแอนโตนิโอ สเปอรส์ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ในปีนั้น

แต่แนช และ Big Three ในฤดูกาล 2003-2004 แนชทำคะแนนตกลงเหลือ 14.5 ต่อเกมซึ่งไม่ได้เล่นในออลสตาร์และไม่ติดทีม ออล-เอ็นบีเอ อย่างไรก็ตามดัลลัสไม่สามารถผ่านเพลย์ออฟรอบแรกได้ เป็นผลงานที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 1999-2000 และเมื่อสัญญาของแนชหมดอายุลง แนชพยายามเจรจาเซ็นสัญญาระยะยาวกับ มาร์ก คิวบัน แต่ก็ไม่สำเร็จ คิวบันไม่ต้องการสูญเสียแนชไป แต่ต้องการสร้างทีมของเขาจากโนวิตสกี และไม่อยากเสี่ยงเซ็นสัญญาระยะยาวกับแนชที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งขณะนั้นอายุ 30 ปีแล้ว ด้วยสัญญาระยะ 6 ปีรวมเป็นเงิน 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แนชลังเลที่จะออกจากดัลลัสและถามคิวบันว่าจะเสนอสัญญาระดับเดียวกันหรือไม่ ซึ่งคิวบันลังเลและแนชก็เซ็นกับซันส์ในที่สุด

การอยู่กับฟีนิกส์ซันส์สมัยที่สอง

ฟีนิกส์ซันส์มีผู้เล่นอายุน้อยแต่อยู่ระดับซูเปอร์สตาร์สองคน คือ ฟอร์เวิร์ด ชอน แมริออน และฟอร์เวิร์ด-เซ็นเตอร์ อามาเร สเตาเดอไมร์ ซึ่งได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี ของฤดูกาล 2002-2003 ถึงแม้ว่าจะมีผู้เล่นที่มีพรสวรรค์และอายุน้อย แต่ทีมก็ทำสถิติชนะน้อยกว่าแม้เพียง 29 ต่อ 53 เกมในฤดูกาล หัวหน้าโค้ช ไมค์ แดนโทนี เข้ามารับตำแหน่งกลางฤดูกาลที่ผ่านมาใช้แผนการเล่นแบบ run and gun เคยนิยมในสมัยคริสต์ทศวรรษ 1980 ใช้ผู้เล่นตัวเล็กและคล่องแคล่ว โดยแดนโทนีให้แนชเล่นเกมบุกแบบฟาสต์เบรก พยายามวิ่งแซงผู้เล่นทีมรับฝ่ายตรงข้ามไปเข้าทำคะแนนที่ห่วง ทุกคนได้สิทธิ์ในการชู้ตลูกตลอดเวลา ผลลัพธ์ที่ได้คือทีมที่ทำคะแนนได้สูงสุดในทศวรรษ โดยทำได้เฉลี่ย 110.4 คะแนนต่อเกมในฤดูกาลปกติ ในการส่งลูกที่แม่นยำของแนช ไปยัง สเตาเดอไมร์ แมริออน ริชาร์ดสัน และ โจ จอห์นสัน เพื่อที่ยัดลงห่วงปรากฏในจอโทรทัศน์เป็นเพลย์เด่น ๆ จำนวนมาก ซันส์จบฤดูกาลด้วยสถิติที่ดีที่สุดของเอ็นบีเอ คือ ชนะ 62 แพ้ 20 ซึ่งชนะมากกว่าฤดูกาลก่อนถึง 33 เกม

แนช ในตำแหน่งพอยท์การ์ดตัวจริง เป็นคนที่นำทีมให้กลับมาเก่งอีกครั้ง แม้ว่าเขาทำคะแนนเฉลี่ยเพียง 15.5 แต้มต่อเกม แต่เปอร์เซนต์การชู้ตของเขาอยู่ที่ 50.2% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในอาชีพการเล่น และไม่ค่อยพบในตำแหน่งการ์ด สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างคือแอสซิสต์เฉลี่ยที่ 11.5 ต่อเกม ซึ่งสูงสุดในอาชีพการเล่น และดีที่สุดNBAฤดูกาลนั้น แนชมีส่วนช่วยทีมมากที่สุดโดยการทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นดีขึ้น พวกเขาทำสถิติหลายอย่างดีที่สุดเท่าที่เคยเล่น ทั้งเพื่อนร่วมทีมและบุคคลภายนอกต่างยกความดีความชอบให้กับแนช ในปีนั้นแนชคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าอีกด้วย

ในเพลย์ออฟ ฟีนิกส์เอาชนะเมมฟิส กริซลีส์ในรอบแรกก่อนที่จะพบกับทีมเก่าของเขาในรอบที่สอง แนชนำทีมชนะดัลลัส แมฟเวอริกส์ 4 เกมต่อ 2 ในการเล่นรอบสุดท้ายของสายตะวันออก UFABET ซันส์แพ้ทีมซานแอนโตนิโอ สเปอรส์ ใน 5 เกม ถึงแม้ว่าจะแพ้แต่แนชและซันส์ก็ยินดีกับการพัฒนาการและแนวโน้มที่ดีในอนาคต

แมจิก จอห์นสัน ซึ่งเคยทำได้ในฤดูกาล 1990-91 ได้รับเลือกเป็น ออล-เอ็นบีเอ ทีมแรก พร้อมกับ อามาเร สเตาเดอไมร์ เพื่อนร่วมทีมและเกือบได้รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าติดต่อกันสามปีซ้อน โดยเป็นรอง เดิร์ก โนวิตสกี

เรื่องเด่น

เดิร์ก โนวิทซกี้

เดิร์ก โนวิทซกี้
เดิร์ก โนวิทซกี้

เดิร์ก โนวิทซกี้ หลายคนคงอาจจะรู้จักผู้เล่นคนนี้ได้ดี ในขณะที่บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อผ่านทางช่องข่าวกีฬาชื่อดังในบ่อยครั้ง และเชื่ออีกว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า Dirk Nowitzki จากเจ้าของฉายา “มิสเตอร์ เพอร์เฟ็ค”  คือใคร ในวันนี้เราจะมาแนะนำผู้เล่นคนนี้ที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงมากเหลือเกินกับการที่พา ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ ได้โค่นทีมเต็งหนึ่งในโดยการคว้าแชมป์ NBA อย่าง ไมอามี่ ฮีต ด้วยฝีมือแบบฟอร์มที่สุดยอดคว้าแหวนแชมป์มาประดับนิ้วได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของทั้งสโมสรและเจ้าตัวเองอีกด้วย

เดิร์ก โนวิทซกี้ คือใคร

เป็นเจ้าของส่วนสูงอยู่ที่ 7 ฟุตเลยทีเดียว เป็นผู้ที่มีความสามารถทั้งตัวสูงและเล่นเก่งอีกด้วย เล่นในตำแหน่งเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดและเซ็นเตอร์ เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1978 ในเมือง เวอร์ซบูร์ก ประเทศเยอรมนี โดยเจ้าตัวได้เริ่มเล่นบาสอาชีพมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 ที่ยุโรป และได้ถูกดราฟมาเล่นในเอ็นบีเอครั้งแรกในปีค.ศ. 1998 โดยได้ถูกเลือกเป็นอันดับ 9 ในรอบแรกจากทีม มิลว็อคกี้ บัคส์ แต่ก็โดนเทรดไปให้ทีม ดัลลัส ในต้นสังกัดปัจจุบันทีมที่ต้องการตัวเขาอย่างแท้จริง

ฟอร์เวิร์ดเยอรมันคนนี้เป็นผู้เล่นที่ตัวใหญ่มีความสามารถเล่นได้ทั้งใต้แป้นและวงนอก มีความแม่นถือเป็นเครื่องหมายการค้าที่ดีของเจ้าของเสื้อเบอร์ 41 นั่นเอง Dirk Nowitzki ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีรูปแบบครบเครื่องที่สุดจนได้รับการตั้งฉายาว่า “มิสเตอร์ เพอร์เฟ็ค” ซึ่งเขาได้กวาดรางวัลส่วนตัวมาตั้งมากมาย และที่สำคัญคือการได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นออลสตาร์ 10 สมัยซ้อน , แชมป์ยิงสามแต้มในปี 2006 , ผู้เล่นทรงคุณค่า ของฟีบาในรายการบาสชิงแชมป์โลกปี 2002 , ผู้เล่นทรงคุณค่า ในรายการยูโรลีกปี 2005 และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการคว้า MVP ของฤดูกาลปกติในศึกเอ็นบีเอ ในลีกที่มีการรับยอมรับว่าเป็นลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมาครองในปี 2007 และ MVP ในรอบชิงแชมป์ชนะเลิศในฤดูกาลปี 2010-2011 อีกด้วย โดยการันตีได้จากรางวัลมากมายที่เข้าได้รับ ว่าเขาคือผู้ที่เก่งสุดในยุคปัจจุบันนี้

ในปัจจุบัน Dirk Nowitzki มีอายุ 33 ปีและถือเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้นๆของโลกบาสเก็ตบอล ปัจจุบันมีการรับค่าเหนื่อย 19 ล้านเหรียญต่อปี และมีดีกรีความสำเร็จส่วนตัวเทียบเท่า เควิน การ์เน็ตต์ ของ บอสตัน , ทิม ดันแค็น ของ สเปอร์ส , สตีฟ แนช ของ ซันส์ และ โคบี้ ไบรอันท์ ของ แอลเอ เลเกอร์ส

Dirk Nowitzki ได้เป็นที่รักของแฟนๆบาสเก็ตบอลเมือง ดัลลัส อย่างมากและในเมื่อเจ้าตัวมีบทบาทที่สำคัญโดยการพาทีมคว้าแชมป์เอ็นบีเอมาครองแล้วที่เป็นสมัยแรกทั้ง ๆ ที่ Dirk Nowitzki มีอาการบาดเจ็บที่ข้อนิ้ว ยังได้เป็นที่มาของอีก 1 ฉายา “เดิร์ก 9 นิ้ว” แม้จะมีอาการป่วยรบกวนในรอบชิงฯแล้วก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวกลายเป็นตำนาน ufabet แห่งเมือง ดัลลัส ไปอีกคนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยสักนิด

เรื่องเด่น

ดเวนเวด

ดเวนเวด
ดเวนเวด

ดเวนเวด ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ : ดเวน เวด วันเกิด : 17 มกราคม 1982 (อายุ 26 ปี) สัญชาติอเมริกัน ส่วนสูง 6 ฟุต 4 นิ้วน้ำหนัก 216 ปอนด์ ลีกอาชีพ เอ็นบีเอ ทีมปัจจุบัน ไมอามี่ ฮีท ใส่เบอร์เสื้อ 3 เล่นอาชีพปี 2003-ปัจจุบัน

ประวัติความเป็นมา ดเวนเวด

ดเวนเวด หรือชื่อเต็ม ดเวน ไทโรน เหว็ด จูเนียร์ เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 1982 เป็นนักบาสเกตบอลชาวอเมริกันชื่อดังที่เล่นในลีกเอ็นบีเอ (NBA) มีฉายาว่า Flash และ D-Wade ปัจจุบันเล่นอาชีพอยู่กับทีม ไมอามี ฮีท โดยเขาเคยได้รับนักกีฬายอดเยี่ยม จาก Sports Illustrated เป็นคอลัมชื่อดังของusaและ ผู้เล่นทรงคุณค่าของเอ็นบีเอรอบไฟนอล ในปี 2006 (NBA Finals MVP) อีกด้วย

เวด ก้าวเข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอจากการดราฟฟ์เป็นอันดับ 5 ในปี 2003 และเขาก็สามารถสร้างชื่อให้กับตัวเองจนกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จมาที่สุดคนหนึ่งในศึกยัดห่วงเอ็นบีเอ็นทุกวันนี้ โดยเขามีชื่อติดทีมดาวรุ่งประจำฤดูกาลในซีซั่นแรกของตัวเอง รวมถึงติดทีม ออล-สตาร์ ในปีถัดมาอีกด้วย นอกจากนี้ เหว็ด ยังมีส่วนสำคัญที่นำทีม ไมอามี ฮีท คว้าแชมป์เอ็นบีเอ ได้สำเร็จในประวัติศาสตร์ หลังจากเล่นให้กับทีมเป็นฤดูกาลที่ 3 (ปี 2006) ด้วยการเอาชนะ ดัลลัส มาเวอริคส์ มาได้ในเกมรอบชิงชนะเลิศ

ตำแหน่งการเล่น

เวด เล่นในตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด แต่เขาก็สามารถเล่นในตำแหน่ง พอนต์ การ์ด ได้เช่นกัน ในเกมรุก เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความเร็วและยากที่จะป้องกันมากที่สุดในเอ็นบีเอ นอกจากนี้ เขายังแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ไม่เห็นแก่ตัวอีกด้วย โดยเขามีเปอร์เซ็นต์การแอสซิสเฉลี่ย 6.4 ครั้งต่อเกม ตลอดอาชีพนักยัดห่วง และหลังจาก เหว็ด ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำเกมนัดชิงชนะเลิศ ปี 2006 เขาก็พัฒนาฝีมือการเล่นจนเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองมากที่สุดในวงการเอ็นบีเอ

เดวิด ธอร์ป เทรนเนอร์ ซึ่งทำงานให้กับศูนย์การฝึกซ้อมของผู้เล่นเอ็นบีเอ ช่วงปิดฤดูกาล กล่าวชื่อชมพัฒนาการของ เหว็ด ว่า เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่ง สามารถเคลื่อนไหว และมีจังหวะการกระโดดชู้ตได้ดี นอกจากนี้ เขายังมีทีเด็ดอยู่ที่การเลย์-อัพที่เขาสามารถเบียดชนกับคู่ต่อสู้ที่ใหญ่กว่าขณะอยู่กลางอากาศได้ดี อย่างไรก็ตาม จุดด้อยของ เหว็ด คือ ความความพยายามในการชู้ต 3 คะแนน ที่ยังมีสถิติที่น้อยอยู่ เฉลี่ยที่ 0.251 เกมตลอดอาชีพของเขาที่ผ่านมา

รางวัลที่ได้รับ1.แชมป์เอ็นบีเอ กับทีมไมอามี ฮีท ปี 2006 2.รางวัลเอ็มวีพีรอบไฟนอล ปี 2006 3.ได้รับเลือกเล่นในเกมออลสตาร์: ปี 2005, 2006, 2007,2008 4.ได้รับเลือกอยู่่ในทีมรวมออลสตาร์: ทีมที่ 2 (2005,2006), ทีมที่ 3 (2007) 5.ทีมรวมเกมรับ: ทีมที่ 2 (2005) 6.ได้รับเลือกอยู่ในทีมดาวรุ่งของเอ็นบีเอ: 2004 7.ได้รับเลือกอยู่ในทีมรวมออลสตาร์สกิลชาลเล้นจ์ แชมเปี้ยน: 2006, 2007 8.เหรียญทองแดงในกีฬาโอลิมปิก กับทีมชาติสหรัฐ ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ ปี 2004 9.เหรียญทองแดงในฟีบาเวิร์ลแชมเปียนชิพ กับทีมชาติสหรัฐ ปี 2006 10.คว้าแชมป์ออลสตาร์สกิลชาลเล้นจ์ แชมเปี้ยน

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก ufa877

เรื่องเด่น

ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส

ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส
ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส

ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส ทีมบาสเกตบอลในลีก NBA ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ตามสถิติเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2004-2005 เป็นทีมที่ชนะมากที่สุด ทำเกมได้ 2,621 เกม ได้มีเปอร์เซนต์ชนะสูงสุดอยู่ที่ 61.9 เปอร์เซ็นและเล่นในรอบชิงชนะเลิศมากที่สุดถึง 30 ครั้ง ชนะเลิศในรอบลึกมากเป็นอันดับที่สองคือ 16 ครั้ง ซึ่งได้เป็นรองเพียงทีมบอสตัน เซลติกส์ นอกจากนี้ยังมีสถิติชนะติดต่อกันมากที่สุดในฤดูกาลถึง 33 เกมอีกด้วย

ประวัติ ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส

ประวัติของเลเกอร์สเริ่มจากทีมดีทรอยต์ เจมส์ ได้เริ่มเล่นในปี ค.ศ. 1946 ในลีกเอ็นบีแอล (NBL) จากการเล่นได้ปีเดียวและมีผลงานชนะเพียง 4 เกมแต่แพ้ถึง 40 เกม เจ้าของเดิม ซี. คิง บอริง ได้ขายทีมให้กับ เบน เบอร์เกอร์ และ มอร์ริส ชาลเฟน เป็นมูลค่า 15,000 ดอลลาร์หรือเป็นจำนวนเงิน 534,000 บาท รวมทั้งได้จ้าง จอห์น คุนด์ลา เข้ามารับหน้าที่โค้ชคนแรกให้กับทีม ต่อจากนั้นได้ย้ายทีมจากเมืองดีทรอยต์ไปอยู่ที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนีโซตา ต่อมารัฐนี้มีทะเลสาบอยู่มากจึงได้ใช้ชื่อใหม่ว่าเลเกอร์ และยังคงใช้ชื่อนี้หลังจากที่ทีมย้ายมาเล่นที่เมืองลอส แอนเจลิสเมื่อต้นฤดูกาลปี ค.ศ. 1960

ก่อนที่จะมีลีก NBA เลเกอร์สเล่นในลีก NBL มาก่อน เมื่อปี ค.ศ. 1947 และลีก BAA (Basketball Association of America, BAA) ในปี ค.ศ. 1948 สามารถได้แชมป์ของลีกทั้งสองปี ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 1949 ลีก NBL และ BAA ได้ร่วมกันตั้งเป็น NBA และเลเกอร์สก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก และสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศได้ในหลายปีแรกในภายใต้การนำของ จอร์จ มิคาน ผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ซึ่งเลเกอร์สนั้นได้มาเสริมทีมจากสิทธิ์การดราฟอันดับแรก หลังจากที่ทีม ดีทรอยต์ เจมส์ ได้อันดับรั้งท้ายใน NBL

กระทั่งทีมเลเกอร์สได้ตกต่ำลงหลังจากที่ จอร์จ มิคาน ได้เลิกเล่น ซึ่งได้มีผู้เข้าชมการแข่งขันน้อย และถึงแม้ว่ามีผู้เล่นเก่งอย่าง เอลกิน เบย์เลอร์ ก็ตามก็ทำให้ทีมตัดสินใจย้ายเมืองเมื่อปี ค.ศ. 1960 หลังจากย้ายทีมก็ได้ผู้เล่นที่เก่งอย่าง เจอร์รี เวสต์ จากการดราฟ และการซื้อตัว วิลต์ แชมเบอร์เลน มาจากในทีมฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะทีมบอสตัน เซลติกส์ซึ่งเป็นแชมป์หลายสมัยในขณะนั้นได้จนกระทั่งปี ค.ศ. 1972 ถึงแม้ว่ามี คารีม อับดุล-จับบาร์ เลเกอร์สก็ไม่สามารถได้แชมป์อีกจนกระทั่งได้เออร์วิน จอห์นสัน (Earvin “Magic” Johnson) มาเล่นให้กับทีมในปี ค.ศ. 1979 และในปีต่อ ๆ มาก็ได้ผู้เล่นอย่าง เจมส์ เวอร์ที และ ไบรอน สก็อตต์ เลเกอร์สในยุคนี้มีฉายาว่า โชว์ไทม์ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการบุกทำคะแนน ในยุคนี้เลเกอร์สามารถชนะเลิศได้หลายสมัย ก่อนที่จะเสื่อมลงและแมจิกจะประกาศว่าตนเองติดเชื้อเอดส์และเลิกเล่นในปี ค.ศ. 1991 สุดท้ายแมจิกได้กลับมาเล่นให้ทีมอีกครั้งเมื่อต้นปี ค.ศ. 1996 และเลิกเล่นถาวรหลังหมดฤดูกาลนั้น

แชค ได้จับมือกับ จอร์จ ดับเบิลยู. บุชในโอกาลที่เลเกอร์สได้แชมป์เอ็นบีเอปี 2001

ต้นฤดูกาลปี 1996-1997 เลเกอร์ได้เซ็นสัญญาเซนเตอร์ร่างยักษ์ แชคิล โอนีลหรือแชค ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 7 ปี และเทรดเอาโคบี ไบรอันต์ จากทีมชาล็อต ฮอร์เนตส์ นักกีฬาที่ได้ดราฟมาจากระดับมัธยมปลาย เลเกอร์สยังไม่สามารถพาทีมไปคว้าตำแหน่งชนะเลิศได้อีกครั้ง โดยตกรอบเพลย์ออฟรอบหลังติดกันทุกปี เมื่อ ค.ศ. 1999 เลเกอร์สต้องย้ายสนามใหม่จากเกรต เวสเทิร์น ฟอรัม ไปที่ สเตเพิลส์ เซ็นเตอร์ และได้หัวหน้าโค้ชใหม่คือฟิล แจ็คสัน ซึ่งเขาได้เปลี่ยนระบบการเล่นใหม่เป็นแบบ ไทรแองเกิลออฟเฟนส์ ต่อมาเลเกอร์สได้คว้าแชมป์ติดต่อกันสามสมัย ทำให้หัวหน้าโค้ช ฟิล แจ็คสัน มีสถิติชนะเลิศ 10 ครั้ง เป็นอันดับหนึ่งแซงโค้ช เรด เออบาค ของทีมบอสตัน เซลติกส์ ที่ได้ 9 ครั้ง ในปี 2009 แต่สองปีต่อมาได้มีปัญหาแพ้รอบเพลย์-ออฟโดยเฉพาะในฤดูกาล 2003-2004 ซึ่งการเซ็นสัญญาเอา คาร์ล มาโลน และแกรี เพย์ตัน นักกีฬาที่อนาคตเกียรติยศแต่ก็ไม่เคยได้แชมป์สักครั้ง ประกอบกับความขัดแย้งระหว่าง แชค กับ โคบี ทำให้ต้องเปลี่ยนหัวหน้าโค้ชและเทรดแชคไปทีมไมอามี ฮีต แกรี เพย์ตัน ถูกเทรดไปทีมบอสตัน เซลติกส์ ส่วน คาร์ล มาโลน ได้ประกาศเลิกเล่นเป็นทางการ

ต่อมาฤดูกาล 2004-2005 เป็นปีที่ตกต่ำของเลเกอร์ส เพราะมีผู้เล่นระดับซุปเปอร์สตาร์เพียงตคนเดียวคือ โคบี ไบรอันต์ ซึ่งโดยลำพังไม่สามารถพาทีมชนะได้ อีกทั้งมีปัญหาคดีความทางศาลของ โคบี และปัญหาสุขภาพของหัวหน้าโค้ชใหม่ รูดี ทอมยาโนวิช ทำให้ต้องออกจากการเป็นหัวหน้าโค้ชกลางคัน และฟิล แจ็คสัน ได้กลับมาเป็นหัวหน้าโค้ชอีกครั้ง แต่ผลงานปีที่ผ่าน ๆ มานั้น เขาแค่ได้เข้ารอบเพลย์-ออฟได้ก็ถือเป็นความสำเร็จแล้ว ufa877 และเมื่อฤดูกาล 2010-2011 ฟิล แจ็คสัน ก็ได้ประกาศลาออก และวางมือจากการเป็นโค้ชใน NBA หลังจากที่ทีมเลเกอร์สแพ้ต่อทีมดัลลัส แมฟริกส์ ในฤดูกาล 2011-2012 ทีมเลเกอร์สได้ ไมค์ บราวน์มาเป็นโค้ช ต่อด้วย ไมค์ ดี. แอนโธนี ในฤดูกาล 2012-2013 ซึ่งได้เข้าไปเล่นในรอบเพลย์-ออฟในฤดูกาลนี้ แต่ก็พ่ายให้กับทีมซานแอนโตนีโอ และต่อเนื่องในฤดูกาล 2013-2014 ซึ่งในฤดูกาลนี้เลเกอร์สได้มีผลงานที่ย่ำแย่มากโดยพ่ายให้กับทีมร่วมเมือง ลอส แอนเจลิส คลิปเปอร์ส ด้วยแต้ม 142-94 ถือเป็นความพ่ายแพ้ที่มีแต้มห่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมถึง 48 แต้ม โดยหลังจากจบฤดูกาลนั้น มิตช์ คัพเชก ผู้จัดการทั่วไปได้เซ็นสัญญา ไบรอน สก็อตต์ อดีตผู้เล่นของทีมมารับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมตั้งแต่ฤดูกาล 2014-2015 เป็นต้นไป

สถิติฤดูกาลที่ดี/แย่ที่สุด

ดี ในปี 1971-1972 ชนะ 69 แพ้ 13

แย่ ในปี 2015-2016 ชนะ 17 แพ้ 65

เรื่องเด่น

เลอบรอน เจมส์

เลอบรอน เจมส์
เลอบรอน เจมส์

เลอบรอน เจมส์ (LeBron James) เกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ที่เมือง Akron ในรัฐโอไฮโอ เป็นนักบาสเกตบอลในลีก NBAของทีม ‘ลอส แอนเจลิส เลเกอร์ส’

เจมส์เป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์และมีความสามารถที่หลากหลายคนหนึ่งใน NBA มีความสูง 6 ฟุต 8 นิ้ว 203 เซนติเมตร น้ำหนัก 252 ปอนด์ (เมื่อตอนดราฟคัดตัว น้ำหนักหนัก 245 ปอนด์) ถึงแม้ว่าจะเล่นในตำแหน่งสมอลฟอร์เวิร์ดเป็นหลัก เจมส์จึงสามารถเล่นตำแหน่งพอยท์การ์ด และชู้ตติ้งการ์ดได้อีก เจมส์มีสายตาว่องไวที่ดีและมีทักษะในการส่งลูกได้ดีมากอีกด้วย แม้กระทั่งการแย่งลูกให้ผู้เล่นอื่นได้เล่นจึงทำให้ผู้คนมักเปรียบเทียบเขากับแมจิก จอห์นสัน และได้เปรียบเทียบทักษะทางด้านกีฬาและความสามารถในการทำคะแนนกับไมเคิล จอร์แดน ถึงแม้ว่าเขาจะยังอายุน้อย แต่ในหลาย ๆ คนก็คาดเดาเขาว่าจะกลายเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งตลอดกาล

ในระดับไฮสกูล

เจมส์เล่นบาสเกตบอลในระดับไฮสกูล (สหรัฐอเมริกา) ที่ St. Vincent-St. Mary High School หรือIRISH ในเมืองAkron โอไฮโอ โดยเล่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ในปีนั้นทีมได้ทำสถิติชนะรวด 27 นัดโดยไม่แพ้เลย และได้เป็นแชมป์ของรัฐ ปีต่อมาเขาทำได้เฉลี่ย 27.8 แต้ม 7.5 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ และ 4 สตีล ได้แชมป์ไปอีกสมัย และก็ยังได้ถูกเลือกเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลที่ยอดเยี่ยมในตำแหน่ง “Mr. Basketball” ของรัฐโอไฮโอ และ “All-USA First Team” ของหนังสือพิมพ์ USA Today

กระทั่งปีที่สามถึงแม้ว่าเจมส์ทำได้ 29.7 คะแนน และ 8.4 รีบาวด์ และได้รับเลือกเป็น Mr. Basketball และ All-USA First Team อีกครั้ง และในช่วงนี้เจมส์ยังได้รับฉายาว่า คิงเจมส์ แต่ทีมไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ ซึ่งเจมส์ได้พยายามขอเข้าดราฟในเอ็นบีเอแต่ก็ได้ถูกปฏิเสธเนื่องจากกฎที่ว่าผู้เล่นต้องจบไฮสกูลถึงจะทำการคัดตัวได้ การเรียกร้องได้ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก เจมส์ได้ปรากฏบนนิตยสารหลายฉบับ และมีบุคคลมีชื่อหลายๆคนเข้าชมเกมที่เขาเล่น และหลายเกมก็ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีนั้นทีมไฮสกูลของเจมส์ก็ได้แชมป์อีกครั้ง เขาได้เข้าร่วมเล่นในเกมออลสตาร์ต่าง ๆ และได้รับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า นอกเหนือจาก Mr. Basketball และ All-USA First Team

ในระดับเอ็นบีเอ

เจมส์ ได้ถูกคัดเลือกเป็นคนแรกในการดราฟ ปี พ.ศ. 2546 โดยทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ เขาได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากและได้เซ็นสัญญารองเท้ากับไนกี ที่มีมูลค่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะเล่นในเอ็นบีเอเกมแรกด้วยซ้ำ และเขาก็ไม่ทำให้แฟนผิดหวังเมื่อทำคะแนนได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล 20.9 แต้ม 5.4 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ และได้รับรางวัลผู้เล่นใหม่ยอดเยี่ยม แต่ทีมก็ไม่ได้เข้าเล่นในเพลย์ออฟ

เลอบรอน เจมส์ เป็นเพื่อนสนิทกับ CARMELO ANTHONY จากทีม เดนเวอร์ นักเก็ต และ DWYANE WADE จากทีม ไมอามี ฮีท ในปี พ.ศ. 2546 ใกล้หมดฤดูกาลเขาเข้าร่วมเล่นในทีมโอลิมปิกของสหรัฐอเมริกาที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ จากทักษะเขาที่ได้เรียนรู้ ในฤดูกาลต่อมาเจมส์เป็นคนแรกที่ทำ 10 คะแนน 10 รีบาวด์ และ 10 แอสซิสต์ คือทริปเปิล-ดับเบิล ในเกมที่อายุน้อยที่สุด และทำคะแนน 50 แต้มในเกมเดียวอีกด้วย แต่ทีมคาวาเลียส์ก็ยังเข้ารอบเพลย์ออฟไม่ได้

ต่อมาในฤดูกาล 2005-2006 คาวาเลียส์ได้ผู้เล่นใหม่มาเสริมทีมคือ ลาร์รี ฮิวส์ แฟนและนักข่าวต่างหวังว่าเจมส์จะสามารถนำทีมเข้าเพลย์ออฟได้ในปีนี้ จนกระทั่งในฤดูกาล 2009-2010ทีมคาวาเลียส์มีลุ้นได้แชมป์ NBA PLAYOFF 2010 ซึ่งมีตัวเก่งอย่าง FORWARDอย่าง เจเจฮิกสัน PG mo wililem แต่สุดท้ายก็ได้แพ้ให้กับคู่ปรับร่วมสายอย่าง บอสตันเซลติก ฤดูกาลอีกครั้ง 2010- 2011 เลอบรอน เจมส์ หมดสัญญากับทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ และได้เซ็นสัญญา 6 ปีกับทีม Miami Heat เช่นเดียวกับ Dwyane Wade และ Chris Bosh

ชายผู้ได้รับฉายา “King of NBA” แห่งยุคปัจจุบัน

ในปี ค.ศ 1984 ที่เมือง Akron ในรัฐ Ohio ซึ่งเป็นปีเกิดของ เลบรอน เจมส์ นักบาสเก็ตบอล ที่ได้รับฉายาว่า King Of NBA ในยุคปัจจุบัน เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน และเติบโตมาด้วยความยากลำบาก มีแม่ และพี่ชายเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว และเพราะความยากจนในวัยเด็ก ทำให้เขาต้องไปอาศัยตามบ้านเพื่อนเป็นประจำ หลังจากนั้นไม่นานเขาได้รู้จักกับ Frankie Walker ซึ่งเป็นโค้ชบาสเก็ตบอลคนแรกของเขา Frankie ให้ เจมส์ ย้ายเข้ามาอยู่บ้านร่วมกับลูกชายของเขา เพื่อฝึกสอนทักษะบาสเก็ตบอล และระเบียบวินัยการใช้ชีวิต

เลบรอน เจมส์ เข้าสู่วงการ NBA ด้วยการเป็นดราท์ฟอันดับ 1 ซึ่งเขาเป็นเพียงคนที่สองที่มาจากมัธยมแล้วได้รับเลือกเป็นดราฟท์อันดับ 1 ของรุ่น โดยทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ Cleveland Cavaliers ซึ่งเป็นทีมเมืองเกิดของเขา จากการดราท์ฟเข้าร่วมทีม จากที่ผลงานของ คลีฟแลนด์ ซึ่งเคยเป็นทีมแจกแต้ม ก็ดีขึ้นตามลำดับ จนกลายเป็นทีมเพลย์ออฟ และเจมส์เขาคือความหวังของคนทั้งเมือง ต่อมาเขาก็ทำให้ทุกคนในเมือง Cleveland ใจสลาย เมื่อได้ตัดสินใจเป็นฟรีเอเจนต์ และย้ายไปร่วมทีม Miami Heat จนชาวเมืองต่างพากันออกมาเผาเสื้อของเขาและกล่าวว่าเขาเป็นคนทรยศ

นับเป็นการตัดสินใจอย่างถูกต้องแล้ว เพราะตลอดระยะเวลา 4 ปี กับ ไมอามี่ ฮีต เขาสามารถเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ทั้งหมด และได้สองแชมป์ในปี 2012 และ 2013 ช่วงเวลานี้คือช่วงที่ LeBron James ก้าวขึ้นมาเป็นซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของลีคอย่างแท้จริง

หลังจากได้คว้าความสำเร็จกับ ไมอามี่ ฮีต เขาได้เลือกย้ายฟรีเอเจนต์กลับมายังทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ อีกครั้ง พร้อมกับกลายเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของทีม แถมนอกจากนี้เขายังได้ช่วยให้ทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ คว้าแชมป์ NBA มาครองได้อีกเช่นกัน เขาทำให้ชาวเมืองให้อภัยที่ เพราะการคว้าแชมป์ NBA ของทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ นั้นเป็นการลบคำสบประมาทของเมืองนี้ ที่ไม่เคยคว้าแชมป์กีฬาอะไรเลยมาตลอด 50 ปีและในฤดูกาลนี้ เลบรอน เจมส์ หลังจากที่เขาเป็น ฟรีเอเจนต์ เขาได้ตัดสินใจ ย้ายไปอยู่กับ ลอสแอนเจลิส เลเกอส์ Los Angeles Lakers เพื่อคว้าแชมป์อีกครั้ง หลังจากที่ ลอสแอนเจลิส เลเกอส์ นั้นไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้หลายปีแล้ว ไม่ว่าในอนาคต เจมส์จะพาทีม ลอสแอนเจลิสเลเกอส์ คว้า แชมป์ NBA ได้หรือไม่ เขาก็ยังเป็น King Of NBA ในยุคปัจจุบันอยู่ดีเมื่อมองจากผลงานของเขาที่ผ่านมาเช่นกัน

เรื่องเด่น

สิ่งที่ควรรู้ จาก 1 เกมของปี 2019 รอบชิงชนะเลิศ

สิ่งที่ควรรู้ จาก 1 เกมของปี 2019 รอบชิงชนะเลิศ
สิ่งที่ควรรู้ จาก 1 เกมของปี 2019 รอบชิงชนะเลิศ

สิ่งที่ควรรู้ จาก 1 เกมของปี 2019 รอบชิงชนะเลิศ 5 สิ่งที่เราเรียนรู้จากชัยชนะ ของ Toronto Raptors ในเกมที่ 1 ของ The Finals Thursday ที่ Scotiabank Arena

1. เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับการได้มายืนในจุดนี้ ‘ดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่’

หากเราคิดว่าเราได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับ โตรอนโต แร็พเตอร์ส์ และเมื่อได้พูดถึงรอบชิงของเอ็นบีเอซึ่งก็คือ พวกเขาสามารถกลับไปยืนอยู่ในที่เดิมเป็นส่วนใหญ่ ในการสูญเสียเป็นธรรมเนียมสำหรับ แฟรนไชส์นี้ พวกเขาสามารถทำเกมได้ 3-15 ในจำนวนเกม 1 และยังต้องย้อนหลังไปสู่รอบเพลย์ออฟในปี 2543 อีกด้วย

“ไม่มีอะไรที่ผลักดันทีมให้เข้าใกล้ความเป็นจริงได้นอกจากการประลองที่ดีที่สุดจากการเริ่มต้น”

 เกม 1 ที่รอบคอบ : เป็นเหตุผลที่เราคว้าแต้มสำคัญไว้ได้ แร็พเตอร์สได้สูญเสียความได้เปรียบในถิ่นของพวกเขาและในคืนแรกพวกเราทุกคนคงจะถือว่าแย่ที่สุดสำหรับรอบชิงชนะเลิศเหล่านี้ในด้านการแข่งขัน

และน่าประทับใจที่สุดโดยปฏิเสธที่จะนำ 12 คะแนนของพวกเขาทั้งหมดในครึ่งหลัง – Raptors สามารถสร้างความตื่นเต้นที่ถูกกฎหมายสำหรับเกม 2 และอื่น ๆ

หากผู้เล่นทุกคนช่วยกันจะสามารถเริ่มต้นลีกการแข่งขันได้ดี โดยมีการแนะให้ โตรอนโต เป็นผู้นำ 1-0  เพียงแค่แต้มต่อผู้ชนะจากการปกป้อง การเดินทางรอบก่อนหน้าสี่รอบ

โค้ดของเขาได้ยึดต้นควบคุมทีม พอร์ตแลนด์ได้มองรอบชิงชนะเลิศ Western Conference อย่างไรก็ตามเมื่อ เทรลเบลเซอร์ ได้คะแนนสูงสุด จะยินดีที่จะได้มีส่วนร่วมด้วยกัน แต่โตรอนโตไม่ต้องการสิ่งนั้น และจะหาวิธีนำเอาทีมชนะโดย Kawhi Leonard และ Kyle Lowry และในขณะนี้เราลีกที่สมควรได้รับรางวัล Larry O’Brien Trophy อีกด้วย

2. มูลค่าลดลงของ Triple-doubles

ขณะที่เกมเดินก็ได้มีความสนุกเกิดขึ้น และเพื่อติดตามสถิติไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลต่อเนื่องจาก Pascal Siakam ที่ทำได้ 11 ประตูหรือพลาดการยิงลูกโทษ หลายๆคนยังคงตระหนักถึงแต้มนำและคะแนนที่เพิ่มขึ้นของเขาเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ผ่านตัวเลขขนาดใหญ่ แต่ทริปเปิลสองครั้งล่าสุดของ Draymond Green ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าบาร์ได้ตั้งค่าต่ำเกินไปสำหรับสถิตินั้นเอง

กรีนได้จบแต้มด้วย 10 คะแนน, 10 รีบาวน์และ 10 แอสซิสต์ ซึ่งทำให้ประสบผลสำเร็จของสถิตินั้น ๆ กรีนได้มี Jason Kidd แต่ข้อจำกัด ของ Kidd ในฐานะผู้ที่สามารถทำประตูใด้มากที่สุดในอาชีพของเขา Heck นักสู้ที่เก่งกาจของ Warriors มีแรงบันดาลใจอย่างมาก ที่ Kidd จุดประกายในบางโอกาส

เมื่อออสการ์โรเบิร์ตสันส์ เฉลี่ยคะแนนสามเท่าในปีพ. ศ. 2504-2505 (ได้สะสมคะแนนมากกว่าหกฤดูกาลแรกของเอ็นบีเอ) เขาได้ทำคะแนน 30 คะแนนต่อเกม และเมื่อรัสเซลเวสต์บรูค ได้จับคนที่เป็นฝีมือที่หายากเมื่อสองปีก่อนจนเขาสามารถขึ้นไปสูงกว่า 30 คะแนนอีกเช่นกัน แต่เวสต์บรู๊คก็ยังทำสองฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยคะแนนเฉลี่ยของเขาลดลงต่ำกว่า 23 ในฤดูกาลนี้ และนั่นคือสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดโดยกล่าวคือ 20 คะแนน เพื่อบุกแหลกทริปเปิลดับเบิลของผู้เล่นในคืนหนึ่ง หากเข้าใจตัวเลขสองตัวคือ 10 หรือมากกว่านั้น แต่ 10 คะแนนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับเอ็นบีเอ

3. กล้าเล่นเอ็นบีเอ

Steve Kerr โค้ชของ Warriors ได้กล่าวว่าหลังจากเกมที่ 1 เขาไม่สามารถดันทีมของเขาให้เล่นได้อย่างดีในนาทีแรกกับ Marc Gasol “แกสรอลได้ออกจากเกมไป2-3ครั้งในตอนแรก ทำให้เขาได้ล้มลง” เคอร์กล่าว ในความกล้าหาญต้องสามารถปกป้องผู้เล่นและให้คำแนะนำที่ดีและจะไม่ทำเช่นนั้นอีกต่อไป สำหรับผู้เล่นที่ภาคภูมิใจและประสบความสำเร็จอย่าง Gasol เขาได้พยายามหลายครั้งในการแข่ง ฐานะนักกีฬาในรอบชิงชนะเลิศ ในขณะที่ทำคะแนนได้ 2 ถึง 9 ใน 3 คะแนนในเกมที่ 1 และ 2 ของแต่ละช่วงนั้น บางครั้งมันก็น่าเศร้าที่ได้เห็นช็อต 7-1 เพราะการเดินเกมผิดพลาด และไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกแบบนั้นเหมือนกันหรือไม่ แต่ Gasol ก็ยังเป็น 10 ถึง 20 สำหรับ 3 ตัวที่ชี้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทั้งหมด ในช่วงสี่ชัยชนะของ Raptors ติดต่อกันเพื่อกำจัด Bucks เขาไป 2 ใน 4 ในเกม 1 ของ The Finals ทำคะแนนเพลย์ออฟสูงถึง 20 คะแนนเพื่อยืนหยัดพลังของ Leonard และ Lowry

4. การให้คะแนนสำหรับเกม 1 จะสูงขึ้น

หากพวกเขาได้นับจำนวนครั้งที่ Warriors และ Raptors ซึ่งดูได้จากวิดีโอ ช่วงที่สำคัญนี้คือการขาดความคุ้นเคยที่ทั้งสองทีมมีต่อกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นแง่มุมของคนทั่วไป The Finals ที่เจาะลึกการประกาศทั้งหมด แต่เมื่อได้รับความรู้จาก Golden Cavaliers ของ Golden State หลังจากผ่านรอบชิงชนะเลิศติดต่อกันสี่ครั้งโตรอนโตก็ได้เป็นคนแปลกหน้า นอกเหนือจากนั้นผู้เล่นหลักจากทั้งสองฝ่ายขาดการพูดคุยสองนัดประจำฤดูกาล แต่ตอนนี้พวกเขามีเวลา 48 นาทีในการเรียนรู้ สำหรับผู้เล่นที่พูดถึง พวกเขาได้เห็นสิ่งที่พวกเขาอาจไม่คาดคิดและสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบแน่นอน คือการลองใช้การโจมตีของ Siakam ซึ่งไม่สามารถที่จะเป็นทีมที่เร่งฝีเท้าและ Fred VanVleet เป็นตัวสำรองสำคัญของเกม (15 คะแนนต่อคืนเมื่อยิง 3 จุดของเขาคือ MIA)โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขากำลังจะดื่มด่ำกับการวิ่งเล่นของ Siakam และคิดหาวิธีที่จะขัดขวางการพลิกล็อคที่ไม่คาดคิดจากแคเมอรูน

“ เขากลายเป็นคนที่ประหลาด” Green กรีนกล่าวด้วยถ้อยคำและพยักหน้าให้ความเคารพ “เขาทุ่มเททำงานมากและผมก็เคารพในสิ่งนั้น แต่อย่างที่ฉันพูดฉันต้องพาเขาออกจากลีกและนั่นก็เป็นโอกาสของฉัน”

5. ใครอยู่ที่นี่

ดูแรนต์ ได้อยู้กับอาการบาดเจ็บน่องจากเกม 5 ของรอบรองชนะเลิศตะวันตกการพูดคุยกลายเป็นปัญหาอย่างมาก ในเกมที่ 1 ของรอบรองชนะเลิศ คำถามที่พบบ่อย 2-3 สัปดาห์ คือ คุณคิดถึงอะไรมากที่สุดหากไม่ได้ดูแรนท์? เขาจะเปลี่ยนความผิดหรือการป้องกันของคุณได้อย่างไร? มีการรั่วไหลออกมาจากทีมสื่อขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทีมของเอ็นบีเอหรือไม่

 “ KD เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล” Curry กล่าว “ดังนั้นฉันจึงสามารถนั่งที่นี่และพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเพิ่มในรายชื่อของเรา เห็นได้ชัดว่าเราได้พิสูจน์แล้วว่าเมื่อเขาออกไปข้างนอกเราสามารถให้พวกก้าวขึ้นและนั่นจะเป็นกรณีจนกว่าเขาจะกลับมา “

ในการกลับมาเขาดูเหมือนจะหมดหวัง นอกจากนี้มันเป็นลีกแรก ผู้เล่นเอ็นบีเอและเจ้าหน้าที่ทางการของทีม “รีบกลับ” จากนั้นอีกครั้งเมื่อพวกเขาพร้อมที่จะเล่น ตามที่ Golden State แสดง DeMarcus Cousins ​​ในเกม 1 เขาจะเห็นความสามารถพิเศษอีกด้วย

ขอขอบคุณที่มาจาก ufa877

เรื่องเด่น

ชิคาโก บูลส์

ชิคาโก บูลส์
ชิคาโก บูลส์

ชิคาโก บูลส์ (Chicago Bulls) เป็นหนึ่งในทีมบาสเกตบอลดังที่มีการแข่งขันลีก NBA ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ทีมได้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1966 และสามารถคว้าแชมป์ได้ในการแข่งขันบาสเกตบอล NBAได้ถึง 6 สมัยในปี ค.ศ. 1991, 1992, 1993, 1996, 1997 และ 1998

ประวัติ ชิคาโก บูลส์

Chicago Bulls เป็นทีมบาสเกตบอล NBA ที่ก่อตั้งเป็นทีมที่สามโดยถัดจาก ชิคาโก สแต็กส์ ซึ่งเล่นในระหว่างปี ค.ศ. 1946 ถึง 1950 และ ชิคาโก แพ็กเกอร์ ซึ่งในต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น เซไฟร์ โดยย้ายไปอยู่เมืองบัลติมอร์ซึ่งในปัจจุบันคือ “วอชิงตัน วิซาร์ดส์” Chicago Bulls จึงได้เริ่มลงสนามแข่งขันบาสเกตบอล NBA ครั้งที่หนึ่ง ใน ค.ศ. 1966-1967 ซึ่งในตลอดระยะเวลาในการแข่งขัน Chicago Bulls จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1970 Chicago Bulls จึงเป็นทีมที่รู้จักเรื่องเกมรับที่แข็งแกร่ง และมีผู้เล่นมีชื่อเสียงหลายคน ก็คือ บ็อบ เลิฟ, นอร์ม แวนเลียร์ , เจอร์รี่ สโลน เป็นต้น แต่ทีมที่ได้อันดับหนึ่งในดิวิชั่นเพียงครั้งเดียวและไม่สามารถเข้าถึงรอบไฟนอลในเพลย์ออฟได้

ปลายทศวรรษที่ 1970 – 1980 ทีมได้อยู่ในอันดับรั้งท้ายของลีกอย่างมาก เป็นจุดที่อาจจะพลิกผันชะตาของทีมบูลส์ได้เลย ก็คือการดราฟอันดับแรก ในปี ค.ศ. 1979 ระหว่างทีมบูลส์กับแจ๊ส ซึ่งบูลส์ได้แพ้จากการตัดสินด้วยการโยนเหรียญ ซึ่งพลาดสิทธิ์ในการดราฟอีกครั้ง ต่อมาบูลส์ได้ดราฟเป็นอันดับสองและสามารถเลือก เดวิด กรีนวูด มาแทน คนที่เป็นผู้เล่นคนสำคัญในทีมคือ อาร์ทิส กิลมอร์ เพราะทีมได้จากการดราฟหลังจากที่มีการสลายลีกเอบีเอ กิลมอร์ และการถูกเทรดไปทีมแซน แอนโตนิโอ สเปอร์สในปี ค.ศ. 1982 โดยทีมได้เปลี่ยนแผนการเล่นโดยการหันมาเน้นทำคะแนนเกมอีกด้วย เรกจี ทีอัส และเทรด ทีอัส สามารถทำเกมแต่ก็ยังทำไม่ดีเท่าที่ควร ในฤดูกาล 1983-1984

การมาของ “ไมเคิล จอร์แดน”

ช่วงฤดูร้อนในปี ค.ศ. 1984 เมื่อโชคชะตาผลิกผันเมื่อทีมได้สิทธิ์จากการดราฟเป็นอันดับที่สาม รอกเก็ตส์เลือก ‘ฮาคีม โอลาจูวอน’ พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส เลือก ‘แซม โบวี’ บูลส์ เลือกชู้ตติง การ์ดอย่าง ‘ไมเคิล จอร์แดน’ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ภายใต้ทีมเจ้าของใหม่ก็คือ “เจอร์รี ไรนส์ดอร์ฟ” และผู้จัดการคนใหม่ คือ “เจอร์รี ครอส” เขาจจึงได้ตัดสินใจสร้างทีม จอร์แดนได้ทำสถิติของแฟรนไชส์สมัยที่เล่นในปีแรก โดยสามารถทำคะแนนสูงสุด และได้พาบูลส์กลับเข้าสู่เพลย์ออฟ ดังนั้นจอร์แดนจึงได้ถูกเลือกให้อยู่ในออล-เอ็นบีเอทีมที่สอง และได้รางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของเอ็นบีเอ (NBA Rookie of the Year Award) อีกด้วย

แชมป์ติดต่อกันสามสมัย

เริ่มฤดูกาล 1990-1991 บูลส์ได้สร้างสถิติโดยการชนะ 61 เกม สูงสุดเท่าที่ทีมเคยทำได้ในตอนนั้น ผ่านเข้าสู่เพลย์ออฟ เอาชนะพิสตันในรอบชิงคอนเฟอร์เรนซ์ และเอาชนะลอส แอนเจลิส เลเกอร์สที่นำโดย แมจิก จอห์นสัน ใน 5 เกมในรอบชิงชนะเลิศได้อีกด้วย ถือว่าจอร์แดนเป็นผู้เล่นที่ทรงคุณค่าของฤดูกาลปกติและในรอบสุดท้าย และยังเป็นผู้ที่สามารถทำคะแนนฤดูกาลปกติสูงสุดเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันเลยทีเดียว

บูลส์ได้แชมป์ NBS สมัยที่สองในฤดูกาล 1991-1992 จากการชนะ 67 เกมในฤดูกาลปกติ เอาชนะพอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์สที่นำทีมโดย ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์ ใน 6 เกม ซึ่งปีนี้จอร์แดนยังได้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าฤดูกาลปกติและรอบสุดท้าย และเป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดอีกสมัย

ฤดูกาล 1992-1993 บูลส์ได้เป็นแชมป์สามสมัยติดต่อกัน โดยเอาชนะ ชารลส์ บาร์คลีย์ ผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปกติ และฟีนิกซ์ ซันส์ ซึ่งจอร์แดนได้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของรอบสุดท้าย พร้อมกับสถิติคะแนนต่อเกมรอบสุดท้ายสูงสุด อยู่ที่ 41.0 แต้มต่อเกม และจอร์แดนก็ยังเป็นคนทำคะแนนสูงสุดเป็นสมัยที่ 7 เท่ากับวิลต์ แชมเบอร์เลน ในฤดูร้อนปีนั้น จอร์แดนได้ประกาศเลิกเล่นหลังจากพ่อของเขาถูกฆ่าตาย บูลส์ในสมัยนั้นจึงได้นำโดย สก็อตตี พิพเพน จนกลายเป็นผู้เล่นที่เก่งคนหนึ่งในลีก และยังได้เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมอีกเช่นกัน ถึงแม้ว่าผลงานฤดูกาลปกติจะดี ชนะ 55 เกม แต่ก็แพ้นิกส์ในรอบสองของเพลย์ออฟ

BROOKLYN, NY – OCTOBER 31: Jimmy Butler #21 of the Chicago Bulls drives to the basket against the Brooklyn Nets on October 31, 2016 at Barclays Center in Brooklyn, New York. NOTE TO USER: User expressly acknowledges and agrees that, by downloading and or using this Photograph, user is consenting to the terms and conditions of the Getty Images License Agreement. Mandatory Copyright Notice: Copyright 2016 NBAE Nathaniel S. Butler/NBAE via Getty Images/AFP

แชมป์สามสมัยอีกครั้ง

               บูลส์ เปิดฤดูกาล 1994-1995 โดยได้อำลาสนามจาก ชิคาโก สเตเดียม ที่เป็นสนามตลอด 27 ปี ลได้ย้ายไปสนามปัจจุบัน คือ ยูไนเต็ด เซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1995 จากการได้รับข่าวดีที่ว่า ไมเคิล จอร์แดน จะกลับมาเล่นในฤดูกาลอีกครั้ง และเขาก็ได้กลับมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เก่งที่สุดในลีกอีกครั้งเช่นกัน ในเกมที่ห้าจากที่กลับมาเล่นสามารถทำคะแนนได้ 55 แต้ม เมื่อได้แข่งกับนิกส์ บูลส์จึงเข้าสู่เพลย์ออฟในอันดับที่ห้า และได้เอาชนะชาล็อต ฮอร์เนตส์ แต่ก็ยังแพ้ออร์แลนโด ซึ่งเป็นแชมป์ในปีนั้น เนื่องจากจอร์แดนยังเล่นไม่คล่องจากการพักตัวไปนาน

บูลส์ได้สร้างผลงานในฤดูกาลที่ดีที่สุดในฤดูกาลหนึ่ง ซึ่งได้ทำสถิติชนะ 72 แพ้ 10 ได้พัฒนา จากปีก่อนหน้านี้ จอร์แดนทำคะแนนสูงสุดในลีกเป็นครั้งที่แปด ร็อดแมนทำรีบาวด์สูงสุดครั้งที่ห้า ในขณะที่เคอร์มีเปอร์เซนต์การชู้ตสามแต้มเป็นอันดับที่สองในลีก จอร์แดนเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าทั้งในฤดูกาลปกติ เกมรวมดารา และ รอบสุดท้าย ที่เรียกว่า ทริปเปิลคราวน์ ครอสเป็นผู้บริหารแห่งปี แจ็กสันเป็นโค้ชแห่งปี และ คูโคชเป็นผู้เล่นสำรองแห่งปี ทั้งพิพเพนและจอร์แดนได้รับเลือกเป็น ออล-เอ็นบีเอ ทีมแรก จอร์แดน, พิพเพน และ ร็อดแมนได้รับเลือกเป็น ออล-ดีเฟนซีฟ ทีมหนึ่ง และเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ที่มีผู้เล่นสามคนในทีม ออล-ดีเฟนซีฟทีมแรก

บูลส์ ได้แชมป์สามสมัยติดต่อกัน โดยเอาชนะ 62 เกมในฤดูกาลปกติและยังสามารถเอาชนะบ๊อบแคทส์ในรอบสุดท้ายของปี 1998 จอร์แดนได้ทริปเปิล คราวน์ เป็นผู้เล่นครงคุณค่าฤดูกาลปกติ เกมรวมดารา และรอบสุดท้าย อีกครั้ง ร็อดแมนเป็นแชมป์รีบาวน์สมัยที่เจ็ดติดต่อกัน

รีไทร์ หมายเลขเสื้อเพื่อให้เกียรติ ผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาล

เป็นไปได้ยากหากมีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมาอยู่ในทีมและยังทุ่มเทให้แก่ทีมได้ เพื่อให้เกียรติผู้เล่น ชิคาโก บูลส์ จึงได้ตัดสินใจ รีไทร์ หมายเลข เสื้อให้กับผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลของทีม โดยที่หมายเลขดังกล่าวจะไม่มีใครสามารถใส่ได้ ได้แก่ หมายเลข 4 เจอร์รี่ สโลน เล่นให้ทีมปี 1966-1976 หมายเลข 10 บ๊อบ เลิฟ เล่นให้ทีมในปี 1968-1976 หมายเลข 23 ไมเคิล จอร์แดน เล่นให้ทีมปี 1984-1993 และ 1995-1998 หมายเลข 33 สก๊อตตี้ พิพเพ่น เล่นให้ทีมปี 1987-1998

การสลายทีมผู้เล่น

ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1998 ถือได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของยุคที่บูลส์ได้เป็นแชมป์ ครอสได้คิดว่าผู้เล่นในบูลส์เริ่มมีอายุกันมาก จึงตัดสินใจสร้างทีมขึ้นมาใหม่ โดยได้วางแผนจะเทรดผู้เล่นเก่งที่อายุมากเพื่อแลกกับสิทธิ์ในการดราฟอันดับแรกๆ และจะได้มีเงินมาเซ็นสัญญาผู้เล่นดี ๆ เข้าทีม ครอสได้เทรด สก็อตตี พิพเพน ออกไปแลกกับ รอย โรเจอรส์ และโอกาสการดราฟรอบสอง จึงได้ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เดนนิส ร็อดแมน รวมทั้งเทรด ลุค ลองลีย์ และ สตีฟ เคอร์ แลกกับสิทธิ์การดราฟ ครอสได้จ้างโค้ชใหม่ คือ ทิม ฟรอยด์ ที่เคยสร้างผลงานที่มหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต หลังจากที่ ฟิล แจ็กสัน ออกไป ไมเคิล จอร์แดน ก็ประกาศเลิกเล่นเป็นครั้งที่สองอย่างเป็นทางการ

ทีมเริ่มฤดูกาลด้วย แรนดี บราวน์ ในตำแหน่งพอยต์การ์ด, รอน ฮาร์เปอร์ ในตำแหน่งชู้ตติงการ์ด, เบรนท์ แบร์รี เป็นสมอลฟอร์เวิร์ด, โทนี คูโคช เป็นเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด และ บิล เวนนิงตัน ตำแหน่งเซ็นเตอร์ ซึ่งในฤดูกาลนี้ 1998-1999 จึงสั้นกว่าปกติเนื่องจากเกิดการประท้วงหยุดงานของนักกีฬา เหลือเล่นเพียง 50 เกมในฤดูกาล คูโคช เป็นผู้เล่นที่ทำคะแนน รีบาวน์ และ แอสซิสต์ มากสุดในทีม ทีมในฤดูกาลนี้ได้ชนะเพียง 13 เกมเท่านั้น

ความตกต่ำในห้าปี

               ผลงานที่ตกต่ำ มีผลให้ทีมจับสลากได้สิทธิ์การดราฟอันดับแรก และใช้เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด เอลตัน แบรนด์ ทีมสูญเสีย ฮาร์เปอร์ บราวน์ เวนนิงตัน และ แบร์รี ช่วงปิดฤดูกาล ทำให้ แบรนด์ และผู้เล่นหน้าใหม่อีกคน คือ รอน อาร์เทสต์ เป็นผู้นำทีม สามารถทำเฉลี่ย 20 แต้ม 10 รีบาวน์ เป็นครั้งแรกนับจากสมัยของ อาร์ทิส กิลมอร์ และทำคะแนน รีบาวน์ บล็อก เปอร์เซนต์การชู้ต และจำนวนนาทีที่ลงเล่น สูงสุดในบรรดาผู้เล่นปีแรกด้วยกัน ขณะที่ อาร์เทสต์ ทำสติลสูงสุดของผู้เล่นปีแรก และยังเป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงเป็นอันดับสองในทีม ผลงานของแบรนด์ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นผู้เล่นปีแรกยอดเยี่ยม ร่วมกับ สตีฟ แฟรนซีส ของฮิวส์ตัน รอกเก็ตส์ ในขณะที่อาร์เทสต์ได้รับเลือกอยู่ใน All-Rookie ทีมสอง แต่ทีมสร้างผลงานต่ำสุดในประวัติศาสตร์ทีม คือ ชนะ 17 แพ้ 65 และอยู่อันดับรองสุดท้ายของลีก

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก ufa877

เรื่องเด่น

RuiHachimura

RUIHACHIMURA
RUIHACHIMURA

 RUIHACHIMURA “รุยฮาชิมุระ” กล่าวว่าเขาต้องการเป็นนักบาสเกตบอลในประเทศญี่ปุ่น

ในโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบาสเก็ตที่ประเทศญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าอย่างมาก ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาและคนที่ได้ยืนอยู่ที่แนวหน้าไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก รุยฮาชิมุระ ดาวรุ่งของนักบาสเก็ตบอลในขณะนั้น

รุยฮาชิมุระ เป็นทางเลือกที่ง่ายสำหรับการเลือกในห้วงของญี่ปุ่นที่มีเปอร์เซ็นไม่มากนัก แต่ด้วยความสามารถและทักษะที่ยอดเยี่ยมของเขาแล้วได้ทำให้ Gonzaga Bulldog ในวัย 21 ปีได้กลายเป็นผู้ที่เก่งเกินความสามารถที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์บาสเกตบอลญี่ปุ่นเลยทีเดียว และไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาได้ยึดตำแหน่งและดึงดูดด้วยฝีมือจากแฟน ๆ ทั้งในประเทศและในเอเชียตะวันออกและที่อื่น ๆ อีกด้วย

รุยฮาชิมุระ ได้รับการขนานนามว่า West Coast Conference (WCC) เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศสหรัฐอเมริกาใน CA และยังได้รับรางวัล Julius Erving อันทรงเกียรติ ซึ่งไม่เลวเลยสำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์และไม่ได้เล่นบาสเก็ตบอลจนกระทั่งถึงมัธยมต้น ดังนั้นเขาจึงได้เริ่มที่จะจริงจังกับการเล่นเบสบอลเป็นครั้งแรก แต่ด้วยการกระตุ้นให้มีเพื่อนร่วมทีมเพิ่มคนหนึ่งให้กับทีมเขาเริ่มฝึกบาสเกตบอลของโรงเรียน ทันทีที่ผู้ฝึกสอนหรือโค้ดได้เห็นศักยภาพที่แจ่มแจ้งและพรสวรรค์ในตัวเขาอีกเช่นกัน

“โค้ชระดับมัธยมต้นของฉันซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้ฝึกกับฉันและเขาก็บอกกับฉันว่า ‘คุณกำลังจะไปที่เอ็นบีเอ'” รุยฮาชิมุระ เล่า “ฉันยังเด็กฉันโง่ฉันจึงเชื่อเขา: ‘ใช่ฉันจะไปเอ็นบีเอ!'”

และการก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเข้าสู่ปี 2019 นั้นแน่นอนว่า รุยฮาชิมุระ ต้องมุ่งไปยังที่สูงและยังเป็นแสงสว่างอันสดใสของ NBA แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือเมื่อเขาพร้อม เขาจะเปิดตัวในเวทีสนามบาสเก็ตบอลนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน FIBA ​​Basketball World Cup 2019 ในประเทศจีน

 “บาสเก็ตบอลเริ่มยิ่งใหญ่ขึ้นในญี่ปุ่นและฉันต้องการเป็นผู้ชายที่เขามองเห็น” เขาประกาศ “ฉันตื่นเต้นมาก ฉันต้องการเป็นคนที่สามารถเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถรู้รอบด้านสำหรับในญี่ปุ่น”

ขณะที่เขาเตรียมที่จะเป็นผู้เล่น ได้มีชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับการคัดเลือกในรอบแรกของ NBA Draft Rui Hachimura กล่าวว่าเขาพร้อมที่จะเป็นความหวังของนักบาสเกตบอลในประเทศญี่ปุ่นและเป็นผู้นำของทีมชาติได้

“ บาสเก็ตบอลที่ใหญ่ขึ้นในญี่ปุ่นและฉันอยากเป็นคนที่เป็นแบบนั้น” รุยฮาชิมุระ บอกกับเรดอลเกรฟจาก CBSSports.com

แฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นได้จับตาดู รุยฮาชิมุระ โดยอย่างยิ่งเขาก็ยังคงได้รับการยกย่องมาโดยตลอด จากบทบาทของเขา และในฐานะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นยังคงเห็นความโดดเด่นที่ตัวเขา พวกเขายังคงรอลมหายใจซึ่งน้อยลงสำหรับ NBA 2019 NBA ที่ รุยฮาชิมุระ อาจเป็นความหวังแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

“บริษัท ผลิตรองเท้าได้บอกฉันว่า ฉันจะยิ่งใหญ่” เขาบอก “มันอาจจะมีบางเรื่องกดดันนิดหน่อยเพราะมีผู้คนคาดหวังว่าฉันจะจะทำมันได้ แต่มันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉัน ฉันก็แค่ต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ในสนามบาสเก็ตบอลและที่เหลือก็จะดูแลตัวเองให้ดีขึ้น”

ในอายุที่น้อยเพียง 21 ปี เป็นอาวุธที่ทรงพลังทางด้านร่างกายและไหวพริบที่สุดของ Akatsuki Five ใน Asian Qualifiers โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 21.5 คะแนนรีบาวด์ 6.0 และ 1.8 ต่อเกมในขณะที่ยังยิงได้ใกล้เคียงกับ 58 เปอร์เซ็นต์จากสนามเมื่อญี่ปุ่นชนะแปดเกมสุดท้าย สำหรับแชมป์ที่ชนะทำให้รู้สึกมีไฟขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไปและแฟน ๆ บาสเกตบอลญี่ปุ่นและผู้สนับสนุนของทีมชาติที่เต็มไปด้วย สถานที่ได้ไปแข่งในแต่ละเกม ความเป็นตัวตนของเขานั้นไม่ได้หายไป และใครตื่นเต้นที่ได้เห็นการเติบโตของเกมในประเทศบ้านเกิดของเขายังคงเป็นสิ่งที่น่าประทับใจและสามารถมองอนาคตได้อันใกล้ด้วย

ขอขอบคุณเรื่องราวเพิ่มเติมจาก ufa877

เรื่องเด่น

เมมฟิส กริซลีส์

เมมฟิส กริซลีส์
เมมฟิส กริซลีส์

เมมฟิส กริซลีส์ ชื่อเดิมคือ แวนคูเวอร์ กริซลีส์ ทีมบาสเก็ตบอลในลีก NBA ประจำเมืองเมมฟิส ของรัฐเทนเนสซี ซึ่งหัวหน้าโค้ชในปัจจุบันก็คือ ไมค์ ฟราเทลโล (Mike Fratello)  และเจ้าของทีมคือ ไมเคิล ไฮส์เลย์ (Michael Heisley) ซึ่งมีอดีตผู้เล่นและผู้บริหารทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์และฮอลออฟเฟม ก็คือ เจอร์รี เวสต์ (Jerry West) ซึ่งได้เข้ามาบริหารทีมในตำแหน่งประธานกิจการบาสเก็ตบอล (President of Basketball Operations) เป็นต้นมา ชื่อเดิมคือ แวนคูเวอร์ กริซลีส์ ทีมบาสเก็ตบอลในลีก NBA ประจำเมืองเมมฟิส ของรัฐเทนเนสซี ซึ่งหัวหน้าโค้ชในปัจจุบันก็คือ ไมค์ ฟราเทลโล (Mike Fratello)  และเจ้าของทีมคือ ไมเคิล ไฮส์เลย์ (Michael Heisley) ซึ่งมีอดีตผู้เล่นและผู้บริหารทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์และฮอลออฟเฟม ก็คือ เจอร์รี เวสต์ (Jerry West) ซึ่งได้เข้ามาบริหารทีมในตำแหน่งประธานกิจการบาสเก็ตบอล (President of Basketball Operations) เป็นต้นมา

เมมฟิส กริซลีส์

เมมฟิส กริซลีส์ ประวัติ

ทีมแวนคูเวอร์ กริซลีส์ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 เช่นเดียวกับทีมโทรอนโต แรปเตอรส์ ทั้งสองทีมทำให้มองถึงการเติบโตของเอ็นบีเอ และยังเป็นสองทีมแรกที่เล่นในประเทศแคนาดา นับตั้งแต่ทีมโทรอนโต ฮัสกีส์ในฤดูกาล พ.ศ. 2489-2490 ซึ่งเดิมผู้เล่นกริซลีส์เกิดขึ้นจากผู้เล่นที่คัดมาจากทีมอื่น ๆ ผ่านทาง expansion draft และนักกีฬาใหม่ที่ทีมได้คัดเลือกก็คือ ไบรอัน รีฟส์ (Bryant Reeves) ฤดูกาลแรกของทีมมีสถิติการเล่นเป็นอันดับสุดท้ายของเอ็นบีเอก็ตาม และในปีต่อมา กริซลีส์ ก็ได้คัดตัวเอา ชารีฟ อับดูร-ราฮีม (Shareef Abdur-Rahim) ซึ่งสุดท้ายทีมก็ยังคงเป็นอันดับสุดท้ายถึงแม้ว่าเขาจะเล่นได้ดีก็ตาม

ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 กริซลีส์ ได้คัดเลือก แอนโทนิโอ แดเนียลส์ (Antonio Daniels) ซึ่งถูกมองว่าเล่นไม่สมกับที่ได้รับเลือกแต่ทีมก็ทำสถิติดีขึ้นเป็นอันดับที่หกจากเจ็ดทีม แม้แต่ฤดูกาลถัดมา ถึงแม้ว่าได้คัดเลือกการ์ด ไมค์ บิบบี (Mike Bibby) แต่ในทีมก็กลับตกไปอยู่ในอันดับสุดท้ายอีกครั้ง โดยชนะเพียงแค่ 8 เกมเท่านั้นซึ่งในฤดูกาลนี้เล่นเพียง 50 เกมเนื่องจากเกิดการประท้วงขึ้นแล้วกีฬาจึงหยุดเล่นโดยนักกีฬา

หลังจากการประท้วงที่เกิดขึ้น ในจำนวนผู้เข้าชมเกมลดลง และทีมจึงเกิดการขาดทุนขึ้น และได้มีการเปลี่ยนเจ้าของทีมในหลาย ๆ ครั้งแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ทีมก็ได้ย้ายไปเมืองเมมฟิส ที่ใหม่สำหรับฤดูกาล 2001-2002 และได้แต่งตั้งเจอร์รี เวสต์ เป็นผู้จัดการทั่วไป ในปี พ.ศ. 2545 เวสต์ได้รับรางวัลผู้บริหารแห่งปีสำหรับฤดูกาล 2003-2004 และในระหว่างฤดูกาล 2002-2003 ฮูบี บราวน์ ก็ได้ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าโค้ชจึงรับรางวัลโค้ชแห่งปีในฤดูกาลถัดมา กริซลีส์ ได้เข้าเล่นในรอบเพลย์ออฟเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 ด้วยอันดับที่หกในสายตะวันตกแต่ก็ตกรอบแรกโดยแพ้ให้กับทีม ซานแอนโตนิโอ สเปอรส์ ใน 4 เกมรวด

จากนั้นในฤดูกาล 2004-2005 ฮูบี บราวน์ ได้ก้าวลงจากหัวหน้าโค้ชด้วยเหตุผลที่ว่าสุขภาพไม่ดีจึงไม่สามารถเป็นโค้ดต่อได้ และในขณะนั้นทีมมีสถิติแพ้มากกว่าชนะอีกด้วย เวสต์ก็นำนักวิจารณ์ของสถานีโทรทัศน์ TNT และอดีตโค้ช ไมค์ ฟราเทลโล ขึ้นแทน กริซลีส์ ทีมก็สามารถพัฒนาขึ้นและเข้าเล่นในเพลย์ออฟเป็นปีที่สองติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม กริซลีส์ ก็ได้ตกรอบแรกอีกครั้งโดยได้แพ้ ฟีนิกส์ ซันส์ ใน 4 เกม และเมื่อจบฤดูกาล กริซลีส์ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นเป็นจำนวนมากหลังจากที่แพ้เกมในหลายๆครั้งที่ผ่ายมา โดยเสียผู้เล่นหลัก ๆ เช่น บอนซี เวลส์ (Bonzi Wells) เจสัน วิลเลียมส์ (Jason Williams) สโตรไมล์ สวิฟท์ (Stromile Swift) และ เจมส์ โพซี (James Posey) และได้ผู้เล่น เดมอน สตอดามายร์ (Damon Stoudamire) บอบบี แจ็คสัน (Bobby Jackson) และ เอ็ดดี โจนส์ (Eddie Jones) เข้ามาแทน

เมมฟิส กริซลีส์

นักกีฬาที่ติด ฮอล์ออฟเฟม

  • ฮูบี บราวน์ (โค้ช)

สถิติฤดูกาลที่ดี/แย่ที่สุด

  • ดี ในปี 2003-2004 เกมชนะ 50 แพ้ 32
  • แย่ ในปี 1998-1999 เกมชนะ 8 แพ้ 42

ขอบคุณเรื่องราวข้อมูลดีๆจาก holifestivaljapan

เรื่องเด่น

รู้จัก 12 นักบาส ทีมชาติไทย

รู้จัก 12 นักบาส ทีมชาติไทย
รู้จัก 12 นักบาส ทีมชาติไทย

รู้จัก 12 นักบาส ทีมชาติไทย บาสเก็ตบอลเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่ชาติไทยในปัจจุบันเราได้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักนักบาส ทีมชาติไทย ยอดฝีมือที่เลื่องลือในประเทศไทยในปัจจุบันกันว่ามีใครกันบ้าง ไปทำความรู้จักกันเลย

  • นายชนาธิป จักรวาล

สโมสร : ไฮเทค

ส่วนสูง : 203 ซม.

ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์

เซ็นเตอร์หนุ่มจาก สโมสรไฮเทค ผู้ที่มีส่วนสูงถึง 203 เซนติเมตรเลยทีเดียว ในเรื่องเกมรับ “โอม” ทำได้จัดว่าดีเลยทีเดียว แถมยังอาศัยความแข็งแกร่งในการเล่นลูกใต้แป้น ก็เป็นหนึ่งในทีเด็ดสำหรับเจ้าตัวอีกด้วย

  • นายธีรวัฒน์ จันทะจร

สโมสร : โมโน แวมไพร์

ส่วนสูง : 200 ซม.

ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์

อีกหนึ่งเซ็นเตอร์หนุ่มในทีมชุดนี้ “บิ๊ก” ได้โชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ ซีเกมส์ เมื่อปีที่ผ่านมา และรวมถึงในระดับสโมสรกับ โมโน แวมไพร์ ในปีนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเล่นลูกใต้แป้นให้กับ ทีมชาติไทย ชุดนี้

  • นายดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย

สโมสร : โมโน แวมไพร์

ส่วนสูง : 185 ซม.

ตำแหน่ง : สมอลล์ฟอร์เวิร์ด

จากประสบการณ์และฝีไม้ลายมือ “ปาล์ม” ถือว่าตอบโจทย์ในการพาเพื่อน ๆ ทีมชาติไทย ชุดนี้ในการทำผลงานในศึก ฟีบ้า เอเชีย คัพ รอบคัดเลือกโซนอาเซียน

  • นายชัชพล จึงแย้มปิ่น

สโมสร : ไทยเครื่องสนาม

ส่วนสูง : 189 ซม.

ตำแหน่ง : พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด

“อาร์ท” ติดทีมชาติไทย เป็นหนแรก โดยมีจุดเด่นเฉพาะตัวในการใช้ความแข็งแกร่งและแหวกแนวรับคู่แข่งเข้าไปทำแต้มให้กับ ไทยเครื่องสนาม ในศึก GSB บาสเกตบอล ไทยแลนด์ ลีก ซึ่งได้เห็นความพริ้วไหวของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

  • นายนิธิพล สวัสดิ์ถาวร

สโมสร : สวู

ส่วนสูง : 189 ซม.

ตำแหน่ง : พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด

GSB บาสเกตบอล ไทยแลนด์ ลีก “อารี” ถือว่าเป็นผู้ที่ทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ ได้ทำแต้มมากที่สุดเป็นอันดับสองให้กับ สวู และเป็นรองแค่ นิโคลัส อีแวนส์ เท่านั้น จุดเด่นของพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดคือการเข้าทำใต้แป้น รวมถึงการทำเกมจากระยะกลางซึ่งทำได้ดีพอตัว จนทำให้ติด ทีมชาติไทย เป็นหนแรกของเจ้าตัว

  • นายปฏิภาณ กล้าหาญ

สโมสร : ไฮเทค

ส่วนสูง : 196 ซม.

ตำแหน่ง : สมอลล์ฟอร์เวิร์ด

ด้วยความสมดุลทั้งเกมรับและรุก แถมยังสามารถเล่นได้ในตำแหน่งพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด ซึ่งทำให้ “ปาล์ม” ถูกวางเป็นตัวสอดแทรกให้กับ ทีมชาติไทย สู้ศึกในทุก ๆ ครั้ง

  • ไทเลอร์ แลมบ์

สโมสร : ไฮเทค

ส่วนสูง : 189 ซม.

ตำแหน่ง : ชู้ตติ้งการ์ด

หนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย ที่สอบสามผ่านจากการลงเล่นให้กับ ทีมชาติไทย ใน ซีเกมส์ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในมาตรฐานของ แลมบ์ ในลีกนั้นนับว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว ความหลากหลายในการเข้าทำเกมคือจุดเด่นของชู้ตติ้งการ์ดรายนี้ จนเจ้าตัวถูกวางเป็นอีกหนึ่งตัวความหวังในทีมชุดนี้อีกด้วย

  • นายณกรณ์ ใจสนุก

สโมสร : ไฮเทค

ส่วนสูง : 191 ซม.

ตำแหน่ง : ชู้ตติ้งการ์ด

มือดีอันดับต้นๆ ของนักยัดห่วงของชาวไทย และเป็นอีกครั้งที่ “หรั่ง” ได้ทำผลงานได้ดีในระดับสโมสรจนติด ทีมชาติไทย เพื่อสู้ศึก ฟีบ้า เอเชีย คัพ รอบคัดเลือกโซนอาเซียนอีกเช่นกัน

  • นายโสฬส สุนทรศิริ

สโมสร : โมโน แวมไพร์

ส่วนสูง : 181 ซม.

ตำแหน่ง : พอยต์การ์ด

นอกจากพอยต์การ์ดแล้ว การถูก “โค้ชดั๊ก” การโยกตำแหน่งมาเล่นสมอลล์ฟอร์เวิร์ด ได้ทำให้ “โส” ดูจะเพิ่มความหลากหลายและพิษสูงในการเล่น จนได้เป็นอีกตัวที่สอดแทรกทำผลงานให้กับทีมในชุดนี้อีกคนนึง

  • นายบัณฑิต หลักหาญ

สโมสร : ไทยเครื่องสนาม

ส่วนสูง : 180 ซม.

ตำแหน่ง : พอยต์การ์ด

ในการเล่นวงนอกด้วยมันสมองนับว่าเป็นจุดเด่นของพอยต์การ์ดจาก ไทยเครื่องสนาม รายนี้ แถมมีลูกเข้าทำจากวงนอกที่ถือว่าพอไว้ใจได้อยู่

  • นายธวัชชัย สุขทับ

สโมสร : แบล็ก สกอร์เปี้ยนส์

ส่วนสูง : 187 ซม.

ตำแหน่ง : ชู้ตติ้งการ์ด

 หนุ่ม “เจ๋ง” มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมในแต่ละลีกในฐานะ “เดอะแบก” ในการทำแต้มให้กับ “แมงป่องทมิฬ” ซึ่งเขาสามารถเล่นได้ทั้งลูกวงนอกและวงใน ถือว่าอันตรายทุกพื้นที่จริง ๆ

  • ไท วอร์เนอร์ สถิตย์สัมพันธ์

สโมสร : แบล็ก สกอร์เปี้ยนส์

ส่วนสูง : 179 ซม.

ตำแหน่ง : พอยต์การ์ด

ผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในทีมชุดนี้ ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น แต่ “ไท” ถือว่าเป็นเด็กที่มีของ จุดเด่นของเจ้าหนุ่มน้อยรายนี้มีดีกรีที่การกล้าแหวกเข้าไปเล่นวงใน รวมถึงถอยออกมาเล่นสามแต้มได้อย่างไม่กลัวนั่นเอง

จากที่ได้รู้จักชื่อหน้าตาและความสามารถแล้ว เหล่านักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทยต้องมีการฝึกฝนอดทนเป็นอย่างมากถึงจะได้ขึ้นเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยได้ หากน้อง ๆได้มีความมานะมุ่งมัน และพยายาม น้อง ๆ จะรักในอาชีพและกีฬานี้ก็เป็นได้

ขอบขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บไซต์ holifestivaljapan.com

เรื่องเด่น

ทีมบาสเกตบอลไทย

ทีมบาสเกตบอลไทย
ทีมบาสเกตบอลไทย

ทีมบาสเกตบอลไทย หากได้ย้อนกลับไปประมาณ 5 ปีที่แล้ว มีสโมสรบาสเกตบอลทีมหนึ่งในไทย ได้พูดว่า “พวกเขาได้มีเป้าหมายจะเป็นเบอร์ 1 เอเชีย” ก็คงเป็นเรื่องที่น่าตลกและดูเป็นคำพูดที่เพ้อเจ้อ เพราะในความเป็นจริงแล้วระดับของบาสเกตบอลไทย ยังไม่สามารถก้าวพ้นข้ามอาเซียน จนได้มีคนกล่าวว่า วงการยัดห่วงบ้านเรา ล้าหลังกว่า ฟิลิปปินส์ เจ้าแห่งบาสเกตบอลอาเซียน อยู่ประมาณ 10 ปี

และนี่ยังไม่ได้รวมถึงประเทศจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งมีวิวัฒนาการกีฬาบาสเกตบอลที่นำหน้าเราไปไกลหลายสิบปี และยิ่งเมื่อหันมองกลับมาที่เมืองไทย กีฬาบาสเกตบอล เป็นกีฬาที่ซบเซามานานหลายปี นับตั้งแต่หมดยุค “แว่น” สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล อดีตนักบาสสาวหล่อทีมชาติไทย

ในการแข่งขันลีกภายในประเทศ แทบจะไม่ได้รับความนิยมจากผู้ชมเลยสักนิด ถ้าหากจะมีใครมาลงทุนด้วยเงินมากกว่า 300 ล้าน เพื่อที่จะสร้างทีมบาสเกตบอลอาชีพไทยขึ้นมา ก็คงเป็นเรื่องที่ยากเลยทีเดียวและไม่น่าเกิดขึ้นได้อีกด้วย ด้วยบรรยากาศ และปัจจัยหลายๆด้านที่ไม่เอื้อเอาเสียเลย จนกระทั่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าคนที่ติดตามกีฬายัดห่วงอยู่เป็นประจำ หรือคนที่ไม่ค่อยได้ติดตาม ก็น่าจะเคยได้ยินชื่อของ “โมโน แวมไพร์” ผ่านหูไม่มากก็น้อย ในฐานะสโมสรบาสเกตบอลอาชีพความหวังใหม่ของประเทศไทย

ตั้งแต่สนามแข่งขันที่ทำให้ทุกคนที่เข้ามาสัมผัสบรรยากาศภายใน 29 “สเตเดียม” จึงต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ปรากกฏ, การบริหารจัดการทีม, การใช้สื่อและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงผลงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างมาก จนทำให้สโมสรที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่แห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักของคอบาสในอาเซียนไปแล้ว

ซึ่งรวมถึง ปณิธาน ของสโมสรที่มุ่งหวังอยากเป็น ทีมเบอร์ 1 ของทวีปเอเชีย ที่วันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมหรือเป็นแค่ฝันกลางวันอีกต่อไปแล้ว

การกำเนิดของค้างคาวอมตะ ทีมบาสเกตบอลไทย

ธุรกิจหลายๆอย่างที่ โมโน ทำ ต้องเกิดจากความชอบ ถึงจะลงมือ และการทำในสิ่งที่ชอบเป็นเรื่องสำคัญ และอยากจะพัฒนา ต่อยอดไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าไม่ชอบวันหนึ่งก็คงรู้สึกเบื่อ “เราเริ่มต้นทำทีม โมโน แวมไพร์ ด้วยความชอบ ไม่ได้มองว่าการลงทุนหลักร้อยล้าน ในกีฬาบาสเกตบอล เป็นเรื่องที่มีโอกาสล้มเหลว”

เจย์ – จิรัญ รัตนะวิริยะชัย ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท โมโน สปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ได้ย้อนถึงจุดเริ่มต้นในการก่อตั้งสโมสร “โมโน แวมไพร์” ในปี 2014 นั้น เกิดขึ้นมาจากความรักของกลุ่มผู้บริหาร ที่มักชวนกันไปออกกำลังกายเล่นกีฬาต่าง ๆ เช่น กอล์ฟ, สควอช และ บาสเกตบอล พวกเขาชื่นชอบถึงขั้นได้บินไปดูงานในสโมสรต่างแดน และได้เข้าชมเกมการแข่งขัน NBA ถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ได้รับไอเดีย และได้รับแรงบันดาลใจดีๆกลับมา จนถึงขั้นตัดสินใจฟอร์มทีมและส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ไทยแลนด์ บาสเกตบอล ลีก (TBL) ในฤดูกาลดังกล่าว ภายใต้ชื่อ “โมโน แวมไพร์” สื่อถึงทีมบาสเกตบอลที่สู้จนนาทีสุดท้ายและไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เปรียบดั่งแวมไพร์ที่ไม่มีวันตาย

บาสเกตบอล (NBA) ดูสนุกมาก แต่ได้พอกลับมาผู้บริหารก็ได้เริ่มคิดว่า ทำไมที่ประเทศไทยถึงยังไม่มีอะไรแบบนี้ และด้วยความรักที่ชอบทำกีฬาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงตัดสินใจสร้างสนามบาสเกตบอล และก่อตั้งทีมโมโน แวมไพร์ ขึ้นมา เพื่อส่งแข่ง TBL ดังนั้นจึงยึดมาตรฐานว่าต้องให้ได้แบบ NBA

โมโน แวมไพร์ ได้จัดการเนรมิตพื้นที่ที่เป็นป่า ข้างสตูดิโอของสถานีโมโน 29 มาสร้างสนามบาสเกตบอลที่ดูทันสมัย และได้รับมาตรฐานจาก FIBA (สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ) งบก่อสร้างราว 200 ล้านบาท พื้นสนาม ถูกนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ตรงตามมาตรฐานของ FIBA และ NBA โดยพื้นสนามของ 29 สเตเดียม เป็นพื้นสนามแบบ 2 ชั้น ทำให้สนามของ โมโน แวมไพร์ สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า และช่วยลดอาการบาดเจ็บของนักกีฬาได้อีกด้วย ระบบไฟรอบสนาม ที่ส่องสว่างได้มาตรฐาน FIBA รวมถึงจอ LED ขนาดใหญ่ทั้ง 4 มุม ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในสนามบาสเกตบอลต่างประเทศ เก้าอี้ที่นั่งผู้ชมมีหมายเลขติดและสามารถรองรับผู้ชมได้ 1,500 คน

การสร้างทีมแบบมืออาชีพ

ฤดูกาล 2015 โมโน แวมไพร์ ทำการเปลี่ยนแปลงทีม ดึงเอาโค้ชฝีมือดีอย่าง ดักลาส มาร์ตี ที่มีประสบการณ์ในการเล่น บาสเกตบอล รวมถึงการทำงานโค้ชให้กับหลาย ๆทีม ทั้งในยุโรป และอเมริกา เข้ามาทำหน้าที่เป็น เฮดโค้ช นอกจากนี้ โมโน แวมไพร์ ยังได้เสริมผู้เล่นไทย และต่างชาติฝีมือดี ดีกรีผ่านระบบการดราฟท์ NBA หรืออดีตผู้เล่น NBA เข้ามาทำให้แข็งแกร่ง จากทีมน้องใหม่ไฟแรงจาก “ค้างคาวอมตะ” ที่สามารถเดินหน้ากวาดแชมป์ ไทยแลนด์ บาสเกตบอล ลีก 3 สมัยติดต่อกัน ในฤดูกาล 2015-2017

จิรัญ รัตนะวิริยะชัย ผู้บริหารทีมโมโน แวมไพร์ เปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จ ที่สโมสรทำได้ โดยเริ่มต้นจากทำให้นักกีฬาในสังกัด สามารถอยู่ได้ด้วยการเล่นบาสเกตบอล อาชีพ แทนที่จะต้องไปทำงานประจำ และเล่นบาสเป็นงานอดิเรก ในขณะเดียวกัน โมโน แวมไพร์ ยังสร้างปรากฏการณ์จากลีกที่แทบจะไม่มีคนดู ให้กลายเป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยแฟนบาสเกตบอล ที่ต้องซื้อตั๋วเข้ามาชมเกม จนต้องมีบางแมตช์ ที่ต้องตั้งจอให้แฟนคลับ ที่เข้าสนามไม่ได้ ได้ชมเกมด้านนอกสนามอีกเช่นกัน

คาแรกเตอร์ของทีม ส่งผลให้ “โมโน แวมไพร” มีแฟนคลับเพิ่มขึ้น ทั้งที่เข้ามาดูในสนาม และรับชมผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวี ที่ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ยังรวมถึงในระดับภูมิภาคอาเซียน ที่พวกเขาเริ่มที่จะส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ASEAN Basketball League (ABL) ฤดูกาล 2016-2017 เป็นต้นมา และได้ตำแหน่งรองแชมป์มาครอง ในซีซั่นต่อมา

พวกเราจะเป็นเบอร์ 1 ในเอเชีย

การเจริญเติบโตของ โมโน แวมไพร์ นอกจากจะทำให้ บรรยากาศในลีก TBL คึกคักขึ้น เพราะสโมสรต่าง ๆ หันมาลงทุนมากขึ้น และพยายามพัฒนาทีมเพื่อต่อกรกับพวกเขา ส่งผลให้บรรยากาศในวงการบาสเกตบอลไทยเริ่มคึกคักขึ้นบ้าง จากที่ซบเซามานานหลายปี ด้วยความพร้อมของ “โมโน แวมไพร์” ก็มีส่วนทำให้ ค้างคาวอมตะ ได้รับเลือกทำหน้าที่ เป็นเจ้าภาพ ศึกบาสเกตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย 2018 (FIBA Asia Champions Cup) ซึ่งถือเป็นย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่ของวงการยัดห่วงของประเทศไทยเลยทีเดียว ในการจัดการแข่งขันรายการระดับทวีป

อย่างไรก็ดี ประเทศไทย ยังมีข้อจำกัดสำหรับ กีฬาบาสเกตบอล ที่มีทรัพยากรให้ใช้งานน้อย นอกเหนือจากเรื่องการพัฒนาสโมสร ในสนามแล้ว โมโน แวมไพร์ ยังมักหาเวลาไปทำกิจกรรมคืนกำไรแก่สังคม ด้วยการเปิดสนามต้อนรับ สถานศึกษา, ทีมบาสเกตบอลตามต่างจังหวัด เข้ามาเยี่ยมชมรังเหย้าที่ทันสมัย รวมถึงออกไปจัดกิจกรรมฝึกสอนบาสเกตบอล ตามสถานศึกษา และปรับปรุงสนามบาสฯ ทำแป้นบาส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ เยาวชนรุ่นใหม่

สำหรับสโมสรกีฬาที่เพิ่งก่อตั้งมาได้แค่ 4 ปี การได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับวงการกีฬา ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจ มากกว่าการได้รับถ้วยรางวัล แชมป์ใด ๆ ที่ทีมกีฬาพึงกระทำได้ อย่างน้อยที่สุด เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ที่สโมสรได้สร้างไว้ สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในวันที่ไม่มีคนดูในลีก แต่ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี และใส่ใจความตั้งใจ คนล้นสนามไม่ใช่เรื่องไกลเกินไป เช่นเดียวกับเป้าหมายที่อาจดูห่างไกล แต่พวกเขาก็พร้อมเดินฝ่าไปให้ระยะทางสั้น

ขอบคุณที่มาจาก www.ufa877.com

เรื่องเด่น

สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เอ็นบีเอ (NBA)

สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เอ็นบีเอ (NBA)
เอ็นบีเอ (NBA)


สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เอ็นบีเอ (NBA) ย่อมาจากคำว่า National Basketball Association  เป็นชื่อเรียกของลีกบาสเกตบอลอาชีพในอเมริกาเหนือ รวมจากประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และมีนักกีฬาบาสเก็ตบอลชั้นนำของโลกเล่นอยู่ในเอ็นบีเอเป็นจำนวนมาก ทำให้มาตรฐานของระดับการแข่งขันนั้นอยู่ในระดับสูง สัญลักษณ์ประจำนั้น เป็นภาพเงาของ เจอร์รี เวสต์ (อดีตผู้จัดการทั่วไปของทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ และทีมเมมฟิส กริซลีส์)

เอ็นบีเอ ได้เริ่มก่อตั้งที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1946 ในชื่อว่า Basketball Association of America (BAA) และในต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น National Basketball Association ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปี ค.ศ. 1949 หลังจากการได้รวมตัวกับทีมจาก National Basketball League (NBL) ซึ่งเอ็นบีเอนั้นเป็นลีกกีฬาอาชีพแรก มีโค้ชหลักเป็นคนสีผิวดำในปี ค.ศ. 1966 และยังเป็นลีกแรกที่มีผู้จัดการทั่วไปเป็นคนสีผิวดำ ในปี ค.ศ. 1972 นอกจากนี้ก็ยังเป็นลีกแรกที่มีเจ้าของทีมเป็นคนสีผิวดำ ในปี ค.ศ. 2002 อีกด้วย

บุคคลสำคัญเอ็นบีเอ

1. ประธาน และ คอมมิสชันเนอร์

ประธาน (จากอดีต) และคอมมิสชันเนอร์ (ในปัจจุบัน) จะเป็นในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดในเอ็นบีเอ มีรายนามดังต่อไปนี้

  • มอริส โพโดลอฟ ประธาน ในปี พ.ศ. 2489 – 2506
  • วอลเตอร์ เคนเนดี้ ประธาน ในปี พ.ศ. 2506 – ค.ศ. 2510 และ คอมมิสชันเนอร์ ในปี พ.ศ. 2510 – 2518
  • แลร์รี โอ ไบรอัน คอมมิสชันเนอร์ ในปี พ.ศ. 2518 – 2527
  • เดวิด สเติร์น คอมมิสชันเนอร์ ในปีพ.ศ. 2527 – 2557
  • อดัม ซิลเวอร์ คอมมิสชันเนอร์ พ.ศ. 2557 ในปัจจุบัน

2. นักกีฬา

เอ็นบีเอ (NBA)

ทีมในเอ็นบีเอ

ครั้งเริ่มก่อตั้งลีก มีทีมทั้งหมด 11 ทีม โดยมีการเพิ่ม ลด และย้ายที่ตั้ง จนปัจจุบันมีทั้งหมด 30 ทีม มีหนึ่งทีมที่อยู่ในประเทศแคนาดา คือ โทรอนโต แร็ปเตอรส์ ที่เหลือ 29 ทีมอยู่กระจายกันในประเทศสหรัฐอเมริกา

รายชื่อทีมในปัจจุบัน

  • แอตแลนตา ฮอกส์ (Atlanta Hawks) (1968-ปัจจุบัน)
  • บอสตัน เซลติกส์ (Boston Celtics) (1946-ปัจจุบัน)
  • บรูคลิน เน็ตส์ (Brooklyn Nets) (2012-ปัจจุบัน)
  • ชาล็อต ฮอร์เน็ตส์ (Charlotte Hornets) (2004-ปัจจุบัน)
  • ชิคาโก บูลส์ (Chicago Bulls (1966-ปัจจุบัน)
  • คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ (Cleveland Cavaliers) (1970-ปัจจุบัน)
  • ดัลลัส แมฟเวอริกส์ (Dallas Mavericks) (1980-ปัจจุบัน)
  • เดนเวอร์ นักเก็ตส์ (Denver Nuggets) (1967-ปัจจุบัน)
  • ดีทรอยต์ พิสตันส์ (Detroit Pistons) (1957-ปัจจุบัน)
  • โกลเด้น สเตท วอริเออร์ส (Golden State Warriors) (1962-ปัจจุบัน)
  • ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ (Houston Rockets) (1971-ปัจจุบัน)
  • อินเดียนา เพเซอร์ส (Indiana Pacers) (1967-ปัจจุบัน)
  • ลอสแอนเจลิส คลิปเปอร์ส (Los Angeles Clippers) (1984-ปัจจุบัน)
  • ลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ (Los Angeles Lakers) (1960-ปัจจุบัน)
  • เมมฟิส กริซลีส์ (Memphis Grizzlies) (2001-ปัจจุบัน)
  • ไมอามี ฮีท (Miami Heat) (1988-ปัจจุบัน)
  • มิลวอกี บักส์ (Milwaukee Bucks) (1968-ปัจจุบัน)
  • มินเนโซตา ทิมเบอร์วูลฟ์ส (Minnesota Timberwolves) (1989-ปัจจุบัน)
  • นิว ออร์ลีนส์ พิลีแกนส์ (New Orleans Pelicans) (2002-ปัจจุบัน)
  • นิวยอร์ก นิกส์ (New York Knicks) (1946-ปัจจุบัน)
  • โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ (Oklahoma City Thunder) (2008-ปัจจุบัน)
  • ออร์แลนโด แมจิก (Orlando Magic) (1989-ปัจจุบัน)
  • ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส (Philadelphia 76ers) (1963-ปัจจุบัน)
  • ฟีนิกซ์ ซันส์ (Phoenix Suns) (1968-ปัจจุบัน)
  • พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส (Portland Trailblazers) (1970-ปัจจุบัน)
  • ซาคราเมนโต คิงส์ (Sacramento Kings) (1985-ปัจจุบัน)
  • ซานแอนโตนิโอ สเปอรส์ (San Antonio Spurs) (1973-ปัจจุบัน)
  • โทรอนโต แร็ปเตอรส์ (Toronto Raptors) (1995-ปัจจุบัน)
  • ยูทาห์ แจ๊ซ (Utah Jazz) (1979-ปัจจุบัน)
  • วอชิงตัน วิซาร์ดส์ (Washington Wizards (1963-ปัจจุบัน)
  • (ทีมซึ่งย้ายถิ่นฐานมาจากที่อื่น) (ทีมซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของ American Basketball Association และเข้าร่วม NBA ในปี ค.ศ. 1976) (ทีมซี่งย้ายถิ่นฐานในขณะที่เป็นส่วนหนึ่งของ American Basketball Association)
เอ็นบีเอ (NBA)

ฤดูกาลปกติ

ในแต่ละทีมเริ่มเทรนนิงแคมป์ (Training camp) ช่วงเดือนตุลาคม ช่วงนี้ช่วยให้สตาฟโค้ชประเมินผลผู้เล่น โดยเฉพาะผู้เล่นหน้าใหม่ที่จะเล่นในปีแรก ซึ่งจะตรวจสอบจุดแข็งและจุดอ่อนของทีม และเตรียมความแข็งแรงของร่างกายผู้เล่นเพื่อให้พร้อมสำหรับฤดูกาลปกติ มีการคัดผู้เล่นในรายชื่อทีม ซึ่งมีได้ 12 คน รวมกับรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บอีก 3 คน ทีมยังสามารถกำหนดผู้เล่นที่มีประสบการณ์น้อยกว่าสองปีไปเล่นในดี-ลีก (NBA Development League หรือ D-League) เพื่อพัฒนาฝีมือก่อนได้

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะหยุดการเล่นฤดูกาลปกติชั่วคราว เพื่อจัดออล-สตาร์เกม (All-Star game)และกิจกรรมอื่นๆ เช่นเกมรูคกี (Rookie game) เป็นการพบกันระหว่างผู้เล่นปีแรกที่เก่งที่สุดแข่งกับผู้เล่นปีที่สองที่เก่งที่สุด การแข่งขันชู้ตสามคะแนน (Three-Point Contest) การแข่งสแลมดังก์ (Slam Dunk Contest) เป็นต้น

ในช่วงฤดูกาลปกติ ทีมสามารถเทรดผู้เล่นได้จนถึงวันสุดท้าย ซึ่งกำหนดไว้หลังเกมไม่นาน หลังจากวันนั้นทีมไม่สามารถเทรดได้ แต่ยังสามารถเซ็นสัญญาหรือปล่อยตัวผู้เล่นได้

รางวัล

เมื่อจบฤดูกาลปกติแล้ว จะมีการโหวตและให้รางวัลด้วยอย่างเช่น รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (Most Valuable Player Award), รางวัลผู้เล่นตัวสำรองแห่งปี (Sixth Man of the Year Award), รางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี (Rookie of the Year Award), รางวัลผู้เล่นเกมรับแห่งปี (Defensive Player of the Year Award), รางวัลผู้เล่นที่พัฒนามากที่สุด (Most Improved Player Award), รางวัลโค้ชแห่งปี (Coach of the Year Award)

นอกจากจะมีรางวัลรายบุคคลแล้ว และยังมีการจัดทีมโดยนำเอาผู้เล่นแต่ละตำแหน่งมารวมกัน คือ ทีมออล-เอ็นบีเอ (All-NBA), ทีมออล-ดีเฟนซีฟ (All-Defensive), และทีมออล-รูคกี (All-Rookie) โดยทีมออล-เอ็นบีเอ มีทั้งหมดสามทีม ทีมแรกจะประกอบด้วย การ์ด 2 คน, ฟอร์เวิร์ด 2 คน และ เซ็นเตอร์ 1 คนที่เก่งที่สุดในเอ็นบีเอ ส่วนทีมสองและทีมสามประกอบด้วยผู้เล่นทั้งห้าตำแหน่งที่เก่งรองลงมา ทีมออล-ดีเฟนซีฟ มีสองทีม ประกอบขึ้นจากนักบาสที่เก่งด้านเกมรับทีมละ 5 คน ส่วน ออล-รูกี ก็มีสองทีมเช่นเดียวกัน รวบรวมผู้เล่นหน้าใหม่ที่เก่งที่สุด 5 คน

ฤดูกาลเพลย์ออฟ

เพลย์ออฟเริ่มแข่งราวปลายเดือนเมษายน แต่ละคอนเฟอเรนซ์จะคัดทีมที่เข้าแข่งคอนเฟอเรนซ์ละ 8 ทีม ทีมอันดับดีที่สุดในสายทั้งสามและอีกทีมที่ได้สถิติดีที่สุดรองลงมาจะถูกวางอันดับที่ 1 ถึง 4 ตามสถิติของฤดูกาลปกติ กล่าวได้ว่าสามอันดับแรกไม่จำเป็นต้องเป็นแชมป์เสมอไป ส่วนทีมอันดับที่ 5 ถึง 8 จะได้จากทีมที่มีสถิติดีถัดไปอีก 4 ทีม จะรวมเป็น 8 ทีมต่อคอนเฟอเรนซ์ ดังนั้นทีมที่ชนะจะเป็นแชมป์เอ็นบีเอ ได้ถ้วย แลร์รี โอ ไบรอัน ส่วนผู้เล่นและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคือ โค้ช ผู้จัดการทีมทั่วไป จะได้แหวนแชมป์ และยังมีรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในรอบไฟนอล (NBA Finals MVP) อีกด้วย โดยรอบไฟนอลนั้นจะแข่งภายในเดือนมิถุนายน

การดราฟท์ผู้เล่น

การดราฟท์คือการคัดเลือกผู้เล่นหน้าใหม่ๆ เพื่อเข้าเล่นในลีกเอ็นบีเอ ปัจจุบันจะดราฟปลายเดือนมิถุนายน จะมีทั้งหมดสองรอบ รอบละ 30 คน เท่ากับจำนวนทีมในเอ็นบีเอ ผู้เล่นที่ถูกดราฟท์ในรอบแรกจะได้เซ็นสัญญาอย่างน้อยหนึ่งปีกับทีม ส่วนผู้เล่นที่ถูกดราฟท์ในรอบสอง ทีมจะมีสิทธิ์ในตัวผู้เล่นสามปีแต่ไม่จำเป็นต้องเซ็นสัญญาการเล่น

ลำดับการดราฟท์จะดูจากสถิติของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยทีมที่ไม่ผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟจะได้เข้ามาจับสลาก เลือกทีมที่ได้สิทธิ์ในการดราฟท์สามอันดับแรก ในการเทรดหรือแลกเปลี่ยนผู้เล่นระหว่างทีม สามารถแลกสิทธิ์ในการดราฟท์ได้ด้วย ผู้เล่นที่เล่นในระดับมหาวิทยาลัยแล้วมีสิทธิ์เข้าการดราฟท์โดยอัตโนมัติ ส่วนผู้เล่นที่มีอายุครบ 19 ปีในปีที่ดราฟท์และเล่นระดับมัธยมปลายอย่างน้อยหนึ่งปีสามารถลงชื่อเพื่อเข้าดราฟท์ได้ก่อนวันดราฟท์จริงอย่างน้อย 60 วัน ผู้เล่นดังกล่าวสามารถถอนตัวก่อนหน้าที่จะดราฟท์ 10 วันและกลับไปเล่นระดับมหาวิทยาลัยได้ นอกจากว่าผู้เล่นนั้นเซ็นสัญญากับตัวแทนนักกีฬาหรือเคยถอนตัวจากการดราฟท์ในปีก่อน

ขอบคุณที่มาจาก ufa877

NBA Board

NBA Board ก่อตั้งมูลนิธิ NBA

NBA Board
NBA Board

NBA Board มอบเงิน 300 ล้านดอลก่อตั้งมูลนิธิ NBA

ในอีก 10 ปีข้างหน้าเจ้าของทีม NBA 30 คน จะร่วมกันบริจาคเงิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี เพื่อก่อตั้งมูลนิธิการกุศลแบบใหม่ ด้วยพันธกิจในการขับเคลื่อนการเสริมสร้างพลังทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนคนผิวดำผ่านการจ้างงานและความก้าวหน้าในอาชีพ

มูลนิธิเอ็นบีเอจะพยายามเพิ่มการเข้าถึงและการสนับสนุนสำหรับโรงเรียนมัธยมชายและหญิงผิวดำในวัยเรียนพร้อมทั้งช่วยเหลือองค์กรระดับชาติและระดับท้องถิ่นที่ให้การฝึกอบรมทักษะ การให้คำปรึกษาการฝึกสอนและการพัฒนาไปป์ไลน์ในตลาดเอ็นบีเอ รวมถึงชุมชนทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา 

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อย่างไรก็ตาม ในฐานะองค์กรการกุศลสาธารณะมูลนิธิจะมุ่งมั่นทำงานอย่างมีกลยุทธ์ร่วมกับพันธมิตรด้านการตลาดและสื่อ เพื่อพัฒนาโปรแกรมและแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมที่ช่วยกระชับความมุ่งมั่นของครอบครัว เอ็นบีเอ ในเรื่องของความเท่าเทียมกันทั้งทางเชื้อชาติและความยุติธรรมทางสังคมอีกด้วย ขณะเดียวกัน ทางมูลนิธิได้มุ่งเน้นจุดเปลี่ยนการจ้างงานที่สำคัญสามประการ ได้แก่ การได้งานทำครั้งแรก การจ้างงานหลังจากเรียนมัธยมปลายหรือวิทยาลัย และความก้าวหน้าในอาชีพเมื่อได้รับการว่าจ้าง 

โดยมูลนิธิเอ็นบีเอจะช่วยเพิ่มพูนและขยายงานขององค์กรระดับชาติรวมถึงระดับท้องถิ่นที่อุทิศตนเพื่อการศึกษาและการจ้างงาน โดยการมีส่วนร่วมผ่านทาง NBA Foundation ที่อุทิศตนเพื่อการศึกษาและการจ้างงาน รวมถึงการลงทุนในโครงการจัดหางานและฝึกงานของเยาวชนสาขา STEM อีกด้วย

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

c r e d i t : ufabet168

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

มาร์คเมคอน

มาร์คเมคอน

มาร์คเมคอน
มาร์คเมคอน

มาร์คเมคอน หรือ Mark L. Macon เกิดเมื่อวันที่  14 เมษายน 1969 เป็นโค้ช บาสเกตบอล ชาวอเมริกันและอดีตผู้เล่นมืออาชีพ เขาเป็นอดีตหัวหน้าโค้ชของมหาวิทยาลัยบิงแฮมตันและเป็นสมาชิกพนักงานปัจจุบันที่โรงเรียนเก่าของเขา หรือ Temple University

การเล่นในอาชีพของ มาร์คเมคอน

เมคอนได้รับการตั้งชื่อว่า Mr. Basketball of Michiganในปี 2530 หลังจากการเตรียมงานที่โรงเรียนมัธยม Saginaw Buena Vista อัตราส่วนของเขาอยู่ที่ 6’4″ (1.93 เมตร) 185 ปอนด์ (84 กิโลกรัม) Macon เล่นวิทยาลัยที่ Temple University อนาคตเอ็นบีเอผู้เล่นแอรอนแมคกี้และเอ็ดดี้โจนส์และได้รับเลือกจากเดนเวอร์นักเกตในรอบแรก ในปี 1991 จากการดราฟ NBA

เมคอนเล่นให้กับ Nuggets และ Detroit Pistons ในหกฤดูกาลเอ็นบีเอเฉลี่ย 6.7 ppg ในอาชีพของเขา (และหายไปจากตารางทั้งหมดตั้งแต่ปี 1996 ถึง 1998) Macon ยังเป็นตัวแทนของ CBA ของฟลอริด้า Beachdogs และอิตาลีสโมสร Mabo Pistoia ขณะที่ยังคงหดตัวเพื่อ Pistons และ Oyak Bursa Spor Kulubu ( ตุรกี ) ที่แอตแลนติกซิตี Seagulls (USBL)  และ Venezuela’s Toros de Aragua จากปี 1999 ถึง 2001

อาชีพการโค้ช

เมคอนเริ่มสอนที่โรงเรียนเก่า ในฐานะผู้ช่วยจาก 2546 ถึง 2549 จากนั้นเขาก็ย้ายไปที่มหาวิทยาลัยรัฐจอร์เจียในฤดูกาล 2549-2550 ก่อนที่จะได้รับการว่าจ้างจากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตันในฐานะผู้ช่วยโค้ช 2550

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2009 Macon ชื่อหัวหน้าโค้ชบิงแฮมตันแทนที่เควิน Broadus ที่ถูกวางลงบนลาบริหารในการปลุกของมหาวิทยาลัยบิงแฮมตันอื้อฉาวบาสเกตบอล อีกสองเดือนต่อมาเมคอนได้รับเงินเดือนเพิ่มจาก 57,651 ดอลลาร์เป็นจำนวนที่ไม่เปิดเผย

ต่อมาในวันที่ 28 เมษายน 2553 บิงแฮมตันประกาศว่า Broadus จะไม่กลับมาเป็นหัวหน้าโค้ชและเซ็นสัญญากับเมคอนสองปี ขยายสัญญาจะยังคงเป็นหัวหน้าโค้ชบาสเกตบอลระหว่างกาล ในขั้นต้นเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนประกาศว่าจะไม่มีการเปลี่ยนชื่อถาวรจนกว่าโรงเรียนจะว่าจ้างประธานาธิบดีคนใหม่และผู้อำนวยการด้านกีฬา อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2011 มหาวิทยาลัยประกาศว่า Macon ได้ลงนามในสัญญาการขยายตลอดฤดูกาล 2013–2014 และลบแท็กชั่วคราวออก  ในวันที่ 13 เมษายน 2012 เมคอนถูกยิงด้วยสถิติ 23–70 ในสามปีที่ Binghamton รวมถึงเครื่องหมาย 2-29 (บันทึกที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรงเรียน) สำหรับฤดูกาล 2011–12

วันที่ 12 เมษายน 2019 ในแมคอนได้รับการประกาศให้เป็นผู้ช่วยหัวหน้าโค้ชภายใต้แอรอนแมคกี้ที่โรงเรียนเก่าของเขา Temple

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

credit : ทางเข้า ufabet

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เควินดูแรนต์

เควินดูแรนต์
เควินดูแรนต์

เควินดูแรนต์ หรือ เควินดูแรนต์เวย์น เขาเกิดในวันที่ 29 ก.ย. 1988 เขาเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกัน ที่เล่นให้กับ Brooklyn Nets ใน NBA เขานั้นเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในฤดูกาลที่สำคัญของ University of Texas และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นอันดับที่ 2 ของ Seattle SuperSonics จากการดราฟใน NBA เมื่อปี 2007 เขาได้เล่นให้กับแฟรนไชส์ถึง 9 ฤดูกาล และย้ายทีมไปเป็น Oklahoma City Thunder ในปี 2008 ก่อนที่เขานั้นจะได้เซ็นสัญญากับ Golden State Warriors เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมานี้เอง

เขานั้นเป็นผู้เล่นที่มีทักษะและความสามารถจึงได้รับการถูกคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดอันดับที่ 2 ในโรงเรียน ต่อมาในมหาวิทยาลัยเขานั้นได้รับรางวัลผู้เล่นมากมายจนในช่วงปลายปีเขาได้รับการพูดกล่าวว่าเขานั้นเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี ในตอนนั้นเขายังว่าเป็นมืออาชีพ และได้รับรางวัลถึง 2 ครั้งใน NBA championships และก็ใน NBA Most Valuable Player Award อีกเช่นกัน ถึง 2 ครั้งในรอบรองชนะเลิศ รางวัล MVP อีกทั้งรางวัลของ NBA All-Star ซึ่งเกณฑ์การให้คะแนนนั้นขึ้นอยู่กับกรรมการที่คอยให้ผลคะแนนผู้เล่นนั่นเอง เขานั้นได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่จนทำให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นจากผลงานของเขาที่สามารถทำคะแนนได้ดี

และนอกจากนั้นเขาก็ยังเป็นหนึ่งในนักบาสเกตบอลที่มีรายได้ที่สูงมากคนหนึ่งของโลก จากส่วนของข้อตกลงกับทางองค์กต่าง ๆ อาทิเช่น Foot Locker และแบรนด์ Nike นั่นเอง เขาได้พัฒนาชื่อเสียงที่งดังของเขามานานจนสามารถทำความฝันจนสำเร็จจนทำให้เขานั้นเป็นคนหนึ่งที่ได้ถูกโหวตให้เป็น All-Star ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นเขามีส่วนที่ทำให้ The Players’ Tribune นักเขียน และช่างภาพเข้าไปอยู่ในการแสดงในภาพยนต์เรื่อง Thunderstruck เมื่อปี 2012

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

credit : UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0