gavgavka.com

Menu Close

เดือน: มิถุนายน 2019 (page 1 of 3)

แมจิก จอห์นสัน

แมจิก จอห์นสัน
แมจิก จอห์นสัน

แมจิก จอห์นสัน หรือเออร์วิน “แมจิก” จอห์นสัน (Earvin “Magic” Johnson) เกิดในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1959 นักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน เขาเป็นนักบาสมีชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของลีกบาสเก็ตบอลอาชีพหรือของลีก N B A (เอ็นบีเอ) ความสูงของเขาอยู่ที่ 6 ฟุต 9 นิ้ว น้ำหนักอยู่ที่ 255 ปอนด์ เขาเป็นผู้เล่นอยู่ตำแหน่ง พอยท์การ์ด ที่ตัวสูงที่สุดคนหนึ่งก็เป็นได้ โดยที่ปกติแล้วในตำแหน่งนี้เหมาะกับคนตัวเล็ก ๆ เพราะต้องเลี้ยงลูกครองลูกบาสที่ดี ซึ่งดดยปกติแล้วคนตัวสูง ๆ จะทำได้ไม่ดีนัก แต่สำหรับเขาคนนี้ มันไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขาเลยสักนิด

การเล่นบาสเกตบอลของ แมจิก จอห์นสัน

จากความสามารถของเขาแล้ว เขายังหาตัวจับได้ยาก จากฉายาเขาแล้วก็สมควรจะต้องถูกขนานนามมาอย่างนั้น เพราะการที่เขาสามารถควบคุมบอลได้คล่องแคล่วว่องไวราวกับคนตัวเล็ก ๆ แล้ว ซึ่งความสามารถนี้ไม่มีใครเทียบได้ และนิสัยอารมณ์ดีของเขา ทั้งนี้จึงไม่แปลกที่เขาเป็นฮีโร่ในดวงใจของเด็ก ๆหรือเหล่านักบาสโดยทั่วโลก

ในสมัยที่เขาได้เล่นบาสให้กับมหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต เขาได้เป็นเหมือนกับคู่แข่งกับตำนานอีกคนอย่าง แลรี่ เบิร์ด ซึ่งทั้งคู่ได้สู้กันมาตั้งแต่เกมระดับ เอ็นซีดับเบิลเอ (N C A A หรือลีกระดับมหาวิทยาลัย) จนกระทั่งไปถึงในลีก N B A (เอ็นบีเอ) เลยทีเดียว โดยเขาได้ถูกดราฟท์โดยทีมชื่อดังคือทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ นั่นเอง

ต่อมาในปี 1 9 9 1 เขาได้ออกมาประกาศว่าเขาเป็นบุคคลหนึ่งในผู้ที่ติดเชื้อ H I V (เอชไอวี) พร้อมกับการยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวมากหน้าหลายตา แต่ภรรยาและลูกของเขาได้มีผลการตรวจเลือดเป็นลบ (N e g a t i v e) จากนั้นก็เขาจึงได้ประกาศรีไทร์ ต่อมาในปัจจุบันเขาก็มีร่างกายที่แข็งแรงและยังทำหน้าที่รณรงค์การป้องกันโรคเอดส์มาตลอด

รางวัลเกียรติยศ

  • ได้พาทีมสหรัฐอเมริกาคว้าเหรียญทองโอลิมปิก
  • ได้พาทีม เลเกอรส์คว้าแชมป์ 5 สมัย
  • ได้รางวัล N B A F i n a l M V P ถึง 3 ครั้ง
  • ได้ N B A M V P ถึง 3 ครั้ง
  • ติดทีม A l l S t a r ถึง 12 ครั้ง
  • A l l S t a r M V P ถึง 2 ครั้ง
  • ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 5 0 นักบาสยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์ของ N B A

นักกีฬารักสนุก (ทางเพศ)

ในวงการการกีฬาโลกได้ฮือฮาขึ้นมาเมื่อ เดอะซัน สื่อยักษ์ใหญ่ได้ออกมาแฉว่ามีนักฟุตบอลในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษจำนวน 6 รายได้ติดเชื้อ “ H I V ” หลังได้ร่วมนอนกับผู้หญิงคนเดียวกัน ทั้งนี้นี่ไม่ใช่กรณีแรกของนักกีฬารักสนุก(ทางเพศ) เนื่องจาก M a g i c J o h n s o n ตำนานยัดห่วงคือตัวอย่างที่เคยผิดพลาดมาแล้ว

ย้อนกลับไปในปี 1 9 9 1 ในวงการบาสเกตบอลลีก N B A (เอ็นบีเอ) ได้ตกตะลึงกันไปตาม ๆ กันเมื่อ M a g i c J o h n s o n ได้ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ “ H I V ” และเมื่อทันทีที่รู้ว่าตนเองได้มีเชื้อร้ายในร่างกายนั้น การ์ดซูเปอร์สตาร์ แอลเอ เลเกอร์ส ได้แสดงสปิริตว่าด้วยการประกาศให้เลิกเล่นทันที เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน และเมื่อหลังจากได้มีคำแนะนำเชิงกระแสกดดันจากผู้เล่นในลีกนำโดย คาร์ล มาโลน ฟอร์เวิร์ด ยูทาห์ แจซซ์ ที่หวั่นใจหาก M a g i c J o h n s o n ประสบอุบัติเหตุในการแข่งขัน ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อเพื่อนร่วมอาชีพได้

แรกเริ่มเขาได้อ้างว่าไม่รู้ว่าตนเองได้ติดเชื้อมาอย่างไร แต่ในภายหลังเจ้าตัวกลับยอมรับว่าช่วงที่ได้เล่นอาชีพใน NBA เขาได้มีพฤติกรรมรักสนุกทางเพศที่ร่วมหลับนอนกับหญิงสาวมากหน้าหลายคน บ้างก็มีกระแส ว่าเขาเป็นเกย์ตอบสนองได้ทั้งเพศชายหรือว่าหญิง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาปฏิเสธในเรื่องเหล่านี้

Magic Johnson ถือเป็นหนึ่งในสมาชิก “ดรีมทีม” ในสหรัฐอเมริกา ชุดที่สามารถคว้าเหรียญทองกีฬาโอลิมปิกที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนได้สำเร็จ ในปีค.ศ. 1992 ด้วยศักยภาพของนักบาสที่ดีของเขา ใน NBA ที่เหนือชั้น ทำให้เขาไม่ต้องลงสนามบ่อยครั้งเพราะการมีปัญหาการบาดเจ็บจากเข่านอกเหนือจากกรณีติดโรคเอดส์ แต่แฟน ๆ ก็ได้ยืนขึ้นปรบมือความเป็นเกียรติให้แก่เขา และแสดงให้เห็นถึงการเปิดใจรับต่อผู้ติดเชื้อ HIV มากยิ่งขึ้น

ต่อมาในภายหลังเขาได้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสังคมด้วยการก่อตั้ง “มูลนิธิ Magic Johnson ” ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ (HIV) และให้การช่วยเหลือกับกิจกรรมต่าง ๆ โดยไม่แบ่งเชื้อชาติและสีผิว ถึงแม้เรื่องเลวร้ายได้ดำเนินผ่านไปมายาวนานจนถึง 19 ปี ปัจจุบัน Magic Johnson ในวัย 49 ปี ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ ออกงานสังคม ไปดูเลเกอร์สแข่งขันที่สเตเปิล เซ็นเตอร์ ได้บ่อยครั้ง จนหลายคนแทบลืมไปแล้วว่าชายคนนี้มีเชื้อร้ายอยู่ในร่างกาย แต่ทุกคนคงจดจำเพียงว่า Magic Johnson คือสุดยอดนักบาสเกตบอลที่ดีที่สุด 50 อันดับแรกเท่าที่ NBA เคยมีมาอีกด้วย

ขอบคุณที่มากจาก holifestivaljapan

ฮาคีม โอลาจูวอน

ฮาคีม โอลาจูวอน
ฮาคีม โอลาจูวอน

ฮาคีม โอลาจูวอน (H a k e e m O l a j u w o n) อดีตนักบาสเกตบอลไนจีเรีย ชื่อดังของN B A เขาได้เล่นให้กับฮิวส์ตัน ร็อกเก็ต เมื่อปีค.ศ. 1984-2001 และยังสามารถครองแชมป์ได้ในปีค.ศ. 1994-1995 และได้อำลาวงการบาสเกตบอลกับทีมโตรอนโต แรพเตอรส์ เมื่อปีค.ศ. 2001- 2002 ของแคนาดา

เขาได้ย้านจากไนจีเรียที่เป็นบ้านเกิดและได้ไปเล่นให้กับทีมในมหาวิทยาลัยฮวส์ตัน รัฐเท็กซัส และในปีค.ศ. 1984 ได้เข้าสู่วงการบาสเกตบอลอาชีพโดยได้เล่นให้กับทีมฮิวส์ตัน ร็อกเก็ต เขามีความสูงถึง 2.13 เมตร น้ำหนักอยู่ที่ 116 กิโลกรัม เมื่อได้เล่นกับ ราล์ฟ แซมสัน ที่สูงพอกันจึงได้โดนเรียกว่า T w i n T o w e r s ต่อมาเมื่อปีค.ศ. 1986 เขาทั้งคู่ได้พาฮิวส์ตันเข้าชิงแชมป์ N B Aได้ แต่ก็ได้พ่ายแพ้ให้กับบอสตัน เซลติก จากนั้นเมื่อปีค.ศ.  1988 ราล์ฟก็ได้ย้ายออกไป H a k e e m จึงเป็นดาวเด่นของทีม

ในปีค.ศ. 1993-1994 เขาเป็นนักบาสคนเดียวในประวัติศาสตร์ N B A ที่ได้ 3 รางวัลในปีเดียวกัน รางวัลที่ได้ก้คือ นักบาสที่ทรงคุณค่าที่สุดของเอ็นบีเอ แนวรับยอดเยี่ยมแห่งปี และรางวัล F i n a l M V P ต่อมาในปีค.ศ. 1996 เขาได้เป็นหนึ่งใน “ดรีมทีม” บาสเกตบอลของสหรัฐฯ และสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาได้ และในปีค.ศ. 1997 เขาได้เป็นหนึ่งใน 50 นักบาสยอดเยี่ยมตลอดกาลของ N B A อีกเช่นกัน

เขาได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 5 ของกองกลางที่ดีที่สุดตลอดกาล

ก่อนจะเป็นนักบาสชื่อดัง ฮาคีม โอลาจูวอน

เขาเกิดที่ไนจีเรีย มีพ่อชื่อ ซาลิม แม่ชื่อ อาบิเก ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นกลาง พ่อแม่ของเขาทำธุรกิจปูนซีเมนต์ในเมืองลาโกส์ เขาเป็นลูกคนที่สามจากหกคน เขาบอกว่าพ่อและแม่ของเขาได้สอนให้เขาและพี่น้องมีคุณธรรม ขยัน มีความซื่อสัตว์และเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง ufabet ตอนเด็กเขาได้เล่นฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตู และได้เล่นแฮนด์บอล ซึ่งช่วยเรื่องการเต้นฟุตเวิร์กในกีฬาบาสเกตบอลในเวลาต่อมา เขาได้เล่นบาสเกตบอลจนกระทั่งอายุ 15 ปี เขาได้เข้าเล่นร่วมทีมท้องถิ่นและต่อมาเขาก็ได้เล่นกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างดี เขาบอกว่า กีฬาบาสเกตบอลเป้นกีฬาที่พิเศษ เขาเรียนรู้ได้ไว เขาจึงรู้สึกได้ว่ากีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาสำหรับเขา

มุสลิมที่เคร่งครัด

เมื่อได้เข้าวงการบาสเกตบอลแรก ๆ เขาไม่ค่อยมีวินัย ชอบถกเถียงกรรมการ และทะเลาะกับนักกีฬาคนอื่น ๆ บ้าง แต่เวลาผ่านไปเขาได้หันหน้าเข้าสู่ศาสนากลายเป็นคนเคร่งศาสนา เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ 1991 เขาได้เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามการออกเสียงในภาษาอารบิก เขาได้รำลึกถึงชีวิตวัยเด็กในไนจีเรีย เขาได้เติบโตมาแบบเด็กมุสลิม เมื่อถึงเมืองฮิวส์ตัน อเมริกา เขาจึงมองหามัสยิดของเมืองฮิวส์ตันในทันที

เขามีเข็มทิศติดตัวตลอดเวลาเพื่อจะได้รู้ทิศนครเมกกะเมื่อถึงเวลาละหมาดเพราะไม่ว่าจะเล่นในสนามไหน เขาจ่ายซะกาต 2.5% ของรายได้ให้กับคนยากจน และไม่ว่าเขาจะได้ไปเล่นที่เมืองไหนเขาก็จะหาทางไปละหมาดที่มัสยิดในเมืองนั้น เขาได้บอกว่าเรื่องละหมาดสำคัญมากและต้องจัดเวลาให้ดีโดยเฉพาะช่วงที่มีการแข่งขัน เขาคงเป็นนักบาสที่โดดเด่นทั้งที่เคร่งครัดกับการปฏิบัติตัวตามข้อบัญญัติของศาสนา

เขาเป็นคนหนึ่งในนักกีฬาที่รักของเด็กอเมริกันมุสลิม ถึงจะประสบความสำเร็จสูงเขาก็ใช่ว่าจะรู้สึกยินดีไปทั้งหมดหมด

ฮาคีมมักพูดเรื่องศาสนากับเพื่อนร่วมทีมมาตลอด เฉพาะนักบาสชาวคริสต์ที่เคร่งศาสนา เขาได้บอกว่า พวกเขาบางคนมีปฏิกิริยาตอบกลับที่ดี ต่อความสุภาพของเขา ที่พยายามจะเปลี่ยนให้พวกเขาเป็นมุสลิม การได้คุยกันก็นำไปสู่การแลกเปลี่ยนความเห็นที่น่าสนใจ ในครั้งหนึ่งมีนักบาสร่วมทีมที่เป็นคริสต์ได้ล้อเขาเรื่องการไม่ยอมกินหมู เขาเลยได้สวนกลับไปว่า “หากนายปฏิบัติตามคัมภีร์ของนาย นายจะรู้ว่านายก็กินหมูไม่ได้เหมือนกัน” ในบางครั้งก็ถกเถียงกันเรื่องตรีเอกานุภาพ

เขาได้สนใจคำเผยแพร่คำสอนของอิสลามที่ถูกต้องแก่มุสลิมคนอื่น ๆ ในสหรัฐฯและเขายังกลับไปสอนพ่อแม่ที่ไนจีเรียอีกด้วย คือชาวมุสลิมที่ไนจีเรียจะถือศีลอดหนึ่งเดือนเต็มก่อนหน้าเดือนรอมดอน

เขายังโดดเด่นในเรื่องการเป็นนักกีฬาใจบุญที่ได้ช่วยเหลืองานการกุศลเมื่อปีค.ศ. 1994 หลังจากเขาได้รับรางวัล M V P เขาได้พูดบนเวทีในงานของสภามุสลิมอเมริกาเหนือหรือ I S N A จนปัจจุบันเขายังคงเป็นวีรบุรุษของเยาวชนมุสลิมในสหรัฐอเมริกาอีกเช่นกัน

ชีวิตส่วนตัวของเขา

เขาได้แต่งงานครั้งที่สองกับดาเลีย อาซาฟี เมื่อ 8 สิงหาคม 1996 เมืองฮิวส์ตัน และมีลูกสาวสองคนคือ รอฮ์มาฮ์ และ อาอิชาฮ์ และเขาก็มีลูกสาวกับภรรยาคนก่อนหนึ่งคนชื่อ อาบีโซลา เด็กทั้งสามคนถูกเลี้ยงมาแบบมุสลิม

นอกจากเขาจะพูดภาษาอังกฤษได้ ก็ยังพูดได้อีกหลายภาษาคือ ฝรั่งเศส อารบิก และภาษาท้องถิ่นของไนจีเรียเช่น โยรูบา อิกโบ และอีกิตี

เขาได้เซ็นสัญญากับรองเท้ากีฬา S p a l d i n g เพื่อทำรองเท้ารุ่น H a k e e m ซึ่งขายในราคาเพียงคู่ละ 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ชีวิตหลังอำลาวงการบาสเกตบอล

เขาเล่นให้ในแถบฮิวส์ตัน 20 ฤดูกาลติดต่อกัน เขาจึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งนักกีฬาในดวงใจของชาวฮิวส์ตันเขาได้ประสบความสำเร็จในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยกะประมาณว่าเขาน่าจะทำกำไรจากธุรกิจนี้ได้ถึง 4 พันล้านบาท

หลังจากได้อำลาวงการบาสเกตบอล เขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ประเทศจอร์แดน ซึ่งเขาและครอบครัวได้ไปศึกษาศาสนาอิสลามเพิ่มเติมที่ในที่แห่งนั้น เขาได้กลับไปสหรัฐฯ เพียงปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น

เจมส์ฮาร์เดน

เจมส์ฮาร์เดน
เจมส์ฮาร์เดน

เจมส์ฮาร์เดน หรือเจมส์เอ็ดเวิร์ดฮาร์เดนจูเนียร์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 1989 เขาเป็นชาวอเมริกันมีอาชีพเป็นนักบาสเกตบอลที่เล่นให้กับทีม ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติเอ็นบีเอ เขาเล่นบาสเกตบอลในวิทยาลัย รัฐแอริโซนาซึ่งเขาได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น All-American และเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี 2009 ฮาร์เดนได้รับเลือกการดราฟเป็นอันดับที่สามเมื่อปี ค.ศ. 2009 โดยโอคลาโฮมาซิตีธันเดอร์ในลีกเอ็นบีเอ ต่อมาในปี 2012 เขาได้รับการเรียกชื่อว่า เป็นคนสำคัญในเอ็นบีเอ เป็นชายคนที่หกแห่งปีกับธันเดอร์ ที่สามารถช่วยให้ทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศNBA แต่พวกเขาก็ได้พ่ายแพ้ไมอามี่ฮีตด้วยห้าเกม

ฮาร์เดนได้เล่นให้กับฮิวสตัน รอกเก็ตส์ในเอ็นบีเอฤดูกาลเมื่อปี ค.ศ. 2012-2013 ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งให้กับทีม ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ เขาได้กลายเป็นหนึ่งสำหรับผลงานการทำคะแนนที่มีผลงานมากที่สุดในลีกเอ็นบีเอและยังได้การยอมรับว่าเป็นผู้ที่โยนเข้าห่วงที่ดีที่สุดในเอ็นบีเออีกด้วยเช่นเดียวกับผู้เล่นคนหนึ่งในผู้เล่นสูงสุดลีกในปี ค.ศ. 2018 ฮาร์เดนทำคะแนนในลีกได้ดีและเป็นชื่อเสียงในเอ็นบีเอมากขึ้น เขายังได้เป็น NBA All-Star ถึงเจ็ดครั้งและได้รับAll-NBA Team เกียรตินิยมหกครั้งรวมถึงห้าครั้งในทีมแรก

ฮาร์เดนเป็นสมาชิกครั้งที่สองของทีมบาสเกตบอลชาติสหรัฐอเมริกาทำคะแนนและชนะได้เหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในฤดูร้อนในปี 2012และ 2014 FIBA ฟุตบอลโลก

เจมส์ฮาร์เดน มัธยมปลาย

ฮาร์เดนได้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมในเลกวูด แคลิฟอร์เนีย ในปีที่สองเขาได้ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 13.2 คะแนนในขณะที่อาร์เตเซียคะแนน 28–5 เขาปรับปรุงการทำสถิติของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 18.8 คะแนน 7.7 รีบาวน์และ 3.5 แอตซิส และยังได้ช่วยในฤดูกาลและเขายังได้ทำคะแนนที่อาร์เตเซีย รัฐแคลิฟอร์เนีย ในบันทึกด้วยคะแนน 33-1 อาร์เตเซียได้พูดในฐานะตัวแทนของรัฐในปีสุดท้ายของฮาร์เดนหลังจากผ่านไปด้วยคะแนน 33–2 ฮาร์เดนมีสถิติในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาถึง 18.8 คะแนน 7.9 รีบาวน์ และ 3.9 แอตซิส เขาจึงได้ชื่อเป็นโดนัลด์อเมริกันที่สุดยอดและยังได้เป็น All-American อีกด้วย

นอกจากนี้เขายังช่วยให้ทีมAAU เข้าสู่การแข่งขัน Las Vegas Adidas Super 64 ในปี 2549 ฮาร์เดนได้ทำคะแนนได้ถึง 34 คะแนน และสามารถคว้าในชัยชนะเหนือทีมจู่โจม DC ซึ่งรวมถึงไมเคิลบีสลีย์ , โนแลนสมิ ธและออสตินฟรีแมน ในเกมกับฮูสตันฮูปส์เล่นในวันเดียวกันฮาร์เดนมี 33 คะแนน สุดท้าย Pump-N-Run Elite ชนะทางใต้ของ California All-Stars ของ Kevin Love

อาชีพในวิทยาลัย

ปีแรกในรัฐแอริโซนาเขาได้รับเลือก ufa877 ให้เป็นพอยต์การ์ด, ชูตติงการ์ด 17.8 คะแนน5.3 รีบาวน์และ 3.2 แอสซิสต์ และจบที่หนึ่งในห้า พวกเขาจึงได้รับการพิจารณาเป็นทีมที่ที่ดีสำหรับปี 2008 การแข่งขันซีเอ จากการแข่งขันที่พวกเขาได้รับการคัดเลือก ฟิลด์และพ่ายแพ้รัฐอลาบามาและอิลลินอยส์ใต้ก่อนจะล้มแชมป์แห่งชาติฟลอริด้า

หลังจากปีแรกของฮาร์เดนได้รับการคัดเลือกให้เป็นทีมแรกAll-Pac-10 และถูกเสนอชื่อให้เข้าร่วมการประชุมทีมน้องใหม่ นอกจากนี้เขายังเป็นชื่อแรกในทีมโดยNABCและUSBWA

เข้าสู่ปีที่สองของเขา ฮาร์เดนได้ปรากฏตัวในรายการทีวี All-American ในตลอดฤดูกาลและบนปกของนิตยสารของ Sports Illustrated ฉบับพรีวิวบาสเกตบอล เขายังได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ในรายการ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2008 ฮาร์เดนได้ทำแต้มอาชีพที่สูงด้วย 40 คะแนน 88-58 ชัยชนะเหนือ UTEP

ฮาร์เดนได้ทำคะแนนรวมทั้งหมดปีที่สองโดยมีค่าเฉลี่ยถึง 20.1 คะแนน 5.6 รีบาวน์และ 4.2 แอตซิส เขาจึงได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนักกีฬายอดเยี่ยมปี 2009 All-Pac 10 ทีมการแข่งขันครั้งนี้ก็ต้องพ่ายแพ้ให้รัฐแอริโซนาโดยยูเอสที่ Staples Center นอกจากนี้เขายังได้ชื่อว่าเป็น All-American หลังจากที่จบฤดูกาล (ซีเอทัวร์นาเมนต์การสูญเสียซีราคิวส์ ) ฮาร์เดนได้ประกาศในปี 2009 N B A เขาได้จ้างRob Pelinka เป็นตัวแทนของเขา

โปรไฟล์ของเขา

เขามีความสูงถึง 6 ฟุต 5 นิ้ว หรือ 1.96 เมตร น้ำหนักถึง 220 ปอนด์ หรือ 100 กิโลกรัม ฮาร์เดนเล่นได้ทั้งพอยต์การ์ด, ชูตติงการ์ด และด้วยการทะคะแนนต่อฤดูกาลได้ถึง 25 คะแนนต่อเกมตั้งแต่ฤดูกาลในปี 2012-2013 ทำให้ฮาร์เดนได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำประตูที่อันตรายที่สุดใน N B A ด้วยท่าทางที่ดุดัน เขาได้มีสองสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการก้าวย่างและจัมเปอร์แบบก้าวถอยหลัง ทั้งนี้เขายังมีชื่อเสียงต่อความสามารถในการเล่นจากกฎของลีกเพื่อที่จะสามารถทำฟาล์วได้และเข้าสามารถโยนโทษ 85.7% เขาเป็นผู้นำของ N B A ในการทำจุดโทษและทำทุก ๆ ปีตั้งแต่ฤดูกาลในปี 2014-2015 แม้เขาจะเป็นผู้ที่ทำคะแนน แต่ก็เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความสามารถในการเล่นของเขากับการควบคุมการกระทำความผิด ในช่วงต้นฤดูกาลปี 2016-2017 หัวหน้าโค้ชทีมฮิวสตัน รอกเก็ตส์ Mike D’Antoni ได้ให้ H a r d e n เล่นในตำแหน่ง p o i n t g u a r d ซึ่งส่งผลให้เขามีค่าเฉลี่ยถึง 10 เกมต่อครั้งเป็นครั้งแรกในการเล่นของเขา

ทีมชาติ

  • T e a m U S A ในงานเทศกาลบาสเกตบอลโลก 2014
  • ฮาร์เดนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมชาติสหรัฐอเมริกาที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 2012 และยังได้เป็นสมาชิกของทีมที่ได้รับรางวัล F I B A บาสเกตบอลโลกในปี ค.ศ.2014 ฮาร์เดนเป็นผู้สมัครในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2016 แต่เขาก็ขอถอนตัวออกจากทีม

ฮิวสตัน รอกเก็ตส์

ฮิวสตัน รอกเก็ตส์
ฮิวสตัน รอกเก็ตส์

ฮิวสตัน รอกเก็ตส์ หรือ H o u s t o n R o c k e t s เป็นทีมบาสเกตบอลในลีกNBA ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ทีมเล่นอยู่ในดิวิชั่น ภาคตะวันตกเฉียงใต้ในคอนเฟอเรนส์ตะวันตก ก่อนหน้านี้เล่นอยู่ในเมืองแซนดิเอโก 4 ปี ก่อนที่จะย้ายเข้ามาในเมืองฮิวสตัน ทั้งนี้ H o u s t o n R o c k e t s ก็ยังเคยเป็นทีมของ เหยา หมิง นักบาสเกตบอล N B Aชาวจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

สัญลักษณ์นำโชค คือ C l u t c h เจ้าของคือ ทิลแมน เฟอร์ติตตา  ได้เป็นแชมป์ N B A ในปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2537

ประวัติ ฮิวสตัน รอกเก็ตส์

ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 ในซานดิเอโกโรเบิร์ต การขยายตัวของทีมสำหรับฤดูกาลในปี 1967-1968 N B Aต้องการเพิ่มทีมใน Western United States จึงเลือกซานดิเอโกตามการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของเมืองพร้อมกับความสำเร็จของทีม ที่ซานดิเอโกได้ประกาศผลให้ชื่อ ซึ่งทำให้ซานดิเอโกของเมือง และแขนท้องถิ่นเป็นการพัฒนา ที่นำโดยแจ็คมาฮอนแล้วโค้ชของซินซินนาติ ทำหน้าที่เป็นโค้ชและผู้จัดการทั่วไปของ H o u s t o n R o c k e t s ทีมที่จะเข้าร่วมลีกพร้อมกับ Seattle SuperSonics จากนั้นรายชื่อของผู้เล่นที่มีประสบการณ์ทั้งในด้านการพัฒนาและผู้ที่มีความสามารถNBA ในปี 1967 ที่ซานดิเอโก ชื่อแรกที่เลือกคือแพทไรลีย์ Houston Rockets ได้ทำคะแนนไป 67 เกมในฤดูกาลแรกสำหรับพวกเขา เป็นประวัติศาสตร์ของNBA

ต่อมาในปี 1968 หลังจากที่ได้รับรางวัล Houston Rockets ได้ตรวจสอบที่จะมีการคัดเลือกใน1968 NBA ครั้งแรก พวกเขาได้เลือกเอลเฮย์สจากมหาวิทยาลัยฮูสตัน เขาได้มามาปรับเปลี่ยนและพัฒนาทีม Houston Rockets ทำคะแนนได้ 37 ชนะและแพ้ 45 ทั้งนี้ก็คุ้มค่าสำหรับการปรากฏตัวครั้งแรกที่ได้เล่น เมื่อปี 1969 Houston Rockets ได้ตกอันดับในรอบรองชนะเลิศที่แอตแลนตาฮอกส์ ถึงสี่เกม และแม้จะมีการดราฟผู้เล่นที่มีความสามารถอย่าง คาลวินเมอร์ฟีและรูดี้ Tomjanovich และการจัดการของโค้ชฮอลล์ออฟเฟมอเล็กซ์ฮันนัมHouston Rockets ได้ทำบันทึกสถิติอยู่ที่ 67-97 ในสองฤดูกาลถัดไป ถึงแม้จะไม่ได้แข่งขันในรอบชิงชนะเลิศทั้งสองฤดูกาลก็ตาม เนื่องจากผลคะแนนที่ต่ำและการเข้าร่วม Breitbard  จึงมองที่จะยุบทีม จนกระทั่งปี 1971 การกีฬาเทกซัสจึงมีเงินลงทุนซื้อและย้ายทีมไปฮุสตัน จึงกลายเป็นทีมแรกของNBA ในเท็กซัส โดยมีฉายาว่า Houston Rockets ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นหลังจากการย้าย

ในปี 2012– ปัจจุบัน ยุค James Harden

หลังจากได้ย้ายบัญชีรายชื่อในช่วงNBA เมื่อปี 2012 ช่วงปิดฤดูกาล  มี 4 ผู้เล่นที่หมดสัญญากับทีม Houston Rockets คือ แชนด์เลอพาร์สันส์ , เกร็กสมิ ธ , มาร์คัสมอร์ริสและแพทริคแพตเตอร์สัน  เจมส์ฮาร์เดนที่มอเรย์ได้ที่เรียกว่า “ตัวสำคัญ” เขาเป็นผู้เล่นที่มีคนคาดหวังที่คาดว่าจะเป็นผู้เล่นที่ฮุสตันต้องการ หลังจากที่เขาเป็นสำรองในโอคลาโฮมาซิตีธันเดอร์ ฮาร์เดนทำให้เกิดผลกระทบที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้เล่นตัวจริงของ Houston Rockets ด้วย 37 คะแนน 12 ช่วย 12 รีบาวน์ 6, 4 รีบาวน์ ในช่วงเปิดฤดูกาลกับดีทรอยต์เฉลี่ยอยู่ที่ 25.9 คะแนน ในฤดูกาลนั้น การรวมตัวกับการเล่นของฮาร์เดนเข้าผิดพลาดของ McHale ทำให้ Houston Rockets กลายเป็นหนึ่งในความผิดพลาดที่ทำคะแนนได้สูงสุดNBA ซึ่งเป็นผู้นำของลีกในการทำคะแนนส่วนใหญ่ของฤดูกาล ในช่วงฤดูกาล Houston Rockets ได้ตกลงกับโอคลาโฮมาซิตี้ทันเดอร์ในรอบแรกแพ้ด้วยคะแนน 4–2

ต่อมาเมื่อฤดูกาลปีที่ 2016-2017 เป็นการเริ่มต้นที่ดีและได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลาย เพราะเขาเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่อง M V P พร้อมกับคาลีโอนาร์ด ร่วมกับอดีตเพื่อนร่วมทีมรัสเซลล์เวสต์บ เมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง H o u s t o n R o c k e t s ได้เป็นอันดับสามซึ่งจัดอันดับโดยรวมเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากฤดูกาลก่อน

ในช่วงฤดูร้อนในปี 2560 H o u s t o n R o c k e t s ถูกซื้อโดยฮิวสตันมหาเศรษฐีTilman Fertitta ในราคา 2.2 พันล้านดอลลาร์ ที่ทำลายสถิติการซื้อทีมนักกีฬามืออาชีพชาวอเมริกัน ทีมยังได้ดราฟผู้เล่นN B A ในทุก ๆ 8 ครั้งและคริสพอล 9 ดาวทุกครั้งในการซื้อขายจากLos Angeles Clippersเพื่อแลกกับผู้เล่นเจ็ดคน ส่วนที่ต้องพิจารณาการร่างรอบแรกที่ได้รับการป้องกันสามอันดับแรก ถึงแม้ว่าเขาจะพลาดเกมไปหลายนัดเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เข่าทีมจบฤดูกาลเอาชนะไปด้วยคะแนน 65 เป็นคะแนนที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ในช่วงรอบชิงชนะเลิศ ฮูสตันได้พาทีมชนะไปอย่างได้อย่างง่ายดาย โดยการชนะมินนิโซตาทิมเบอร์วูและยูทาห์แจ๊สก่อนที่จะเผชิญหน้ากับรัฐแคลิฟอร์เนีย ในเกมที่5ของรอบชิงชนะเลิศการ Houston Rockets ได้นำ 3-2 คะแนน แต่พวกเขาเห็นพอลออกจากสนามเพราะได้รับการบาดเจ็บ ในเกมที่เหลืออีกสองเกมฮุสตันนำโดยช่วงพักครึ่งในเกมที่ 7 พอลจึงได้กลับมาลงเล่นในสนามอีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ufabet

ไคลด์เดร็กซ์เลอร์

ไคลด์เดร็กซ์เลอร์
ไคลด์เดร็กซ์เลอร์

ไคลด์เดร็กซ์เลอร์ หรือDrexler Clyde เป็นนักบาสเกตบอลเป็นที่รู้จักกันในการเล่นบาสของเขาให้กับทีม Portland Blazers และ Houston Rockets เขาเป็นผู้เล่นที่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในตัวสำคัญของประวัติศาสตร์NBA เขาเป็นนักบาสที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการเล่นในการบุกเข้า และในเวลาเดียวกัน Drexler Clyde ได้รับการเชื่อถืออย่างต่อเนื่องและเป็นผู้เล่นที่ดีท่สุดในการบุกเข้าชิง

ในช่วงต้นปีของ ไคลด์เดร็กซ์เลอร์

Drexler Clyde เกิดที่เมือง New Orleans ในวันที่ 22 มิถุนายน1962 ไม่กี่ปีหลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่ที่ฮูสตัน Drexler Clyde ได้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมแล้วเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย่อในประเทศ

เมื่ออยู่ในโรงเรียนมัธยม Drexler Clyde ได้เล่นบาสเกตบอลและยังได้รับรางวัล ถือว่าเป็นหน้าตาของโรงเรียนมัธยมอีกเช่นกัน เขามีชื่อเสียงในโรงเรีย มีสถิติการแข็งขันที่ดีมาโดยตลอดระยะเวลาในการเล่นบาสด้วยคะแนนอย่างน้อย 10 rebounds ต่อการแข่งขันและอีกทั้ง 14 คะแนน

ที่สุดแล้วพรสวรรค์ของเขาก็ช่วยให้เขาได้ติดในทีมของมหาวิทยาลัยเรียกว่า คูการ์ และเขาก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันในลีกบาสเกตบอลนักศึกษาของฤดูกาลในปี 1982กับ1983 เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถและเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาสามารถพาทีมชนะ และได้เป็นนักเตะเยาวชนที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา

อาชีพการเป็นนักกีฬา

มีการเสนอสัญญาระดับมืออาชีพในครั้งแรก เมื่อปีพ. ศ. 2526 โดยเขาเป็นผู้นำของทีม Portland Trail Blazers และหลังจากจบการแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัย การแข่งขันเริ่มต้นสำหรับทีมใหม่ Clyde Drexler เขาได้เล่นในการแข่งขันในเวลา 17 นาที อย่างไรก็ตามแม้นี้ก็เพียงพอที่จะกำหนดผู้เล่นอย่างน้อย 8 คะแนนในทีม

ต่อมาไม่นาน Drexler ก็ค้นพบตัวเอง และการแข่งขันของฤดูกาลที่สองในNBA เขาเล่นได้เฉลี่ยคะแนนประมาณ 20 คะแนน ในการทำเซพชั่นหลายครั้งในระหว่างการแข่งขัน ต่อมาเขาได้ทำสถิติของเขาดีขึ้น ดังนั้น Drexler Clyde จึงได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ

ทีมผู้เล่นบาสเกตบอลที่ประสบความสำเร็จ คือ Portland Blazers ได้เข้าชิงเกือบทุกฤดูกาลจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ต่อมา Portland กับ Drexler เป็นครั้งแรกในรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 1990 อย่างไรก็ตามทีมจากดีทรอยต์ซึ่งเป็นผู้ชนะจากซีรีส์ 5 นัดชนะกับการเผชิญหน้า

ในฤดูกาลต่อมาประวัติดาวรุ่งของสโมสรในNBA ในตอนท้ายของปีทีมชนะ 63 กับ 19  อย่างไรก็ตามแม้ในทีมจะมีปัญหากับการเล่นในบางครั้งแต่ก็ทำให้ชนะ แต่ในตอนสุดท้ายทีมของ Clyde ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ Los Angeles ซึ่งเป็นตำนานอยู่ในขณะนั้น

สิ่งที่ดีที่สุดในอาชีพของ Drexler Clyde ได้รับการพิจารณาตลอดฤดูกาลเมื่อปี 1991 ถึง 1992 ในตอนสุดท้ายของการเล่นเขาได้เป็นผู้เล่นที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน 4 ผู้เล่นบาสเกตบอลลีกชั้นนำ และไม่น่าแปลกใจที่ได้รับคะแนนเฉลี่ย 25 ​​แต้มต่อเกมสำหรับทีมของเขา แต่ก็ทำคะแนนน้อยกว่า ไมเคิลจอร์แดนจากชิคาโกบูลส์เพียง 2 ต่อสู้แพ้ 4 เท่านั้นเอง

ความล้มเหลวในเกมสุดท้ายบังคับ Drexler Clyde ที่จะย้ายจาก “พอร์ตแลนด์” ในทีม “ฮุสตัน” ซึ่งผู้เล่นที่ได้ทำสัญญาเมื่อปี 1995 ให้กลับมารวมตัวกัน สโมสรนำใน standings สโมสรโดยเฉลี่ย 21 คะแนนต่อเกม ในปีเดียวกันทีมชนะสองครั้ง ดังนั้น Drexler Clyde ในที่สุดก็ได้แชมป์โลกไป

กิจกรรมการฝึกสอน

การตัดสินใจที่จะเริ่มต้นการฝึกอาชีพ ในปี 2541 Drexler Clyde อดีตผู้เล่นเป็นโค้ชทีมมหาวิทยาลัยของโรงเรียนนอกเมือง อย่างไรก็ตามผลงานของโค้ชคนใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งผลที่เห็นได้ชัด ดังนั้นในสองฤดูกาลต่อจากนั้นทีมนักเรียนจึงได้รับชัยชนะแค่ 19 นัดและแพ้ 37 ufa877

ต่อมาในปี 2008 Drexler Clyde ได้ตัดสินใจทุ่มเทกับการสอนให้มากกว่าเดิม ดังนั้นจึงทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชที่ Denver Nuggets ซึ่งเขาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการตัดสินโดยให้บริการการแข่งขันของสโมสรพื้นเมือง “Houston Rockets”

Drexler Clyde ชีวิตส่วนตัว

เขาเป็นนักบาสเกตบอลที่รู้จักกันดี  ครอบครัวของเขามีภรรยาคนปัจจุบันคือ Geynell มีลูกสี่คน เขาเป็นผู้เล่นที่ได้รับการแต่งงานในปี 1988 น้องสาวและน้องชายของไ Drexler Clyde เป็นเจ้าของสถานประกอบการจัดเลี้ยงในฮุสตัน เขาได้รับความสนใจและดึงดูดผู้ชมเป็นอย่างมากด้วยความเก่งของเขา Grill Restaurant 22 ซึ่งเขามีเกียรติมากและเมื่อเขาสวมเสื้อของเขาในนระหว่างการแข่งขันในลีกNBA

ข้อมูลที่น่าสนใจ

หลังจากจบอาชีพแล้ว Drexler Clyde ได้ตัดสินใจที่จะเป็นในฐานะนักแสดง เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในแต่ละตอนของละครตลกอเมริกันจำนวนมาก ความพิเศษของเขาได้ถูกนำตัวไปเป็นนักแสดงในเรื่องที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นซีรีส์เรื่อง Married … with children

ต่อมาเมื่อปี 2007 Clyde Drexler ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรายการทีวียอดนิยม ที่นี่เป็นหุ้นส่วนของอดีตนักบาสเกตบอลที่เป็นแชมป์ของประเทศรัสเซีย

เป็นที่น่าสังเกตในการแข่งขันของNBA Drexler Clyde เป็นนักบาสเกตบอลที่ประสบความสำเร็จซึ่งครั้งนี้เข้ารับการเป็นตัวแทนผู้ฝึกสอนนักบาสเกตบอลอย่างเป็นทางการ ซึ่งจบการศึกษาไม่ได้รับการฝึกในมหาวิทยาลัย

วิลลิสรีด

วิลลิสรีด
วิลลิสรีด

วิลลิสรีด หรือWillis Reed Jr. เกิดในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2485 เป็นนักบาสเกตบอลชาวอเมริกันที่เกษียณอายุราชการโค้ชและผู้จัดการทั่วไป เขาใช้เวลาในการเล่นอาชีพเมื่อปี 1964-1974 ให้กับนิวยอร์กนิกส์ เขาได้รับการให้เข้าไปในหอเกียรติยศอนุสรณ์สถานบาสเกตบอลไนสมิทได้ ในปี 1996 เขายังได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 50 คนในประวัติศาสตร์NBA

หลังจากที่เกษียณในการผู้เล่นต่อมาจึงทำหน้าที่เป็น แทงบอลออนไลน์ ผู้ช่วยหัวหน้าโค้ชทีมเป็นเวลาหลายครั้ง และในทศวรรษที่ผ่านมานั้นเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปและเป็นรองประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอล เมื่อปี 1989-1996 ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ฐานะรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอล เขาเป็ผู้ที่สามารถนำทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศNBA ในปีค.ศ. 2002 และ 2003

ชีวิตในวัยเด็กและการศึกษาของ วิลลิสรีด

เขาเกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1942 ในเมือง Dubach ลุยเซียนาในลินคอล์น เขาได้เติบโตขึ้นมา พ่อแม่ของเขาทำงานเพื่อส่งเขาได้ศึกษาต่อ เขาได้แสดงความสามารถให้เห็นและกีฬาในวัยเด็กของเขาก็คือการเล่นบาสเกตบอลที่โรงเรียนมัธยมในฝั่งตะวันตกลุยเซียนา

เขาเข้าร่วมGrambling ในมหาวิทยาลัยรัฐ เล่นให้กับทีมบาสเก็ตบอลชายแห่ง Grambling State Tigers , Reed ด้วยคะแนนอาชีพ 2,280 คะแนนเฉลี่ย 26.6 คะแนนต่อเกมและ 21.3 รีบาวน์ต่อเกม ในช่วงปีที่ผ่านมาของเขา เขาได้เข้าไปในรายการNAIA เป็นหนึ่งในรายการการแข่งขันกีฬาทางตะวันตกเฉียงใต้ ต่อมาเขาได้กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเบต้าซิกม่าอีกด้วย

อาชีพ

นิวยอร์กนิกส์ได้เลือกเขาเป็นอันดับที่สองของNBAในการเลือกนี้ เมื่อปี ค.ศ. 1964 เขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีรวดเร็วและเป็นผู้มีอำนาจดุเดือดมีร่างกายที่แข็งแรง ต่อมาในเดือนมีนาคมปี 1965 เขาได้ทำคะแนนถึง 46 คะแนนและถ้าเทียบกับลอสแองเจลิสเลเกอร์ซึ่งเป็นเกมเดียวที่สูงเป็นอันดับสองที่ โดยมือใหม่ของนิกส์ ในสำหรับฤดูกาลนี้ 1964-1965 เขาได้อันดับที่เจ็ดใน NBA โดยทำคะแนนได้สูง 19.5 คะแนนต่อเกม  14.7 รีบาวน์ เขาเป็นบุคคลใน All-Star และได้รับรางวัลNBAอีกด้วย

พิสูจน์ได้ว่าเป็นคลัทช์ตลอดอาชีพของเขา เขาได้ทำเกมในฤดูกาล 1966-1967 ในฤดูกาลปกติของเขาคะแนนเฉลี่ยถึง 20.9 คะแนนต่อเกมและ 27.5 คะแนนต่อเกมในฤดูต่อมา

ต่อมาทีมยังคงดิ้นรนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา2-3ปี ในขณะที่มีการดราฟเพิ่มผู้เล่นที่ดีและ ดิ๊กแมคไกวร์ถูกแทนที่ด้วยโค้ชด้วยเรดโฮลซ์แมน ตลอดฤดูกาลปี 2510-2511 ในปี 1968 บันทึกของนิวยอร์กคือ 43-39 บันทึกการชนะครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1958–1959

ในทุกปี NBA All-Star โดยขณะนี้เขากำลังทำคะแนนเพื่อให้ทีมอยู่อันดับต้น ๆ ในNBA ในฤดูกาลหลังจากนั้นเขาได้ปรับความแตกต่างของตำแหน่งใหม่โดยเฉลี่ย 20.9 คะแนนเพื่ออันดับที่แปดในNBA

ในปีพ.ศ. 2511-2512 นิวยอร์กได้ทำคะแนน 105.2 คะแนนต่อเกม นิกส์จะเป็นสโมสรป้องกันที่ดีที่สุดในลีกสำหรับห้าในหกฤดูกาล

First Championship

ในฤดูกาล 1969-1970 นิกส์ได้รับรางวัลด้วยคะแนน 60 เกมและ18 เกมชนะ ในปี 1970 รีดกลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์NBA ที่ได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น NBA All-Star MVP , MVP ประจำฤดูกาลNBAและNBAรอบชิงชนะเลิศ MVPในฤดูกาลเดียวกัน ในปีเดียวกันนั้นเขาได้รับการเสนอทีมแรกและเอ็นบีเอทุกฝ่ายทีมแรกเช่นเดียวกับการถูกตั้งชื่อเป็นABC ‘s World Wide กีฬานักกีฬาแห่งปีและข่าวกีฬาเอ็นบีเอ MVP

ผลที่มีชื่อเสียงที่สุดเกิดขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม 1970 ในระหว่างเกมเจ็ดปี1970 เอ็นบีเอรอบชิงชนะเลิศกับLos Angeles Lakers เมดิสันสแควร์การ์เด้น เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ต้นขาอย่างรุนแรงกล้ามเนื้อฉีกขาดซึ่งก่อนหน้านี้ทำให้เขาไม่อยู่ในเกมที่หกเขาจึงไม่สามารถเล่นต่อได้ในเกมที่เจ็ด อย่างไรก็ตามรีดได้ทำให้แฟน ๆ เกิดความประหลาดใจ เมื่อเริ่มเกมเขาได้ทำคะแนนสองนัดแรกของนิกส์ ในการยิงครั้งแรกของเขาสองครั้งซึ่งเป็นแต้มเดียวของเกม หลังจากเกมผู้ชนะฮาวเวิร์ดโคเซลล์ ไปบอกรี้ดทางโทรทัศน์แห่งชาติว่า “คุณเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดเลยทีเดียว”

แชมป์ปีที่สอง

นิกส์สามารถทำสถิติบันทึกคะแนนด้วย 52-30 ในฤดูกาลเมื่อปี 1970-1971 และทำได้ดีพอสำหรับสถานที่แรก และในกลางฤดูเขาทำสถิติสโมสรด้วยการคว้าคะแนน 33 รีบาวน์ รีดได้เริ่มต้นในเกม All-Star อีกครั้ง สำหรับฤดูกาลคะแนนเฉลี่ย 20.9 คะแนนและ 13.7 รีบาวน์ต่อเกม แต่นิกส์ถูกกำจัดโดยบัลติมอร์ในรอบชิงชนะเลิศภาคตะวันออก ในปีพ. ศ. 2514-2515 ได้รับความบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้ายของเขา จึงเป็นผลต่อการเคลื่อนไหวของเขา เขาพลาดไปสองสัปดาห์ในช่วงต้นฤดูกาลและกลับมา แต่หลังจากนั้นไม่นานจึงสั่งห้ามไม่ให้เขาเล่นต่อด้วยคะแนนเกมทั้งหมด 11 เกมสำหรับปี โดยไม่มีรีดนิกส์ แต่ทีมก็ยังคงสามารถทำให้รอบชิงชนะเลิศNBA แต่ก็ได้พ่ายแพ้ในห้าเกมโดยลอสแองเจลิสเลเกอร์

ในปีที่ 2515-2516 นิกส์ได้จบฤดูกาลด้วยคะแนน 57-25 เป็นสถิติที่ดีสำหรับการแข่งขัน ถึงแม้รี้ดจะบาดเจ็บแต่คะแนนต่อฤดูกาลถือว่าดี ในรอบชิงนิกส์ได้เอาชนะบอสตันเซลติกส์และเผชิญหน้ากับ เลเกอร์ในรอบรองชนะเลิศNBAได้อีกครั้ง หลังจากแพ้เกมแรกนิกส์ได้สองแชมป์NBAด้วยชัยชนะ 102-93 คะแนนในเกมที่ห้า รีดชื่อได้ว่าเป็น NBA Finals MVP

รีดได้รับบาดเจ็บและเกษียณหลังจากฤดูกาลปีที่ 1973-74 สำหรับอาชีพของเขารีดเฉลี่ยด้วยคะแนน 18.7 และ 12.9 รีบาวน์ต่อเกมโดยเล่นทั้งหมด 650 เกม เขาเล่นในเกม All-Star 7 เกม

อาชีพหลังการเล่นบาสเกตบอล

รีดได้ใช้เวลาหลายปีในการสอนก่อนที่จะย้ายไปเป็นผู้จัดการทั่วไป เขาเป็นโค้ชให้กับนิกส์ในปี 2520-2521 และออกจากทีมในเกมที่ 14 ฤดูกาลถัดไปด้วยสถิติ 49-47 เขาเป็นหัวหน้าโค้ชที่มหาวิทยาลัย Creighton ในปี 1981-1985 และเป็นอาสาสมัครช่วยโค้ชมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น และก็ยังเป็นผู้ช่วยโค้ชของNBAแอตแลนตาฮอกส์และซาคราเมนโตคิงส์อีกเช่นกัน

เขาได้เปิดตัวฐานะหัวหน้าโค้ชของ New Jersey Nets ในวันที่ 1 มีนาคม 1988 ลูกพี่ลูกน้องของเขาออร์แลนโดวูลริดจ์ถูกระงับโดยลีกเพราะติดยาเสพติด ต่อมาในปี 1989 เขาได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้จัดการทั่วไปของ Nets และรองประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเก็ตบอลเมื่อปี 2532-2539 รีดย้ายไปดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอลโดยมีเป้าหมายอย่างต่อเนื่องในการสร้างให้เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ทำรอบชิงชนะเลิศเอ็นบีเอในปี 2545 และ 2546 ต่อมาเขาได้เป็นรองตำแหน่งรองประธานฝ่ายปฏิบัติการบาสเกตบอลกับนิวออร์ลีนส์แตนในปี 2547 จนถึง 2550

Frank Layden

Frank Layden
Frank Layden

Frank Layden หรือฟรานซิส Layden เกิดวันที่ 5 มกราคม 1932 เป็นที่รู้จักกันในช่วงที่เขาเป็นโค้ช NBA ฐานะโค้ช Pat Max ของทีมเบสบอลของแม็กซ์แพทคิน ถึงจะเป็นที่ห่างไกลแต่มีชื่อเสียงมากในฐานะเจ้าชายบาสเกตบอล ได้เกษียณอเมริกันบาสเกตบอลโค้ชและผู้บริหารของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติของยูทาห์แจ๊ส

อาชีพการเป็นโค้ชของ Frank Layden

จากการได้ฝึกสอนระดับมืออาชีพ แฟรงก์ เลย์เดน ยังมีโค้ชที่ยังสอนอยู่ที่ Adelphi Suffolk College เขายังเป็นอดีตหัวหน้าโค้ชและผู้เล่นของทีมบาสเก็ตบอลของ Niagara University Layden โค้ชไนแองกาฮูบี้บราวน์ ในการแข่งขันครั้งแรกได้ปรากฏตัวของ CA เมื่อปี 1970 จากความช่วยเหลือของคาลวินเมอร์ฟี่ เมื่อปี 1976 เขาจึงได้รับการให้เป็นผู้ช่วยโค้ชของNBA แอตแลนตาฮอกส์จึงได้มาร่วมงานกับอดีตเพื่อนร่วมทีมของไนแองกาฮูบี้บราวน์ ในปี 1979 เขาได้รับการให้เป็นผู้จัดการทั่วไปของแจ๊สนิวออร์ลีนส์และจึงกลายเป็นหัวหน้าโค้ชของดนตรีแจ๊ส เมื่อปี 1981 เขาเป็นโค้ชดนตรีแจ๊สใน7ปีครึ่ง และยังมีบทบาทที่สำคัญในการเซ็นสัญญาหลักกับ John Stockton และ Karl Malone กับสโมสร แฟรงก์ เลย์เดนเกษียณจากการสอนในช่วงฤดูกาลเมื่อปีพ.ศ. 2531-2532 NBA กับทีมที่ 11-6 บันทึกอ้าง “แรงกดดัน” และความเหนื่อยหน่ายจากการสอนจึงย้ายเข้ามาในสำนักงานด้านหน้าของทีมและได้ถูกแทนที่โดยเป็นโค้ชผู้ช่วยของเขาเจอร์รีสโลน

แทงบอลออนไลน์

เมื่อปี ค.ศ 1984 เลย์เดนได้รับรางวัลโค้ชNBAของปีในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเขายังได้รับรางวัลNBAของผู้บริหารแห่งปีและรางวัล NBAเจวอลเตอร์เคนเนดีได้รับรางวัลพลเมืองซึ่งเขาและ Joe O’Toole เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ของNBAที่ได้รับรางวัล เลย์เดนเข้าร่วมอินทรียูทาห์จากสมาคมบาสเกตบอลเนนตัลในเดือนตุลาคมเมื่อปีค.ศ. 2006 ที่เป็นกิตติมศักดิ์การเป็นผู้ช่วยโค้ช

แฟรงก์ เลย์เดน เป็นหัวหน้าโค้ชของทีมสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ เขามีหญิงในปี 1998 – 1999 คือ Utah Starzz ก่อนที่จะเลิกรากันไป เพื่อเขาจะได้ “สนุกกับชีวิต” ในวันข้างหน้า ต่อมาสักสองสามเดือนหลังจากนั้นเขาได้ลาออกในฐานะประธานทีมแจ๊สด้วยเหตุผลเช่นเดียวกัน

เมื่อเกษียณอายุ

แฟรงก์ เลย์เดนได้เกษียณจากการสอนดนตรีแจ๊สเมื่อปีค.ศ. 1989 ในฐานะประธานทีมแฟรนไชส์และผู้จัดการทั่วไปอดีตผู้เล่น NBA และจากนั้นได้มีผู้ช่วยดนตรีที่เข้ามาในฐานะหัวหน้าโค้ชคนใหม่  Jazz Jerry Jerry ช่วงเวลาจากนั้น เลย์เดนได้เข้าร่วมกับ Marv Albert ในวิดีโอการเผยแพร่โดย Sports Illustrated หรือที่เรียกว่า Dazzling Dunks และ Basketball Bloopers ต่อมาในอีกหนึ่งปี เลย์เดนจึงได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับนิวยอร์กนิกส์ โดยมี สก็อตต์เลย์เดน ลูกชายของเขาที่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปและเขายังคงอาศัยอยู่กับภรรยาของเขาคือ ‘บาร์บาร่า’ ในเมือง Salt Lake City

ปรัชญาการสอน

แฟรงก์ เลย์เดน ในระหว่างวันที่ได้ฝึกสอน เขามีวิธีการพักสมองหรือการคลายเครียดโดยมีการเล่นเกมเขาจึงเป็นที่รู้จักของหลาย ๆ คนในการฝึกการสอน และบ่อยครั้งเขาจะถูกล้อเลียนในเรื่องน้ำหนักและหน้าตาของเขา และเป็นที่รู้จักกันดีในวงการนั้น ในครั้งหนึ่งแฟรงก์ เลย์เดนเคยมีน้ำหนักที่มากกว่า 300 ปอนด์เลยทีเดียว แต่เขาก็ได้ผอมลงในฤดูร้อนเมื่อปี 1986 เป็นการลดลงของน้ำหนักตัวของเขาถึง 85 ปอนด์ ด้วยเหตุผลในเรื่องของสุขภาพ และหลังจากที่เขาได้ลดน้ำหนักนั้นเขาจึงมีความคล่องแคล่วและแข็งแรงกว่าเดิมเช่นกัน เขาจึงไม่เป็นตัวตลกอีก

เลย์เดนเป็น NBA Coach เมื่อปี 1984

               Scott Layden ลูกชายคนโต ปัจจุบันเขาเป็นผู้จัดการของ Minnesota Timberwolves และได้กล่าวว่ารางวัล Daly ได้เตือนความทรงจำของฤดูกาลในปี 1983-1984 เมื่อพ่อของเขาได้รับการคัดเลือก NBA Coach แห่งปีผู้บริหาร NBA แห่งปี และยังเป็นผู้รับของ J. วอลเตอร์เคนเนดี ที่ได้รับรางวัลความเป็นพลเมืองทั้งหมดในครั้งเดียว

เลย์เดนผู้เป็นโค้ชในการประชุม Western All All Stars เขาเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรางวัลโค้ชและผู้บริหารในปีเดียวกัน ลูกชายได้กล่าวขณะอายุ 25 ปี “ ฉันภูมิใจในตัวเขามาก เพราะมันเป็นการตอกย้ำให้เขาเป็นมากกว่าผู้ชายตลก ๆ ที่เป็นโค้ช มีสาระสำคัญมากมายสำหรับเขาในการเป็นผู้นำว่าเขาเป็นอย่างไรในฐานะที่เป็นบุคคลและเขาเป็นคนที่ห่วงใยผู้คนได้อย่างไร”

 “Coach Layden พูดติดตลกอยู่บ่อยครั้งและผู้คนต่างก็พูดอยู่เสมอว่า “เขาอาจจะไม่เก่งในการฝึกสอน” Karl Malone แจ๊สได้กล่าวว่า “เขาเป็นคนฝึกสอนที่ไม่น่าเชื่อ แต่ไม่ว่าสิ่งที่เขาทำในฐานะโค้ชในฐานะสามีและเป็นพ่อและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดการฝึกเป็นเพียงการทดลองใจเท่านั้น

ฉันรักโค้ชมาก ๆ ดวงตาเขานั้นมีความจริงใจและสิ่งที่เขาทำ “ในฐานะโค้ชของ NBA” Hubie Brown กล่าวว่า “เขาเป็นโค้ชในแบบที่คุณควรจะเป็นโค้ช” นั่นเอง

จึงนำไปสู่เส้นทางอาชีพที่หลังจากรับราชการในกองทัพ ที่ Fort Monmouth ในรัฐนิวเจอร์ซีย์เห็นโค้ช แฟรงก์ เลย์เดน ในโรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยในที่สุดที่โรงเรียนเก่าของเขาในปี 1968 ถึง 1976 ผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเวลานั้นคือ Calvin Murphy ผู้ซึ่งได้กลายมาเป็น Naismith Hall of Famer นั่นเอง

แชคิล โอนีล

แชคิล โอนีล
แชคิล โอนีล

แชคิล โอนีล หรือ Shaquille Rashaun O’Neal เกิดในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2515 เมืองนีวอร์ค รัฐนิวเจอร์ซีย์  ที่รู้จักในชื่อ แชค (Shaq) เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลNBA ที่แข็งแกร่ง

เขาเริ่มเล่นให้กับออร์แลนโด แมจิก และจากนั้นได้เซ็นสัญญากับลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ ก่อนที่ถูกเทรดย้ายไปไมอามี ฮีท, ฟีนิกส์ ซันส์ และ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ เขามีชื่อเสียงเรื่องตัวใหญ่ด้วยความสูง 7 ฟุต 1 นิ้ว หนัก 340 ปอนด์ มีชื่อเล่นหลายชื่อคือดีเซล ,บิ๊กอริสโตเติล ,ซูเปอร์แมน และได้รับปริญญาโทบริหารธุรกิจคือ ดอกเตอร์แชค เขาเริ่มเล่นในNBA ตั้งแต่อายุ 20 ปี ตลอดระยะเวลาการเล่นเขาได้สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมจึงมองว่าเขาเป็นเซ็นเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

แชคิล โอนีล วัยเด็กชีวิต

แชคิล ราชอน เป็นชื่อที่บิดาแท้ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับพ่อมากนัก มารดาของเขา ชื่อ ลูซีลล์ โอนีล แฮริสัน ที่ได้แต่งงานใหม่กับทหารอเมริกันชื่อ ฟิลิป แฮริสัน ซึ่งแชคเห็นเขาเป็นบิดาที่แท้จริง ufa877 เขาได้ใช้ชีวิตวัยเด็กในประเทศเยอรมนี เป็นที่ที่ ฟิลิป ประจำการอยู่และได้เรียนรู้วิธีการเล่นบาสเกตบอลที่นั่น เขาได้ทำข้อมือหักทั้งสองข้างเกิดจากการไต่ระหว่างต้นไม้สองต้นโดยเลียนแบบสไปเดอร์แมน ทั้งนี้จึงเป็นข้อเสียว่าทำไมแชคถึงชู๊ตลูกโทษได้ไม่ดีเท่าไหร่

ชีวิตในการเล่นบาสเกตบอล

มหาวิทยาลัยหลุยเซียนาสเต็ต

เขาเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อได้เล่นที่ไฮสกูล Robert G. Cole Junior-Senior High School ในเมืองซานแอนโตนิโอ รัฐเทกซัส และยังเป็นผู้เล่นดีเด่นของโรงเรียน ในระหว่างเวลาที่เล่นอยู่เขาจึงเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยหลุยเซียนาสเตต จบปริญญาตรีในสาขาพาณิชยศาสตร์เขาได้รับตำแหน่ง first team All-American สองครั้ง ผู้เล่นแห่งปีของ Southeastern Conference (SEC) สองครั้ง ผู้เล่นแห่งปีระดับประเทศในปี พ.ศ. 2534 และเป็นเจ้าของสถิติของระดับมหาวิทยาลัย (NCAA) สำหรับจำนวนบล็อกสูงสุดในหนึ่งเกม ถึง 17 ครั้ง เมื่อแข่งกับมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปีสเตต ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2533

เดล บราวน์ โค้ชที่ LSU บอกว่า เขาได้พบกับแชคครั้งแรกที่เยอรมนี และเข้าใจว่าแชคเป็นทหารใน ขณะนั้นเขาอายุแค่ 13 ปี แต่สูงถึง 7 ฟุต หนักเพียง 223 ปอนด์ เวลสสามปีผ่านไปแชคตัวสูงขึ้นอีกเพียงหนึ่งนิ้ว แต่มีกล้ามเนื้อเพิ่มถึง 80 ปอนด์

ออร์แลนโด แมจิก

แชคได้รับเลือกเป็นคนแรกของการดราฟในปี 2535 จากทีมออร์แลนโด แมจิก เขาเล่นเป็นเวลาสี่ปีซึ่งมีผลงานจนได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ต่อจากนั้นเมื่อออร์แลนโดได้ตัวการ์ดหน้าใหม่คือ แอนเฟอร์นี ฮาร์ดอเวย์เข้าในทีม แชคกับเพนนี่ได้ช่วยกันสร้างทีมออร์แลนโดจากทีมที่อยู่ท้ายตารางกลายมาเป็นทีมที่สามารถเข้ารอบเพลย์ออฟได้ ufa877 ต่อมาในฤดูกาลปี 2537-2538 มีผู้เล่นเข้ามาเสริมทีมที่มากประสบการณ์คือ โฮเรส แกรนท์ พวกเขาสามารถพาทีมออร์แลนโด เอาชนะชิคาโก บุลส์ อดีตแชมป์ 3 สมัย ที่มีไมเคิล จอร์แดนในปีนั้น 4 ต่อ 2 เกม และได้แชมป์ฝั่งตะวันออกเอาชนะอินดีอานา เพเซอรส์ 4 ต่อ 3 เกม จนทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศNBAเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม แต่ก็ต้องพ่ายให้ ฮิวส์ตัน ร็อกเก็ตส์ แชมป์เก่าที่มี อาคีม โอลาจูวอน กับ ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์ เป็นผู้เล่นหลัก ไป 4 ต่อ 0 เกมรวด

ในปีถัดมา ออร์แลนโดยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ฝ่าฟันเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของฝั่งตะวันออกได้ไม่ยากเย็น แต่ก็ไม่สามารถต้านทานฟอร์มร้อนแรงของ ไมเคิล จอร์แดน และชิคาโก บุลส์ ได้ และหลังจากหมดสัญญาจากทีม แชคได้รับข้อเสนอต่อสัญญาจำนวนเงินถึง 115 ล้านเหรียญ และได้รับการติดต่อจากทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ สุดท้ายแชคก็ตกลงเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2539

ลอสแอนเจลิส เลเกอรส์

หลังฤดูกาล 1995-1996 ของNBA แชคเข้าร่วมทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์สัญญาเจ็ดปีมูลค่าสูงถึง 120 ล้านเหรียญสหรัฐ เขาและโคบี ไบรอันต์ เป็นคู่การ์ดและเซ็นเตอร์ที่เล่นได้ประสิทธิภาพที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์NBA ถึงแม้ว่าเกิดเรื่องผิดใจกันบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม โดยการคุมทีมจากโค้ชคือ ฟิล แจ็กสัน ที่ประสบความสำเร็จมากบนสนามแข่งขันจึงพาทีมคว้าตำแหน่งชนะเลิศสามปีติดต่อกัน ในฤดูกาล 1999-2000, 2001-2002 และ 2002-2003 แชคได้รับการเลือกเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในรอบสุดท้ายทั้งสามครั้ง เป็นผู้เล่นที่ทำแต้มเฉลี่ยสูงสุดในตำแหน่งเซ็นเตอร์ในประวัติศาสตร์การแข่งรอบสุดท้าย ได้รับการลงคะแนนให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปกติของปี 1999-2000 และเกือบได้คะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ขาดเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น

ในต้นฤดูกาล 2003-2004 แชคประกาศว่าเขาต้องการต่อสัญญาแต่ผู้บริหารทีมลังเล แม้ว่าเลเกอร์สจะเสนอสัญญาเพื่อให้แชคเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวสูงที่สุดในลีกแต่แชคก็ปฏิเสธ

รางวัลที่ได้รับ

  • เขาได้รับเลือกให้เล่นเกมออลสตาร์ทุกปีตั้งแต่ที่เริ่มเล่นในNBA เมื่อปี พ.ศ. 2536
  • เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในรอบไฟนอลของNBA
  • ได้รับเลือกเป็น All-NBA-Defensive ในปี พ.ศ. 2543, 2544 และ 2546
  • เป็นผู้เล่นคนสำคัญใน World Championship ปี 2537 และโอลิมปิกปี 2539 เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในทีม
  • เป็นผู้เล่นคนแรกใน NBAที่ทำค่าเฉลี่ย 20 แต้ม 10 รีบาวด์ต่อเกมรวมกัน 13 ฤดูกาล
  • ได้รับเลือกในทีมAll-NBA 11 ปี
  • ได้รับเลือกเป็น MVP ในฤดูกาล 1999-2000 และในออลสตาร์เกมของฤดูกาล 2003-2004
  • ได้รับปริญญาด้านพาณิชยศาสตร์จาก LSU
  • ได้รับปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแห่งฟีนิกส์

จุดแข็งและจุดอ่อน

เขามีร่างกายที่ดีมีความสูง 7 ฟุต 1 นิ้ว น้ำหนัก 320 ปอนด์ เขาจึงมีพละกำลังมากสำหรับคนรูปร่างใหญ่ เขาเป็นคนที่คล่องแคล่ว ท่า drop step คือ ยืนหันหลังให้แป้นและผู้เล่นตั้งรับทีมตรงข้าม ufa877 จากนั้นหมุนตัวและเอาตัวดันเพื่อทำสแลมดังก์ ซึ่งเป็นท่าที่ยากที่จะป้องกันได้ แต่เขาเป็นคนส่งลูกที่ดีและเล่นตั้งรับได้มีประสิทธิภาพ หากจะป้องกันเขาโดยเอาผู้เล่นสองหรือสามคนมาประกบก็กลับทำให้เพื่อร่วมทีมสามารถชู้ตลูกได้ง่าย ๆ โดยไม่มีใครมาประกบ

เขาเป็นคนที่ชู้ตลูกโทษแย่ที่สุดคนหนึ่งในNBA ค่าเฉลี่ยตลอดการเล่นของเขาคือเพียง 53.1% ทีมตรงข้ามชอบใช้วิธีทำฟาวล์โดยจงใจ การชู้ตลูกโทษแย่สามารถพบในผู้เล่นยิ่งใหญ่หลายคนคือ วิลท์ แชมเบอร์เลน การตั้งใจทำฟาวล์หรือ Hack-a-Shaq ทำให้เกิดNBA ตั้งกติกาขึ้นมาใหม่ว่า ห้ามจงใจทำฟาวล์กับผู้เล่นที่ไม่ได้ถือบอล จนกว่าจะเหลือเวลาการแข่งขันต่ำกว่า 2 นาที ไม่เช่นนั้นจะถือว่าทำฟาวล์ทางเทคนิค

จุดอ่อนอีกอย่างคือเรื่องน้ำหนัก เขามักปรากฏตัวในแคมป์ฝึกซ้อมก่อนฤดูกาลด้วยน้ำหนักตัวที่มากเกินไป และเมื่อเขามีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็มักมีปัญหาการบาดเจ็บโดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่โป้งเท้าข้างขวา เขามีอาการเจ็บปวดเรื้อรังที่ข้อต่อนิ้วโป้งเท้าขวาจากการวิ่ง กระโดด และดังก์ ด้วยน้ำหนักตัวที่สูงเป็นเวลามากกว่าสิบปีอีกด้วย

หลายคนรู้สึกว่าความดังของแชคทำให้กรรมการละเลยที่จะเรียกฟาวล์เมื่อทำผิดกฎบางอย่าง เช่นท่าชู้ตลูกโทษของแชคที่ละเมิดกฎที่ห้ามไม่ให้คนชู้ตลูกโทษล้ำข้ามเส้นลูกโทษจนกว่าลูกบาสเกตบอลจะกระทบกับห่วงหรือแป้นบาส แต่คนที่เข้าข้างแชคมักพูดว่า เนื่องจากรูปร่างที่ใหญ่โตของเขา กรรมการมักปล่อยให้คนอื่นเล่นรุนแรงขึ้นกับแชค

จุดอ่อนสำคัญประการล่าสุดชองแชคตอนนี้คือ อายุ ตามสถิติของเอ็นบีเอแล้ว ผู้เล่นที่มีความสูงเกินกว่า 7 ฟุต (ประมาณ 213 เซนติเมตร) จะมีค่าเฉลี่ยต่างๆลดลงหลังจากอายุ 30 ปี โดยเฉพาะการทำคะแนนที่จะต่ำกว่า 20 คะแนนต่อเกม ซึ่งแชคก็ไม่สามารถหนีสถิตินี้พ้นเช่นเดียวกัน

ไมเคิล จอร์แดน

ไมเคิล จอร์แดน
ไมเคิล จอร์แดน

ไมเคิล จอร์แดน หรือไมเคิล เจฟฟรี จอร์แดน (Michael Jeffrey Jordan) เป็นนักบาสเก็ตบอลอาชีพ สังกัดในทีมชิคาโก บูลส์ “Chicago Bulls” เล่นตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด ในลีก NBA (National Basketball Association) ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์การกีฬาบาสเก็ตบอล แต่ในปัจจุบันเลิกเล่นแล้ว

ประวัติของ ไมเคิล จอร์แดน

เขาเกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) ที่บรู๊กลิน รัฐนิวยอร์ก จบการศึกษาระดับไฮสคูลที่เลนีย์ ไฮสคูลในวิลมิงตั้น รัฐนอร์ทแคโรไลนา และได้จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์

ในปี ค.ศ. 1996 เขาได้เล่นภาพยนตร์เรื่อง Space Jam โดยเป็นพระเอกร่วมกับตัวละครการ์ตูนของ Warner Bros ได้แก่ บั๊กส์ บันนี่ และ แดฟฟี่ ดั๊ก เนื้อเรื่องของเขาได้หลุดเข้าไปในแดนมหัศจรรย์ และช่วยตัวละครการ์ตูนแข่งบาสเก็ตบอลกับมนุษย์ต่างดาว

ทางด้านการกุศล Jordan ได้ก่อตั้งศูนย์ เจมส์ อาร์.จอร์แดน บอยส์ แอนด์ เกิร์ลส์ คลับ แอน แฟมิลี่ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ ให้ความช่วยเหลือเด็กจากทั่วประเทศในด้านชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษาและการอบรมทางด้านกีฬาแก่เยาวชนผู้สนใจ โดยมูลนิธินี้ ตั้งตามชื่อเจมส์ จอร์แดน บิดาของเขา

การเล่นบาสเก็ตบอล

ไมเคิล จอร์แดน มีความสูง 198 เซนติเมตร (หรือเท่ากับ 6 ฟุต 6 นิ้ว) และมีความโดดเด่นในวงการบาสเก็ตบอล เขาได้เริ่มเล่นบาสเก็ตบอลให้กับทีมในมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์ และในภายหลังเขาได้รับเลือกไปเล่นให้กับทีม ชิคาโก บูลส์ จากการดราฟ เป็นอันดับที่ 3 อีกด้วย

เขาได้เข้ามาในปี 1985 จากการดราฟด์เป็นอันดับที่ 3 โดยทีมชิคาโก บูลส์ สาเหตุที่สองทีมก่อนหน้าไม่เลือกจอร์แดนเพราะยุดนั้นเน้นการดราฟเซ็นเตอร์ที่ตัวใหญ่ และเขาเล่นการ์ดซึ่งตัวเล็กเกินไป

ปัจจุบัน Jordan ได้เลิกเล่นบาสเก็ตบอลแล้ว แต่ยังอยู่ในวงการกีฬาเหมือนเดิม โดยเขาได้ซื้อหุ้น ทีม วอชิงตัน วิซาร์ดส์ โดยเข้ามาเป็นประธานทีมและดราฟตัวผู้เล่น คาวาเม่ บราวน์ มาเป็นอันดับที่ 1 จึงได้กลับเข้ามาใน NBA อีกครั้ง โดยเล่นให้กับ สังกัด ทีม วอชิงตัน วิซาร์ดส์ ฤดูกาล 2001-2003 เขาได้เข้าเล่นออลสตาร์ 2 สมัย ก่อนจะขายหุ้นทิ้งเพราะมีปากเสียงกับทีมบริหาร ในขณะนั้น ชิคาโก บูลส์ อดีตต้นสังกัดยื่นข้อเสนอให้หุ้นฟรีแก่เขาใน บอร์ดบริหาร ตำแหน่งรองประธาน แต่เขากลับปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการเป็นเจ้าของเท่านั้น ซึ่งขณะนั้นเขาจึงไปคุยกับ บอร์ดบริหาร มิววอกกี้ บักส์ ถึงเรื่องมาซื้อหุ้นเพื่อเป็นเจ้าของ หลังจากมีข่าวว่าเจ้าของทีม มิววอกกี้ บักส์ ต้องการขายทีมจึงได้ปฏิเสธ Jordan เนื่องจากต้องการขายทีมให้กับ ชาวเมือง มิววอกกี้ เท่านั้น ในภายหลัง ชาล็อต บ็อบแคทส์ เสนอขายหุ้นโดยเป็นเจ้าของร่วมโดยให้ Jordan เป็นประธานด้านกีฬาบาสเก็ตบอล และบริหารบริษัท ซึ่ง Jordan พอใจกับข้อเสนอเขาจึงซื้อหุ้นทีมชาล็อต บ็อบแคทส์ และเป็นผู้ร่วมบริหารทีม นอกจากนั้นก็ยังเป็นเจ้าของทีมฮอกกี้น้ำแข็ง วอชิงตัน แคพิตอลส์ อีกด้วย

การเล่นให้ทีมชิคาโก บูลส์

เขาเล่นให้ทีม ชิคาโก บูลส์ ในปี ค.ศ. 1984 และทำให้ ชิคาโกบูลล์ เป็นแชมป์ NBA ถึง 6 สมัย เขาจึงได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของNBA 5 สมัยในค.ศ. 1988, 1991, 1992, 1996 และ 1998 และยังได้รับ 3 รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า 2 สมัย 3 ประเภท คือ รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาล, รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหลังฤดูกาลในช่วงแข่งชิงแชมป์NBA และรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในการแข่งรวมดาวนักกีฬา ในฤดูกาลเดียวกันนักกีฬาคนอื่น ๆ ที่ได้รับรางวัลทั้งสามในฤดูการเดียวกันก็มี วิลลิส รีด และ แชคิล โอนีล

Jordan เป็นหนึ่งในดรีมทีมของสหรัฐของการแข่งขันโอลิมปิกในฤดูร้อน ปี ค.ศ. 1992 ร่วมกับผู้เล่นระดับดาราคนอื่นอย่าง แมจิก จอห์นสัน และ แลร์รี่ เบิร์ด และทีมของสหรัฐอเมริกามีชัยชนะได้เหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งขัน

เกียรติประวัติการเล่นบาสเก็ตบอล

  1. เป็นผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปี เมื่อปี ค.ศ. 1985 ติดทีมรวมดาวรุ่งNBAในปีเดียวกัน
  2. ติดทีมออลสตาร์ เมื่อปี ค.ศ. 1987 1988 1989 1990 1991 1992 1993 1996 1997 1998 และเป็นผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยมในปี 1988
  3. เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของNBA 5 สมัยเมื่อปี ค.ศ. 1988 1991 1992 1996 และ 1998
  4. ได้รับเลือกเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในนัดชิงชนะเลิศNBA 6 สมัย ในปี ค.ศ. 1991 1992 1993 1996 1997 และ 1998
  5. เป็นสมาชิกของทีมชาติบาสเกตบอลสหรัฐอเมริกา ได้คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย

จากที่เขาเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลที่มีชื่อเสียงมาก และกีฬาบาสเก็ตบอลก็เป็นที่แพร่หลายทั่วโลกในหมู่วัยรุ่น ทำให้มีสินค้ามากมายต่างก็อยากได้ตัวเขาไปเป็นพรีเซนเตอร์ หรือเอาชื่อของเขาไปเป็นชื่อสินค้าต่าง ๆ ค่าตัวของ Jordan จึงสูงมาก และเขาจึงเป็นนักกีฬาที่มีรายได้อันดับต้น ๆ ของโลก holifestivaljapan

ชีวิตครอบครัว

เขาได้แต่งงานกับฮัวนิต้า จอร์แดน และมีบุตร 3 คน ได้แก่ เจฟฟรีย์ มาร์คัส และ จัสมิน มีสุนัขคู่ใจหนึ่งตัวชื่ออกิต้า

รางวัลที่ได้รับ

รางวัล ผู้เล่นแห่งปีบาสเก็ตบอลชายใน ACC ปี 1984

  1. USBWA College Player of the Year 1984
  2. Naismith College Player of the Year 1984
  3. John R. Wooden Award 1984
  4. Adolph Rupp Trophy 1984
  5. ผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยม 1985
  6. ผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยม 1988
  7. ผู้เล่นทรงคุณค่าNBA 1988, 1991, 1992, 1996, 1998
  8. ผู้เล่นทรงคุณค่าNBAรอบไฟนอล 1991, 1992, 1993, 1996, 1997, 1998
  9. NBA’s 50th Anniversary All-Time Team 1997
  10. 2000 ESPY Athlete of the Century
  11. 2000 ESPY Male Athlete Decade Award 1990s
  12. 2000 ESPY Pro Basketballer Decade Award 1990s
  13. 2000 ESPY Play of the Decade

เควิน การ์เน็ต

เควิน การ์เน็ต
เควิน การ์เน็ต

เควิน การ์เน็ต เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 เมืองมอลดิน รัฐเซาท์แคโรไลนา เป็นนักบาสเกตบอลNBA ทีมบอสตัน เซลติกส์ ชื่อย่อคือ เคจี และมีฉายาอื่นคือ The Big Ticket และ The Kid เขามีความสามารถที่หลายหลาย สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่ง แต่เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดเป็นตำแหน่งที่สร้างชื่อเสียงให้เขา และได้รับเลือกให้เล่นในเกมออลสตาร์10ครั้ง จึงได้รับให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปี 2003-2004 ของ NBA อีกด้วย หลังจากที่เขาจบจากไฮสกูล Farragut Career Academy ในชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เขาได้ถูกดราฟเข้าNBAทีมมินเนโซตา ทิมเบอร์วูฟส์เมื่อปี พ.ศ. 2538 จึงเล่นให้ทีมถึง 12 ปี ก่อนที่จะย้ายไปทีม เซลติกส์ เขาถือเป็นนักกีฬาNBA ที่ถูกเลือกจากระดับไฮสกูลคนแรกในรอบ 20 ปี

เควิน การ์เน็ต ในวัยเด็ก

เขาเกิดที่เมืองมอลดิน รัฐเซาท์แคโรไลนา บุตรของ เชอร์ลี การ์เน็ต และโอลิวอิส แม็คคัลลา ในไฮสคูล3ปีแรก เขาเรียนและเล่นบาสเกตบอลให้กับโรงเรียนไฮสคูลมอลดิน ไฮสคูลปีสุดท้ายเขาได้ย้ายไปเรียนที่ Farragut Career Academy ในชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เขาได้พาทีมชนะ 28 แพ้ 2 จนได้ถูกเลือกเป็นผู้เล่นแห่งปีระดับประเทศ และยังได้รับเลือกเป็น Mr. Basketball ของรัฐอิลลินอยส์ ที่เล่นได้เฉลี่ยตลอดปี 25.2 คะแนน 17.9 รีบาวด์ 6.7 แอสซิสต์ และ 6.5 บล็อก และเปอร์เซ็นต์การชู้ตลูกถึง 66.7% ในเกม McDonald’s All-American Game ซึ่งเป็นเกมรวบดารานักบาสเกตบอลระดับไฮสคูล เขาได้รางวัล Most Outstanding Player หลังทำได้ 18 คะแนน 11 รีบาวด์ 4 แอสซิสต์และ 3 บล็อก หลังจากนั้นเขาได้เสนอชื่อตัวเองในการดราฟผู้เล่นNBA ปี พ.ศ. 2538

อาชีพการเล่นในเอ็นบีเอ

ปี 2538-2540

เขาถูกดราฟในอันดับที่ 5 ในการดราฟNBA โดยทีมมินนิโซตา ทิมเบอร์วูฟส์ ที่เป็นทีมใหม่ที่เข้าร่วมในNBAเมื่อฤดูกาล 1989-1990 ที่ยังไม่เคยชนะเกิน 29 เกมในหนึ่งฤดูกาลอีกทั้งมีการเปลี่ยนโค้ชใหม่ คือ ฟลิป ซอนเดอร์ส และแทน บิล แบลร์ และมีการเทรดผู้เล่นหลายครั้งเพื่อปรับโครงสร้างทีม ในปีแรกเขาเข้ามาเล่น เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองเมื่อเริ่มฤดูกาล และขึ้นเป็นตัวจริงกลางฤดูกาล เขาและทอม กูกลิโอตา ได้รับหน้าที่ทำคะแนนให้ทีม เขาไม่ได้ก้าวกระโดดไประดับซูเปอร์สตาร์ในทันทีแต่ก็มีผลงานที่ใช้ได้ในปีแรก โดยเฉลี่ยตลอดฤดูกาล 10.4 แต้ม 6.3 รีบาวด์ 1.8 แอสซิสต์ อีกทั้งทำสถิติบล็อกสูงสุดในทีม ในขณะนั้นเขาเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์NBA คืออยู่ที่ อายุ 19 ปี

ผู้เล่นแฟรนไชส์ปี 2540-2544

ระหว่างฤดูกาลปี 1997-1998 วูฟส์และ Kevin Garnett ได้ตกลงต่อสัญญา 6 ปี มูลค่าสูงถึง 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ไม่เคยมีมาก่อนตอนนั้น สร้างความตกตะลึงในลีกNBA และเป็นเหตุผลหนึ่งในการประท้วงหยุดเล่นในฤดูกาลต่อมา สัญญามีความเสี่ยงสูง และยังทำให้วูฟส์ลำบากใจในการเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่หรือต่อสัญญาผู้เล่นเก่า แม้ว่าจะมีคำวิพากษ์วิจารณ์ Kevin Garnett คงพัฒนาการเล่น เล่นได้เฉลี่ย 18.5 คะแนน 9.6 รีบาวด์ 4.2 แอสซิสต์ 1.8 บล็อก และ 1.7 สตีล ต่อเกม เขาได้รับเลือกเล่นเกมออลสตาร์อีกครั้ง และวูฟส์มีสถิติชนะมากกว่าแพ้เป็นครั้งแรก แต่ดันตกรอบแรกในเพลย์ออฟโดยพ่ายให้กับซีแอตเติล ซุปเปอร์โซนิค 2 ต่อ 3 เกม เมื่อหมดฤดูกาล ทอม กูกลิโอตา ตัวแต้มให้ทีม ได้ออกไปเซ็นสัญญากับฟีนิกส์ ซันส์

ฤดูกาล 1999-2000 Kevin Garnett ยังเล่นได้ดี และจากการช่วยเหลือของนักชู้ตหน้าใหม่ วอลลี เซอร์เบียกและ แบรนดอน วูฟส์จบฤดูกาลด้วยสถิติดีที่สุด ชนะ 50 แพ้ 32 แต่แพ้รอบแรก 3 ต่อ 1 ให้กับ พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอรส์

ฤดูกาล 2000-2001 วูฟส์กลับมาประสบปัญหาอีกครั้ง การ์ด มาลิก ซีลี ถูกฆ่าตายโดยคนเมาแล้วขับ และNBA ตัดสินว่าวูฟส์ทำผิดกฎเมื่อเซ็นสัญญาผู้เล่น โจ สมิท NBAลงโทษวูฟส์โดยถอดสิทธิ์การดราฟรอบแรกสามครั้ง ปรับเจ้าของทีม 3.5 ล้านดอลลาร์ และแบนผู้จัดการทีมหนึ่งปี ฤดูกาลนี้ Kevin Garnett พาทีมชนะ 47 แพ้ 35 แต่ก็ยังไม่ผ่านเพลย์ออฟรอบแรก แพ้ให้ สเปอรส์ 1 ต่อ 3

ซูปเปอร์สตาร์ 2544-2547

Kevin Garnett ยังคงเล่นได้ดี เขายังเป็นหนึ่งในผู้ที่รับการคัดเลือกเป็น MVP เมื่อปีพ.ศ. 2545 – 2546 และได้รับการโหวตเป็นอันดับสองรองจากทิม ดังแคน ปี 2546 แต่ทิมเบอร์วูฟส์ยังคงประสบปัญหาในการเล่นเพลย์ออฟ ตกรอบแรกทั้งสองฤดูกาล หรือ ตกรอบแรก 7 ปีติดต่อกัน การแพ้ติดต่อกันนี้สิ้นสุดเมื่อปี 2547 เมื่อทิมเบอร์วูฟส์ได้ แซม คาสเซลล์ และลาเทรล สปรีเวลล์ มาเสริมทีม ปีนี้ Kevin Garnettได้เป็นMVPหลังจากทำคะแนนเฉลี่ย 24.3 แต้มต่อเกมและทำรีบาวด์เฉลี่ย 13.9 ต่อเกมสูงที่สุดNBA ส่วนวูฟส์ก็ได้สถิติดีที่สุดในสายตะวันตก และเอาชนะทีมเดนเวอร์ Kevin Garnett และซาคราเมนโต คิงส์ในเพลย์ออฟ ก่อนที่จะแพ้ให้กับลอสแอนเจลิส เลเกอรส์ในรอบไฟนอลของสายตะวันตก ในระหว่างนี้ Kevin Garnettได้เป็นผู้เล่นคนที่ 5 ที่สามารถทำ 30 แต้ม 20 รีบาวด์ในเกมที่7ของเพลยออฟ โดยทำได้ 32 แต้มและ 21 รีบาวด์ในเกมที่เอาชนะซาคราเมนโต

ปีที่ตกต่ำ 2547-2550

คาสเซลล์ และ สปรีเวลล์ มีส่วนสำคัญของความสำเร็จในทิมเบอร์วูฟส์ในปี 2547 สร้างผลงานที่ไม่ดีเท่านี้ในฤดูกาล 2004-2005 เป็นผลให้ไม่ได้เข้าในรอบเพลย์ออฟในปีนั้น และในฤดูกาลต่อมาวูฟส์ ซึ่งได้ชู้ตติ้งการ์ดและสมอลฟอร์เวิร์ด ริกกี เดวิส มาช่วยทีม จึงมีสถิติถดถอย เหลือชนะเพียง 33 เกมจาก 82 เกม พลาดเข้ารอบเพลย์ออฟ

2550-ปัจจุบัน

ในฤดูกาล 2549-2550 วูฟส์ได้ชนะด้วยคะแนน 32 จาก 82 เกม จึงไม่ได้เล่นเพลย์ออฟเป็นปีที่3 ติดต่อกัน ในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 Kevin Garnett ถูกเทรดไปยังทีม บอสตัน เซลติกส์ เมื่อปี 2006 เป็นการเทรดผู้เล่นที่มากที่สุดเพื่อแลกกับผู้เล่นคนเดียวตอนที่เทรด เขาเป็นผู้เล่นที่สังกัดทีมในNBA นานที่สุดในขณะนั้น และเล่นให้กับ ทิมเบอร์วูฟส์ ติดต่อกัน 12 ปี เขากล่าวว่าเขาภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเซลติกส์ และหวังว่าจะได้สานต่อความสำเร็จทางบาสเกตบอลและในวันนั้นการเทรดถูกประกาศ เขาก็ได้เซ็นต่ออายุสัญญาเพิ่มอีก 3 ปี มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อจากสัญญาปัจจุบัน

Kevin Garnett ได้รับการโหวดด้วยคะแนนสูงที่สุดเกมรวมดาราNBA ในปี 2008 โดยได้ 2,399,148 คะแนน เป็นคะแนนสูงสุดอันดับที่6ในประวัติศาสตร์การโหวตNBA  เขาปรากฏตัวเป็นครั้งที่ 11 รองจากเซ็นเตอร์ ในวันที่ 8 มีนาคม เขาทำสถิติได้ 20,000 คะแนนตลอดการเล่นอาชีพ ถือเป็นผู้เล่นNBA คนที่ 32 ที่ทำคะแนนได้ระดับนี้โดยการเลย์อับ ในควาร์เตอร์ที่ 2 เมื่อเจอกับทีมเมมฟิส กริซลีส์ผู้เล่นอื่นในปัจจุบันที่ทำได้ระดับนี้มีเพียง แชคิล โอนีล, อัลเลน ไอเวอร์สัน และ โคบี ไบรอันต์

ในวันที่ 22 เมษายน เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นทีมรับยอดเยี่ยมNBA ในฤดูกาล 2007-2008 รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลใหญ่รางวัลเดียวที่ผู้เล่นจากบอสตัน เซลติกส์ไม่เคยได้รับตั้งแต่ก่อตั้งทีมมขึ้นมาแต่ Kevin Garnettกล่าวว่าเป็นผลงานร่วมกันของทีมที่ได้รับรางวัลนี้ วันที่ 17 มิถุนายน เขาช่วยให้ทีมเซลติกส์คว้าแชมป์NBAสมัยที่ 17 ผลงาน 26 คะแนน 14 รีบาวด์ในการแข่งเกม 6 ของรอบไฟนอลปี 2008 วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551 g-kpy’ได้เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์NBAที่เล่นอาชีพครบ 1,000 เกมที่อายุ 32 ปี

ข้อมูลผู้เล่น

Kevin Garnett เป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่มีมาตำแหน่งเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด ที่จะสูงถึง 7 ฟุต เขาก็มีความคล่องแคล่ว มีทักษะและมีสายตาที่ดี สามารถเล่นทุกตำแหน่งและช่วยทีมทั้งเกมลุกและเกมรับ ทำคะแนนได้ 20 คะแนน 10 รีบาวด์ในเกมตลอด ยังเป็นเจ้าของสถิติจำนวนฤดูกาลเฉลี่ย 20 แต้ม 10 รีบาวด์ 5 แอสซิสต์ติดต่อกันสูงสุดคือ 6 ฤดูกาล และเขายังทำคะแนนอย่างน้อย 10 แต้ม ติดต่อกัน 392 เกม เล่นเป็นตัวจริงติดต่อกัน 331 เกม ด้านเกมรับเขาเป็นคนบล็อกลูกได้ดีและมีชื่อเสียงการตั้งรับ สามารถประกบกับพอยท์การ์ดและเซ็นเตอร์ได้ ในการบุกทำคะแนนสามารถทำคะแนนได้ทั้งบริเวณใต้แป้นและการชู้ตจากวงนอก ถือว่าเขาเป็นผู้นำทีมและซึ่งน้อยคนนักจะสามารถนำพาทีมได้ด้วยคนเพียงคนเดียว

ผลงาน

  • แชมป์NBA ปี 2551
  • ผู้เล่นทรงคุณค่าในNBA ปี 2547
  • ผู้เล่นทีมรับแห่งปี 2551
  • เหรียญทองโอลิมปิกปี 2543
  • เล่นในเกมออลสตาร์ ปี 2540, 2541, 2543, 2544, 2545, 2546, 2547, 2548, 2549, 2550, 2551
  • ผู้เล่นทรงคุณค่าในเกมออลสตาร์ ปี 2546
  • ได้รับเลือกเป็น All-NBA
    • ทีมแรก 2543, 2546, 2547, 2551
    • ทีมที่สอง 2544, 2545, 2548
    • ทีมที่สาม 2542, 2550
  • ได้รับเลือกเป็น All-Defensive
    • ทีมแรก 2543, 2544, 2545, 2546, 2547, 2548, 2551
    • ทีมที่สอง 2549, 2550
  • ได้รับเลือกเป็น All-Rookie ทีมที่สอง 2539
  • ทำรีบาวด์เฉลี่ยต่อเกมสูงสุดในNBA ฤดูกาลปกติ 2547, 2548, 2549, 2550
  • ทำรีบาวด์รวมสูงสุดในNBA ปี 2547, 2548
  • ทำคะแนนรวมสูงสุดในNBA 2547 ด้วย 1987 คะแนน
  • ผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์NBAที่
    • เฉลี่ยอย่างน้อย 20 คะแนน 10 รีบาวด์ 5 แอสซิสต์ ต่อเกม ติดต่อกัน 6 ฤดูกาล
    • เฉลี่ยอย่างน้อย 20 คะแนน 10 รีบาวด์ 4 แอสซิสต์ ต่อเกม ติดต่อกัน 9 ฤดูกาล
    • ได้อย่างน้อย 20,000 คะแนน 11,000 รีบาวด์ 4,000 แอสซิสต์ 1,200 สตีล 1,500 บล็อกตลอดการเล่นอาชีพ

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ holifestivaljapan