ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส
ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส

ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส ทีมบาสเกตบอลในลีก NBA ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ตามสถิติเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2004-2005 เป็นทีมที่ชนะมากที่สุด ทำเกมได้ 2,621 เกม ได้มีเปอร์เซนต์ชนะสูงสุดอยู่ที่ 61.9 เปอร์เซ็นและเล่นในรอบชิงชนะเลิศมากที่สุดถึง 30 ครั้ง ชนะเลิศในรอบลึกมากเป็นอันดับที่สองคือ 16 ครั้ง ซึ่งได้เป็นรองเพียงทีมบอสตัน เซลติกส์ นอกจากนี้ยังมีสถิติชนะติดต่อกันมากที่สุดในฤดูกาลถึง 33 เกมอีกด้วย

ประวัติ ลอสแอนเจลิสเลเกอร์ส

ประวัติของเลเกอร์สเริ่มจากทีมดีทรอยต์ เจมส์ ได้เริ่มเล่นในปี ค.ศ. 1946 ในลีกเอ็นบีแอล (NBL) จากการเล่นได้ปีเดียวและมีผลงานชนะเพียง 4 เกมแต่แพ้ถึง 40 เกม เจ้าของเดิม ซี. คิง บอริง ได้ขายทีมให้กับ เบน เบอร์เกอร์ และ มอร์ริส ชาลเฟน เป็นมูลค่า 15,000 ดอลลาร์หรือเป็นจำนวนเงิน 534,000 บาท รวมทั้งได้จ้าง จอห์น คุนด์ลา เข้ามารับหน้าที่โค้ชคนแรกให้กับทีม ต่อจากนั้นได้ย้ายทีมจากเมืองดีทรอยต์ไปอยู่ที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนีโซตา ต่อมารัฐนี้มีทะเลสาบอยู่มากจึงได้ใช้ชื่อใหม่ว่าเลเกอร์ และยังคงใช้ชื่อนี้หลังจากที่ทีมย้ายมาเล่นที่เมืองลอส แอนเจลิสเมื่อต้นฤดูกาลปี ค.ศ. 1960

ก่อนที่จะมีลีก NBA เลเกอร์สเล่นในลีก NBL มาก่อน เมื่อปี ค.ศ. 1947 และลีก BAA (Basketball Association of America, BAA) ในปี ค.ศ. 1948 สามารถได้แชมป์ของลีกทั้งสองปี ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 1949 ลีก NBL และ BAA ได้ร่วมกันตั้งเป็น NBA และเลเกอร์สก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก และสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศได้ในหลายปีแรกในภายใต้การนำของ จอร์จ มิคาน ผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ซึ่งเลเกอร์สนั้นได้มาเสริมทีมจากสิทธิ์การดราฟอันดับแรก หลังจากที่ทีม ดีทรอยต์ เจมส์ ได้อันดับรั้งท้ายใน NBL

กระทั่งทีมเลเกอร์สได้ตกต่ำลงหลังจากที่ จอร์จ มิคาน ได้เลิกเล่น ซึ่งได้มีผู้เข้าชมการแข่งขันน้อย และถึงแม้ว่ามีผู้เล่นเก่งอย่าง เอลกิน เบย์เลอร์ ก็ตามก็ทำให้ทีมตัดสินใจย้ายเมืองเมื่อปี ค.ศ. 1960 หลังจากย้ายทีมก็ได้ผู้เล่นที่เก่งอย่าง เจอร์รี เวสต์ จากการดราฟ และการซื้อตัว วิลต์ แชมเบอร์เลน มาจากในทีมฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะทีมบอสตัน เซลติกส์ซึ่งเป็นแชมป์หลายสมัยในขณะนั้นได้จนกระทั่งปี ค.ศ. 1972 ถึงแม้ว่ามี คารีม อับดุล-จับบาร์ เลเกอร์สก็ไม่สามารถได้แชมป์อีกจนกระทั่งได้เออร์วิน จอห์นสัน (Earvin “Magic” Johnson) มาเล่นให้กับทีมในปี ค.ศ. 1979 และในปีต่อ ๆ มาก็ได้ผู้เล่นอย่าง เจมส์ เวอร์ที และ ไบรอน สก็อตต์ เลเกอร์สในยุคนี้มีฉายาว่า โชว์ไทม์ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการบุกทำคะแนน ในยุคนี้เลเกอร์สามารถชนะเลิศได้หลายสมัย ก่อนที่จะเสื่อมลงและแมจิกจะประกาศว่าตนเองติดเชื้อเอดส์และเลิกเล่นในปี ค.ศ. 1991 สุดท้ายแมจิกได้กลับมาเล่นให้ทีมอีกครั้งเมื่อต้นปี ค.ศ. 1996 และเลิกเล่นถาวรหลังหมดฤดูกาลนั้น

แชค ได้จับมือกับ จอร์จ ดับเบิลยู. บุชในโอกาลที่เลเกอร์สได้แชมป์เอ็นบีเอปี 2001

ต้นฤดูกาลปี 1996-1997 เลเกอร์ได้เซ็นสัญญาเซนเตอร์ร่างยักษ์ แชคิล โอนีลหรือแชค ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 7 ปี และเทรดเอาโคบี ไบรอันต์ จากทีมชาล็อต ฮอร์เนตส์ นักกีฬาที่ได้ดราฟมาจากระดับมัธยมปลาย เลเกอร์สยังไม่สามารถพาทีมไปคว้าตำแหน่งชนะเลิศได้อีกครั้ง โดยตกรอบเพลย์ออฟรอบหลังติดกันทุกปี เมื่อ ค.ศ. 1999 เลเกอร์สต้องย้ายสนามใหม่จากเกรต เวสเทิร์น ฟอรัม ไปที่ สเตเพิลส์ เซ็นเตอร์ และได้หัวหน้าโค้ชใหม่คือฟิล แจ็คสัน ซึ่งเขาได้เปลี่ยนระบบการเล่นใหม่เป็นแบบ ไทรแองเกิลออฟเฟนส์ ต่อมาเลเกอร์สได้คว้าแชมป์ติดต่อกันสามสมัย ทำให้หัวหน้าโค้ช ฟิล แจ็คสัน มีสถิติชนะเลิศ 10 ครั้ง เป็นอันดับหนึ่งแซงโค้ช เรด เออบาค ของทีมบอสตัน เซลติกส์ ที่ได้ 9 ครั้ง ในปี 2009 แต่สองปีต่อมาได้มีปัญหาแพ้รอบเพลย์-ออฟโดยเฉพาะในฤดูกาล 2003-2004 ซึ่งการเซ็นสัญญาเอา คาร์ล มาโลน และแกรี เพย์ตัน นักกีฬาที่อนาคตเกียรติยศแต่ก็ไม่เคยได้แชมป์สักครั้ง ประกอบกับความขัดแย้งระหว่าง แชค กับ โคบี ทำให้ต้องเปลี่ยนหัวหน้าโค้ชและเทรดแชคไปทีมไมอามี ฮีต แกรี เพย์ตัน ถูกเทรดไปทีมบอสตัน เซลติกส์ ส่วน คาร์ล มาโลน ได้ประกาศเลิกเล่นเป็นทางการ

ต่อมาฤดูกาล 2004-2005 เป็นปีที่ตกต่ำของเลเกอร์ส เพราะมีผู้เล่นระดับซุปเปอร์สตาร์เพียงตคนเดียวคือ โคบี ไบรอันต์ ซึ่งโดยลำพังไม่สามารถพาทีมชนะได้ อีกทั้งมีปัญหาคดีความทางศาลของ โคบี และปัญหาสุขภาพของหัวหน้าโค้ชใหม่ รูดี ทอมยาโนวิช ทำให้ต้องออกจากการเป็นหัวหน้าโค้ชกลางคัน และฟิล แจ็คสัน ได้กลับมาเป็นหัวหน้าโค้ชอีกครั้ง แต่ผลงานปีที่ผ่าน ๆ มานั้น เขาแค่ได้เข้ารอบเพลย์-ออฟได้ก็ถือเป็นความสำเร็จแล้ว ufa877 และเมื่อฤดูกาล 2010-2011 ฟิล แจ็คสัน ก็ได้ประกาศลาออก และวางมือจากการเป็นโค้ชใน NBA หลังจากที่ทีมเลเกอร์สแพ้ต่อทีมดัลลัส แมฟริกส์ ในฤดูกาล 2011-2012 ทีมเลเกอร์สได้ ไมค์ บราวน์มาเป็นโค้ช ต่อด้วย ไมค์ ดี. แอนโธนี ในฤดูกาล 2012-2013 ซึ่งได้เข้าไปเล่นในรอบเพลย์-ออฟในฤดูกาลนี้ แต่ก็พ่ายให้กับทีมซานแอนโตนีโอ และต่อเนื่องในฤดูกาล 2013-2014 ซึ่งในฤดูกาลนี้เลเกอร์สได้มีผลงานที่ย่ำแย่มากโดยพ่ายให้กับทีมร่วมเมือง ลอส แอนเจลิส คลิปเปอร์ส ด้วยแต้ม 142-94 ถือเป็นความพ่ายแพ้ที่มีแต้มห่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมถึง 48 แต้ม โดยหลังจากจบฤดูกาลนั้น มิตช์ คัพเชก ผู้จัดการทั่วไปได้เซ็นสัญญา ไบรอน สก็อตต์ อดีตผู้เล่นของทีมมารับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมตั้งแต่ฤดูกาล 2014-2015 เป็นต้นไป

สถิติฤดูกาลที่ดี/แย่ที่สุด

ดี ในปี 1971-1972 ชนะ 69 แพ้ 13

แย่ ในปี 2015-2016 ชนะ 17 แพ้ 65